<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพทย์ชนบท&#039;ชี้ทางออกวิกฤตโควิดคนจนเมือง  เร่งเปิดศูนย์กักตัวชุมชนทุกเขต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 &amp;ndash; เพจชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความ ระบุว่า คนจนเมืองกับบ้านหลังเล็กๆเขาจะทำ​home isolation ได้อย่างไร อุปสรรคอย่างยิ่งของคนจนเมืองในชุมชน​แออัด​คือเขาอยู่กันอย่างหนาแน่นในชุมชน​และอยู่กันบ้านหลังเล็กๆ​ เมื่อมีคน ติดเชื้อสัก 1 คนอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็จะติดเชื้อทั้งบ้าน​ ดังนั้นเราจึงพบทั้งเด็กเล็กเด็กโตผู้สูงอายุติดเชื้อเป็นจำนวนมากแม้จะไม่ได้ออกไปไหน&amp;nbsp;ความยากของคนจนเมืองก็คือ จะกักตัวเองที่บ้านอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อคนในครอบครัว​ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคำตอบหนึ่งที่สำคัญมากที่จะช่วยคนจนเมืองในชุมชนแออัด​ ก็คือการเปิดศูนย์พักคอยหรือศูนย์กักชุมชน​ โดยใช้สถานที่กลาง​ เช่นโรงเรียนหรืออาคารของทางราชการที่มีพื้นที่ว่าง​ รับตัวคนติดเชื้อโควิดมานอนรวมกัน​ แยกเขาออกจากบ้านเพื่อจะได้ลดการแพร่ระบาดของโรคในครอบครัวเขาและในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้ศูนย์พักคอยหรือศูนย์กักชุมชนในกรุงเทพฯยังมีน้อยมาก​ น้อยและไม่ครอบคลุมทุกแขวงทุกเขต​ จึงไม่สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนจนเมืองในชุมชนแออัด​ เขาฝากความหวังกับเรื่องนี้มา​ หวังให้รัฐบาล​ กทม.​และเอกชนร่วมด้วยช่วยกัน​ พวกเขาพร้อมที่จะเป็นอาสาสมัครในการร่วมดูแล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112392</URL_LINK>
                <HASHTAG>HI, คนจนเมือง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cc045ccd95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 นักวิชาการปัดหนุนกลุ่มการเมือง!แจง&#039;ฆ่าตัวตาย&#039;จากไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่งานวิจัย เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลที่ปรากฎในสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.63 - คนจนเมืองในภาวะวิกฤติโควิด-19 เผยแพร่จดหมายชี้แจง เรื่อง เรื่อง &amp;quot;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;quot;ฆ่าตัวตาย&amp;quot; จากไวรัสโควิด-19 และข้อเสนอแนะ&amp;quot; ของ คณะนักวิจัยโครงการ &amp;#39;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;#39; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก &amp;rdquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;lsquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rsquo; จากไวรัสโควิด-19 และข้อเสนอแนะ&amp;rdquo; ของคณะนักวิจัยโครงการ &amp;quot;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;quot; ได้ทำให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งในด้านหนึ่งก็ส่งผลดีในแง่ที่ทำให้เกิดการมองปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรอบด้านมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ก่อให้เกิดข้อกังขาบางประการในสังคม อีกทั้งยังมีความเข้าใจผิดอีกด้วยว่าเป็นการนำเสนอรายงาน &amp;ldquo;ผลการวิจัย&amp;rdquo; ทั้งๆ ที่เป็นเพียง &amp;ldquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูล&amp;rdquo; เพื่อเสนอแง่คิดที่คณะนักวิจัยเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่ควรจะได้รับการพิจารณาในการแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสในครั้งนี้ เพราะเป็นมิติที่มีรากฐานอยู่บนความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ความเหลื่อมล้ำได้ทำให้คนยากจนต้องทุกข์ยากมากยิ่งขึ้นและหลายคนถึงกับหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนักวิจัยใคร่ขอย้ำว่า เราได้ใช้คำขึ้นต้นว่า &amp;ldquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูล&amp;rdquo; ซึ่งบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเราทำเพียงการรวบรวมข้อมูลจากสื่อที่ได้ระบุว่าแรงจูงใจสุดท้ายที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตายนั้นสัมพันธ์กับผลกระทบอันเกิดการจัดการควบคุมไวรัสโควิด-19 และการไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐหรือยังไม่ได้รับ การรวบรวมข้อมูลชุดนี้เสนอต่อสังคม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแก้ปัญหาที่คำนึงถึงคนยากจนและมิติความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คำนึงถึงข้อจำกัดต่างๆ ที่ทำให้คนยากจนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงมาตรการต่างๆ ที่รัฐนำมาใช้ เพื่อแสวงหาแนวทางในการช่วยเหลือคนยากจนทั้งหลายได้อย่างทันท่วงทีและครอบคลุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรวบรวมข้อมูลผู้ฆ่าตัวตายในเอกสารเน้นเฉพาะกรณีที่ได้ระบุไว้ว่าเกี่ยวพันกับไวรัสโควิดและการช่วยเหลือของรัฐเท่านั้น จึงไม่ได้เก็บข้อมูลผู้ที่ฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุอื่นๆ และไม่ได้คิดจะเปรียบเทียบศึกษาการฆ่าตัวตายในช่วงเวลาต่างๆแน่นอนว่า เราตระหนักดีว่าการฆ่าตัวตายมีสาเหตุหลากหลายปัจจัยซ้อนทับ แต่ในกรณีที่เก็บข้อมูลมานำเสนอก็เพี่อที่จะบ่งบอกถึง ฟางเส้นสุดท้ายของผู้คนกำลังกดทับจนไม่สามารถที่จะมองหาทางออกในชีวิตได้ การที่กรมสุขภาพจิตได้ท้วงติงเราถือเป็นเรื่องดี และขอให้กรมสุขภาพจิตได้ร่วมกันลดทอนน้ำหนักของฟางเส้นสุดท้ายนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งการแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; เกิดขึ้นบนเงื่อนไขที่คณะนักวิจัยได้ร่วมกันทำโครงการวิจัยเรื่อง &amp;quot;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;quot; มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 คณะนักวิจัยได้ทำงานวิจัยและทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาและการแก้ปัญหาความยากจนอันเกิดจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมืองร่วมกับพี่น้องคนจนทั้งในเมืองและชนบทมานาน จนคณะนักวิจัยตระหนักร่วมกันว่า &amp;ldquo;เมือง&amp;rdquo; ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไพศาลและลึกซึ้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างมากมายและคนที่ได้รับกระทบมากที่สุดก็คือ &amp;ldquo;คนจนเมือง&amp;rdquo; ซึ่งโครงการวิจัยเกี่ยวกับ &amp;ldquo;คนจนเมือง&amp;rdquo; นี้ ยังคงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้การทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูลทำวิจัยลำบากมากขึ้น แต่เราก็ตระหนักชัดเจนว่าผลกระทบของโควิด-19 และการจัดการแก้ปัญหาของรัฐมีผลกระทบต่อคนจนเมืองที่เรากำลังศึกษาวิจัยอย่างหนัก คณะนักวิจัยจึงได้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์ปัญหาที่คนจนเมืองกำลังประสบจากมาตรการต่างๆ ในการควบคุมโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นงานเฉพาะกิจพิเศษนอกเหนือจากงานตามแผนการศึกษาที่วางไว้ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาที่คนจนเมืองกำลังเผชิญ ดังเอกสาร &amp;ldquo; สรุปผลการสำรวจคนจนเมืองในภาวะวิกฤติโควิด-19 และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล &amp;rdquo; ที่ได้เสนอต่อสังคมในวันที่ 13 เมษายน 2563 ซึ่งเราได้ออกแบบสอบถามทั้งหมด 507 ชุด สำรวจทั้งหมด 18 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเอกสาร &amp;ldquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; จากไวรัสโควิด-19 และข้อเสนอแนะ&amp;rdquo; เป็นดังที่ได้ชี้แจงข้างต้นว่า &amp;quot;มาจากการรวบรวมข้อมูล&amp;quot; ที่ปรากฎในสื่อมวลชน &amp;quot;เฉพาะ&amp;quot; การฆ่าตัวตายหรือการพยายามฆ่าตัวตายที่มีการระบุว่าสัมพันธ์กับโควิด-19 เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้นักหนาสาหัสเพียงไรต่อคนยากจน ซึ่งรัฐบาลและสังคมจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาโรคระบาดโดยที่คำนึงถึงคนยากจนมากขึ้นและแก้ไขอย่างทันท่วงทียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอตัวเลขเปรียบเทียบการตายของผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยตรง กับการฆ่าตัวตายที่สัมพันธ์กับมาตรการของรัฐในการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นความต้องการชี้ให้เห็นอีกด้านหนึ่งของปัญหาที่มีอยู่ในการทำงานช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาล คณะนักวิจัยมิได้มีเจตนาที่จะลดทอนผลสำเร็จของการทำงานด้วยความเสียสละ ความทุ่มเท และความอดทนของบุคลากรและหน่วยงานทางสาธารณสุขในทุกพื้นที่แต่ประการใด อีกทั้งตระหนักเป็นอย่างดีว่า ถ้าหากการควบคุมการระบาดและการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ไม่บรรลุผล ก็จะเกิดการระบาดกว้างขวางจนทำให้คนทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะคนยากจนต้องเดือดร้อนอย่างยิ่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่คณะนักวิจัยก็ต้องการเรียกร้องให้การออกมาตรการต่างๆ ของรัฐดำเนินไปโดยตระหนักถึงผลกระทบต่อผู้คนและความเหลื่อมล้ำที่ทำร้ายคนอย่างรุนแรงเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอผลงานการสำรวจและการรวบรวมข้อมูลของโครงการวิจัยทั้งสองครั้ง คณะนักวิจัยมิได้เสนอโครงการขอรับงบประมาณเพิ่มจากงานเดิมแต่อย่างใด เป็นงานเสริมของคณะนักวิจัยที่ได้ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว และเป็นการทำงานด้วยความรู้สึกกังวลต่อปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น คณะนักวิจัยก็เป็นเหมือนคนไทยทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยสังคม และยืนยันว่านี่เป็นการทำงานตามพันธกิจที่นักวิชาการพึงมีต่อสังคม ทั้งนี้ การนำเสนอผลการสำรวจและการรวบรวมข้อมูลทั้งสองครั้งเป็นไปโดยยึดหลักการเสรีภาพทางวิชาการ และความเคารพในความคิดที่แตกต่าง โดยที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และต้องยืนยันว่าคณะนักวิจัยมิได้สนับสนุนกลุ่มการเมืองใดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่มีจุดยืนในการวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจรัฐเมื่อเห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชน หรือมิได้เป็นการใช้อำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเชื่อมั่น
คณะนักวิจัยโครงการ &amp;quot;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64662</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนจนเมือง, นักวิจัย, นักวิชาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea9845fc2197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
