<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘คนจนกับคดีบุกรุกป่า’ ภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;&amp;nbsp;ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำากินซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำาคัญ แต่ที่ดินส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยคนกลุ่มน้อยเพียงไม่กี่ตระกูล มิหนำซ้ำนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องถิ่นต่างก็ใช้อำนาจเงินและบารมีเข้าไปบุกรุกหรือฮุบเอาป่าไม้และที่ดิน ส.ป.ก.ไปครอบครองโดยไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ชาวบ้านที่ยากไร้เข้าไปทำกินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพียงไม่กี่ไร่และอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่า-อุทยานฯ กลับถูกจับกุมดำเนินคดีและติดคุกไปแล้วนับร้อยหลาย ข้อมูลจากกลุ่มพีมูฟระบุว่า ปัจจุบันมีชาวบ้านทั่วประเทศต้องคดีบุกรุกป่าและทำไม้สูงถึง 46,600 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เผยคดีชาวบ้านโดนฟ้องบุกรุกป่าและทำาไม้ 46,600 คดีทั่วประเทศประยงค์ ดอกลำาไย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือ &amp;lsquo;พีมูฟ&amp;rsquo; (People Movement for a just society : P-Move) บอกเล่าสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินในประเทศไทยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤติ โดยข้อมูลในปี 2561 ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า ประชากรที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงสุดร้อยละ 10 ถือครองที่ดิน 94.86 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 61.5 ขณะที่ประชากรที่ยากจนที่สุดร้อยละ 10 ของประเทศ ถือครองที่ดินรวมกันเพียง 68,330 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.1 หรือแตกต่างกันกว่า 853.6 เท่า ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากมาตรการทางภาษีที่ไม่มีการเก็บภาษีที่ดินในลักษณะอัตราก้าวหน้า รวมทั้งยังไม่มีกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินนอกจากนี้ปัญหาการกระจุกตัวของที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ส่งผลให้คนไทยจำานวนอย่างน้อย 50 ล้านคน หรือร้อยละ 76 ของคนไทยทั้งหมด ไม่สามารถเข้าถึงที่ดินที่ทำากินที่มีเอกสารสิทธิ์ จึงเป็นแรงกดดันและจูงใจให้คนที่ไม่มีที่ดินตัดสินใจเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ รวมทั้งยังมีชุมชนท้องถิ่นและชุมชนชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น บนยอดดอยสูง และในเกาะต่างๆ ในภาคใต้ถูกประกาศเป็นเขตป่าสงวนฯ ป่าอนุรักษ์ เขตอุทยานฯ ทับที่ดินทำกินที่ชาวบ้านอยู่อาศัยมาก่อนตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษอย่างน้อย 2,700 ชุมชน เนื้อที่ประมาณ 5.9 ล้านไร่ โดยทุกวันนี้ชุมชนกำาลังเผชิญปัญหาการถูกไล่รื้อทวงคืนผืนป่า ซึ่งเป็นสถานการณ์วิกฤตและรุนแรงขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำาคัญก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับแนวคิดด้าน สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ จนก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับประชาชนในการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยมีสถิติทางคดีที่เพิ่มสูงขึ้น มีชาวบ้านต้องคดีบุกรุกป่าและทำไม้สูงถึง 46,600 คดีทั่วประเทศ แยกเป็นพื้นที่กรมป่าไม้ ช่วงตุลาคม 2556 ถึงกันยายน 2561 จำานวน 34,804 คดี และพื้นที่กรมอุทยานแห่งชาติ ช่วงตุลาคม 2556 ถึงกันยายน 2562 จำานวน 11,796 คดี&amp;rdquo; ประยงค์แจงคดีที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นโยบาย คสช. &amp;lsquo;ทวงคืนผืนป่า&amp;rsquo; 27 ล้านไร่ทั้งนี้คดีความส่วนใหญ่มาจากนโยบาย &amp;lsquo;ทวงคืนผืนป่า&amp;rsquo; ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีเป้าหมายทวงคืนผืนป่าให้ได้ 27.2 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ป่าทั้งประเทศ โดย คสช.