<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุงหายใจโล่ง! ฝุ่นจางอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 63 &amp;ndash; กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 7.00 น. ดังนี้ ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร จำนวน 54 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 9 &amp;ndash; 24 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงจากช่วงเช้าของเมื่อวานเกือบทุกสถานี และพบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คพ. จะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล ภารกิจตามมาตรการ &amp;quot;ภายใต้แผนปฏิบัติการ ขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;quot; อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ bangkokairquality.com.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57381</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, คนกรุง, ปริมณฑล, ฝุ่นPM2.5, ฝุ่นลด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e49f21dce911.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุงร้องจ๊าก! ขสมก.ดอดขึ้นค่ารถเมล์22เม.ย. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 - &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;รถเมล์ไทยแฟนคลับ&amp;rdquo; ได้โพสต์หัวข้อว่า &amp;quot;ขสมก. ขึ้นค่ารถเมล์ 22 เม.ย.นี้&amp;quot; โดยมีข้อความว่า ประกาศจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ เรื่องการปรับอัตราค่าโดยสาร ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 มีมติให้ปรับอัตราค่าโดยสารรถประจำทางสาธารณะ ดังนั้น ขสมก. จึงขอปรับอัตราค่าโดยสาร ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รถโดยสารธรรมดา (ครีมแดง) ราคา 8 บาท 2. รถโดยสารปรับอากาศ &amp;nbsp;รถปรับอากาศ (ครีมน้ำเงิน) ราคา 12-20 บาท ตามระยะทาง, รถปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) ราคา 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถปรับอากาศใหม่ (สีฟ้า)&amp;nbsp;ระยะทาง 4 กม. แรก ราคา 15 บาท ระยะทาง 4-16 กม. ราคา 20 บาท ระยะทาง 16 กม. ขึ้นไป ราคา 25 บาท&amp;nbsp;3. ค่าทางด่วน กรณีที่ผู้โดยสารใช้ทางด่วน ให้กำหนดค่าทางด่วน เพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท ต่อคนต่อเที่ยว 4. รถบริการตลอดคืน (เวลา 23.00 - 05.00 น.) ให้กำหนดค่าธรรมเนียมบริการตลอดคืน เพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 1.50 บาท ต่อคนต่อเที่ยว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2562 &amp;nbsp;ขสมก. ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ได้มีการติดป้ายประกาศปรับอัตราค่าโดยสารบนรถโดยสารประจำทางสาธารณะเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33363</URL_LINK>
                <HASHTAG>22เม.ย., ขสมก., ขึ้นค่ารถเมล์, คนกรุง, หลังสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cada5a217918.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ปลุกคนกรุงล้างบางคสช. ลั่น24มี.ค.วันมรณะ&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 62 - ที่วงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ปราศรัยใหญ่ &amp;quot;ภารกิจฝ่ายประชาธิปไตย ส่งประยุทธ์กลับบ้าน&amp;quot; ช่วงค่ำวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า วันนี้มีความตั้งใจที่ต้องการเห็นผู้สมัคร กทม.ทั้ง 30 คน เข้าไปทำหน้าที่ในสภา เลือกตั้งครั้งนี้มีความยากลำบาก ตนเคยเผชิญกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ทั้งในสภานอกสภา พูดมามีความจริงเรื่องเดียวคือแนะนำตัว นอกนั้นโกหกทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเลือกตั้งครั้งนี้เรียกได้เต็มปากว่าเป็นการล้างบาง คสช. เพราะนายสุเทพรู้ดีว่า มวลชนนกหวีดได้หายไปหมด การไปเปิดทางให้รัฐประหารทำให้ความน่าเชื่อถือนายสุเทพได้หมดสิ้นไปแล้ว วันที่ 24 มี.ค. จึงจะเป็นวันมรณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายสุเทพ&amp;quot; นายจตุพร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยังกล่าวถึงการปรับบุคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า เป็นการปรับที่ฝืนความเป็นตัวตน ปรับเพราะต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ รู้ดีว่าเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้รับคะแนนจากประชาชนอย่างแน่นอน และกรณีที่บัญชีรายชื่อ ส.ส.ลำดับที่ 1 พรรคพลังประชารัฐ เป็นลูกน้องของนายสุเทพ เพราะครั้งหนึ่งนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เคยไปเป่านกหวีดไล่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร พฤติกรรมทั้งหมดจึงต้องเหมาว่าคือพวกเดียวกัน จึงขอให้พี่น้องประชาชนคิดและตัดสินใจว่าจะเลือกใครมาเป็นผู้นำประเทศ การจัดการเผด็จการอยู่ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะไม่ชวนให้ใครไปล้มตายอีกแล้ว แต่จะชวนคน กทม. มาขจัดเผด็จการพร้อมกันในวันที่ 24 มี.ค. ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับบ้าน ขอให้คน กทม. วางนกหวีดลงแล้วมาปราบเผด็จการพร้อมกัน การไล่เผด็จการสำเร็จอยู่ที่ คน กทม. เหมือนไล่ รสช. ปี 2535
