<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้เหิมหนัก ระเบิดไม่เลือก รถไฟขนผลไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ใต้บึ้มถี่ วางระเบิดขบวนรถขนผลไม้บรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรจากนราธิวาสเข้ากรุง ได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีใครเจ็บ-ตาย&amp;nbsp; นายกฯ สั่งคุมเข้ม อีกเหตุระเบิดรถกำนัน เจ็บสาหัส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.25 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2564 พ.ต.อ.ปิยภัทร ทองพันเลิศกุล ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแล้วยิงซ้ำขบวนรถไฟที่ 986 ซึ่งเป็นขบวนขนส่งสินค้าจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟกรุงเทพฯ เหตุเกิดบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1104 ระหว่างสถานีรถไฟป่าไผ่-ตันหยงมัส ทำให้ตู้ขนส่งสินค้าที่ 5 จากจำนวน 8 ตู้ได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานขับรถ (พขร.) ขบวนรถไฟได้ทำเวลาขบวนไปจอดที่สถานีรถไฟตันหยงมัส จึงพร้อมด้วย พ.อ.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.กรม ทพ.ที่ 45 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบจุดเกิดเหตุห่างจากหัวสะพานเหล็กประมาณ 20 เมตร โดยมีหลุมระเบิด 2 จุด ห่างกันประมาณ 20 เมตร โดยจุดแรกเป็นบริเวณกลางรางรถไฟ มีร่องรอยก้อนหินคลุกกระเด็นกระจัดกระจายเป็นหลุมลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต ซึ่งมีเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และห่างไปประมาณ 10 เมตร พบหลุมระเบิดจุดที่ 2 บริเวณหมอนคอนกรีตริมไหล่ทางของรางรถไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจุดดังกล่าวสะเก็ดระเบิดแสวงเครื่องได้กระเด็นกระจัดกระจายไปยังป่ารกทึบริมไหล่ทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบรรจุภาชนะที่คนร้ายประกอบระเบิดได้ ส่วนความเสียหายนั้นมีหมอนคอนกรีตได้รับความเสียหายจำนวน 10 ต้น ส่วนรางรถไฟไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ส่วนกรณีปลอกกระสุนปืนที่คนร้ายใช้ยิงขบวนรถไฟนั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบในเบื้องต้น แต่จะมาตรวจสอบหาหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังสถานีรถไฟตันหยงมัส เพื่อตรวจสอบความเสียหายของตู้บรรทุกสินค้าตู้ที่ 5 ที่ พขร.ขบวนรถไฟได้นำไปจอดไว้ที่สถานีรถไฟตันหยงมัส พบว่ามีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณกลางตู้ได้รับความเสียหายจนพื้นไม้ที่ปูทับไว้กับบริเวณแนวทางเดินถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ และสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นสร้างความเสียหายถึงบริเวณหลังคาด้านในที่ติดตั้งพัดลมและหลอดไฟฟ้าส่องสว่าง โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของเหล็กเส้นตัดสั้นจำนวนหนึ่งตกอยู่ นอกจากนี้ที่บริเวณข้างตู้โบกี้สินค้ามีร่องรอยถูกกระสุนปืนสงครามจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายสมนึก เพชรกาฬ พขร.ขบวนรถไฟ ทราบว่า หลังจากที่ตนทำเวลาขบวนรถไฟออกจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 11.40 น. เมื่อผ่านสถานีรถไฟป่าไผ่ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 1104 ก่อนถึงสถานีรถไฟตันหยงมัสอีก ประมาณ 1 กม. ตนได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นไล่เลี่ยกันจำนวน 2 ครั้ง จนขบวนรถไฟสั่นผิดปกติ และมาได้ยินเสียงปืนจำนวนหนึ่งดังขึ้น เหมือนกับขบวนรถไฟถูกคนร้ายยิงใส่ ตนจึงรีบทำเวลานำขบวนรถไฟก่อนเพื่อเข้าสถานีรถไฟตันหยงมัสเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในเวลาทำเวลาขบวนรถไฟเข้าสถานีรถไฟตันหยงมัส นายประเสริฐ ศรีจันทึก พนักงานรักษารถไฟขบวนดังกล่าวได้เดินไปตรวจสอบพบว่าตู้รถไฟตู้ที่ 5 ที่บรรทุกสินค้าผลไม้จำพวกลองกองถูกระเบิดได้รับความเสียหาย จึงได้รีบเดินมาแจ้งตน ก่อนที่จะทำเวลาขบวนรถไฟเข้าสถานีรถไฟตันหยงมัส และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวมาตรวจสอบดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์รายวันให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์กับขบวนรถไฟขนส่งสินค้า ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้งดวิ่งขบวนรถไฟขนส่งสินค้าขบวนดังกล่าว แต่จะวิ่งรับ-ส่งสินค้าเริ่มต้นทางจากสถานีรถไฟ จ.ยะลา จรดปลายทางสถานีรถไฟกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
นายกฯ สั่งคุมเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานแล้ว และได้มีคำสั่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ และเพิ่มกำลังเฝ้าระวังตลอดเส้นทางคมนาคม รางและถนนในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่องด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ในการเปิดเดินรถขบวนพิเศษขนส่งสินค้าเส้นทางภาคใต้ รฟท.มีความตั้งใจเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับความสะดวก และมีช่องทางขนส่งสินค้าในช่วงที่มีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงรองรับผลผลิตสินค้าทางเกษตรที่ออกมาจำนวนมากในฤดูกาลนี้ โดยหลังจากนี้ รฟท.ยังคงดำเนินการให้บริการขบวนรถไฟพิเศษขนส่งสินค้าตามปกติจนถึง 1 ต.ค. ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
ระเบิดรถกำนัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ สภ.เมืองยะลาได้รับแจ้ง มีเหตุระเบิดภายในรถยนต์ บริเวณซอย กอเดอูมา ใกล้ห้าแยกสะเตง เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทราบชื่อนายแมแย แซะเลาะ กำนันตำบลสามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ต.สะเตง อ.เมืองฯ จ.ยะลา ถูกนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ยะลา เหตุเกิดบริเวณ ซอยกอเดอูมา ถนนสิโรรส สาย 2 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อเชฟโรเลต หมายเลขทะเบียน กจ 9585 ยะลา ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยมีเจ้าหน้าที่เทศบาลและชาวบ้านบริเวณดังกล่าวได้ช่วยกันฉีดน้ำเพื่อดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ซึ่งสภาพรถภายหลังเกิดเหตุได้เสียหลักพุ่งชนกำแพงบ้านเรือนของชาวบ้านและเกิดเปลวเพลิง ซึ่งคาดว่าเกิดจากเหตุระเบิดลุกไหม้ตัวรถจนเสียหายทั้งคัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุพบเศษชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจายอยู่บนถนนใกล้จุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกซอง 5 นัดแบบพับฐานอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ คาดว่าเป็นของกำนันคนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังเข้าทำการตรวจสอบหาสาเหตุของการระเบิดว่าเกิดขึ้นจากอะไร เนื่องจากขั้นต้นพบสาเหตุว่าการระเบิดอาจเกิดขึ้นจากภายในตัวรถยนต์ ซึ่งอาจจะตกเป็นเป้าของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบนำวัตถุระเบิดมาซุกไว้ภายในตัวรถ ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดในครั้งนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114872</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้ายลอบวางระเบิด, รถไฟขนผลไม้, ลอบวางระเบิด, วางระเบิด, สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a0c35cbb69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จนท.เจ็บเล็กน้อย 2 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - จากกรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ อส.ชคต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ขณะเดินทางกลับจากการร่วมประชุมประจำเดือน ณ ที่ว่าการอำเภอยะหา เหตุเกิดบริเวณเส้นทางถนนสายรองบ้านปาจอ - ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 62 เวลา 12.20 น. เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 รายนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่อาสาชุดคุ้มครองตำบลละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ขณะที่กลับจากการประชุมประจำเดือน ณ ที่ว่าการอำเภอยะหา จ.ยะลา โดยเมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ซึ่งได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อภายหลังคือ&amp;nbsp;1.อส.อุสมัน วอหะ อายุ 31 ปี มีแผลจากสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นขาซ้าย&amp;nbsp;2.อส.อับดุลเลาะ จิใจ อายุ 24 ปี มีแผลขนาดเล็กที่บริเวณนิ้วโป้งมือด้านซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบชิ้นส่วนวัตถุระเบิดลักษณะเป็นกล่องเหล็กขึ้นรูป น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม &amp;nbsp;มีเหล็กเส้นตัดท่อนเป็นสะเก็ดระเบิด จุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร เป็นการวางแบบเร่งด่วน จุดที่วางเป็นโคนต้นไม้ห่างจากถนนประมาณ 5 เมตร หลังจุดระเบิดแล้ว คาดว่าคนร้ายได้ใช้เส้นทางข้ามคลองน้ำขุ่น เพื่อหลบหนีไปทางเขต อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มของนายอิสมาแอ มูซอ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ลิดล , ต.เปาะเส้ง อ.เมือง และ ต.บาโงยซิแน , ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ดูแลรักษาพยาบาลเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยเฉพาะกิจเพิ่มมาตราการในการควบคุมพื้นที่ โดยให้หน่วยเฉพาะกิจยะลา สนธิกำลังตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ร่วมกับกำลังประจำถิ่นและภาคประชาชน ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วต่อไป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47742</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, คนร้ายลอบวางระเบิด, จังหวัดยะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9ea59fa1688.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มคุ้มครองครู ‘อส.’บาดเจ็บ3 สั่งเข้ม ยานยนต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป่วน! ยะลา คนร้ายลอบวางระเบิด อส.ขณะขี่ จยย.