<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จยย.แทงแท็กซี่ แค้นบีบแตรไล่ ชกหัวฟาดพื้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แท็กซี่วัย 53 เฉียดตาย จยย.หัวร้อนไล่ทุบรถไม่พอใจถูกบีบแตรไล่ พอจอดเปิดกระจกจะเจรจา กลับถูกชกและแทงที่อก เดชะบุญคมมีดติดปึกธนบัตร ยังใจดีสู้เสือลงไปพูดคุย คราวนี้ถูกชกล้มทั้งยืนหัวฟาดพื้นสลบ เย็บ 3 เข็ม เข้าแจ้งความ ตำรวจจ่อตั้งข้อหาพยายามฆ่า คนเจ็บพ้อ เพื่อนร่วมอาชีพใจดำไม่คิดช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้มีผู้โพสต์คลิปวิดีโอกล้องหน้ารถลงเฟซบุ๊ก เป็นเหตุการณ์คนขับแท็กซี่บีบแตรใส่รถจักรยานยนต์คันหนึ่ง เนื่องจากขับเบียดเข้ามา ก่อนที่ชายขี่รถจักรยานยนต์จะชักมีดมาเคาะที่ประตูรถแท็กซี่ แล้วขี่ตามมาปาดหน้าจนเกิดชนกัน จากนั้นใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่หน้าอกขวาของคนขับแท็กซี่ และต่อยที่ใบหน้าจนคนขับแท็กซี่ล้มศีรษะฟาดพื้นสลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายกิติพงษ์ มากจงดี อายุ 53 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว ได้เดินทางไปยัง สน.แสมดำ เข้าพบ ร.ต.อ.เริงศักดิ์ เพชรเขียว รอง สว. (สอบสวน) สน.แสมดำ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและชี้จุดเกิดเหตุ โดยนายกิติพงษ์ให้เการว่า วันเกิดเหตุตนกำลังจะขับรถเข้าบ้าน ระหว่างทางมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขี่มาปาดหน้า ซึ่งตนเบรกได้ทัน จากนั้นก็ขับรถมาเรื่อยๆ แต่รถ จยย.คันดังกล่าวได้ขี่มาทางขวามือ แล้วทุบรถตน ก่อนจะปาดหน้าอีกครั้ง ตนจึงได้หักหลบแต่เบรกไม่ทัน ทำให้รถแท็กซี่ชนกับรถ จยย. ตนจึงลดกระจกลงเพื่อจะพูดคุยเจรจาและจะเรียกประกันให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิติพงษ์กล่าวว่า คู่กรณีกลับไม่ฟัง ได้ชกตน 1 ครั้ง แล้วใช้มีดแทงที่อก พอตนขยับรถเข้าข้างทางและลงจากรถเพื่อเจรจา คู่กรณีก็ตรงเข้าทำร้ายและด่าทอไม่หยุด พร้อมบอกชาวบ้านบริเวณนั้นว่าที่ทำร้ายตนเพราะบีบแตรไล่ และถูกตนชนท้าย หลังจากนั้นมีรถกู้ภัยของ อปพร.มาถึงจุดเกิดเหตุ คู่กรณีจึงรีบขี่ จยย.หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บหัวอยู่เพราะล้มหัวฟาดพื้น หมอเย็บให้ 3 เข็ม โชคดีที่คมมีดไม่ทะลุถึงอกเพราะติดปึกแบงก์ 20 ใบ รวม 640 บาท ทำให้มีดไม่ทะลุ หากไม่มีแบงก์ ผมคงบาดเจ็บมากกว่านี้ ขับรถแท็กซี่มา 10 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย&amp;quot; นายกิติพงษ์กล่าว และว่า ช่วงที่ตนถูกต่อยล้มสลบไป เพื่อนแท็กซี่ด้วยกันผ่านไปผ่านมาไม่คิดจะช่วยเหลือเพื่อนอาชีพเดียวกันเลย ถ้าเป็นตนจะจอดรถลงไปดู ถูกผิดค่อยว่ากัน ดีที่มีวิย จยย.มาช่วย ไม่เช่นนั้นคงตายหรือหนักกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ ผกก.สน.แสมดำ กล่าวว่า ได้เรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำ เพื่อยืนยันลักษณะของอาวุธและการก่อเหตุของคนร้ายว่าเล็งเห็นผลขนาดไหน พยายามฆ่าหรือไม่ เพื่อแจ้งข้อหาต่อไป และให้พนักงานสอบสวนเก็บหลักฐานภาพถ่ายผู้เสียหายในที่เกิดเหตุเอาไว้ วันนี้ได้ตีกรอบให้ฝ่ายสืบสวนแล้ว คดีต้องมีความคืบหน้า เนื่องจากพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน รถที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนดูแล้วคนร้ายน่าจะอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ตอนนี้แม้ยังไม่ทราบตัวคนร้าย แต่การไล่กล้องวงจรปิดทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ประกอบกับการนำภาพถ่ายคนร้ายไปลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ในละแวกดังกล่าว ก็น่าจะมีประโยชน์ต่อรูปคดีพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจ สน.แสมดำเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เชื่อว่าจะจับคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงขลา เวลา 01.00 น. วันจันทร์ พ.ต.ต.เฉลิมพล รุ่งรัตน์ สวป.สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนโชคสมานคุณซอย 1 หลังวัดโคกสมานคุณ (พระอารามหลวง) อ.หาดใหญ่ จึงพร้อมกับ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก., พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.รณน สุรวิทย์ รอง ผกก.ป.ไปตรวจสอบ พบรถรถยนต์กระบะตอนครึ่ง สีขาว ทะเบียน บฉ 9796 พังงา ที่ท้ายกระบะบรรทุกหอยใส่กระสอบมาเต็มคัน ที่กระจกด้านคนขับมีรอยกระสุนปืน 1 รู และที่ขอบประตูอีก 1 รู มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายมานพ กลิ่นผกา อายุ 36 ปี เป็นชาว จ.ระนอง ถูกด้วยอาวุธปืน 11 มม.เข้าที่ข้อมือขวา 1 นัด และ น.ส.อมรรัตน์ นาคนิล อายุ 21 ปี ภรรยา ถูกยิงที่ข้างเอวขวา 1 นัด หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ พบหัวกระสุนขนาด 11 มม.ตกอยู่ 1 หัว ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาเหตุได้ข้อมูลจากเพื่อนคนเจ็บที่โทรศัพท์คุยกันก่อนหน้านี้ ว่านายมานพขับรถพาภรรยาจาก จ.ระนอง จะมาส่งหอยที่ อ.หาดใหญ่ ระหว่างทางได้ขับปาดหน้ากับรถกระบะคันหนึ่งแล้วเกิดการขัดปาดกันไปมา ก่อนจะถูกไล่ยิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ลงพื้นที่เร่งแกะรอยหาเบาะแสคนร้าย ทราบว่ารถคนร้ายมี 2 คัน เป็นรถเก๋งกับรถกระบะสีดำ และเป็นการยิงมาจากรถเก๋ง แต่ยังไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนรถ อยู่ระหว่างตรวจภาพวงจรปิดล่าตัวคนร้ายและส่งหัวกระสุนปืนไปตรวจพิสูจน์ ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บทั้งคู่ปลอดภัยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43798</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิติพงษ์ มากจงดี, คนหนังสือพิมพ์, พ.ต.ต.เฉลิมพล รุ่งรัตน์, พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ, พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร, ร.ต.อ.เริงศักดิ์ เพชรเขียว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5aa44e411c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แด่...คนหนังสือพิมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(1)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาด โพสต์ ทูเดย์...ที่ได้ชื่อว่ามีเงินถุง เงินถัง รองรับ รองเบาะ มาตั้งแต่แรก ยังไปซะแล้ว!!! ด้วยเหตุนี้...คงต้องยอมรับนั่นแหละว่า สำหรับ ป๋าเปลว สีเงิน ที่หลังแอ่นอยู่บนพื้นอิฐ พื้นปูน มาโดยตลอด ท่านช่างเป็นอะไรที่ทนมือ ทนตีน แสนอึด แสนฮึด เอามากๆ ถึงได้ประคับประคอง ไทยโพสต์ ให้อยู่ยง คงทน มาได้จนตราบเท่าทุกวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืองานนี้...คงไม่ได้แค่คิดจะ เชียร์กันเอง แต่อาจด้วยเหตุเพราะเคยผ่านประสบการณ์อันสุดแสนจะเจ็บปวด รวดร้าว จากการแบกหนังสือพิมพ์ นิตยสาร บางเล่ม บางฉบับ มาตั้งแต่เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว จนสุดท้าย...ต้องตัดสินใจ ล้างมือในอ่างพลาสติก เลิกท่องยุทธจักร เร้นกายเป็นตัวประหลาด อยู่นอกกำแพงใหญ่มานานแสนนาน ด้วยความรู้สึกถึงความเจ็บปวด รวดร้าว เหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้ต้อง ขอมอบดอกไม้ให้คุณ หรือให้ กำลังใจ ใครต่อใครที่ ถูกสาป ให้ต้องยึดอาชีพเป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ หรือประกอบธุรกิจสิ่งพิมพ์ เอาไว้มั่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(3)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะถ้าว่าไปแล้ว...ความเจ็บๆ ปวดๆ ของผู้ที่คิดเดินเส้นทางสายนี้ มันไม่ได้เพิ่งจะมาเกิดขึ้นแค่ในช่วงปี-สองปี หรือนับเป็นสิบๆ ปีเท่านั้น แต่มันดำเนินควบคู่ เคียงคู่ มาโดยตลอดนั่นแหละ ไม่งั้นคงไม่มีคำว่า นักหนังสือพิมพ์ไส้แห้ง หรือ นกน้อยในไร่ส้ม ปรากฏขึ้นมาตั้งแต่ครรโภทร หรือตั้งแต่วิชาชีพชนิดนี้อุบัติขึ้นมาในสังคมไทย แม้แต่จะมีฐานะเป็นผู้ประกอบการ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจสิ่งพิมพ์ก็เถอะ ก็ยังคงมีคำพูดประโยคที่ว่า...การทำหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับแทบไม่ต่างไปจากการ พิมพ์แบงก์ หรือเอาแบงก์มาพิมพ์อะไรประมาณนั้น เพราะเพียงแค่วูบเดียว!!!...แบงก์ หรือธนบัตร นับเป็นสิบล้าน ร้อยล้าน หรือกระทั่งพันล้าน ต้องกลายสภาพเป็นเศษขยะ หรือถุงขนม โดยแทบไม่เหลืออะไรติดมือเอาไว้เลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(4)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุเพราะไม่ว่าจะเป็นกระดาษพิมพ์ หมึกพิมพ์ แท่นพิมพ์ ไปจนถึงแผ่นฟิล์ม แผ่นสังกะสีที่เอามาใช้เป็นแม่พิมพ์ ตลอดไปจนน้ำยาเคมี ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรต่างๆ มันไม่ได้เป็นสิ่งซึ่งสามารถผลิตขึ้นมาได้เอง ใช้เอง ภายในสังคมที่ต้องพึ่งพาพวกฝรั่งเขามาโดยตลอด ต้องสั่งเข้า นำเข้า และเมื่อต้องบวกกับ ภาษี แต่ละรูป แต่ละแบบ แต่ละชนิดด้วยแล้ว ผู้ที่คิดจะเดินเส้นทางสายนี้ มัก โชคดี...ที่ตายก่อน ไปเป็นรายๆ ส่วนที่อูมฟูม อู้ฟู่นั้น มีอยู่น้อยเต็มที และอาจต้องถือเป็นบุญ เป็นวาสนา ที่มีมาแต่ชาติปางก่อน ชนิดมิอาจถือเป็นมาตรฐาน เป็นแบบอย่าง แนวทาง ได้ตามปกติโดยทั่วไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (5)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วงการหนังสือพิมพ์เลยคล้ายๆ กับวงการหนังไทยอยู่บ้างเหมือนกัน...ตรงที่ผู้ซึ่งจะขึ้นมามีอำนาจเป็นรัฐบาลไม่ว่ารายไหนก็รายไหน ระหว่างที่คบหา เรียกใช้ ขณะที่ยังไม่ได้มี อำนาจ ก็พอเข้าอก เข้าใจ ถึงความเจ็บปวด รวดร้าว เหล่านี้อยู่พอสมควร แต่เมื่อไหร่ที่ได้ขึ้นไปมีบทบาท หน้าที่ เรียบร้อยแล้ว ก็มักจะลืมๆ กันไป วงการหนังสือพิมพ์ หนังสือ นิตยสาร กับวงการหนังไทย จึงมักประสบชะตากรรมคล้ายๆ กัน อันส่งผลให้คนไทยยังคงอ่านหนังสือกันวันละ 8 บรรทัด หรือยังชอบดูหนังผี หนังน้ำเน่า ไปตามข้อเท็จจริงของ ต้นทุนการผลิต ที่แทบมองไม่เห็น กำไร นอกซะจากต้องอาศัยโชค อาศัยบุญ วาสนา ตั้งแต่ชาติปางก่อน อะไรประมาณนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (6)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หนังสือพิมพ์ในช่วงหลังๆ...อาจหนักกว่าหน่อย ตรงที่ต้องเผชิญ คู่ต่อสู้โดยตรง นั่นก็คือบรรดา อินเทอร์เน็ต ทั้งหลายนั่นเอง ทิศทางของ งบโฆษณา ที่แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จึงส่งผลให้กระทั่งบุญและวาสนาที่เคยสะสมไว้แต่ชาติปางก่อน แม้แต่ระดับ สุธีสามสี่ชาติ ก็แทบไม่เหลือติดเก๊ะเอาเลยก็ว่าได้ แต่ละฉบับ แต่ละราย เลยต้องร่วงผล็อยๆ แทบนับศพ แทบจำชื่อไม่ได้ ไม่ว่าตั้ง บ้านเมือง, สกุลไทย, ขวัญเรือน, ดิฉัน ฯลฯ และอะไรต่อมิอะไรที่ต้องถูก &amp;ldquo;สังหารหมู่&amp;rdquo; ระเนระนาดกันไปเป็นแผงๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;(7)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...การที่ ป๋าเปลว สีเงิน ท่านยังอุตส่าห์ประคับประคอง ไทยโพสต์ ให้ยืนยง คงทน มาถึงขั้นนี้ได้ ต้องถือว่าอะไรจะทนมือ ทนตีนเท่านี้ ย่อมไม่มีอีกแล้ว ดังนั้น...ไม่ว่าท่านจะเชียร์ใคร ด่าใคร จะหนีไปเที่ยว แวบไปเปลี่ยนบรรยากาศ ปล่อยให้แฟนๆ เง้อชะแง้แลหาไปเป็นช่วง เป็นระยะ ก็คงต้อง ยกเอาไว้ซะคน อย่าถึงกับเอา รสนิยม ชั่วครั้ง ชั่วคราว ไปวัดตัดสินทั้งชีวิต ทั้งกระบวนการ ต้องหันมาให้ กำลังใจ หันมาช่วย อนุรักษ์ เอาไว้ ชนิดถือเป็นสิ่งหายาก หรือเป็นสิ่งที่ยังพอสะท้อนคุณค่า ราคา ความเป็นชุมชนดั้งเดิม วิถีชีวิตดั้งเดิม ของ คนหนังสือพิมพ์ ที่นับวันมีแต่จะเลือนหายไปยิ่งเข้าไปทุกที...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29781</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหนังสือพิมพ์, ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์, ทรรศนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37687f6cada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง จะวุ่นวายพอสมควร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) หรือ พรรคชาติไทยเดิม ที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ของการเมืองไทย หากดูตามหน้าเสื่อการเมือง เป็นพรรคขนาดกลาง-เล็กที่ได้รับผลกระทบมากพอควรสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เพราะแกนนำ-อดีต ส.ส.หลายคนลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนาไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นจำนวนไม่น้อย อาทิ&amp;nbsp; กลุ่มพิจิตร ของประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์-ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รวมถึงเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีต รมช.คมนาคม อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยาหลายสมัย-ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี ขณะเดียวกัน ในสุพรรณบุรี ฐานเสียงหลักของพรรคชาติไทยฯ ก็เกิดปัญหาแตกคอกันเรื่องการส่งคนลงเลือกตั้งในระบบเขต จนณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี ออกไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ของพรรค ชทพ.ในยามนี้ ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา-บุตรชาย บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีข่าวว่าจะขึ้นเป็น หัวหน้าพรรค ชทพ. ในการประชุมใหญ่พรรค ชทพ.ปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งในการให้สัมภาษณ์ทาง วราวุธ ยังออกตัวว่า ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะได้เป็นหัวหน้าพรรค ชทพ.หรือไม่ แต่หากคนในพรรคโหวตเลือกมอบความไว้วางใจ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้พรรคชาติไทยพัฒนาคือบ้านของผม เป้าพุ่งมาที่ผมเพียงเพราะว่านามสกุลศิลปอาชา ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับพรรคมานาน แต่ว่าสิ่งสำคัญวันนี้คือพรรคต้องอยู่ให้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านนี้คือบ้านของผม จะเรียกว่าเป็นเจ้าบ้านหรือลูกบ้าน ก็บ้านผมเหมือนกัน วันนี้เรายังไม่ได้มีการเลือกหัวหน้าพรรค เพียงแต่คาดกันว่าเป็นผม แต่ถึงวันนั้นจริงๆ ทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงก็ได้ ผมไม่ได้ยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ ยึดติดแค่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ในวันที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ไม่อยู่แล้ว พวกเราต้องอยู่ให้ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องอดีต ส.ส.-แกนนำพรรคทยอยออกจากพรรค ชทพ.ไปในเวลานี้ โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะมีอดีตนักการเมืองคนดังต่างพรรค จะเข้ามาอยู่กับพรรค ชทพ. เรื่องนี้ วราวุธ บอกว่า ขณะนี้พรรค ชทพ.ได้ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคคอยให้การสนับสนุน ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง มีการย้ายเข้า-ย้ายออกของอดีต ส.ส.ภายในพรรค ที่ก็มองว่าเป็นปกติธรรมดา แต่การโยกย้ายถ่ายเทอดีต ส.ส. บางทีคนที่มาอาจจะยังไม่ได้มาจริงๆ ก็ได้ คนที่ไปอาจไม่ได้ไปจริงๆ ก็ได้ ต้องรอดูวันที่ 23 พ.ย.61 (วันที่หากมีการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองใดต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นไม่น้อยกว่า 90 วัน) ที่ถึงตอนนั้น จะเห็นชัดว่า อดีต ส.ส.คนไหนอยู่พรรคไหนบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...วันนี้ที่บอกไปอยู่พรรคนั้นพรรคนี้มันยังไม่แน่ เพราะรู้กันอยู่ว่า เวลาจะสมัครเข้าพรรคก็แค่เซ็นใบสมัคร เวลาจะออกก็แค่เซ็นทีเดียว ลาออกได้เลย ง่ายมาก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เรามีคนมาสมัคร ทั้งอดีต ส.ส. จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ซึ่งยังมีเข้ามาเรื่อยๆ ที่สำคัญคือ วันนี้ผู้ใหญ่ในพรรค ทั้งนายประภัตร โพธสุธน นายจองชัย เที่ยงธรรม นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ซึ่งดูแลพื้นที่เลือกตั้งทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน ยังให้การช่วยเหลือกันอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอดีต ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ที่ออกจากพรรคไปอยู่กับภูมิใจไทย&amp;nbsp; เห็นว่า เป็นเรื่องปกติที่พอเวลาจบฤดูกาล แต่ละคน ซึ่งเราให้ความเคารพในการตัดสินใจว่า เมื่อไปแล้วได้อิสระในการทำงาน หรือว่ามีอะไรที่ลงตัวมากกว่ากับสังกัดใหม่ ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าในวงการการเมือง บางทีไปแล้วไม่ได้ไปลับ ไม่ต่างอะไรกับการย้ายสโมสรของนักเตะในวงการฟุตบอล เมื่อไปแล้วเราก็เคารพการตัดสินใจ แต่ในอนาคตอาจจะได้กลับมาร่วมงานกันใหม่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..เราก็หาคนใหม่เข้ามา ซึ่งผมคิดว่าเราก็มีอะไรดีๆ เข้ามาเหมือนกัน บางทีมันข้อจำกัดบางอย่างที่เราไม่สามารถบอกได้ แต่อย่างที่บอกว่าเมื่อถึงวันที่ 23 พ.ย.61 ทุกพรรคจะต้องหงายไพ่ออกมาหมดแล้วว่าใครอยู่พรรคไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..เป้าหมาย ส.ส.ที่พรรค ชทพ.ตั้งเป้ากันไว้ก็อยู่ที่ 20-30 ที่นั่ง คือเราไม่ใช่พรรคใหญ่ หากเราได้ตามนี้ก็ดีใจแล้ว โดยตั้ง ส.ส.เขตไว้ที่ 10-15 ที่นั่ง แล้วปาร์ตี้ลิสต์ก็ตัวเลขใกล้เคียงกัน แต่จะได้หรือไม่ก็ไม่รู้ แต่เราตั้งเป้าไว้ก่อน&amp;nbsp; ส่วนแคนดิเดต รายชื่อนายกฯ 3 ชื่อ พรรคคงเสนอด้วยตอนเลือกตั้ง แต่จะมีชื่อไหนบ้าง ต้องคุยกันในที่ประชุมพรรคให้ที่ประชุมตัดสิน ว่าสุดท้ายจะเสนอกี่ชื่อ และใครบ้าง ซึ่งหากพรรคเสนอชื่อผม ก็พร้อม ไม่กลัวอยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเหมือนกัน บิ๊กเนมเข้าชาติไทยฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- คนของพรรคที่ออกไประดับเกรดเอก็ออกไปมากแล้วคนจะเข้ามามีเกรดเอหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มี ก็จะฮือฮาไม่แพ้กัน แต่ว่าเขาขอเคลียร์อะไรให้จบก่อน คือหลัง 23 พ.ย. ทุกพรรคจะเห็นชัดหมด เรื่องความคาดหวังว่าจะได้ ส.ส.