<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้านค้าเมืองพิษณุโลก หวัง &#039;คนละครึ่ง&#039; ช่วยกระตุ้นยอดขาย เผยเช้าวันแรกคนใช้สิทธิยังน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการวันละครึ่ง ที่รัฐบาลเริ่มโอนเงินและให้ใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตังได้เป็นวันแรก ตามตลาดและร้านค้าต่าง ๆ ในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก บรรยากาศเช้านี้ยังไม่คึกคักมากนัก ประชาชนส่วนใหญ่ยังใช้เงินสดในการจับจ่ายซื้ออาหารเช้า ด้วยข่วงเปิดระบบใหม่ ๆ 06.00-06.30 น. การเข้าระบบแอปเป๋าตังมีปัญหา ระบบรวนเข้าไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ระบบเริ่มในเวลาต่อมาสามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งได้ตามปกติ โดยผู้ใช้สิทธิ์ต้องเติมเงินเข้าไปในระบบก่อน จึงจะใช้สิทธิ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ร้านขายข้ามต้ม ก๋วยจั๊บ ถนนพระองค์ดำ อ.เมืองพิษณุโลก แม่ค้าเปิดเผยว่า ในช่วงเช้ามีคนใช้สิทธิ์คนละครึ่งน้อยมาก เมื่อเทียบกับโครงการผ่านแอปเป๋าตังที่ผ่านมา แต่คาดหวังว่า จะช่วยเพิ่มยอดขายได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร้านค้าส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการเดิมของรัฐ ยังคงขึ้นป้ายรับสิทธิ์คนละครึ่ง แต่จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่บอกว่า คนยังใช้สิทธิ์กันน้อย ไม่คึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับร้านค้าขายของจำที่ม.9 ต. อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก บรรยากาศการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งก็ไม่คึกคัก ตั้งแต่เปิดร้านในเวลา 09.30 น. มีผู้มาใช้สิทธิ์เพียงรายเดียว ไม่เหมือนช่วงโครงการเราชนะและม.33 ที่ผู้มีสิทธิ์ มาใช้กันหนาแน่นตั้งแต่วันแรก อาจจะเป็นเพราะว่าผู้ชิสิทธิ์คนละครึ่ง ต้องเติมเงินของตนเองเข้าไปในระบบก่อน จึงจะสามารถใช้สิทธิ์ได้ แต่ก็คาดหวังว่า โครงการคนละครึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายได้บ้าง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108261</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง เฟส 3, จังหวัดพิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd34d85c471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เปิดให้ใช้ &#039;คนละครึ่ง&#039; ซื้อตั๋ว รถไฟฟ้า MRT ทั้งสีน้ำเงิน และสายสีม่วง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2564 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของ COVID-19 รองรับผู้ใช้สิทธิ์โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง เฟส 3&amp;rdquo; และโครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; โดยผู้มีสิทธิ์ในโครงการดังกล่าว สามารถนำมาใช้ชำระค่าตั๋วโดยสารในการเดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;บัตรประชน&amp;rdquo; โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์โครงการดังกล่าว สามารถใช้สิทธิ์ซื้อเหรียญโดยสารประเภทบุคคลทั่วไป หรือ ประเภทผู้สูงอายุ (สำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิ์) ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายละเอียดการใช้สิทธิ์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง เฟส 3&amp;rdquo;
ผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง เฟส 3&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (G-Wallet) สามารถติดต่อซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี โดยระบบจะตัดเงินจากโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo;
ผู้ได้รับสิทธ์ในโครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; แบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้
&amp;bull; กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ &amp;nbsp;ต้องนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาใช้สิทธิ์ โดยติดต่อซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี
&amp;bull; กลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ต้องนำบัตรประชาชนมาใช้สิทธิ์ โดยติดต่อซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับสิทธ์ในสองโครงการดังกล่าว สามารถซื้อเหรียญโดยสาร ประเภทบุคคลทั่วไป หรือ ประเภทผู้สูงอายุ (สำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิ์) ได้เท่านั้น เมื่อซื้อเหรียญโดยสารแล้วไม่สามารถขอเปลี่ยนหรือคืนได้ทุกกรณี เหรียญโดยสารสามารถใช้เดินทางในวันที่และสถานีที่ออกเหรียญเท่านั้น สิทธิ์ในโครงการฯ ไม่สามารถใช้เติมเงิน เติมเที่ยวโดยสาร ชำระค่าที่จอดรถ หรือชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ของรถไฟฟ้า MRT ได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้เงื่อนไขการเดินทางและเงื่อนไขการใช้บัตรโดยสารเป็นไปตามที่ รฟม. และบริษัทฯ กำหนด
