<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จับกัง1&#039;โต้ผู้นำฝ่ายค้านตัวเลขตกงาน 8 ล้านคนไร้ข้อมูลอ้างอิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.63-นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน &amp;nbsp;และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน ระบุในงานเสวนา &amp;ldquo;ฝ่ายค้านฟัง กลุ่มเปราะบางจากวิกฤติโควิด&amp;rdquo; เวทีที่ 1 ความเดือดร้อนแรงงานในและนอกระบบจากวิกฤติโควิด-19 ที่กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค. มีคนตกงานถึง 8 ล้านคนว่า &amp;nbsp;ต้องขอขอบคุณผู้นำฝ่ายค้าน และสมาชิกฝ่ายค้าน ที่เสนอข้อมูล และทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาคแรงงาน ซึ่งข้อเสนอต่างๆที่เป็นประโยชน์ &amp;nbsp;ทางกระทรวงแรงงานพร้อมรับและรับไปดำเนินการทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติกล่าวว่า ปัญหาคนว่างงาน เป็นเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความห่วงใยเป็นอย่างมากและ ที่ผ่านมาได้ท่านได้เร่งรัดแก้ไขตามกลไกลต่างๆของกระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องคนตกงานที่มีการกล่าวว่ามีมากถึง 8 ล้านคน ขอชี้แจงว่าตัวเลขดังกล่าวไม่มีหลักฐานอ้างอิง ผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือหัวหน้าผู้รับใช้แรงงาน มีความจำเป็นที่ต้องยึดถือตัวเลขจากระบบเพราะจากข้อมูลแรงงานที่อยู่ในระบบผู้ประกันตนนั่นมีทั้งหมดตามมาตรา 33-39-40 มีประมาณ 16.3 ล้านคน และช่วงโควิด-19 ผู้ที่ประกันตนในระบบประกันสังคม &amp;nbsp;สำนักงานประกันสังคมได้รับชดเชยเงิน จากการว่างงานจริงๆ จ่ายเงินจำนวน 714 ,268 คน วงเงิน 17,224 ล้านบาท&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.แรงงานกล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ออกมาตรการช่วยผู้ประกอบการต่างๆในช่วงเดือนมี.ค. &amp;ndash; ก.ค. ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หนักๆทำให้ รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทย จึงให้กิจการที่เป็นที่สุ่มเสี่ยงปิดชั่วคราว และ ทางประกันสังคมก็จ่ายชดเชย 62% จำนวน 90 วัน เป็นจำนวน9 แสนกว่าคน ที่ผ่านมา และบัดนี้สถานประกอบการต่างๆกลับมาเปิดกิจการได้เป็นปกติแล้ว อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านนวด ร้านสปา โรงหนัง โรงแรม กิจการต่างๆอีกมากมายเกือบครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเด็นที่ฝ่ายค้านระบุรัฐบาลดูแลผู้ใช้แรงงานไม่ทั่วถึง และขาดมาตราการช่วยหางานใหม่ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆผ่านกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรกรณ์ กระทรวงกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบและนอกระบน อาทิ โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการจ้างงานของรัฐ ที่มีการจ้างแล้ว 209 ,930 คน จากเป้าหมาย 410,415 คน &amp;nbsp; โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน เตรียมใช้งบประมาณปี 64 จ้างงานเพิ่มอีก 5,000 คน &amp;nbsp;และที่ผ่านมาทางกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีหลักประกันที่ 3% ต่อปี ให้ผู้ประกอบการหรือ(soft loan) วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อรักษาผู้ใช้แรงงาน ให้คงมีงานทำ โดยตนจะเข้าไปเร่งรัดให้มีการปล่อยสินเชื่อให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังจากที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติจำนวน 63 รายสามารถรักษาการจ้างงานได้ 8,158 คน คิดเป็นวงเงิน387ล้าน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะผลักดันศูนย์การงานแห่งชาติ ที่ตนเป็นประธานนั่งกำกับด้วยตัวเอง เพื่อจัดหาตลาดงาน และจับคู่ตำแหน่งต่างๆที่เหมาะสมให้แก่พี่น้องประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานจัดหางานทุกจังหวัด ดำเนินภารกิจนี้อย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;รวมทั้ง ผลักดันเรื่องดิจิตอลแพลตฟอร์มแบบ One-stop platform &amp;ldquo;ไทยมีงานทํา&amp;rdquo; ผ่านพรก.