กี่คน เราก็ต้องคาดหวังและทำให้เต็มที่เพื่อให้ได้ตามที่คาดหวัง แต่หากผลออกมาแล้วไม่เป็นอย่างที่คิดก็อย่าได้แปลกใจ คือวันนี้พรรค ชทพ.ผ่านการเปลี่ยนแปลงเยอะ แต่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ก็ต้องตั้ง ไม่เช่นนั้นก็จะทำงานแบบไร้จุดหมาย แต่ผลลัพธ์ออกมาก็ดูที่ว่า เราได้เท่าไหร่ ดีกว่าจะมองว่าหายไปเท่าไหร่ เพราะหากคิดว่าหายไป มันก็จะหมดแรงใจทำงาน แต่คิดว่าเราได้มาขนาดนี้ ผมลงทำงานการเมืองเต็มตัว ได้มาขนาดนี้ ก็กำไรแล้ว จากนั้นก็ลุยกันต่อไป ไม่ได้เดือดร้อนอะไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากในที่ประชุมใหญ่เลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค จะมีทิศทางทำงานทางการเมืองอย่างไร วราวุธ ยังสงวนท่าทีในเรื่องนี้ โดยกล่าวแค่ว่า เมื่อพรรคยังไม่ได้มีการประชุมใหญ่ ที่บอกกันว่าวราวุธต้องเป็นหัวหน้าพรรค หรือคนนั้นคนนี้จะเป็นอะไรในพรรค ยังมาไม่ถึง แต่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคสำหรับผมไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือ พรรคชาติไทยพัฒนา สำหรับผมจังหวัดสุพรรณบุรีคือบ้านเกิด ผมพูดมาตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็แล้วแต่ บ้านหลังนี้ก็ยังเป็นบ้านของผมอยู่ ถ้าผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าพรรค ผมก็ทำ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ถ้าถึงเวลามีคนที่เหมาะสมกว่า หรือมีคนมีศักยภาพกว่า เราก็ไม่ขัดข้องเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เชื่อ ทุกเสียงไม่ตกน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคกลาง-เล็ก ได้เปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วราวุธ-แกนนำพรรค ชทพ. กล่าวถึงระบบการเลือกตั้งที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นับทุกคะแนนเสียง จนมีการมองกันว่า พรรคขนาดกลาง-เล็กจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากระบบดังกล่าวทำให้มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มากขึ้น เรื่องนี้ วราวุธ วิเคราะห์ว่า บัตรเลือกตั้งใบเดียวมันเสียเปรียบทุกพรรค เพราะท้ายที่สุดแล้วคะแนนของ ส.ส. ยกตัวอย่างเช่น จะมีคะแนนเฉลี่ยเก้าอี้ ส.ส. อยู่ที่ประมาณ 70,000 เสียง เท่ากับว่าในเขตเลือกตั้งหนึ่ง ถ้า ส.ส.คนหนึ่ง ได้คะแนน 40,000 เสียง อีกคนได้คะแนน 30,000 เสียง อย่างนี้คนที่แพ้กำไรกว่าคนชนะ เพราะว่าคนชนะได้คะแนน 40,000 เสียง ขณะที่ค่าเฉลี่ยมัน 70,000 เสียง เท่ากับมันหายไป 30,000 เสียง นอกเสียจากว่า ผมลงสมัคร ส.ส. แล้วได้คะแนน 140,000 เสียง อย่างนี้ผมได้เขตแล้วยังได้ปาร์ตี้ลิสต์มาอีกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะจำนวน ส.ส.พึงมี มันต้องนำไปหักลบด้วยจำนวน ส.ส.เขตที่เรามี แต่ว่าคะแนนที่เราได้ทั้งหมดประเทศ พอเอา 70,000 ไปหาร สมมติว่าเราได้ ส.ส.พึงมี 30 คน ได้เขตไปแล้ว 17 เขต แปลว่าเราได้ปาร์ตี้ลิสต์อีก 13 คน แต่ถ้าใน 17 เขต ได้คะแนนกัน 20,000 หรือ 30,000 คะแนน แทนที่จะเอามาช่วย ทำให้โอกาสที่จะได้ปาร์ตี้ลิสต์มันน้อยลง เราก็ต้องมาวางแผนในการส่งผู้สมัครลงเขตต่างๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราตั้งเป้าไว้ 350 เขต โดยเอาคะแนนของคนที่ได้ที่ 2 ที่ 3 หรือที่ 4 มาช่วยกันในส่วนของคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ดังนั้น การเหลือบัตรใบเดียว ชาวบ้านผู้ลงคะแนนคงต้องคิดหนัก เพราะเมื่อก่อนเลือกคนที่เรารัก เลือกพรรคที่เราชอบ แต่พอเหลือบัตรใบเดียว ชาวบ้านต้องตัดสินใจแล้วว่าระหว่างคนกับพรรค สมมุตินโยบายพรรคก็ดี แต่ถึงเวลาผู้สมัครไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ส่วนพรรคอยู่ที่ กทม. แต่พอเลือกคน ดันชอบนโยบายของอีกพรรค ปัญหาจึงตกมาอยู่ที่ผู้ลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วช่วงการคำนวณผลได้-เสียตอนเอ็กซิตโพล จะทำได้ยากมาก เพราะเมื่อก่อนเวลาลงคะแนนให้กับพรรคเสร็จ&amp;nbsp; เราจะรู้เลยว่าพรรคนั้นๆ กระแสมาขนาดไหน คาดเดาได้ แต่มารอบนี้ได้คนมาเพียบ ปรากฏว่าผลต้องไปคำนวณหักลบกับ ส.ส.พึงมีอีก ดังนั้น เอ็กซิตโพลที่จะออกมามันจึงเดาไม่ออกว่าแต่ละพรรคจะได้เท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผมพูดตรงๆ ว่า รอบนี้กว่าจะรวมคะแนนกันแบบไฟนอลได้ คิดว่ากินเวลาเป็นเดือน อย่างบัตรที่จะเอามาคำนวณจะนับเฉพาะบัตรลงคะแนนให้กับพรรคการเมือง แปลว่าบัตรเสีย และไม่ประสงค์ลงคะแนนก็ไม่นับ จะนับเฉพาะบัตรที่มีคะแนนให้กับพรรคนั้นๆ ต้องมานั่งรวมกันทั้งหมด แล้วมานั่งแบ่งสันปันส่วนกัน มันไม่ง่าย ยังไม่รวมใบเหลือง ใบแดง ซึ่งถ้าแจกใบแดงแล้ว ต้องลบคะแนนของคนนั้นออกไป ก็กระทบยอดใหญ่อีก ก็ต้องถัวเฉลี่ยกันใหม่ นี่เป็นเรื่องอีกยาวเลย 350 เขตทั่วประเทศ การที่จะให้มีปาร์ตี้ลิสต์ถึง 150 คน โอ้โห เป็นเรื่องที่มันไม่ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่คิดว่าระบบใช้บัตรใบเดียวจะมีใครได้ประโยชน์สักคนเดียว เสียเปรียบกันหมดทุกพรรค เหมือนเมื่อก่อนพรรคเล็ก คะแนนพรรคสู้ไม่ได้ก็เอาเขตชัวร์ๆ ไว้ก่อน พรรคใหญ่ได้คะแนนเขตมา ก็ได้ปาร์ตี้ลิสส์ด้วย ก็กลายเป็นสองทาง พอมานั่งคำนวณผมเลยคิดว่ารอบนี้เสียเปรียบกันหมดเลย ยากจริงๆ ว่าคะแนนมันจะออกมารูปแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลใหม่ตั้งยาก อยู่ลำบาก!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วราวุธ-แกนนำพรรค ชทพ. มองการเมืองในอนาคตโดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งด้วยว่า คงจะวุ่นวายพอสมควร เพราะคงไม่มีพรรคไหนได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และการทำงานของรัฐบาลหลังเลือกตั้ง จะมีความซับซ้อนมาก รัฐบาลต้องได้รับความเห็นชอบเรื่องนโยบายจากองค์กรอิสระด้วย ดูแล้วการขับเคลื่อนองคาพยพหลังเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ามีอะไรขึ้นมาแล้วยุบสภา เลือกตั้งใหม่ จะยิ่งหนักขึ้นไปใหญ่ เพราะพรรคการเมืองต้องทำไพรมารีโหวตทั้ง 350 เขต ตอนนั้นไม่มีมาตรา 44 ดูแล้ว รัฐบาลชุดหน้าน่าสงสารเหมือนกัน ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ เมื่อเข้ามาทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ช่วงการเลือกตั้ง การหาเสียงอาจถูกแบ่งเป็นสองขั้ว คือฝ่ายหนุน-ค้าน คสช. &amp;ndash;พลเอกประยุทธ์ พรรคชาติไทยพัฒนาจะอยู่ตรงไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ต้องแล้วแต่มติที่ประชุมพรรคเป็นผู้ตัดสิน แต่ถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี พูดว่าจะลงเล่นการเมือง แค่พูดแต่ว่าสนใจการเมือง คนก็ตีความไปต่างๆ ทั้งที่นายกฯ อยู่มาสี่ปีกว่า หากบอกไม่สนใจการเมืองก็ผิดปกติแล้ว เอาไว้ถึงเวลา หากนายกฯ ประกาศชัดว่าจะไปอยู่กับพรรคการเมืองใด แล้วเราค่อยมาถามเมื่อถึงตอนนั้นดีกว่า ว่าเราจะไปยังไงกันต่อ แต่สำหรับพรรคชาติไทยฯ เราเป็นองค์กรที่ทำอะไรก็แล้วแต่ต้องถกในองค์กร ต้องให้มติที่ประชุมพรรค ไม่ใช่ให้คนใดคนหนึ่งมาตัดสินหรือมาทำอะไร แต่เราต้องมาถกกัน มติที่ประชุมพรรคเห็นอย่างไร เราก็ต้องเห็นพ้องไปในทางเดียวกัน คงไม่สามารถตอบในนามส่วนตัวได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเรื่องโอกาสจะเกิดนายกฯ คนนอก รัฐธรรมนูญเปิดช่องเอาไว้ ก็แสดงว่าคนเขียนกฎหมายคงคิดเผื่ออะไรไว้หลายอย่าง แต่สำหรับนายกฯ จะคนนอกหรือนายกฯ คนใน ก็เป็นเรื่องที่รัฐสภาจะตัดสิน เราตอบแทนไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามย้ำว่า แล้วถ้าการแข่งขันช่วงเลือกตั้ง เกิดมีการสร้างกระแส แบ่งออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน คือฝ่ายหนุนประชาธิปไตย&amp;ndash;หนุนเผด็จการ จะส่งผลต่อพรรคขนาดกลาง-เล็ก แบบชาติไทยพัฒนาหรือไม่ วราวุธ-แกนนำพรรค ชทพ. ให้มุมมองว่าผมว่า แค่วลีนี้ก็ขัดแย้งกันในตัวเองแล้ว กับที่บอกว่าเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการต่อสู้กันระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย เพราะมันคือเลือกตั้ง ถึงเวลามันก็คือเลือกตั้ง จะบอกว่าเผด็จการ แต่ว่ามันก็อยู่ในสนามเลือกตั้งแล้ว ก็คือทุกคนก็ทำงานภายใต้ระบบการเลือกตั้ง ก็แล้วแต่ว่าใครจะรวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้ ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกมองว่า พรรค ชทพ.เป็นพรรคเล็ก แต่ วราวุธ-แกนนำพรรค ชทพ. ย้ำว่า เบื้องต้นพรรคตั้งเป้าไว้ว่าจะส่ง ส.ส.เขตให้ครบ 350 เขต ทำให้ดีที่สุด แต่บางเขตมีผู้สมัครถึง 19 พรรค มันจะอะไรขนาดนั้น ก็ต้องมาดูกันไป อีกอย่างเงื่อนไขในการตั้งพรรคการเมืองสมัยนี้มันไม่ได้ง่าย ต้องเป็นกำลังใจให้พรรคใหม่ๆ ที่ตั้งขึ้น เพราะขนาดผมยังรู้สึกว่ามันยาก เงื่อนไขมันเยอะจริงๆ อย่างไม่นับการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าการเลือกตั้งครั้งต่อไป ในการที่จะต้องทำไพรมารีโหวตทั้ง 350 เขต แปลว่าผมต้องมีสมาชิกเขตละ 100 คน 350 เขต ก็ 35,000 คน บวกกับสาขาพรรคเหนือ-กลาง&amp;ndash;อีสาน-ใต้ เพราะเขากำหนดมาว่าพรรคการเมืองต้องสาขาอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา และ 1 สาขา ต้องประกอบไปด้วยสมาชิกไม่ต่ำกว่า 500 คน แปลว่า 4 สาขา ต้องมีสมาชิก 2,000 คน บวกกับทุกเขตเลือกตั้งที่เราจะส่ง 350 เขต ที่ต้องมี 35,000 คน รวมเป็น 37,000 คน ถามว่าในเมืองไทยพรรคที่มีสมาชิกเป็นหลักหมื่นหลักแสนหรือหลักล้านมีแค่ไม่กี่พรรคเท่านั้นเอง พรรคเล็กๆ ตายหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วราวุธ-ว่าที่ หน.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีมีการมองกันว่าเลือกตั้งที่จะมีขึ้น พรรค ชทพ.จะยิ่งเล็กลงไปอีกว่า เป็นสิ่งที่คาดเดากันไป และเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วว่าวราวุธนั้นบารมีไม่เท่านายบรรหาร ถ้าเล็กกว่าที่นายบรรหารเคยทำไว้ก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลกอะไร ถ้าทำได้เท่ากัน หรือมากกว่าถือว่าเป็นที่คิดผิด เพียงแต่ว่าเลือกตั้งสมัยนี้ เป็นสมัยที่ผมทำงานการเมืองเต็มตัว จะอยู่ในสถานะใดก็แล้วแต่ ประสบการณ์ในการที่จะดำรงตำแหน่ง ในการที่จะมาเดินสนามการเมืองเต็มตัวมันยังน้อย ที่ผ่านมาเราเดินตามคำแนะนำของคุณพ่อ แต่พอวันที่นายบรรหารไม่อยู่ เราต้องออกมาฝ่าคลื่นลมเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทุกอย่างเหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่ ไม่ใช่ว่าพอเป็นลูกนายบรรหารมานับหกเลยมันไม่ใช่ ทางการเมืองไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ผมจึงเหมือนนับหนึ่งใหม่ แล้วได้เท่าไรผมถือว่าเป็นกำไร ที่จะบอกว่าเล็กลงหรืออะไร ตรงนั้นเป็นวัฏจักรการเมือง นายบรรหารเองกว่าจะมาถึงวันนั้นใช้เวลาเกือบค่อนชีวิต 30-40 ปี แต่ผมเพิ่งทำงานการเมืองได้ปีกว่าเอง ดังนั้น เราจึงไม่ได้หวั่นไหวอะไร แต่ยืนยันว่าจะสู้เต็มร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...แน่นอนว่า พรรคเราไม่ใช่พรรคใหญ่ที่จะตั้งเป้าว่าเราจะเป็นนายกฯ ดังนั้น นโยบายที่เราจะนำเสนอให้กับสาธารณะมันจะต้องเป็นอะไรที่พูดได้ ประชาชนฟังแล้วคิดออก ทำได้ทันที หัวใจสำคัญของเราคือ ทำอย่างไรให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี มีกินมีใช้ ทุกวันนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะทำอย่างไรให้คนในประเทศมีเงินในกระเป๋า ทำให้จนกระจุก รวยกระจาย ซึ่งแนวทางของเราจะเป็นนโยบายที่พอพูดออกมาแล้ว คนจะเห็นทันที ไม่ใช่ไปวาดฝันอะไรให้เขา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เรามีคือ มีทั้งผู้หลักผู้ใหญ่และ 2 คนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ ดังนั้น สิ่งที่เรามีจะเป็นการบาลานซ์ระหว่างเหล้าใหม่และเหล้าเก่าผสมกัน นโยบายของเราอาจจะไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องเป็นนายกฯ เพราะเราไม่ใช่พรรคไซส์ใหญ่ แต่นโยบายของเราต้องเข้าไปเปลี่ยนความเป็นอยู่ของประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..