ในกรณีที่ผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ พบปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือ สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการฯ สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงไทย โทร. 02 2111 9999 กด 3 หรือ E-mail : Ktb.merchant@krungthai.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108256</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง เฟส 3, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, เพิ่มกำลังซื้อ, ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd32c821e3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ศบศ. แจง 4 มาตรการเริ่มใช้สิทธิวันนี้ คนละครึ่ง ยิ่งใช้ยิ่งได้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เปิดเผยว่า มติครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนสำหรับกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการ ในกิจการ 3 หมวด ประกอบด้วย ก่อสร้าง &amp;nbsp;ที่พักแรม และบริการด้านอาหาร ศิลปะ บันเทิง และนันทนาการ ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบประกันสังคม ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 25) ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะชดเชย เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการชั่วคราว เป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งรวมถึงข้อร้องเรียนจากสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง ผับ บาร์ ร้านอาหาร ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งตนได้เป็นผู้แทนของรัฐบาลรับหนังสือร้องเรียนไปเมื่อวานนี้ โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมข้อร้องเรียนของสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนที่ได้รับความเดือดร้อนถูกสั่งปิดกิจการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วน มีดังนี้ 1.กลุ่มแรงงานที่อยู่ในระบบประกันตนตามมาตรา 33 สัญชาติไทย จะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท/คน เพิ่มเติมจากการที่ลูกจ้างได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท) ส่วนผู้ประกอบการหรือนายจ้าง จะได้รับความช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้าง สูงสุดไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาท /คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผู้ประกอบการหรือนายจ้างที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม &amp;nbsp;ให้นายจ้างลงทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมภายในเดือนกรกฎาคม 2564 จะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้างสูงสุด ไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาทต่อคน และลูกจ้างที่เป็นสัญชาติไทยจะได้รับความช่วยเหลือในอัตรา 2,000 บาทต่อคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณีที่เป็นผู้ประกอบการที่ไม่มีลูกจ้าง ให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ผ่านโครงการคนละครึ่ง ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยผู้ประกอบการจะได้รับความช่วยเหลือในอัตรา 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.ผู้ประกอบการในหมวดร้านอาหาร เครื่องดื่ม ของโครงการคนละครึ่งที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม เนื่องจากไม่มีลูกจ้างจะได้รับการช่วยเหลือในอัตรา 3,000 บาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักดนตรีอิสระ และผู้เดือดร้อนรับค่าจ้างแบบรายวัน รัฐบาลก็จะหามาตรการที่เหมาะสมมาช่วยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า 4 มาตรการนั้นจะเริ่มใช้สิทธิวันนี้ ประกอบมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครอบคลุมผู้มีสิทธิจำนวน 13.65 ล้านคน รัฐบาลสนับสนุนให้ลนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ 16,380 ล้านบาท มาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ครอบคลุมผู้มีสิทธิจำนวน 2.5 ล้านคน รัฐบาลสนับสนุนให้ลนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน เม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ 3,000 ล้านบาท โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ครอบคลุมผู้มีสิทธิจำนวน 31 ล้านคน เปิดให้มีการลงทะเบียนแล้วกว่า 28 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง 150 บาทต่อวันต่อคน ตลอดโครงการ 3,000 บาท ใช้เม็ดเงิน 93,000 ล้านบาท เม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ 186,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ท่านนายกฯ เป็นคนต้นคิด และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ ครอบคลุมผู้มีสิทธิจำนวน 4 ล้านคน มีเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ 268,000 ล้านบาท ลงทะเบียนแล้วกว่า &amp;nbsp;400,000 คน ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเยียยยาและกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108245</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง เฟส 3, ธนกร วังบุญคงชนะ, ศบศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c2bd02109d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เตรียมให้พร้อม! &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; จ่อเปิดลงทะเบียนคนละครึ่ง&amp;nbsp; เฟส 3 ภายใน มิ.ย.นี้ รับเพิ่มอีก 16 ล้านคน ส่วน 15 ล้านรายเดิมต้องยืนยันสิทธิ์ พร้อมชง ครม.เคาะเติมเงิน 2 พันบาทใส่เราชนะ-ม33เรารักกัน เผย &amp;quot;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;quot; กระตุ้นใช้จ่าย เกณฑ์รับ e-Voucher คืนสูงสุด 7 พัน ต้องใช้จ่ายถึง 7 หมื่นบาท &amp;ldquo;ออมสิน&amp;rdquo; ส่งมาตรการสมัครใจพักชำระเงินต้นผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ดีเดย์ 11 พ.ค.นี้ คาดช่วยลูกหนี้ลดภาะได้กว่า 1 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งมีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน จะมีการพิจารณารายละเอียดของมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบของโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มเติม ในส่วนของมาตรการเราชนะ และมาตรการ ม33เรารักกัน ซึ่งจะมีการเพิ่มวงเงินสิทธิ์ให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รวมคนละ 2,000 บาท โดยใช้งบประมาณ 8.55 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นจะเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เม็ดเงินใหม่เข้าสู่มาตรการได้ไม่เกินเดือน พ.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หรือตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.2564 รัฐบาลยังเตรียมที่จะออกมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ เพื่อเป็นการฟื้นฟู เพื่อดูแลประชาชน ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อย่างเหมาะสม และเพื่อเป็นการดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเมื่อสถานการณ์การระบาดคลี่คลายในระยะต่อไป รวมถึงเพื่อเป็นการรักษาระดับและทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยมาตรการที่ออกมาจะเน้นในการให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มต่างๆ ทุกภาคส่วน ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี 2564 ประกอบด้วย โครงการเยียวยาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการเยียวยยากลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ครอบคลุม 16.15 ล้านคน โดยจะให้วงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ/ บัตรประจำตัวประชาชนไปใช้ ณ ร้านธงฟ้า ร้านค้า และผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน คิดเป็น 1,200 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 6 เดือน (ก.ค.-ธ.ค.2564) และโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ครอบคลุม 31 ล้านคน แบ่งเป็นประชาชนที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว 15 ล้านคน และจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีก 16 ล้านคน เงื่อนไขโครงการยังเป็นเหมือนเดิม โดยโครงการจะเริ่มตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค. 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ให้ครอบคลุม 31 ล้านคน ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยกลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิม 15 ล้านคน จะต้องเข้าไปยืนยันตนใช้สิทธิ์ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือจะเลือกสละสิทธิ์ เพื่อไปใช้มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยากล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการใหม่สำหรับกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อและมีรายได้ค่อนข้างสูง คือมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งรัฐจะสนับสนุน e-Voucher ค่าซื้อสินค้า ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน โดยการใช้จ่ายจะได้รับ e-Voucher ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.2564 และใช้จ่าย e-Voucher ได้ในเดือน ส.