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ขณะที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ได้วีดีโอคอลทางไกลจาก จ.แม่ฮ่องสอน มาที่เวทีปราศรัย ว่าวันนี้ไม่ได้มาขึ้นเวทีปราศรัย ติดภารกิจลงพื้นที่อยู่ที่อำเภอปาย ไม่สามารถเดินทางมาร่วมได้ เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง แกนนำของพรรคทุกคนจึงต้องแยกกันเดินเพื่อไปพบปะประชาชน พรรคเพื่อชาติเป็นพรรคเกาะกลาง ไม่ต้องการความขัดแย้งหรือขัดแย้งกับฝ่ายไหน วันที่ 24 มี.ค. จึงอยากขอความร่วมมือทุกคนเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย มอบคะแนนให้กับพรรคเพื่อชาติ เพื่อจะไปเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศการปราศรัยใหญ่ย่านฝั่งธนบุรีครั้งนี้ มีคนเข้าฟังปราศรัยราว 500 คน โดยผู้ฟังปราศรัยส่วนหนึ่งได้สวมเสื้อแดง ทั้งนี้ตลอดการปราศรัยแกนนำของพรรคเพื่อชาติที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีได้ปลุกใจผู้ที่มาร่วมฟังพร้อมตะโกนเรียกคนเสื้อแดงอยู่ตลอดเวลา โดยแกนนำทุกคนที่ขึ้นปราศรัยได้ย้ำในวันที่ 24 มี.ค. ขอให้เทคะแนนให้พรรคเพื่อชาติอย่างถล่มทลาย เพราะเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31782</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คนกรุง, จตุพร, บิ๊กตู่, ล้างบางคสช., สุเทพ, เพื่อชาติ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c91a3079fb9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุงอ่วมฝุ่นพิษพุ่ง39จุด! บ่ายเพิ่มอีกยาวถึง4ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 62 - กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 30 มกราคม 2562&amp;nbsp;จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า พื้นที่ กทม.และปริมณฑล อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ซึ่งจากสภาพเช่นนี้จะทำให้ปริมาณฝุ่นละอองสะสมได้ ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้ 30 มกราคม 2562 ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน(29 ม.ค.)ทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม. ) 39 พื้นที่ ดังนี้ พื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน 23 สถานี ส่วนพื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 16 สถานี ซึ่งคาดการณ์ ในช่วงบ่ายของวันนี้ อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองมีโอกาสสะสมมากขึ้น โดยลักษณะเช่นนี้จะเป็นไปจนถึงวันที่ 4 ก.พ.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ทำหน้าที่ ประสานงานกับ คพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บก.จร. ขนส่ง กองทัพฯ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑล ทั้ง 5 จังหวัด รายงานสถานการณ์ประจำวัน และดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27850</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ก.พ., กทม., กรมควบคุมมลพิษ, คนกรุง, ฝุ่น, พุ่ง39จุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5119528e6ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการแนะคุมค่าโดยสารรถไฟฟ้า ชี้คนกรุงจ่ายเฉลี่ย 3พันบาทต่อเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 2562 นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)เปิดเผยว่าผลการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟและรถไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นดำเนินการมาแล้ว 5-6 เดือนคาดว่าจะเสนอกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ได้ภายใน 1 เดือนนับจากนี้ก่อนส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป เริ่มจากรถไฟฟ้านั้นพบว่าจากการเก็บข้อมูลด้านเศรษฐกิจ รายได้และกำลังการบริโภคของคนกรุงเทพนั้นพบว่าประชากรครึ่งหนึ่งหรือราว 4-5 ล้านคนนั้นไม่สามารถรับภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าในปัจจุบันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายใหม่ ดังนั้นจึงต้องการเสนอให้รัฐบาลควบคุมโครงสร้างค่าโดยสารอย่างเป็นระบบทั้งเส้นทางเดิมและเส้นทางใหม่ในอนาคต เช่นเดียวกับการคุมค่าโดยสารรถเมล์ในช่วงที่ผ่านมา หรืออย่างน้อยต้องไม่ปล่อยให้ค่าโดยสารลอยตัวเหมือนในปัจจุบัน ดังนั้นจึงยกตัวอย่างผู้มีรายได้ขั้นต่ำราว 10,000-15,000 บาท อาทิ ค่าเฉลี่ยของค่าโดยสารรถไฟฟ้าตลอดสายอยู่ที่ 42 บาท หากเดินทางเข้าเมืองต้องมีการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอีกสายจะเป็น 84 บาท/เที่ยว หรือ 168 บาท/วัน และ คิดเป็น 3,360 บาท/เดือน ในกรณีที่มีวันทำงาน 20 วัน/เดือน ดังนั้นจึงพบว่าเฉพาะแค่ค่ารถไฟฟ้านั้นคิดเป็นสัดส่วน 