อย่างเรื่องเกษตรจะเป็นส่วนหนึ่งสำคัญของนโยบายเรา เพราะวันนี้เราเถียงกันอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เกษตรกรก็ยังไม่มีเงินใช้ ทั้งที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ จึงต้องเพิ่มศักยภาพให้กับเกษตรกร หากเกษตรกรของเรามีความรู้ทางการเกษตรมากขึ้น ผลผลิตสามารถขายได้โดยที่เราใช้วิทยาการ ใช้การตลาดเข้ามาช่วย ไม่ใช้ตะบี้ตะบันผลิตอย่างเดียว ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญของประเทศไทยคือ คนกว่า 70-80 ล้านคน ที่ทำหน้าที่เป็นเกษตรกร ทำอาชีพเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ ทำนาทำไร่ ทำประมง คนเหล่านี้ถ้าอยู่ได้ มีกินมีใช้ เงินมันจะผันจากข้างล่างขึ้นมา แนวทางของเราคือ ทำอะไรที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ขายฝัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วราวุธ พูดเรื่องแนวทางเรื่องการศึกษาของพรรคชทพ. ไว้ด้วยว่า เรื่องการศึกษา เป็นแผนระยะยาวที่ต้องแก้ เพราะเป็นเบื้องลึกสุดของปัญหาต่างๆ แนวทางนี้จะทำได้ ไม่ใช่ได้ใช้เวลา 3 เดือน 7 เดือน แล้วเห็นผล มันต้องใช้เวลาเกือบ 20 ปี มันต้องเริ่มต้นขั้นตอนกระบวนการทำ 2-3 ปี กว่าจะไปแก้ตรงรากฐานมันได้ ดังนั้น สิ่งนี้ถ้าเราได้โอกาสมาทำงาน เราจะมีกลไกในการขับเคลื่อนผลักดันนโยบายด้านการศึกษา เพื่อจะมาเปลี่ยนความคิดอะไรทั้งหมด ต้องเป็นการกระจายอำนาจสู่ทุกๆ จังหวัด แล้วฟังเสียงจากข้างล่างขึ้นมาสู่ข้างบน ไม่ใช่จากข้างบนลงไปข้างล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเราไปพูดเรื่องประเด็นการศึกษา ชาวบ้านก็จะนั่งฟังแล้วร้องโอ้โห ต้องใช้เวลาถึง 20 ปีเลยหรือ แต่ผมบอกแล้วว่านี่เป็นแผนระยะยาว แต่แผนระยะสั้นเราก็มีเอาไว้ว่าจะทำ 1 2 3 4 ไม่ได้ออกมาแบบคลุมทั้งหมด เพราะเราไม่ได้ตั้งใจว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราพูดกันในหลักความเป็นจริง เราไม่ใช่พรรคขนาดใหญ่อยู่แล้ว เราจึงคิดในสิ่งที่เป็นไปได้ และสิ่งที่เราสามารถทำได้ กระทรวงไหนจะเป็นอย่างไร เรามาคิดในเรื่องให้เป็นแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมรับโอกาสพรรคจะเล็กลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคกลางซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรค ชทพ.จะรักษาเอาไว้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าต้องมีผู้ท้าชิงขึ้นมา ไม่มีอะไรที่เป็นสัจธรรมดาวค้างฟ้า มีขึ้นก็มีลง มีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น รอบนี้หากไซส์มันจะลดลงบ้าง ก็ถือว่าเป็นสัจธรรมของวงการการเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หน้าที่ของผมจะทำอย่างไรให้พรรคชาติไทยพัฒนาเดินไปข้างหน้าเคียงคู่กับผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะหัวหน้าพรรคหรือลูกพรรค เพราะที่นี่คือบ้านของผม ถึงผมจะเป็นลูกพรรคคนหนึ่งก็ต้องผลักดันให้พรรคของเรามีความยิ่งใหญ่ และดึงคนเข้ามาให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ส่วนเรื่องการขยายฐานเสียงไปยังพื้นที่อื่นเช่นภาคใต้ ที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ เรื่องนี้ ประเด็นของผมคือ เอาตัวให้รอดก่อน อย่าเพิ่งไปขยายเยอะ ตัวเองยังจะไม่รอดเลย แล้วจะไปเอาอันนั้นอันนี้ ตอนนี้คือ รักษาฐานที่มั่น ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี เราพยายามจะเอาให้ได้ให้ครบทั้ง 4 เขต ก็มีข่าวอะไรต่างๆ ออกมามากมาย ซึ่งวันที่ 23 พ.ย.61 จะชัดเจนว่าแต่ละเขตจะออกมาแบบไหน ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ย้ายไปพรรคเพื่อไทย วันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าท่านไปแล้วท่านจะกลับหรือเปล่า อาจจะกลับมาก็ได้ แต่ถ้าไม่กลับมาก็คงต้องคุยกัน คือสิ่งที่ผมพูดก่อนหน้านี้ว่าเขตดังกล่าวจะไม่ส่ง เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ถึงเวลาต้องดูคณะกรรมสรรหาผู้สมัครและผู้ใหญ่ในพรรคว่าตกลงจะเอาอย่างไร เพราะทุกอย่างที่เราทำในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ต้องทำในรูปแบบของสถาบัน ต้องดูมติพรรคว่าลุยไหม หรือจะถอย ต้องถามผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ใช่แค่ผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วราวุธ-แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ยังกล่าวถึงความพยายามผลักดันการสร้าง นิวบลัดพรรคชาติไทย หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ทำมาแล้วหลายเดือนว่า ต้องบอกตรงๆ ว่าพรรคการเมืองทุกพรรค ถ้าจะไปข้างหน้าได้ต้องประกอบไปด้วยคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเป็นการเข้ามาเสริมทัพ แต่การจะไปข้างหน้าได้ขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ต้องใช้คนรุ่นเก่าเป็นหลัก และใช้คนรุ่นใหม่มาเสริม ในการที่จะมีไอเดียใหม่ๆ เข้ามา ไม่อย่างนั้นตายแน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เรานำเสนอคือ พรรคชาติไทยพัฒนาของเราก็มีทีมงานคนหนุ่มเข้ามาทำงานด้วยเหมือนกัน แต่หัวใจที่จะทำให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้คือต้องไปด้วยกัน ถ้าหนุ่มอย่างเดียวก็ตายหมู่ เก่าอย่างเดียวก็จะไปวนอย่างเดิม ดังนั้น เราต้องช่วยกัน ทุกองค์ประกอบของเครื่องจักรที่ชื่อชาติไทยพัฒนา จะเป็นชิ้นส่วนใหม่ ชิ้นส่วนปัจจุบัน หรือเก่ากึ้กแล้ว อย่างไรก็ต้องเดินไปข้างหน้าด้วยกัน เอาเฟืองใหม่เอี่ยมเข้ามา แต่มันยังไม่ลื่น ติดๆ ขัดๆ ก็ต้องใช้เฟืองตัวเก่าๆ เป็นหัวใจสำคัญในการทำงานการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก เห็นว่ากลุ่มผู้ใช้สิทธิ์กลุ่มดังกล่าว จะต้องมีไอดอลให้กับเขา จะต้องมีนโยบายที่จับต้องให้กับเขา ต้องไม่ใช่นโยบายขายฝัน ต้องพูดแล้วออกมาเขาเห็นภาพว่าทำแล้วเขาได้อะไร จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไรบ้าง และพวกเขามีสิทธิ์ที่อยู่ในมือที่จะมาร่วมกำหนดอนาคตของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สังคมไทยตอนนี้กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะมามุ่งเฉพาะกลุ่ม first voter ไม่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่ากลุ่มผู้สูงอายุ ข้าราชการบำนาญ&amp;ndash;เกษียณอายุแล้ว ต้องการอะไร กลุ่มนี้ก็มีความสำคัญ แต่จริงๆ ทุกกลุ่มสำคัญหมด เพราะหากพูดถึงประเทศไทยเรา ตอนนี้กลุ่มผู้เกษียณอายุเยอะกว่ากลุ่ม first voter อีก จะไปมุ่งแต่ว่าจะไปซื้อใจกลุ่มดังกล่าวอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูองค์รวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ต่อจากนี้พรรคชาติไทยพัฒนาต้องรีแบนด์พรรคกันใหม่หรือไม่ เพราะก็ยังมีการใช้คำพูดเดิมๆ เรียกขานพรรคอยู่ เช่น พรรคปลาไหล?