ค.-ธ.ค.2564 ซึ่งการใช้จ่ายจะดำเนินการผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยมาตรการนี้ครอบคลุม 4 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องมีการเติมเงินเพื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในแบนเนอร์มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้เท่านั้น และสามารถใช้ได้กับทุกร้านค้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งรวมถึงห้างสรรพสินค้า เซเว่นอีเลฟเว่นก็ใช้ได้ และระบบจะให้คืนเป็น e-Voucher ไม่ใช่เงินสด ซึ่งรัฐจะสนับสนุน e-Voucher ให้ที่ประมาณ 10-15% หรือ หากต้องการใช้สิทธิ์เพื่อให้ได้ e-Voucher สูงสุด 7,000 บาท ต้องเติมเงินเข้าระบบใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 7 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้มีกำลังซื้อใช้จ่ายจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้นั้น กระทรวงการคลังจะมีการเตรียมงบประมาณให้เพียงพอเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ให้นำเงินออกมาใช้จ่ายและสนับสนุนผู้ประกอบการที่จดภาษีแวตได้ ในส่วนของการรับสิทธิ์ตามมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐบาลที่เตรียมจะดำเนินการนั้น ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 คนต่อ 1 โครงการเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้รายเดือน และบรรเทาปัญหาสภาพคล่องให้แก่ลูกหนี้สินเชื่อของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยให้ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อยออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564 ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สมัครใจเข้ามาตรการพักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท ทั้งที่เป็นรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจ โดยมีลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าโครงการได้จำนวนประมาณ 1 ล้านราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพักหนี้รอบใหม่ไม่สามารถพักหนี้แบบอัตโนมัติได้ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และไม่สามารถกวาดทุกกลุ่มได้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน การพักต้นก็มีภาระผ่อนจ่ายลดลง ซึ่งกลุ่มที่ต้องการร่วมต้องแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน MyMo เท่านั้น โดยจะเน้นไปที่กลุ่มอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบ บางอาชีพที่เคยได้ครั้งที่แล้ว ในครั้งนี้ หากรายได้ไม่ถูกกระทบ ก็จะร่วมมาตรการไม่ได้&amp;quot; นายวิทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้รายใดมีความจำเป็นต้องรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากการพักชำระเงินต้น ธนาคารอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมได้เป็นรายกรณี ซึ่งเป็นมาตรการเสริมจากการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระที่ธนาคารได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามงวดชำระเดิม โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 5 แสนราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยลูกค้าสินเชื่อของธนาคารออมสินสามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้ามาตรการพักชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว และเลือกแผนการชำระหนี้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.-30 มิ.ย.2564 สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้เกิน 10 ล้านบาท สามารถติดต่อดำเนินการที่สาขาของธนาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทัยกล่าวอีกว่า ในส่วนมาตรการสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง รายละ 10,000 บาท จะเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อผ่าน MyMo ได้ในช่วงสัปดาห์หน้าเช่นกัน โดยจะแบ่งกลุ่มดูแลลูกค้าในระบบ MyMo เดิมก่อน 9 ล้านราย จากนั้นจะช่วยในกลุ่มที่มี MyMo ในกลุ่ม 6 จังหวัดสีแดงเข้ม และช่วยเป็นการทั่วไป จนครบเป้าหมาย 1 ล้านราย ซึ่งเชื่อว่าสินเชื่อดังกล่าวจะค่อยๆ ทยอยปล่อยได้ตามกรอบสิ้นปี 2564.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102041</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นใช้จ่าย, คนละครึ่ง เฟส 3, ม.33, ยิ่งใช้ยิ่งได้, ยืนยันสิทธิ์, ลงทะเบียนคนละครึ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เติมเงิน 2 พันบาท, เราชนะ, เรารักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093f955d6d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดลมลุยคนละครึ่งเฟส3 รอบเก็บตก9นาทีเกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คลังจ่อลุย &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; เฟส 3 หลังกระแสตอบรับดี&amp;nbsp; ปลื้มลงทะเบียนรอบเก็บตก 1.34 ล้านสิทธิ์เต็มใน 9 นาที ชวดเกือบ 2 ล้านคน เตรียมชง ครม.