<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนข่าวกับรางวัลโนเบลสันติภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสนใจว่ารางวัลโนเบลสันติภาพปีนี้เป็นของ &amp;ldquo;คนข่าวที่สู้เพื่อความจริง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะปีก่อนๆ นี้ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้มักจะเป็นบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวกับงานเพื่อสังคม, ต่อต้านสงครามหรือนักการเมืองที่มีผลงานสร้างสรรค์ที่โยงกับ &amp;ldquo;สันติภาพ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น อองซาน ซูจี และบารัค โอบามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรนานาชาติที่ได้รับรางวัลนี้ก่อนหน้านี้มี เช่น World Food Program ซึ่งเป็นกลไกสากลเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ยากจนและหิวโหยโดยไม่คำนึงถึงการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ ICAN (International Campaign to Abolish Nuclear Weapons) ของออสเตรเลียที่มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้เลิกอาวุธนิวเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่ &amp;ldquo;คนข่าว&amp;rdquo; ที่ดิ้นรนต่อสู้กับอำนาจเผด็จการเพื่อทำความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชนได้รับเกียรติเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่า หากสื่อมีอิสรเสรีอย่างแท้จริงในการทำหน้าที่ขุดคุ้ยหาความจริง เปิดโปงความชั่วร้ายและพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของผู้มีอำนาจ ก็ควรจะนำไปสู่ &amp;ldquo;สันติภาพที่ยั่งยืน&amp;rdquo; สำหรับโลกได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรีย เรซซา (Maria Ressa) ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Rappler ของฟิลิปปินส์ และดมิทรี มูราตอฟ (Dmitry Moratov) ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Novaya Gazet ของรัสเซีย จึงเป็นตัวแทนของคนทำสื่ออาชีพที่ควรได้รับการชื่นชมในการต่อสู้เพื่อความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรียกล่าวหลังจากได้รับทราบข่าวว่าเธอเป็นเจ้าของรางวัลนี้ว่า การที่คณะกรรมการโนเบลตัดสินมอบรางวัลนี้ให้กับเธอและเพื่อคนข่าวรัสเซียนั้น สะท้อนถึงความตระหนักถึงความสำคัญของสื่อมวลชนใน &amp;quot;การต่อสู้เพื่อข้อเท็จจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ควรเห็นรางวัลนี้ว่าเป็นชัยชนะสำหรับเพื่อนชาวฟิลิปปินส์และนักข่าวของเธอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรียย้ำว่า &amp;quot;เมื่อมีความยุติธรรม ความมืดก็ย่อมจะสลายหายไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรียก่อตั้ง Rappler ซึ่งเป็นสื่อดิจิทัลที่เธอร่วมก่อตั้งในปี 2012&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมข่าวเล็กๆ ที่เธอสร้างขึ้นได้เป็นที่รู้จักในเวลาไม่นานนักจากการรายงานข่าวสืบสวนคดี &amp;ldquo;วิสามัญฆาตกรรม&amp;rdquo; ผู้คนจำนวนมากโดยฝีมือของตำรวจ ภายใต้โครงการที่อ้างว่าเป็นการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ภายใต้ประธานาธิบดีดูเตร์เต มีผู้ถูก &amp;ldquo;วิสามัญฯ&amp;rdquo; หลายพันคนที่เข้าข่ายว่าเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้งหรือเป็นศัตรูของนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยประกาศว่ามาเรียและ Rappler เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เพราะการไปขุดคุ้ยเรื่องชั่วร้ายของรัฐบาลของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้มาเรีย วัย 58 ปี และนักข่าวในเครือข่ายก็ยังถูกดำเนินคดีมากมายหลายกระทง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันนี้มาเรียต้องรอประกันตัวถึง 10 ครั้ง เพราะถูกทางการฟ้องร้องดำเนินคดีโดยกล่าวหาเธอทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นคดีหมิ่นประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นข้อหาหลบเลี่ยงภาษี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แต่เท่านั้น รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังกำลังกลั่นแกล้งเธอด้วยการระงับใบอนุญาตการดำเนินกิจกรรมของ Rappler เมื่อ 3 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อเธอจะขอคืนใบอนุญาตนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยข้อกล่าวจากทางการว่า มีการกระทำที่ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการที่มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรียถูกไล่ล่าและกล่าวร้ายด้วยกระบวนการของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเธอบอกว่า &amp;ldquo;การเป็นนักข่าวไม่เคยยากเหมือนทุกวันนี้มาก่อน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนักข่าวคนกล้ารัสเซียมาราตอฟนั้น พอได้ข่าวเรื่องรางวัลโนเบลร่วมกับมาเรียก็ประกาศทันทีว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาต้องอุทิศรางวัลให้กับผู้สื่อข่าวในสังกัดของเขา 6 คนที่ถูก &amp;ldquo;เก็บ&amp;rdquo; ด้วยมือฆาตกรที่สั่งการโดยผู้มีอำนาจที่ต้องการสกัดกั้นการทำหน้าที่เปิดโปงความชั่วร้ายของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูราตอฟปีนี้อายุ 59 ปี เป็นผู้ร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์ &amp;quot;โนวายา กาเซตา&amp;quot; ในปี 1993 เพื่อทำหน้าที่คนหนังสือพิมพ์ที่อิสระ หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต 2 ปีก่อนหน้านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพุ่งเป้าไปที่การเจาะลึกและสอบสวนปัญหาสิทธิมนุษยชน คอร์รัปชัน และการใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้มีอำนาจต่อประชาชนที่เห็นต่างหรือต่อต้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวในสังกัดของเขาหลายคน โดยเฉพาะที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ถูกลอบสังหารในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงนักข่าว อันนา โปลิตกอฟสกายา ที่เป็นนักข่าวจอมเปิดโปง และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่ชื่อนาตาเลีย เอสเตมิรอฟวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันนาถูกยิงเสียชีวิตที่บันไดอพาร์ตเมนต์ของเธอในปี 2006 ใกล้วันเกิดของปูติน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกรายถูกลักพาตัวจากบ้านของเธอในเชชเนีย และถูกลากไปยิงทิ้งอีก 3 ปีต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์และรัสเซียเป็น 2 ประเทศที่นักข่าวและคนในวงการสื่อถูกสังหารโดยฝีมือของมือปืนอย่างไร้ร่องรอย น้อยครั้งที่ทางการจะสามารถจับมือใครดมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้นักข่าวผู้เสียสละและทุ่มเท 2 คนนี้จะช่วยสร้างความตระหนักและยกระดับการทำหน้าที่ของสื่อมืออาชีพที่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองมากขึ้นแค่ไหนหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่รอคำตอบอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119337</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, คนข่าวกับรางวัลโนเบลสันติภาพ, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
