<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตเตือนแรงงานไทยในอุซเบกิสถาน อย่าเผาแคมป์คนงานหนีโควิด ระวังคุก 15 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63- เพจสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เผยแพร่จดหมาย เรียน พี่น้องชาวไทยและแรงงานไทยในอุซเบกิสถาน
.
ด้วยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ทราบมาว่า มีคนไทยบางคนในกลุ่มของท่านกำลังวางแผนประท้วงโดยจะเผาแคมป์คนงาน เพื่อหวังจะออกสื่อ ไลฟ์สด เพื่อกดดันให้ท่านได้กลับประเทศไทยเร็วขึ้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเรียนเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่า สิ่งที่ท่านคิดนั้นผิด และท่านจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้เดินทางกลับไทย ด้วยจะต้องถูกจับดำเนินคดีและจำคุกในประเทศอุซเบกิสถาน กว่าจะได้เดินทางกลับไทยอาจเป็นเวลา 10 ปีหรือ 15 ปี ดังนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเตือนท่านด้วยความห่วงใยที่มีเสมอมา ขอให้ท่านมีความอดทนและเรียนรู้ที่จะรอเพื่อจะได้กลับบ้าน แต่ท่านจะต้องทำตามระเบียบที่ต่างประเทศกำหนดไว้ อย่าได้ทำตามใจตนเอง มิฉะนั้น ทุกอย่างที่กำลังเดินหน้าอาจกลับต้องมาเริ่มที่จุดเริ่มต้นใหม่ เมื่อรัฐบาลอุซเบกิสถานปฏิเสธคำขอของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ขออนุญาตพาท่านเดินทางกลับ เพราะต้องการดำเนินคดีตามกฎหมายกับท่านก่อน
.
คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งหนใด ท่านคือตัวแทนของประเทศไทยเสมอ หากท่านทำอะไรไปในทางที่ดี ก็จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ หากท่านตัดสินใจทำอะไรในทางไม่ดี ก็จะทำให้ประเทศไทยเสียเครดิตกับต่างชาติและต้องใช้เวลากอบกู้ชื่อเสียงอีกนับร้อยปี สิ่งที่ท่านคิดจะเผาหรือทำลายแคมป์คนงาน เพื่อระบายอารมณ์หรือประท้วงกับการที่ยังไม่ได้เดินทางกลับไทยนั้น ขอเรียนว่า ท่านไม่ได้เพียงแต่ทำลายบ้านเมืองคนอื่น ไม่ได้ทำลาย COVID-19 แต่ท่านกำลังจะทำลายตัวเอง และที่สำคัญที่สุดท่านกำลังทำลายประเทศไทย เพื่อนท่านจะได้กลับบ้านแต่ท่านจะไม่ได้เดินทางกลับ ท่านจะต้องถูกจับและถูกจำคุกในฐานะผู้วางเพลิง ชีวิตท่านคงจะอยู่ในเรือนจำและมีชีวิตที่ลำบากกว่าปัจจุบันอย่างแน่แท้
.
พี่น้องแรงงานไทยทุกท่านโปรดเข้าใจด้วยว่า สนามบินนานาชาติของอุซเบกิสถานยังคงปิดทำการอยู่ ในขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอย่างสุดความสามารถที่จะนำท่านกลับประเทศไทย ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมายแต่เราก็มิได้ย่อท้อในการหาทางที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด และประหยัดที่สุดสำหรับท่านที่ต้องการเดินทางออกจากประเทศอุซเบกิสถาน
.
สุดท้ายนี้ ขอเรียนวิงวอนให้ทุกท่าน หากไม่เห็นแก่คนอื่นแล้ว ท่านควรเห็นแก่ตัวเองบ้าง อย่าตัดโอกาสตัวท่านเองที่จะได้เดินทางไปพบครอบครัวของท่าน คนที่ท่านรัก ถึงแม้จะต้องรออีกสักพักแต่เราจะหาทางพาท่านกลับ ขอเพียงท่านมีความอดทน ระวังรักษาตนเอง สถานเอกอัครราชทูตฯ จะส่งข่าวให้ท่านทราบเป็นระยะๆ
.
