<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเดินตามเป้า ฉีดวัคซีนคนท้อง 1 เดือน 1 แสนราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ
14 ก.ย.64- &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมอนามัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดโครงการรณรงค์ให้หญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งเป้า &amp;ldquo;1 เดือน 1 แสนราย&amp;rdquo; เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน ถึง 13 ตุลาคม 2564 เร่งเพิ่มจำนวนฉีดวัคซีนให้กับหญิงตั้งครรภ์ จากปัจจุบันมีได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกเพียง 5 หมื่นกว่าราย จาก 5 แสนราย ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งระดมฉีดให้วัคซีนให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยง &amp;ldquo;608&amp;rdquo; ประกอบไปด้วย กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 โรค และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขพบว่า นับตั้งแต่เมษายนจนถึงปัจจุบัน กลุ่มหญิงตั้งครรภ์มีอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 2.26 หรือ เมื่อติดเชื้อแล้วพบว่ามีอาการรุนแรง ส่งผลให้ทารกคลอดก่อนกำหนดและเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 จากแม่ จึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า จะมีการเริ่มระดมฉีดวัคซีนเชิงรุกให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ ผ่านช่องทางศูนย์บริการฉีดวัคซีน โรงพยาบาลขนาดใหญ่ และในท้องถิ่น อาทิ รพ.สต. หรือ คลินิกฝากครรภ์ ที่จะได้รับการจัดสรรควัคซีนลงไปเพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจถึงความสำคัญในการฉีดวัคซีนแก่กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและลดความรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่แม่และเด็กในครรภ์ รวมถึงภูมิคุ้มกันจะสามารถส่งผ่านการให้นมบุตรอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว ยังขอเชิญชวนให้กลุ่มหญิงตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งฉีดชนิดใดก่อนก็ได้แต่ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ระหว่างการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ได้ โดยสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่หน่วยบริการในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติทุกแห่ง ทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลสต. ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) และคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมฯ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116651</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนท้อง, ฉีดวัคซีน, สาวรัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8052672a42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงคนท้องเสียชีวิตจากโควิดมากกว่าคนทั่วไป 2.5 เท่า สาเหตุส่วนใหญ่หายใจล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้มีการหารือเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้กับหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์&amp;nbsp;12 สัปดาห์ขึ้นไป&amp;nbsp;ที่พบการเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้&amp;nbsp;5 แสนคนภายในสิ้นปี&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันฉีดเข็มที่หนึ่งไปได้เพียง 27,519&amp;nbsp;ราย หรือ&amp;nbsp;5.5%&amp;nbsp;ฉีดเข็มสองได้เพียง&amp;nbsp;2,078 ราย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;0.4%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยและเสียชีวิตจากการติดโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขระหว่างวันที่&amp;nbsp;1 เม.ย. &amp;ndash; 11&amp;nbsp;ส.ค. พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;185 ราย เสียชีวิต 29 ราย ค่ากลางอายุผู้เสียชีวิตจะอยู่ที่&amp;nbsp;33 ปี&amp;nbsp;และยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุครรภ์&amp;nbsp;29-42 สัปดาห์&amp;nbsp;สูงถึง&amp;nbsp;55% รองลงมาคือ 14-28 สัปดาห์ สูงถึง&amp;nbsp;41%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์แห่งประเทศไทยยังมีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าวและได้ให้ข้อมูลการวิเคราะห์ของกระทรวงสาธารณสุขที่รวบรวมระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธ.ค.63 &amp;ndash; 13&amp;nbsp;ส.ค.64&amp;nbsp;เกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในสตรีตั้งครรภ์ พบว่า สตรีตั้งครรภ์ที่ติดโควิด-19&amp;nbsp;มีอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;1.85 ซึ่งสูงเป็น&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เท่าของคนทั่วไป โดยการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการหายใจล้มเหลว เนื่องจากสรีระของหญิงตั้งครรภ์ที่มดลูกโตขึ้นพร้อมน้ำคร่ำในมดลูกมากขึ้นจึงดันให้ปอดขยายตัวลำบาก และยังพบอัตราการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกร้อยละ&amp;nbsp;11.8&amp;nbsp;ดังนั้น ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์แห่งประเทศไทยจึงมีหนังสือไปยังทุกจังหวัดให้เร่งระดมค้นหาหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์เกิน&amp;nbsp;12 สัปดาห์มาเข้ารับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;โดยอายุครรภ์ดังกล่าวจะมีความปลอดภัย เพราะเด็กมีอวัยวะครบแล้ว ไม่เป็นอันตราย และยังเป็นการส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ทารกในครรภ์ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114504</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนท้อง, ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์, ศบค., หญิงตั้งครรภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110e3223932d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ ขรก.อินโดนีเซียไม่รับหญิงท้อง-คนข้ามเพศเข้าทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ตรวจการรัฐสภาอินโดนีเซียเผย การรับสมัครข้าราชการของหลายกระทรวงมีนโยบายเลือกปฏิบัติ ไม่รับหญิงมีครรภ์, คนพิการและกลุ่มแอลจีบีทีเข้าทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ชาวอินโดนีเซียหลายล้านคน ยื่นใบสมัครตำแหน่งข้าราชกาารพลเรือนราว 200,000 ตำแหน่งทั่วประเทศที่เปิดรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นีนิก ราฮายู กรรมาธิการผู้ตรวจการรัฐสภาของอินโดนีเซีย เผยเมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายนว่า จากการสอบสวนในปีนี้ พบว่ามีการเลือกปฏิบัติในการลงประกาศรับสมัครงานของกระทรวงกลาโหม, กระทรวงการค้าและสำนักอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นีนิกเผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ประกาศรับสมัครงานของกระทรวงกลาโหมไม่รับหญิงมีครรภ์ ขณะที่กระทรวงการค้าและสำนักอัยการสูงสุดไม่รับกลุ่มคนข้ามเพศหรือกลุ่มแอลจีบีที ยิ่งกว่านั้นสำนักอัยการสูงสุดแถลงด้วยว่าเปิดรับสมัครเฉพาะบุคคลปกติเท่านั้น การห้ามบุคคลไม่ให้สมัครงานเพราะว่าเขาเป็นคนข้ามเพศ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นีนิกระบุว่า ผู้ตรวจการรัฐสภาเรียกร้องไปยังกระทรวงต่างๆ ให้ยกเลิกนโยบายรับคนเข้าทำงานดังกล่าว แต่มีเพียงกระทรวงการค้าเท่านั้นที่ปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักอัยการสูงสุดของอินโดนีเซียเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีนโยบายไม่รับสมัครคนที่เป็นเกย์และคนข้ามเพศ เพราะต้องการรับผู้สมัครที่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุสมัน ฮามิด ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลอินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่า กระทรวงต่างๆ ของอินโดนีเซียควรคัดเลือกข้าราชการพลเรือนจากคนดีที่สุดและเก่งที่สุด ไม่ใช่เลือกตามอำเภอใจและจากความเกลียดชัง และควรยกเลิกกฎการคัดเลือกคนเข้าทำงานเช่นนี้ที่ละเมิดรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียและกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอินโดนีเซีย, คนข้ามเพศ, คนท้อง, อินโดนีเซีย, เลือกปฏิบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c4608e5ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