เงินกู้4 แสนล้านบาทเพื่อรองรับแรงงาน 400,000 ตำแหน่ง &amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่องทางยกระดับ ปรับทักษะให้แรงงานเพื่อเข้าสู่อาชีพที่ประชาชนสนใจคาดว่าจะเปิดให้บริหารสิ้นเดือนสค.นี้ &amp;nbsp;รวมทั้งเปิดตลาดในต่างๆประเทศโดยผมได้นัดหมายพูดคุยกับสมาคมส่งคนงานไปต่างประเทศ เพื่อทราบว่ามีจำนวนต้องการเท่าไหร่ อะไรที่ติดขัดทำอย่างไรให้กระทรวงแรงงานช่วยอะไรตรงไหนบ้าง เพื่อที่หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย อาทิ ไต้หวั่น ญี่ปุ่น อิสราเอล เกาหลีใต้เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน และเร่งสร้างงาน ฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการจ้างงานมาอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนเป็นการถอดเครื่องช่วยหายใจในห้อง ICU &amp;nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาให้หายขาด ดังนั้นข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำเสนอต้องขอบคุณมากๆแต่อาจเป็นด้านเดียว ที่ยังไม่ครบถ้วน &amp;nbsp; ทั้งที่เหรียญนั้นมีสองด้านเสมอ &amp;nbsp;ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงจำเป็นต้องต้องมานั่งคุยกันแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อให้ตั้งต้นตรงกัน ซึ่งผมยินดีเข้าไปรับฟังเพื่อช่วยกันทำงานแบบสร้างสรรค์เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองด้วยกัน และพร้อมแก้ไขปัญหาต่างๆไปในทิศทางเดียวกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74588</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนว่างงาน, จับกัง1, ตกงาน, นายสุชาติ ชมกลิ่น, ผู้นำฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36a2f391d6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทยชี้คนไทยตกงานครึ่งล้านชงตั้งกองทุนนักศึกษาจบใหม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ส.ค.63 - นายวิษณุ ดันนอก ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ส่งผลกระทบให้ทั่วโลกมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า มีการลงทะเบียนใช้สิทธิ์กรณีว่างงาน ของเดือนเมษายน 267,351 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.82% จากเดือนมีนาคมที่มีผู้มาลงทะเบียน 144,861 คน สอดคล้องกับสำนักงานประกันสังคม ที่ออกมาเปิดเผลข้อมูลว่าการว่างงานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ประมาณ 6 แสนราย และมีการประเมินว่าการว่างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้แล้วยังมีการคาดการณ์ว่า จะมีนักศึกษาจบใหม่อีกประมาณ 5 แสนคนทั่วประเทศที่จะยังไม่สามารถหางานทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่า Covid-19 จะส่งผลกระทบกับหลาย ๆ ธุรกิจ แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ ธุรกิจ ที่ได้รับประโยชน์จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 เช่น Netflix ที่มีหุ้นเพิ่มขึ้น 0.8% เฟซบุ๊ก, อเมซอน และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ สำหรับประเทศไทย เว็บไซต์ US New ได้เผยแพร่ข้อมูลการจัดอันดับประเทศที่น่าลงทุน โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ที่ อันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับที่ 26 ของโลก ซึ่งหมายความว่าไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนระดับต้นๆ ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเองในฐานะที่ทำงานร่วมกับกลุ่มนักศึกษาอยู่เป็นประจำพบว่า อีกหนึ่งปัญหาหลังจากเรียนจบไปแล้ว คือการอยากเริ่มทำธุรกิจที่เป็นของตัวเอง แต่ประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะว่าสถาบันการเงินต่างๆ หากจะมีการกู้เงินอย่างน้อยต้องมีงานทำก่อน หรือมีหลักประกันที่สูง ผมจึงอยากเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ หรือนักศึกษาที่จบใหม่นั้น ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ และได้ใช้ความรู้ความสามารถและไฟที่กำลังแรงอยู่สานฝันของตนเอง ส่วนการจักการและวิธีการจะเป็นแบบไหนนั้นต้องศึกษากันอีกที&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากสามารถผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นได้ ตนมองว่าหลังโควิดหรือในช่วงของการก้าวผ่านการระบาดของไวรัสนี้ อาจจะสร้างธุรกิจใหม่ ที่สามารถแก้ไขปัญหาสังคม และสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทยได้ และเชื่อว่าจะทำให้ช่วยลดปัญหาการว่างงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74387</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, คนว่างงาน, พรรคสามัคคีไทย, วิษณุ ดันนอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35ed4fbb37f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นโควิดอีก2ศพ ไลฟ์สดผูกคอตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พิษโควิดทำคนจนคิดสั้นไม่หยุด หนุ่มบุรีรัมย์ไปทำงานรับจ้างที่ปทุมธานีกลายเป็นคนว่างงาน เครียดหนักไลฟ์สดผูกคอฆ่าตัวตาย แม่กับเมียเห็นเต็มตาถึงช็อกเพราะหมดปัญญาช่วย ที่ขอนแก่น หนุ่มก่อสร้างก็ฆ่าตัวตายด้วยวิธีเดียวกัน แม่เผยว่างงาน ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5 พัน แต่ยังไม่ได้จึงสิ้นทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 เมษายนนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านสี่เหลี่ยม ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าชายคนหนึ่งซึ่งไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก คลิปภาพตัวเองกำลังจะผูกคอตายภายในห้องพัก เมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ที่เห็นไลฟ์สดต่างพยายามโทรศัพท์ และส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กเข้าไปปลอบใจ แต่ก็ไม่เป็นผล ชายคนดังกล่าวได้ใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตผ่านการไลฟ์สด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินทางไปถึงบ้านเกิดของผู้เสียชีวิต ก็พบญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับร่างนายเอกพงษ์ หรือเอก (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้ที่ไลฟ์สดผูกคอเสียชีวิต กลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว โดยเฉพาะนางเอียด รักษา อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นลูกก่อเหตุต่อหน้า แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ไกล และทราบว่าเพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่ จ.ปทุมธานี แต่พักคนละแห่งก็เห็นไลฟ์สด และพยายามโทร.ไปปลอบใจ แต่ไม่กล้าออกไปช่วย เพราะใกล้เวลาเคอร์ฟิว เนื่องจากตอนเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเอียดเปิดเผยว่า เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกชายเพิ่งพาภรรยาและลูกน้อยมาไว้ที่บ้าน เพราะกลัวจะติดโควิด-19 และก็บ่นว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีงาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด จากนั้นลูกชายก็กลับไปทำงานที่ปทุมธานีคนเดียว จึงคิดว่าลูกชายอาจจะเครียดกับสถานการณ์โควิดรายได้ไม่พอใช้จ่าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ศศิภา อายุ 21 ปี ภรรยาของนายเอกพงษ์กล่าวว่า เมื่อเห็นสามีไลฟ์สดกำลังจะผูกคอฆ่าตัวตาย ก็ตกใจมากทำอะไรไม่ถูก พยายามปลอบใจแล้ว แต่ไม่เป็นผล ส่วนสาเหตุคิดว่าน่าจะเครียดเรื่องงานที่ไม่สามารถทำงานได้ปกติเหมือนเดิม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ จนสามีต้องพาตนเองและลูกมาส่งไว้ที่บ้านแม่แล้วกลับไปทำงานคนเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ขอนแก่น เที่ยงวันอาทิตย์ พ.