<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บจี๊ด!&#039;พุทธิพงษ์&#039;สอนมวย&#039;ธนาธร&#039;คนรุ่นใหม่ต้องไม่ทำลายประเทศตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ก.ย.61-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ท้าให้มาพูดเรื่องอนาคต ว่า ส่วนตัวให้กำลังใจนายธนาธร เพราะชอบการเมืองแบบใหม่ การเมืองของคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่ดี แต่รู้สึกเสียดายและแปลกใจ เพราะคนรุ่นคงไม่เอาการเมืองในประเทศไปพูดให้เกิดความเสียหายในเวทีต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายธนาธรพูดอยู่ตลอดเวลาว่าหมดเวลาที่จะสร้างความขัดแย้ง เราต้องช่วยกันคิดแก้ไขปัญหาประเทศแบบคนรุ่นใหม่ แต่ไม่คิดว่าคนรุ่นใหม่อย่างนายธนาธรจะเอาประเทศ ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิด ไปด่าทอ หรือทำลายประเทศกับชาวต่างชาติ ประเทศไทยคือประเทศไทย และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ก็รักประเทศไทย&amp;ldquo; นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ตกเป็นข่าวว่าจะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ จะไปร่วมประชุมเตรียมการจัดตั้งพรรค ที่เมืองทองธานีในวันที่29 ก.ย.หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สื่อมวลชนคงจะต้องติดตามว่าจะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18613</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180928/image_big_5badaac3b4ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เอนก&#039;ลั่นไม่มีใครผูกขาดความเป็นคนรุ่นใหม่ ประวัติศาสตร์มักจะเปลี่ยนแปลงแบบไม่หักโค่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.ค.61-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความบน Fb page: เอนก เหล่าธรรมทัศน์ AnekLaothamatas หัวข้อ &amp;#39;คนรุ่นใหม่กับสังคมสยาม-ไทย&amp;#39; ว่า ผมยินดีต้อนรับคนรุ่นใหม่ เขาสำคัญเสมอสำหรับเมืองไทย เพราะอาจจะนำความคิดหรือกระแสดีๆ ที่ก้าวหน้า มาปรับเปลี่ยนสังคม-การเมืองเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่ไม่ใช่อะไรที่เพิ่งจะเกิด ที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้ อันเป็นผลจากการเปลี่ยนช่วงวัยของประชากรโลก ที่มักจะเรียกเป็น new generation บ้าง เด็กยุค&amp;rdquo;เบบี้บูม&amp;rdquo;บ้าง เด็กเจน X เจน เจน Z บ้าง ที่จริงคนรุ่นใหม่มีมานานแล้วในสังคมสยาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุครัตนโกสินทร์ นั้น คนรุ่นใหม่รุ่นแรก น่าจะเป็น พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่สี่ และ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงเป็นเจ้าฟ้าอยู่นั้น ทั้งสองพระองค์ คือ&amp;rdquo;คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ที่คิดต่างไปจาก &amp;ldquo;คนรุ่นเก่า&amp;rdquo; อย่างแท้จริง ทรงศึกษาภาษาและสรรพวิทยาการของตะวันตกจนใช้การได้จริงๆ และทรงเห็นว่าสังคมสยามจำต้องยอมรับส่วนที่ดีที่ก้าวหน้าของอารยธรรมตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อดีของสังคมรัตนโกสินทร์ ก็คือ&amp;rdquo;คนรุ่นเก่า&amp;rdquo; อันพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประธานอยู่นั้นอ่อนตัว พลิกแพลงอะลุ้มอะล่วย รอมชอม ปรับรับเอาข้อเสนอดีๆ และ ก้าวหน้าของ&amp;rdquo;คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; มาใช้ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นใหม่รุ่นถัดไป ก็เห็นจะเป็นพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ห้า ทรงครองราชย์ตั้งแต่พระชมมายุ15 พรรษา มีผู้สำเร็จราชการสูงวัย กำกับดูแล เป็นสมเด็จเจ้าพระยาอยู่ถึงสององค์ ทรงเสด็จดูงานต่างประเทศตั้งแต่อายุไม่ถึง 18 ไปหลายประเทศ ทรงตั้งพระทัยจะปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเสียใหม่ ให้ต่างไปจากสมัยพระราชบิดาเสียอีก สมเด็จเจ้าพระยาแห่งตระกูลบุนนาคนั้นมักไม่เห็นด้วย แต่ น่าสังเกต คนทั้งสองวัยก็ไม่ได้ขัดแย้งกัน หรือจำต้องแตกหักกัน จนสูญสิ้นซึ่งความสามัคคีของสยามประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมสยามนั้น สังเกตุเถิด คนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่แทบจะไม่เคยแตกหักกันคน &amp;ldquo;วันเก่า วันก่อน&amp;rdquo; มักไม่ได้เป็น &amp;ldquo;เต่าพันปี&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ไดโนเสาร์&amp;rdquo; ส่วน &amp;ldquo;คนวันใหม่ วัยใหม่&amp;rdquo; ก็มักไม่ใช่ &amp;ldquo;ไร้เดียงสา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;อ่อนหัด-เขลา&amp;rdquo; เป็นอย่างนี้มานานแล้ว นี่คือจุดแข็งของสยาม ชาติเราจึงปรับตัวมาได้ไม่หยุด ก้าวหน้าขึ้นมาไม่มียั้ง ไม่ได้หยุดนิ่งและ &amp;rdquo;ล้มเอง&amp;rdquo; หรือ &amp;rdquo;ล่มสลาย&amp;rdquo; ลงจากการกดดันของภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ก็ด้วยเหตุที่เรานับถือยอมรับทั้งความคิดคนแก่และหนุ่มสาว เราจึงมักไม่เปลี่ยนแปลงประเทศอย่างสุ่มเสี่ยง หรือ โดยเลือกที่จะถอนรากถอนโคนสังคมเก่า เราจึงมีศิลปะแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ นุ่มนวล ที่ใช้การได้ดีอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 น่าสนใจ ครับ เป็นเหตุการณ์แรก ที่คน&amp;rdquo;สองวัย&amp;rdquo; &amp;ldquo;สองรุ่น&amp;rdquo; มาแตกหักกัน คณะราษฎรนั้นก็คือ &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ส่วน พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นก็คือ &amp;ldquo;คนรุ่นก่อน&amp;rdquo; หลังวันที่ 27 มิถุนายน 2475 มีความพยายามที่จะรอมชอมระหว่างคนสองวัย แต่ที่สุดก็ไม่สำเร็จ รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ แต่มาถึงวันนี้ ยังสรุปยากว่า &amp;ldquo;เหตุการณ์ 2475 &amp;ldquo; นั้น คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ใครผิดใครถูกแน่ ผิดแค่ไหน ถูกแค่ไหน และการที่คนสองรุ่น สองวัยรอมชอมกันไม่ได้หลัง 2475 นั้น นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีพอไหม หรือเราได้ระบอบประชาธิปไตยที่ลงตัวมาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอธิบายสังคมไทยด้วยเรื่องคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ ยังใช้ได้ดีในการอธิบายถึงสาเหตุของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516-2519 นักศึกษา-ปัญญาชน ก็คือคนหนุ่มคนสาว คือเยาวชน คือคนรุ่นใหมนั่นเอง ส่วนจอมพลถนอมและจอมพลประภาส ก็ คือคนรุ่นเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองก็เคยเป็นคนรุ่นใหม่ครับ เคยเป็นเยาวชน และตระหนักเสมอว่าคนรุ่นใหม่สำคัญ ประเด็นสำคัญคือไม่มีใครผูกขาดความเป็นคนรุ่นใหม่ได้ คนรุ่นใหม่ไม่ได้เพิ่งมี มีมานานแล้ว นานมากแล้ว บางช่วงก็ไม่อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง หากแต่หลายช่วงหลายระยะก็เปลี่ยนแปลงได้ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ที่ปฏิเสธได้ยาก ก็คือในสยามหรือในไทยนั้น ประวัติศาสตร์มักจะเปลี่ยนแปลงแบบไม่หักโค่น คนสองรุ่น เก่า-ใหม่ มักไม่ห้ำหั่นกัน ตรงข้าม มักจะต่อรอง กดดัน พลาง แต่ก็ปรองดองไป เจรจาไปพลางด้วย หรือ บ่อยครั้งก็กลับมาปรองดอง รอมชอมกันได้เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13750</URL_LINK>
                <HASHTAG>new generation, คนรุ่นใหม่, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, เด็กเจน X, เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, เหตุการณ์ 2475, เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab71958661c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