ด้วยความปรารถนาดีที่มีเสมอมา
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก
27 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72681</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, คนงานไทย, สถานทูตไทย มอสโก, อุซเบกิสถาน, เผาแคมป์คนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1f7a64293fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;ติงเรื่องผีน้อยก่อนจบด้วยเรื่องหน้ากาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.2563 - นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีคนงานไทยที่ไปทำงานโดยผิดกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ ต้องการเดินทางกลับไทยเนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ว่า 1.คนงานเหล่านี้มีสิทธิ์เดินทางกลับไทยตามกฎหมาย เราปฏิเสธไม่ได้ และเราควรมีเมตตาธรรมต่อเพื่อนคนไทยเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รัฐต้องมีมาตรการที่เข้มข้นเพื่อปกป้องคนไทยในประเทศ เช่นญาติ เพื่อน และคนไทยทั่วไปที่ได้อาจได้รับผลกระทบจากการกลับมาของคนงานเหล่านั้น เช่น การกักตัว 14 วันดังที่เคยทำในกรณีอื่นที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินไปแล้วตนเห็นว่าการป้องกันดีกว่าแก้ไข ทุกคนรู้ว่าการป้องกันใช้เงินน้อยกว่าการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ทางการควรพิจารณาว่าผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ จะทำอย่างไร มาตรการการคัดกรองโดยตรวจอุณหภูมิที่สนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองพอแล้วหรือไม่ &amp;nbsp;ควรมีการกักตัว 14 วันหรือไม่ ดังเช่นที่หลายประเทศดำเนินการ หลายคนมองว่ามาตรการยังลักลั่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่ารัฐบาลจะออกมาตรการที่ดี และมีประสิทธิผลเพื่อปกป้องความปลอดภัยของคนไทยอย่างเต็มที่ เนื่องจากคนไทยกังวลในเรื่องนี้มากในหลายๆประเด็น รวมทั้งหลายคนตั้งคำถามว่าเราปล่อยให้มีการขาดแคลนหน้ากากอนามัยได้อย่างไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58841</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนงานไทย, นพดล ปัทมะ, พท., พรรคเพื่อไทย, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc158a9eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กแรงงาน” ห่วงคนงานไทยถูกลอยแพในต่างแดน สั่งคุมเข้มตรวจสอบ จับกุมผู้กระทำผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการจัดหางาน เผยยอดเดือนมีนาคมสกัดกั้นผู้ลักลอบไปทำงานต่างประเทศ 261 คน เป็นเกาหลีใต้มากสุด 213 คน ขณะที่มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิจำนวน 6,137 คน ส่วนใหญ่นิยมไปไต้หวันมากที่สุดถึง 2,096 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 -นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องคนงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศเกรงว่าจะถูกหลอกเสียเงินฟรี และยังถูกลอยแพอยู่ในต่างประเทศเพราะไม่มีงานให้ทำ ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน โดยได้สั่งการให้ด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางานเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น กรมการจัดหางานได้ระงับการเดินทางของผู้ที่มีพฤติการณ์จะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศและให้การยอมรับว่าจะไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 261 คน โดยระงับไปเกาหลีใต้มากที่สุด 213 คน คิดเป็นร้อยละ 81.61 ของผู้ที่ถูกระงับการเดินทาง รองลงมาเป็นบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน และอิหร่าน ตามลำดับ ขณะที่มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ จำนวน 6,137 คน ยังคงนิยมไปไต้หวันมากที่สุด จำนวน 2,096 คน คิดเป็นร้อยละ 34.16 รองลงมาเป็นเกาหลีใต้ อิสราเอล ญี่ปุ่นตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติกรรมการหลอกลวงนั้นพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพยังคงนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาชักชวนให้ไปทำงานในต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย และขอย้ำเตือนว่าผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ โดยคนหางานสามารถสอบถามข้อมูลการไปทำงานต่างประเทศหรือแจ้งเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่1-10 หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร. 0-2248-4792 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน นางเพชรรัตน์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33361</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, คนงานไทย, อดุลย์ แสงสิงแก้ว, อธิบดีกรมการจัดหางาน, เกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad9e6907784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
