<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนร.เคาะลุย&#039;บ้านเคหะสุขประชา&#039;แสนยูนิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เมษายน 2564 นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2564 ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จัดทำโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านเคหะสุขประชา โดยมีเป้าหมายที่จำนวน 100,000 หน่วย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปีละ 20,000 หน่วย) ภายใต้แนวคิดบ้านเคหะสุขประชา = บ้านพร้อมอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมอบหมายให้ กคช. จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว และให้มีการพิจารณานำการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) มาใช้ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำเสนอแนวทางการดำเนินการให้ คนร. พิจารณาอีกครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ของบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจที่ปัจจุบันมีจำนวน123 แห่ง โดยมีบริษัทในเครือที่มีผลกำไรจำนวน 71 แห่ง ขาดทุนจำนวน 25 แห่ง และอยู่ระหว่างยุบเลิก/ถอนการลงทุนจำนวน 27 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนร. ได้มีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจพิจารณาความจำเป็นและกำกับดูแลบริษัทในเครือให้ดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ สร้างผลกำไรให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และมีผลตอบแทนให้แก่รัฐวิสาหกิจ สำหรับบริษัทในเครือที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ก็ให้รัฐวิสาหกิจพิจารณายุติกิจการโดยเร็วต่อไป&amp;rdquo; นางปานทิพย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ที่ประชุม คนร. ยังรับทราบการดำเนินงานตามความเห็นและข้อเสนอแนะของ คนร. ในการประชุมครั้งที่ 1/2564เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2564 ที่ได้มีความเห็นในเชิงนโยบายต่อการพัฒนารัฐวิสาหกิจในเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงาน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทต่าง ๆ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด - 19 รวมทั้ง ให้เน้นการนำ BCG Model มาใช้ในการวางแผนดำเนินการ และให้ความสำคัญการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดย สคร. ได้นำความเห็นเชิงนโยบายข้างต้นไปปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ สำหรับรัฐวิสาหกิจใช้ในการวางแผนในปี 2565 แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99737</URL_LINK>
                <HASHTAG>100000 ยูนิต, คนร., บ้านเคหะสุขประชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a680732144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ปิดปากเงียบไม่ตอบโละทีมเศรษฐกิจพ้นครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 63 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 3/2563&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง&amp;nbsp; และรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดประชุมเพียงสั้นๆ ว่า การประชุมวันนี้ถือเป็นวาระสำคัญในการพิจารณาฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) และขอบคุณคนที่ร่วมกันแก้ปัญหาทั้งของเดิม ของใหม่ และไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทักทายสื่อมวลชน แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจทั้งหมดตามกระแสข่าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่ชะลอเดินเพื่อฟังคำถามแต่ไม่ตอบใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68103</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร., ทีมเศรษฐกิจ, นายกฯ, บิ๊กตู่, ปรับครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddae3322a69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;ยันวันนี้ได้ข้อสรุปแผนฟื้นฟูการบินไทย ชงเข้าครม.19พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โดยมี อุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมฯว่า วันนี้ยังมีหลายปัญหาที่เราต้องแก้ ด้วยเพราะยังต้องมีการเปลี่ยนแปลง เช่นเรื่องการเรียนออนไลน์ก็ยังมีปัญหา วัตถุประสงค์คือต้องการให้การเรียนไม่ขาดตอน หลังจากนั้นก็ต้องไปเปิดเรียนมาตรฐาน แต่มีคนไปเข้าใจว่าจะทำแบบนี้ไปตลอด ซึ่งไม่ใช่ ส่วนเรื่องการเยียวยาก็ค่อยๆเรียบร้อยไปเรื่อยๆ อะไรที่ยังไม่พร้อมก็ต้องทยอยทำไป ในส่วนเรื่องปัญหาของการบินไทยนั้นต้องการให้ได้ข้อสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ยังปฎิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องแผนการฟื้นฟูการบินไทย โดยขอให้รอการประชุมก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอุตตม กล่าวว่า วันนี้คาดว่าจะได้ข้อยุติการแก้ปัญหา บริษัทการบินไทยฯ รวมทั้งแผนฟื้นฟูการบินไทย เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 19 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66218</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, คนร., นายกฯ, อุตตม สาวนายน, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec2019b7cefc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลจับตา&#039;บิ๊กตู่&#039;หัวโต๊ะถก&#039;คนร.