มีคำสั่งที่ 64/2557 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2557 เรื่อง การปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้โดยให้กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลาโหม มหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำาเนินการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่า และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตามผลคดีป่าไม้และดำเนินการพื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย ให้คืนสภาพป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม โดยประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชนและองค์กรชุมชนได้เข้ามีส่วนรวมในการดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้คำสั่งดังกล่าวยังระบุว่า &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามกรณีดังกล่าวข้างต้น จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาเด็ดขาดโดยทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 17 มิถุนายน 2557 คสช.มีคำสั่งที่ 66/2557 ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานเพิ่มเติมเพื่อปฏิบัติภารกิจดังกล่าว คำาสั่งดังกล่าวยังระบุว่า &amp;ldquo;การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำาสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ทวงคืนผืนป่าได้แล้ว 8 แสนไร่ &amp;ldquo;เห็นแต่คนจนเท่านั้นที่ติดคุก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กระนั้นก็ตาม การดำเนินนโยบาย &amp;lsquo;ทวงคืนผืนป่า&amp;rsquo; โดยมีเป้าหมาย 27.2 ล้านไร่นั้น แม้ว่า คสช.ต้องการยึดที่ดินคืนจากนายทุนและผู้มีอิทธิพลเป็นหลัก แต่ในทางปฏิบัติอาจไม่เป็นไปตามนั้น เพราะแม้จะมีข่าวปรากฏตามสื่อต่างๆ ว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับรีสอร์ทและนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าทั่วประเทศไปแล้วหลายสิบราย แต่ข่าวอีกด้านก็โผล่ออกมาฟ้องว่ามีชาวบ้านหลายพื้นที่ถูกจับกุมดำาเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติหรืออุทยานแห่งชาติไม่น้อยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น สวนป่าห้วยน้ำหิน อ.นาน้อย จ.น่าน มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวน 298 ราย อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี 10 ราย คดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ จำานวน 14 ราย รวม 19 คดี โดนฟ้องบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ตั้งแต่ 1 ไร่ - 14 ไร่ บางรายโดนจำคุกแล้ว ส่วนใหญ่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำาคุกตั้งแต่ 5-17 เดือน และให้ชดใช้ค่าเสียหายตั้งแต่ 40,000-190,000 บาท และผู้ที่บุกรุกพื้นที่ 46 ไร่ ให้จำคุก 4 ปี ชดใช้ 900,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ตั้งแต่ดำเนินนโยบายทวงคืนผืนป่าในปี 2557 ถึงกันยายน 2561 ได้ดำาเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าแล้ว 28,821 คดี ยึดคืนพื้นที่ป่าทั่วประเทศได้ 818,856 ไร่ !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนข้อมูลจากประยงค์ ดอกลำาไย ที่ปรึกษาพีมูฟระบุว่า มีคดีบุกรุกป่าและทำไม้สูงถึง 46,600 คดีทั่วประเทศ แยกเป็นพื้นที่กรมป่าไม้ ช่วงตุลาคม 2556 - กันยายน 2561 จำานวน 34,804 คดี และพื้นที่กรมอุทยานแห่งชาติ ช่วงตุลาคม 2556 - กันยายน 2562 จำานวน 11,796 คดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ข้อมูลจากกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติไม่ได้จำาแนกว่ามีนายทุนถูกดำเนินคดีกี่ราย และประชาชนคนยากจนถูกดำาเนินคดีกี่ราย ? แต่ที่เห็นก็คือ คนที่ถูกดำเนินคดีเป็นผู้ยากไร้ทั้งนั้น&amp;rdquo; ประยงค์ตั้งข้อสังเกต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ใช้เงินภาษี 2,800 ล้านบาทเพื่อผลิตความยากจนและความเหลื่อมล้ำ !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;สุมิตรชัย หัตถสาร ผู้อำานวยการศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น กล่าวถึงผลกระทบจากการดำาเนินคดีว่า สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เคยสำารวจต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ พบว่า คดีอาญามีต้นทุนประมาณ 70,000 บาทต่อคดี คดีป่าไม้ในช่วงยุค คสช.