33.6%-22.4% ของรายได้ทั้งหมด 1-1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธกล่าวอีกว่าส่วนด้านค่าโดยสารรถไฟธรรมดานั้นพบว่าควรปรับเพิ่มขึ้นให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน โดยเฉพาะรถไฟชั้น 3 มีราคาค่าโดยสารเริ่มต้นเพียง 2 บาท เป็นเรทราคาซึ่งไม่ได้ปรับเพิ่มมามากกว่า 20 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเห็นควรให้ปรับเพิ่มตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เสนอราคามาที่ 10 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงสร้างราคารถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตนั้นควรมีค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 20-30 บาท/เที่ยว และควรจะเป็นรถไฟฟ้าเส้นทางที่ถูกมากที่สุดเพราะสนับสนุนการเดินทางของผู้มีรายได้น้อยตามชานเมือง เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่มีราคา 45 บาทตลอดสายรวมระยะทาง 28 กม. คิดเป็นค่าเฉลี่ย 1.7 บาทถือว่าถูกที่สุดในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26886</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คนกรุง, ค่าโดยสารรถไฟฟ้า, จ่าย 3 พันบาทต่อเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d32b4e0674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลฟุ้งคนกรุงขานรับแท็กซี่โอเค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:https://www.it24hrs.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61-ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบการรายงานโครงการ TAXI OK เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการแท็กซี่ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการที่มีคุณภาพ เบื้องต้นพบว่าประชาชนให้การตอบรับโครงการนี้เป็นอย่างดี โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไปใช้บริการแล้ว 69,684 ครั้ง ประชาชนเรียกใช้บริการเฉลี่ยวันละ 2,000 ครั้ง มีแท็กซี่มาจดทะเบียนเป็นแท็กซี่โอเคแล้ว 2,824 คัน คาดว่าจะมีการจะทะเบียนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก รายงานสถิติว่าประชาชนเรียกใช้บริการรถแท็กซี่มากที่สุดในพื้นที่บริเวณสวนจตุจักร , 5 แยกลาดพร้าว ตามด้วย ถนนสุขุมวิทช่วงห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21, บีทีเอสอโศก โดยรัฐบาลจะเสริมการให้บริการใช้พื้นที่เหล่านี้ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้บริการแท็กซี่โอเค มีพฤติกรรมกดปุ่มฉุกเฉิน หรือ SOS โดยไม่มีเหตุจำเป็นเฉลี่ย 70-100 ครั้งต่อวัน จึงขอประชาสัมพันธ์ว่า กด SOS ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4785</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คนกรุง, ทำเนียบรัฐบาล, ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพันธุ์, รถแท็กซี่, รัฐบาล, แท็กซี่โอเค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa60e72bb265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วงนี้...จะเซฟๆ หน่อย!รู้ไว้ก่อนวาเลนไทน์คนกรุงติดเชื้อHIVวันละ6คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ก.พ.61- &amp;nbsp;สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า เนื่องจากโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาที่คุกคามและส่งผลกระทบต่อสุขภาวะสถาพเศรษฐกิจและสังคม โดยในปี 2561 กทม.คาดว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ 77,034 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,086 คนต่อปี หรือคิดเป็น 6 คนต่อวัน และยังได้รับรายงานโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2,523 ราย อัตราป่วย 90.2 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสพบอัตราผู้ป่วยร้อยละ 17.98 ต่อประชาชนแสนคน พบว่าร้อยละ 50 เกิดขึ้นในกลุ่มเยาวชน ทำให้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00-16.30 น. สำนักอนามัยเตรียมจัดกิจกรรมรักเป็น...รักปลอดภัย (Safe Love) ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;ช่วงนี้...จะเซฟๆ หน่อย&amp;rdquo; ที่สนามกีฬาในร่ม ชั้น 4 อาคารศูนย์สุขภาพและกีฬา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เขตดุสิต เพื่อกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนคู่รักรุ่นใหม่ ให้มีสติและรู้เท่าทันระหว่างสมดุลของความรักและความสัมพันธ์ ภายในกิจกรรม ประกอบด้วย นิทรรศการความรู้เรื่องเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจหาเลือดการติดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสที่สามารถทราบผลภายในวันเดียว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3025</URL_LINK>
                <HASHTAG>HIV, กรุงเทพมหานคร, คนกรุง, ติดเชื้อ, วันละ6คน, วันวาเลนไทน์, สำนักอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82aa3f9ecd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