&#039;อุ้มการบินไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ว่า ในการจัดประชุมวันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเลือกที่ 1: อุ้มการบินไทย ตามแผนฟื้นฟูแบบลอย ๆ อย่างเดิมที่เป็นข่าว &amp;ldquo;ค้ำประกันเงินกู้ 5.4 หมื่นล้านบาท ตามด้วยการเพิ่มทุนอีก 8.3 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเลือกที่ 2: กลับลำ ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการ แบบที่พรรคก้าวไกลและอีกหลายฝ่ายกำลังเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลออกมาเป็นไปตามทางเลือกที่ 1 พรรคก้าวไกลจะรู้สึกเสียดายเงินภาษีมาก เพราะเป็นการอุ้มไปอยู่ไปแบบไร้อนาคต ดังที่พวกเราได้แสดงจุดยืนและออกแถลงการณ์เรียกร้องไม่ให้อุ้ม มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลออกมาเป็นไปตามทางเลือกที่ 2 พรรคก้าวไกลเห็นด้วยและขอให้คำแนะนำเพื่อดักทางไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ให้มืออาชีพจริง ๆ เข้ามาผ่าตัด ไม่เอาพวกที่เป็นเครือข่ายการสืบทอดอำนาจเข้ามาอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ไม่ถ่วงเวลาโดยบอกว่าต้องทำโน่นนี่นั่นก่อน แล้วสุดท้ายเอาเงินภาษีไปอุ้มอยู่ดี เพราะตอนนี้สภาพคล่องของการบินไทยได้หมดลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ต้องไม่มีไอ้โม่งมารอฮุบกิจการ แต่ต้องเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาร่วมวงได้อย่างเสรีและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ในการฟื้นฟูกิจการ จะมีทางออกได้ 3 ทางในแง่ของความเป็นเจ้าของการบินไทย อันจะส่งผลต่อการบริหารจัดการในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ (ก) เป็นเอกชนมากขึ้น (ข) คล้ายเดิม และ (ค) เป็นรัฐมากขึ้น ซึ่งจากข่าว รัฐบาลคงทำแบบ (ข) เช่น ลดสัดส่วนที่กระทรวงการคลังถือหุ้นจาก 51% เป็น 49% โดยส่วนต่าง 2% คือให้หน่วยงานหรือกองทุนอื่นของรัฐมาถือแทน&amp;nbsp; พรรคก้าวไกลอยากให้รัฐบาลกลับไปคิดให้รอบคอบอีกครั้งในส่วนนี้ โดยเราเห็นว่ารัฐควรมีความเป็นเจ้าของเพียง 0-25% เพื่อปราศจากการครอบงำหรือแทรกแซงโดยนักการเมืองหรือทหารการเมือง เราอยากเห็นการบินไทยมีมืออาชีพเข้ามาทำงานแทนเครือข่ายของผู้มีอำนาจ กองทัพ และข้าราชการ จึงจะหลุดพ้นจากวงจรขาดทุน โดยไม่ต้องนำเงินภาษีไปอุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรพรรคก้าวไกล ก็จะติดตามประเด็นนี้ต่อไป เพื่อให้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนถูกใช้อย่างคุ้มค่าและโปร่งใส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66214</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ก้าวไกล, คนร., นายกฯ, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec1fb188e5c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ไฟเขียวแผนอุ้ม&#039;การบินไทย&#039;รอชงครม.เคาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ภายหลังการประชุม นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดเผยผลการประชุม ว่าที่ประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งแรกของ คนร. ภายใต้พระราชบัญญัติการพัฒนาการกากับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 ซึ่ง คนร.ได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด เพื่อผลักดันงานเร่งด่วนของ คนร. ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ โดยมีนายเทวินทร์ วงศ์วานิช เป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อจัดทาร่างแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ และ 2.คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจโดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อจัดทำร่างหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาส กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแผนการแก้ไขปัญหาของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผ่านการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังมาแล้ว ซึ่ง คนร. เห็นด้วยในหลักการของแผนดังกล่าวที่จะช่วยแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้นและระยะยาวภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การบินไทยสามารถสนับสนุนยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนของประเทศได้อย่างยั่งยืน และได้มอบให้กระทรวงคมนาคมนาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64609</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ, คนร., นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81fb213f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายประชาชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ชี้ปมอุ้มขังเอ็นจีโอใต้ เหตุ&#039;คนร.