มีทั้งหมดประมาณ 40,000 คดี จะต้องใช้เงินถึง 2,800 ล้านบาทในการดำเนินคดีกับชาวบ้าน 40,000 ครอบครัว เพราะเมื่อคนหนึ่งโดนคดีแล้วมันหมายรวมถึงที่ทำากินทั้งครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เราใช้ภาษีในการทำคดีไป 2,800 ล้านบาทเพื่อผลิตความยากจนและความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นในครอบครัวเหล่านั้น เพราะคนเหล่านี้กลายเป็นคนไร้ที่ดินทันทีเมื่อถูกดำาเนินคดี ยังไม่นับรวมต้นทุนของชาวบ้านที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน นำางินไปประกันตัว ลูกเต้าไม่มีเงินเรียน&amp;rdquo; สุมิตรชัยยกตัวอย่างผลกระทบที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;กรณีตัวอย่าง นางวันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง ชาวบ้านแม่กวัก อ.งาว จ.ลำาปาง ถูกเจ้าหน้าที่อุทยาน(เตรียมจัดตั้งอุทยานฯ) แห่งชาติถ้ำาผาไท บังคับให้ตัดฟันยางพาราในพื้นที่ทำากิน 12 ไร่ในปี 2556 และปี 2558 ประมาณ 760 ต้น และถูกเจ้าหน้าที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่งดำเนินคดีตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ทั้งที่มีหลักฐานว่าครอบครัวของนางวันหนึ่งได้เข้าครอบครองทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่าสงวนฯ ป่าแม่โป่งในปี 2514 ทำให้ครอบครัวต้องลำบาก ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องไปรับจ้างกรีดยางพารา มีรายได้ไม่พอกินเพราะต้องเอาเงินไปสู้คดีจนลูกต้องออกจากโรงเรียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;กรณีชาวบ้านอำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดนข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติผาแต้มและป่าสงวนฯ ตามนโยบายทวงคืนผืนป่า โดยในเดือนพฤศจิกายน 2561 หัวหน้าอุทยานฯ ผาแต้มได้แจ้งความดำาเนินคดีกับชาวบ้านท่าล้งจำนวน 6 ราย โดยกล่าวหาว่ากระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และกระทำาผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เช่น ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือ ครอบครองป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฯลฯ และดำาเนินคดีกับชาวบ้านตามุย 1 รายในเดือนเมษายน 2562 ในข้อหาเดียวกัน ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินคดี โดยชาวบ้านส่วนใหญ่มีที่ดินทำกินเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เช่น ฤทธิ์ จันทร์สุข ชาวบ้านตามุยซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและติดกับอุทยานฯ ผาแต้ม ครอบครองที่ดินต่อมาจากพ่อที่เข้าทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่าสงวนฯ และอุทยานฯ ผาแต้ม (ตอนนี้พ่ออายุ 88 ปี ป่าสงวนฯ ประกาศปี 2516 อุทยานฯ ประกาศปี 2534) เนื้อที่ 2 ไร่เศษ เพื่อปลูกมันสำาปะหลัง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาแจ้งให้ฤทธิ์ออกจากพื้นที่ทำากิน โดยนำาภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบแล้วแจ้งว่าฤทธิ์บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ หลังคำาสั่ง คสช.(17 มิ.ย.2557) แต่เขาไม่ยอมออกจากพื้นที่ทำากิน พร้อมยืนยันว่าพ่อของตนครอบครองที่ดินมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;อุทยานฯ จะให้ผมเซ็นต์ยอมคืนพื้นที่ แต่ผมไม่ยอม เพราะมีที่ดินทำกินแค่ 2 ไร่ เป็นที่ดินที่พ่อทำากินมานานแล้วก่อนประกาศเป็นป่าสงวนฯ เมื่อผมไม่ยอมอุทยานฯ เขาก็ฟ้องคดีกับผม ผมก็ต้องสู้ เพราะถ้าไม่สู้ก็ไม่มีที่ทำกิน จะไปหาปลาตอนนี้น้ำโขงก็แล้ง ขึ้นลงไม่เป็นเวลา เพราะมีการสร้างเขื่อนมากมาย ปลาก็หายไป จับได้เล็กๆ น้อย ไม่พอเลี้ยงครอบครัว&amp;rdquo; ฤทธิ์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งหมดนี้เป็นเพียงกรณีตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น และหากศาลตัดสินว่ามีความผิด นอกจากชาวบ้านเหล่านี้จะต้องติดคุกแล้ว ยังต้องชดใช้ค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มาตรา 97 ซึ่งเป็นการคิดค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อม หรือเรียกว่า &amp;lsquo;คดีทำให้โลกร้อน&amp;rsquo; คิดค่าเสียหายประมาณไร่ละ 150,000 บาทต่อปี เช่น หากครอบครองที่ดิน 2 ไร่นาน 3 ปี จะต้องชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 900,000 บาท !! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เสนอยกเลิกนโยบายทวงคืนผืนป่า-นิรโทษกรรมชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าที่ชาวบ้านคนยากคนจนต้องตกเป็นจำเลย ขณะที่นักการเมืองและผู้มีอิทธิพลเข้าไปถือครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยไม่ผิดกฎหมาย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือพีมูฟได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดเวทีเสวนา &amp;ldquo;จากปารีณา 1,700 ถึงกรณีปัญหาที่ดินป่าไม้ของคนจน รัฐบาลประยุทธ์มีกี่มาตรฐาน&amp;rdquo; เมื่อต้นเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยตอนท้ายของการจัดงาน พีมูฟและเครือข่ายได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เป็นอิสระและให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงจากพื้นที่ พิจารณาให้มีการนิรโทษกรรมให้แก่ชาวบ้านที่โดนดำเนินคดีอันเนื่องมาจากนโยบายทวงคืนผืนป่าและคดีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนโยบายของรัฐ รวมถึงความบิดเบือนในการดำาเนินการ อาทิ คดีโลกร้อน โดยจะต้องมีการจัดตั้งกองทุนเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;2.รัฐบาลจะต้องยกเลิกนโยบายทวงคืนผืนป่า แผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ พ.ศ.2557 โดยกองอำานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อยุติการขยายผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวทันที และจะต้องให้เอาหน่วยงานทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคงออกจากกลไกการแก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดิน เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านที่ดินและทรัพยากรป่าไม้สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกับชุมชนและผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;3.การปฏิรูปกฎหมายป่าไม้ ทบทวนและแก้ไขนิยามคำว่าป่าไม้ตามมาตรา 4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ที่ดินทุกฉบับ รวมทั้งคำสั่งภายใต้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากเป็นนโยบายและกฎหมายที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในวงกว้าง ฯลฯ และจะต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำา และประชาชนสามารถเข้าถึงที่ดินอันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพได้อย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;4.รัฐจะต้องเปิดเผยข้อมูลการครอบครองที่ดิน ยกเลิกการประกาศที่ดินรัฐทุกประเภทที่ซ้อนทับกับที่อยู่อาศัยและที่ดินหรือพื้นที่สาธารณะของชุมชน จัดการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อผู้กระทำผิดในการออกเอกสารสิทธิที่ดิน และ/หรือผู้ที่ครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะนายทุนและนักการเมืองที่มีการใช้อิทธิพลและอำานาจในการครอบครองที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (สปก.) หรือ ภบท. อย่างมิชอบ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;ทั้งนี้ข้อเสนอดังกล่าวนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจะนำมาเสนอต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมที่มีนายวิษณุ เครืองาม (รองนายกรัฐมนตรี) เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ให้ประชาชน คนยากจนได้รับความเป็นธรรม และมีสิทธิในที่ดินทำกินเพื่อเลี้ยงครอบครัว !!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52931</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, คนจนกับคดีบุกรุกป่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ‘คนจนกับคดีบุกรุกป่า’ ภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcc70e9afb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