ลาดตระเวนเส้นทางคุ้มครองครู รร.บ้านกะตูปะ อ.เมืองยะลา บาดเจ็บ 3 ราย เชื่อฝีมือ &amp;quot;อุสตาซโซะ&amp;quot; แกนนำระดับปฏิบัติการในพื้นที่ &amp;quot;ผบ.ฉก.ปัตตานี&amp;quot; กำชับ จนท. 3 ฝ่ายเพิ่มความเข้มงวด พร้อมตรวจเข้มรถทุกชนิด หลังพบคนร้ายพยายามก่อเหตุทุกรูปแบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ค. เวลา 07.55 น. ร.ต.อ.หญิงกิจสุภา เจริญพร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งทางวิทยุว่า เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา ซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัย (ชุด รปภ.) เส้นทางและคุ้มครองครู ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน เพื่อลาดตระเวนเส้นทางเข้าโรงเรียนบ้านกะตูปะ ม.6 ต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ อส.ในบริเวณใกล้เคียงได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บคือ 1.อส.สาธิต รู้รอบ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าท้อง 2.อส.ดิเรก ทองประดับ ได้รับบาดเจ็บบริเวณคอ และ 3.อส.ต่วนสุไลมาน ต่วนกอแต อาการหูอื้อแน่นหน้าอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนชนบท หมู่ 6 ต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา พบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ อส.ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันริมถนนบนจุดที่คาดว่าคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องมาวางซุกไว้ในพงหญ้า เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดต้องปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุ และเข้าตรวจสอบหารายละเอียด พบเศษสะเก็ดระเบิด และเศษวิทยุสื่อสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเชื่อว่าระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวถูกจุดระเบิดด้วยสัญญาณวิทยุสื่อสาร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องตรวจพิสูจน์หาหลักฐานและรายละเอียดในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือนายอิสมาแอ ระยะหลง หรืออุสตาซโซะ แกนนำระดับปฏิบัติการ ก่อเหตุในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบยิงคู่รักซึ่งเป็นใบ้เสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าผลปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ของคนร้ายที่ได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่มีความเชื่อมโยงกลุ่มของนายมาหามะ สะอิ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงและมีหมายจับกว่า 10 หมาย ส่วนอาวุธปืนเคยนำไปก่อเหตุในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.มายอ และ อ.ทุ่งยางแดง กว่า 10 คดี ทั้งยิงเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน รวมไปถึงยิงสาวท้องแก่เสียชีวิตขณะยืนซื้อไก่ย่างที่ตลาดปาลัส อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อกลางปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุเพิ่มได้อีก 1 คัน เป็นรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ขงน 145 ยะลา เจ้าของรถแจ้งหายไว้ที่ สภ.ยะรัง จึงได้เก็บดีเอ็นเอและตรวจสอบรถจยย.ดังกล่าวอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังการตรวจสอบวัตถุพยานและสอบปากคำพยานจนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ใน 3 ที่ร่วมก่อเหตุ ส่วนคนร้ายอีก 1 รายนั้นได้เสียชีวิตหลังปะทะและพบศพอยู่ในป่ากลางทุ่งนา เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา &amp;quot; แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ ทั้งเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาในพื้นที่ โดยให้ทุกจุดตรวจจุดสกัด ตรวจเข้มรถทุกชนิดและบุคคลต้องสงสัยอย่างละเอียด เนื่องจากมีรายงานว่าคนร้ายมีความพยายามที่จะเข้ามาก่อเหตุทุกรูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ซึ่งกันและกันเกี่ยวกับหลักคำสอนและหลักปฏิบัติของแต่ละศาสนา ตามโครงการศาสนิกสัมพันธ์ สร้างสันติสุข เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องศาสนาด้านศาสนิกสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของข้าราชการตำรวจและบุคลากรของรัฐ ที่ จ.ปัตตานี เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า เดิมในอดีตที่ผ่านมาอาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจกันและไม่เคยที่จะเข้ามาพูดคุย แต่พอมาปัจจุบันเริ่มเข้าใจกัน ในส่วนรัฐเองไม่ว่าตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ก็ได้พยายามเน้นในการสร้างความเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกันมากขึ้นกว่าเดิม จนสถานการณ์เริ่มจะดีขึ้นตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40836</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้ายลอบวางระเบิด, หนังสือพิมพ์, อุสตาซโซะ, เมืองยะลา, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d289e2c5e5db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