&#039;เปิดอ้าซ่าแหล่งหินอุตสาหกรรมประเคนทุนเหมือง จี้ยกเลิกขอประทานบัตรบริษัทลงดาบหนักขึ้นบัญชีดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.62 - จากกรณีเกิดเหตุความรุนแรงต่อนายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคใต้ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุงเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอประทานบัตรที่ 1/2562 โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ที่จัดขึ้น ณ มัสยิดอัสซอลีฮีน ม.4 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในทันทีที่นายเอกชัยไปถึงสถานที่จัดเวทีฯก็ได้ถูกชายฉกรรจ์มากกว่าสิบคนขัดขวางไม่ให้เข้าร่วมเวทีและยึดโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ บัตรประจำตัวประชาชน และบังคับควบคุมตัวออกจากสถานที่จัดงานนำไปกักขังไว้ในสถานที่แห่งหนึ่งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงจนกระทั่งการจัดเวทีฯเสร็จสิ้นจึงถูกปล่อยตัวออกมา &amp;nbsp;โดยทำการลบข้อมูลทุกอย่างออกจากโทรศัพท์มือถือและกล้องหน้ารถและข่มขู่ไม่ให้แจ้งความดำเนินคดีและห้ามยุ่งเกี่ยวกับการขอประทานบัตรทำเหมืองหินที่นี่อีก &amp;nbsp;หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่รับรองความปลอดภัยของนายเอกชัยและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ออกแถลงการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากนโยบายที่ผิดพลาดในยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่ โดยระบุว่า ต้นเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อนายเอกชัยมีองค์ประกอบของกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในกิจการเหมืองแร่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย &amp;nbsp;กล่าวคือ &amp;nbsp;พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือกฎหมายแร่ฉบับใหม่บัญญัติให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ นโยบายและแผนแม่บทในการบริหารจัดการแร่ขึ้นมาโดยพื้นที่ที่จะกําหนดให้เป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ &amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า &amp;nbsp;เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ &amp;nbsp;เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด &amp;nbsp;พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ &amp;nbsp;หรือพื้นที่ แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม &amp;nbsp;แต่ในความเป็นจริงคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่งได้จัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2564 ขึ้นมาโดยละเว้นให้พื้นที่แหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ที่ประกาศก่อนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดแหล่งหินอุตสาหกรรม (อุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง) ของกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว แต่ไม่สามารถประกาศได้ทันก่อนวันที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ให้เป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองทั้งหมด &amp;nbsp;ทั้ง ๆ ที่พื้นที่แหล่งหินฯตามมติ ครม. และประกาศฯดังกล่าวจำนวนมากล้วนเป็น แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมซึ่งควรถูกรื้อหรือปรับปรุงแก้ไขใหม่เพื่อยกเว้นหรือกันพื้นที่แหล่งหินฯที่เป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมออกไปจากการเป็นพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติ ครม. และประกาศฯดังกล่าวเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ &amp;nbsp;การจัดทำเอกสารทางยุทธศาสตร์และแผนแม่บทฯที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายแร่ฉบับใหม่ของ คนร. ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ด้วยจึงถือว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรงต่อนายเอกชัย &amp;nbsp;เพราะคาดว่าเขาน้อยที่เป็นแหล่งหินตามคำขอประทานบัตรของบริษัทดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายเป็น แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม ที่ต้องถูกกันออกจากการเป็น เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองที่ไม่สามารถนำไปขอประทานบัตรได้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถ้าหากการจัดทำเอกสารทางยุทธศาสตร์และแผนแม่บทฯไม่ถูกบิดเบือนแต่สอดคล้องต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแร่ฉบับใหม่ก็จะทำให้เขาน้อยที่น่าจะเข้าข่ายเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมถูกกันออกจากการเป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองตามมาตรา 17 วรรคสี่อย่างแน่นอน &amp;nbsp;และบริษัทดังกล่าวก็จะไม่สามารถนำเขาน้อยมาดำเนินการขอประทานบัตรได้ &amp;nbsp;และเมื่อไม่สามารถนำเขาน้อยมาดำเนินการขอประทานบัตรได้ก็จะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นกับเอกชัยอย่างแน่นอนตามไปด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสาเหตุที่กล่าวมา &amp;nbsp;นอกจากรัฐจะต้องเร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดที่ก่อเหตุความรุนแรงด้วยการอุ้มขังนายเอกชัยมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว &amp;nbsp;เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจสุ่มเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตนายเอกชัย อิสระทะแล้ว &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ขอเรียกร้องให้รัฐดำเนินการเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหารอบด้าน &amp;nbsp;ดังนี้ 1. ให้ยกเลิกยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2564 ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 และให้จัดทำขึ้นใหม่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างทั่วถึงและรอบด้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยต้องยกเว้นหรือกันพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ที่ประกาศก่อนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ และที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดแหล่งหินอุตสาหกรรม (อุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง) ของกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว แต่ไม่สามารถประกาศได้ทันก่อนวันที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ที่เข้าข่ายเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม ที่ไม่สามารถนำไปขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองได้ออกจากเขตแหล่งเพื่อการทำเหมือง ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ยกเลิกเพิกถอนคำขอประทานบัตรที่ 1/2562 เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด &amp;nbsp;เนื้อที่ 67 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา &amp;nbsp;ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 4 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง &amp;nbsp;โทษฐานที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นฝ่าฝืนกฎหมายแร่ฉบับใหม่และกฎหมายอื่น ๆ ที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยการมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางตรงก็ทางอ้อมกับการจ้างวานกลุ่มบุคคลให้ก่อเหตุความรุนแรงต่อนายเอกชัย อิสระทะ 3. ให้ยกเลิกเพิกถอนเขาน้อยในเขตท้องที่ ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ที่เป็นแหล่งหินตามคำขอประทานบัตรที่ 1/2562 ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ออกจากการเป็นพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศฯดังกล่าว &amp;nbsp;เพราะเข้าข่ายเป็น แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม&amp;rsquo;ที่ไม่สามารถนำไปขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุงเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอประทานบัตรที่ 1/2560 โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) ของบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ที่จัดขึ้น ณ มัสยิดอัสซอลีฮีน ม.4 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 เป็นโมฆะ &amp;nbsp;เนื่องจากไม่เป็นไปตามแนวทางการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมายแร่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ &amp;nbsp;เพราะมีการขัดขวางไม่ให้คนเห็นต่างเข้าร่วมเวที &amp;nbsp;และเห็นได้ชัดว่าการจัดเวทีไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ &amp;nbsp;ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียไม่มีโอกาสได้ร่วมเวที &amp;nbsp;ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ให้ทำการลงโทษและเพิกถอนบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด ออกจากการเป็นบริษัท &amp;nbsp;หรือห้ามไม่ให้บริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด (หรือบริษัทแปลงโฉมมาในชื่ออื่นแต่เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการจากบริษัท สิงห์ศิลาทอง จำกัด) ดำเนินกิจการการขออาชญาบัตรเพื่อขอสำรวจแร่และขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ใด ๆ อีกในอาณาเขตประเทศไทย &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางตรงก็ทางอ้อมกับการจ้างวานกลุ่มบุคคลให้ก่อเหตุความรุนแรงต่อนายเอกชัย อิสระทะ &amp;nbsp;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43442</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแร่60, กป.อพช.