สัปดาห์หน้าลดภาษีที่ดิน-เว้นค่าโอนอสังหาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มกราคม กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 3 รอบเก็บตก จำนวน 1.34 ล้านสิทธิ์ ผ่าน www.คนละครึ่ง.com ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. โดยเวลาผ่านมาเพียง 9 นาที จำนวนสิทธิเต็มแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีประชาชนสนใจมาลงทะเบียนเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเข้ามารอในระบบลงทะเบียนมากกว่า 3 ล้านคน จึงมีผู้ที่พลาดลงทะเบียนในรอบนี้เกือบ 2 ล้านคน ส่วนกรณีที่มีผู้ลงทะเบียนได้รับหมายเลข OTP ล่าช้า จากการสอบถามทางธนาคารกรุงไทย ได้รับการชี้แจงว่าระบบไม่มีปัญหา ระบบมีความต่อเนื่อง แต่อาจจะหน่วงอยู่บ้าง จากระบบของผู้ให้บริการมือถือมีปริมาณผู้มาลงทะเบียนพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่ง ที่มีการแจกเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 3,500 บาท ผ่านคนละครึ่งเฟส 1-2 จะไม่มีการขยาย หรือรับลงทะเบียนเพิ่มอีก โดยสิ้นสุดครบ 15 ล้านคน สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1-31 มี.ค.2564 โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ใหม่อีก 1.34 ล้านราย จะสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. และต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 14 วัน เพื่อป้องกันถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการพิจารณาโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ว่า ต้องขอเวลาในการประเมินผลอีก 1-2 เดือน เพื่อติดตามประสิทธิภาพการใช้จ่ายของประชาชนในโครงการระยะที่ 1-2 ก่อน ซึ่งถ้าผลออกมาดี ก็อาจจะพิจารณาทำโครงการในระยะที่ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่นั้น ตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ พอมาถึงช่วงระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้เศรษฐกิจลดลงอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของการขยายโครงการคนละครึ่งเฟสที่ 2 หากไตรมาส 2/2564 การใช้จ่ายยังไม่ดีเท่าที่เราอยากจะเห็น กระทรวงการคลังอาจจะพิจารณาขยายโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เพราะการใช้จ่ายของประชาชนคิดเป็น 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ถ้าสามารถกระตุ้นในประชาชนมีรายได้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาออกมาตรการทางภาษีเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ประชาชนได้มีสภาพคล่อง ตลอดจนกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศให้เพิ่มขึ้น โดยจะเสนอมาตรการลดภาระให้ประชาชนในส่วนของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการลดภาษีที่ดินฯ ลง 90% และยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเหลือเพียง 0.01%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เนื่องจากได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายจะตัดสินใจถึงความเหมาะสมในสถานการณ์ตอนนั้นอย่างไร โดยจะต้องให้ครอบคลุมประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ์ด้วย หากมีต่ออาจจะต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ซึ่ง 15 ล้านคนแรกที่เคยได้สิทธิ์ต้องมาลงใหม่ แล้วขยายการลงทะเบียนเป็น 20 ล้านคนก็ได้ ส่วนเงินช่วยเหลือและระยะเวลาขึ้นอยู่กับความเหมาะสม แต่งบประมาณในส่วนฟื้นฟู จากพระราชกำหนดการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทยังมีอยู่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ จะมีการประเมินสถานการณ์โควิด-19 หากดีขึ้นจะมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อให้เศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟู เช่น กระทรวงการคลังอาจจะทำโครงการคนละครึ่งเฟสที่สาม และธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้หารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีซอฟต์โลนระยะยาว และการค้ำประกันเงินกู้อื่นๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90503</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, คนละครึ่ง เฟส 3, ลดภาษีที่ดิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_600832a7487dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