ต.ท.เข็มเพชร ประชาจิตกุล สว. (สอบสวน) สภ.พล รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่ 154 หมู่ 9 ต.โจดหนองแก อ.พล จึงประสานแพทย์เวร รพ.พล และหน่วยกู้ภัยมิตรภาพเมืองพล ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ภายในห้องน้ำชั้นล่าง พบศพนายพิฑูรย์ สีชา อายุ 31 ปี ผูกคอด้วยเชือกไนลอนสีแดงกับขื่อห้องน้ำ เสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 6 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอำพร โพธิ์ชา อายุ 52 ปี แม่ของนายพิฑูรย์เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นช่างก่อสร้าง โดยทำงานอยู่กับน้าชายมานานแล้ว แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 น้าชายต้องหยุดธุรกิจชั่วคราว ลูกชายจึงไม่มีงานทำ จากนั้นลูกได้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 5,000 บาท และก็รอมาเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ลูกชายเงียบไม่พูดไม่คุย ไม่กินข้าว ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปทำธุระ ขากลับแวะซื้อขนมจีนมาให้ลูกกิน มาถึงบ้านเกือบเที่ยงไม่เห็นลูกชาย จึงตะโกนเรียก และเดินหาจนเห็นประตูห้องน้ำปิดอยู่ เมื่อเปิดประตูออกก็พบว่าลูกชายผูกคอตายเป็นศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและญาติพี่น้องทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารย์ ผกก.สภ.พล กล่าวว่า ผู้ตายอาจจะเกิดความเครียด เนื่องจากไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ จึงคิดสั้นผูกคอเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นางอำพรและครอบครัวได้นำศพนายพิฑูรย์ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดโชติการาม ในหมู่บ้าน โดยเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวต่างนำเงินมาบริจาคเพื่อใช้ในการจัดงานศพ ทั้งยังนำข้าวสาร อาหาร และสิ่งของที่จำเป็นมาช่วยด้วย เนื่องจากมารดาผู้ตายยากจนไม่มีเงินจัดงานศพให้กับลูกชายของตัวเอง และกำหนดจะเผาศพในวันที่ 27 เม.ย.นี้ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือนายอำพร สามารถบริจาคเข้าบัญชีธนาคาร ธกส. สาขาเมืองพล หมายเลขบัญชี 020176169052 ชื่อบัญชี น.ส.อำพร โพธิ์ชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 3 พ.ต.ท.พีรณัฐ งามเลิศรัตนชัย รอง ผกก.ป. สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งชายคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนโครงสะพานปรีดีธำรง ข้ามแม่น้ำป่าสัก&amp;nbsp;จึงไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถกระเช้าเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา, เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูอยุธยานำรถพยาบาลและเรือเร็วไปให้ความช่วยเหลือ บนโครงสะพานสูง 12 เมตร พบชายนั่งคร่อมตัวโครงสะพานอยู่ สอบถามนางคนึง ธารีสิทธิ์&amp;nbsp;อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือน้องชาย ชื่อนายสมชาย ธารีสิทธิ์ อายุ 37 ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง&amp;nbsp;ช่วงนี้ตกงานไม่มีงานทำ ขาดรายได้ โดยได้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรงงานทำอิฐใกล้บ้านปล่อยควันทำให้หายใจไม่สะดวก ทำให้เกิดความเครียดสะสมจึงก่อเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมระยะหนึ่ง ในที่สุดก็ช่วยนายสมชายลงมาได้โดยปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64340</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนว่างงาน, พิษโควิด, เครียดหนัก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไลฟ์สดผูกคอฆ่าตัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea57fff6d8cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