ใต้, คนร., นโยบายยุทธศาสตร์แร่20ปี, บริษัทสิงห์ศิลาทอง จำกัด, เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่, เอกชัย อิสระทะ, เอ็นจีโอใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53e6e0b2206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดบริษัทลูกรฟท. บริหารให้มีกำไร อุ้มหนี้เน่าขสมก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คนร. สั่งยุบทิ้งบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน จี้รายงานผลภายใน 1 เดือน ไฟเขียวตั้ง 2บริษัทลูก รฟท. ลุยบริหารสินทรัพย์-เดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ยื่นเงื่อนไขล้างหนี้ ขสมก. 1.18 แสนล้าน ปี 66 ต้องมีกำไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คนร. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจจำนวน 158 แห่ง สำหรับบริษัทในเครือที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับภารกิจของรัฐวิสาหกิจ คนร. ได้ให้รัฐวิสาหกิจเร่งยุบเลิก/ถอนการลงทุนบริษัทในเครือโดยเร็ว รวมทั้งให้รัฐวิสาหกิจแก้ไขปัญหาบริษัทในเครือที่มีผลขาดทุนด้วย โดยให้รายงานผลการดำเนินการให้ คนร.ทราบภายใน 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อให้บริหารจัดการทรัพย์สินของ รฟท. มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทลูกจะทำหน้าที่ในการจัดการที่ดินในเชิงพาณิชย์ให้แก่ รฟท. ซึ่งจะสามารถเพิ่มรายได้และแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ รฟท. รวมทั้งยังเห็นชอบการเพิ่มพันธกิจให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ที่ปัจจุบันมีพันธกิจในการบริหารโครงการแอร์พอร์ตเรียลลิงก์ (ARL) ให้เป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดง ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและบุคลากรของ รฟฟท. ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า เนื่องจาก รฟฟท.มีประสบการณ์ในการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการ ARL โดยให้ปรับปรุงแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการหารายได้และทำกำไร และให้กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและ รฟฟท. ให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐานเทียบเท่าเอกชน เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและตัวชี้วัดที่กำหนดโดยไม่เป็นภาระของภาครัฐในอนาคต&amp;rdquo; นายประภาศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการ คนร.กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาและรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรของรัฐวิสาหกิจทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในส่วนนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รายงานความก้าวหน้าในการควบรวมทั้ง 2 องค์กร เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ซึ่งคาดว่าจะสามารถควบรวมตามขั้นตอนกฎหมายได้ภายในเดือน พ.ย.2562 โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางปานทิพย์ ศรีพิมล ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขสมก.ได้รายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุม คนร. ภายหลังมีการปรับราคาค่าโดยสารเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเดินรถบริการ ทั้งนี้ ในส่วนของแผนฟื้นฟูประเด็นอื่น เช่น การล้างภาระหนี้และผลขาดทุนสะสม 1.18 แสนล้านบาท นั้น คนร. ขอให้ ขสมก.ปรับปรุงการดำเนินงานให้ผลประกอบการดีขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ผลประกอบการมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา กลับมาเป็นบวกได้ภายในปี 2566 หากสามารถดำเนินการได้ กระทรวงการคลังจะรับหนี้คงค้างจำนวนดังกล่าวมาบริหารซึ่งจะช่วยให้ ขสมก.ลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ลงไปได้ปีละประมาณ 3 พันล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขสมก.รายงานที่ประชุมทราบว่า นอกจากปรับขึ้นค่าโดยสารเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว การจะให้ผลประกอบการดีขึ้น ขสมก.เตรียมช่วงเวลาที่เหมาะสมปรับราคาค่าโดยสารอีกครั้งปี 2563 โดยจะดูรายละเอียดต้นทุนและราคาที่จะปรับขึ้นอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คนร.ยังขอให้ ขสมก.ไปดำเนินการ รายละเอียดบางประเด็นให้ชัดเจน เช่น แผนการดูแลพนักงานที่จะเข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลีรีไทร์) โดยต้องมีรายละเอียดครบถ้วนก่อนนำเสนอขออนุมัติจาก ครม.ในอนาคต ส่วนการจัดหารถใหม่ที่ขณะนี้ ขสมก.มีแผนจัดหารถใหม่ให้ครบ 2,188 คัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้จัดซื้อ รถเมล์เอ็นจีวี 489 คันไปแล้ว ส่วนที่เหลือจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้ทั้งการจัดเช่ารถเมล์ 700 คัน และรถเมล์ไฟฟ้าเพิ่มเติม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35988</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., คนร., บริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจ, รฟท., หนังสือพิมพ์, เดินรถไฟฟ้าสายสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdc2523e9456.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