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา พรรคเราก็ทำงานมาเกือบทุกตำแหน่งแล้ว ทั้งแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้าน พรรคร่วมฝ่ายค้าน เราจึงไม่ได้เดือดร้อนในการจะไปจ้องเสียบหรือเป็นปลาไหล และที่สำคัญเราเป็นพรรคที่ยึดมั่นในคำพูดของเรา ที่บอกว่าปลาไหล แต่หากไปดูก็จะพบว่าพรรคไม่เคยผิดคำพูดกับใคร ก็ยังสงสัยว่าวาทกรรม วลีการเมืองที่ออกมามันตรงกับความจริงหรือไม่ หรือพูดเพียงเพื่อความสะใจ แต่ก็ไม่เป็นไร เราเป็นอย่างไร เรารู้ดีสุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามปิดท้ายว่าอนาคตพรรคชาติไทยพัฒนาต่อจากนี้ จะเหมือนกับทีมฟุตบอล สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ฤดูกาลหน้ายังได้อยู่ในไทยพรีเมียร์ลีก ต่อหรือไม่ วราวุธ-ประธานสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี กล่าวว่า ยังไม่รู้เพราะสุพรรณ เอฟซี ผลออกแล้ว แต่ชาติไทยพัฒนาผลยังไม่ออก แต่ผมประกาศตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้วว่า สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ขอไม่ตกชั้น ที่สุดท้ายก็รอด ไม่ได้บอกว่าจะอยู่ในท็อปไฟว์ เพราะปีนี้ทีมตกชั้นมีห้าทีม เพราะรู้อยู่แล้วว่าสู้กันหนัก ผมก็ทำได้ตามสัญญา ตามที่ตั้งเป้าไว้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20352</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหนังสือพิมพ์, ครบรอบไทยโพสต์, นายนพดล ปัทมะ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอุตตม สาวนายน, วิเคราะห์ศึกเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcb32427adbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ง่ายพรรคเดียวมีเสียงข้างมาก พท.มีโอกาสไม่ได้เป็นรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย-อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงทิศทางของพรรคเพื่อไทยต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายจำนวนที่นั่ง ส.ส.หลังการเลือกตั้ง หลังจากถามว่าเพื่อไทยมีโอกาสจะได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งหรือไม่ โดยบอกว่าไม่มีความสามารถในการประเมินอย่างชัดเจน ระบบเลือกตั้งใหม่เป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสม และมีบัตรเลือกตั้งใบเดียว คราวนี้จะยากอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;คิดว่าน่าจะเกิน 200 เสียง ส่วนจะถึง 250 หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องประเมินใกล้ๆ ไม่กังวล อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สิ่งที่พรรคต้องทำ เราต้องเตรียมคน เตรียมแนวทางที่ตอบสนองโจทย์ประเทศ พรรคเพื่อไทยเมื่อเป็นสถาบันการเมือง อย่าไปกังวลว่าจะชนะหรือผลคะแนน ควรมองไปข้างหน้า เราจะนำประเทศชาติให้สงบสุข มีประชาธิปไตย มีความร่วมมือเศรษฐกิจ เราทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ก็อยากจะทำ ไม่อยากให้สมาชิกพรรคไปซีเรียส กังวลใจกับที่นั่งจะได้ แต่ทำให้ดีที่สุด ฟังประชาชน และเคารพการตัดสินใจประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;..สำหรับจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดูแล้วคงจะได้น้อยลง ถ้าพูดกันตรงๆ ถ้าได้ ส.ส.เขตมากแล้ว เพราะเป็นสัดส่วนแปรผัน สมมุติเราได้ 45 เปอร์เซ็นต์ เราก็ได้ ส.ส.ไม่เกิน 250 คน หลังจากได้คะแนนทั้งหมด มาดูว่าเขตได้กี่คน แต่ยังมองลำบาก แต่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์คงลดลงแน่ๆ ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามถึงพื้นที่เลือกตั้งที่เพื่อไทยยังมีปัญหาเจาะไม่ค่อยได้เช่น ภาคใต้&amp;ndash;กรุงเทพมหานครชั้นใน นพดล บอกว่ามีตัวแปรหลายเรื่อง เมื่อเราเลือกหัวหน้าพรรค อยู่ที่ว่าจะเป็นใคร เชื่อมโยงกับฐานเสียงที่สนับสนุนหรือไม่ การแบ่งงานรองหัวหน้าพรรคให้ดูแลพื้นที่ และขั้นตอนการเสนอแนวทางที่ตอบโจทย์คนเมือง แนวทางต่อไปไม่ใช่จะตัดเสื้อขนาดเดียวให้ทุกคนใส่ แต่มีการปรับแต่งเพื่อให้ตอบโจทย์คนในพื้นที่ให้ได้ด้วย โดยต้องมีทั้งคน พร้อมการคัดสรรผู้สมัครที่โดดเด่นตอบโจทย์ตามจังหวัดต่างๆ ด้วย แต่ไม่ใช่จะไปฮั้วกับพรรคหนึ่งพรรคใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพดล-แกนนำพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า เรื่องหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่จะมีการเลือกกันในวันที่ 28 ต.ค. เราตั้งเป้าให้เป็นคนที่โดดเด่น ถ้าไม่ใช่ก็จะเป็นจุดด้อยของเราที่แข่งขันกับพรรคอื่นไม่ได้ เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็มีตัวตนชัดเจน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยต้องมีคุณลักษณะเนื้อเดียวกับพรรค เป็นตัวจริงเสียงจริง มีความรู้ความสามารถ มีจุดยืนประชาธิปไตยชัดเจน เป็นผู้นำสมาชิกพรรคไปสู่การเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ความเห็นผม ไม่จำกัดอายุ หนุ่มหรือแก่ แต่ต้องมีความรู้เศรษฐกิจทั้งระดับฐานราก มหภาค จะสร้างรายได้อย่างไรให้คนจน คนฐานราก เกษตรกรอย่างไร ต้องรู้เรื่องเศรษฐกิจ ระยะนี้เป็นวาระเศรษฐกิจ นักเศรษฐกิจ ต้องเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องนักเศรษฐศาสตร์ และต้องมีจุดยืนประชาธิปไตยชัดเจน มีภาวะผู้นำการนำพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- หัวหน้าพรรคต้องเป็นคนที่ต่อสู้กับพรรคมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่สามารถพูดแทนคนอื่นได้ เวลาดูใครต้องดูอดีตว่าปัจจุบันจะทำอย่างไร อนาคตจะเดินไปถึงไหน เป็นเรื่องปกติ ยิ่งหัวหน้าพรรคต้องพิจารณา มีทั้งจุดยืน มีภาวะผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ เราคงไม่กำหนดสเปกละเอียด ต้องอยู่กับพรรคมาทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ทุกปี ไม่ขนาดนั้น และต้องเป็นคนที่ช่วยให้เราได้คะแนนเพิ่มขึ้น ดึงดูดทั้งสมาชิกเรา และคะแนนใหม่ และคะแนนที่ไม่เคยเลือกเรา เป็นเรื่องจำเป็น บางทีไปปรากฏตัวสื่อครั้งหนึ่ง ทำให้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นมา ในยุคโซเชียลมีเดีย คุณลักษณะของผู้นำพรรคมีความจำเป็น ผู้นำพรรคต้องมีเสน่ห์ดึงดูด มีบารมีการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- หัวหน้าพรรคต้องอยู่ใน 1 ใน 3 รายชื่อบัญชีนายกฯ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ควรเป็นอย่างนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อไทยถ้าลงบัญชีรายชื่อต้องเป็นหมายเลข 1 เว้นแต่ไปลงแบบเขต ควรอยู่ 1 ใน 3 ที่จะเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรื่องหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในพรรคไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน อาจเป็นไปได้ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ คนจะเป็นหัวหน้าพรรคต้องเป็นคนสำคัญ และถือว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นนายกฯ สูงกว่าพรรคอื่น พรรคใหญ่ขับเคลื่อนอะไร ความเห็นหลากหลาย หากผ่านกระบวนการคัดสรร ซาวเสียงตามธรรมชาติ ทุกคนก็พร้อมให้ความสนับสนุน ให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- คนมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องผ่านความเห็นชอบจากนายทักษิณ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นข่าวที่เห็นในสื่อ ผมว่าในวันที่ 28 ต.ค. เราใช้กลไกข้อบังคับพรรค กฎหมายใหม่ ห้ามไม่ให้สมาชิกพรรคครอบงำพรรคอยู่แล้ว เราทำตามกฎหมายให้ถูกต้อง ตอนนี้ยังไม่เห็นใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ยังมีเวลาที่เสนอตัว มีการดีเบต ซาวเสียง สรรหา เรื่องข่าวก็เป็นข่าว แต่ความเป็นจริงอยู่ที่สมาชิกจะโหวตในวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นพดล บอกว่าเห็นด้วยที่คนจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยควรต้องแสดงวิสัยทัศน์ ไม่ต้องรอวันที่ 28 ต.ค.ก็ได้ ควรมีการแสดงวิสัยทัศน์กันสักสองครั้ง แต่ไม่ต้องลงคะแนน แต่ไม่รู้ว่าคำสั่ง คสช.ห้ามหรือไม่ แต่โดยหลักควรมี หรืออัดคลิปวิสัยทัศน์ให้สมาชิกดูในเว็บไซต์ ในวันที่ 28 ต.ค. มาโหวตกัน จะได้รู้ความคิดอ่านแต่ละคน และแต่ละคนจะได้โชว์กึ๋นความสามารถ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้เสนอใคร เป็นเพียงความคิดผม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับโครงสร้างของเพื่อไทยต่อจากนี้เห็นว่าต้องมีการปฏิรูปพรรคเป็นสถาบันการเมือง มีกลไกการทำงานชัดเจนขึ้น มีสำนักนโยบาย สำนักสื่อสารการเมือง สำนักเลขาธิการพรรค สำนักกฎหมาย เป็นต้น เป็นกลไกต่อเนื่อง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ แพ้เลือกตั้งแล้วเลิก ไม่ใช่อย่างนั้น จะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะต้องตามต่อไป เช่น เรื่องอีอีซีมีข้อบกพร่องอย่างไร ผลประโยชน์ให้ภาษีต่างชาติเยอะหรือไม่ อุตสาหกรรมด้านไหนไปลงทุน พรรคจะเป็นสถาบันการเมือง เป็นที่พึ่งหวังประชาชนระยะยาวได้ ขอให้ปลดล็อกการเมือง เรียกพรรคการเมืองแล้วทำข้อตกลงเซ็น อย่าไปทำความวุ่นวาย พรรคการเมืองพร้อมอยู่แล้ว เขาไม่มีเจตนาทำให้เกิดความวุ่นวาย ขอถือโอกาสนี้วิงวอนผู้มีอำนาจ คสช. พรรคการเมืองก็เป็นคนไทย เราจะปรองดอง พล.อ.ประยุทธ์บอกรับฟังทุกคน รับฟังผมด้วย พรรคการเมืองไม่ทำให้เกิดความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพดล ยังกล่าวถึงแบรนด์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยด้วยว่า ระหว่าง rebrand กับ reform ให้น้ำหนัก reform คือ ปฏิรูป รีแบรนด์เหมือนไปเปลี่ยนยี่ห้อ แต่รีฟอร์มคือเข้าไปในเนื้อหาสาระความเป็นองค์กรมากกว่ารูปแบบข้างนอก แต่สิ่งที่ทำเพิ่มคือ ทำนโยบายที่ดี เปิดทางคนรุ่นใหม่มากขึ้น ให้สมาชิกพรรคมามีส่วนร่วมทางการเมือง เป็นเจ้าของพรรคมากขึ้น รีบมีหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค สำนักต่างๆ ชัดเจน ผมว่าเราไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- พันธมิตรทางการเมืองพรรคเพื่อไทย เช่น พรรคเพื่อธรรม พรรคประชาชาติ พรรคอนาคตใหม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่อยากมองระดับตัวบุคคล เช่น เคยคุยกับนายวันนอร์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นายธนาธร นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แล้วเป็นพันธมิตร ไม่ได้มองมิตินั้น แต่มองมิติอุดมการณ์ แนวนโยบาย ถ้าจุดยืนประชาธิปไตยไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก สิทธิเสรีภาพสำคัญ เราพร้อมทำงานการเมืองร่วมด้วย พันธมิตรเป็นคำเปิดกว้าง พันธมิตรของการตั้งรัฐบาลหรืออะไร แต่การจะร่วมรัฐบาลกับพรรคใดต้องเอาแนวนโยบายอุดมการณ์เป็นตัวตั้งดีกว่า แม้ทางนโยบายไม่เห็นตรงกัน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่นโยบายสำคัญๆ ต้องตรงกันถ้าจะเป็นรัฐบาลร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- โอกาสเพื่อไทยจับมือพรรคประชาธิปัตย์?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มันมี 3 คำตอบ 1.คุยกันไม่ได้เลย 2.คุยกันได้แน่ 3.เมื่อถึงเวลาเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คำถามนี้ตอบยาก ผมไม่ใช่ประเภทพูดเพื่อไปขับไสไล่ส่งคนอื่น หรือพูดแล้วไม่เข้าหูพรรคอีกฝ่าย ยังไม่ถึงเวลามาด่าทอ ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ก็มาบอก ถ้าอยู่ภายใต้อย่างนั้น อย่างนั้น ก็ทำงานร่วมกันไม่ได้ หรือลูกพรรคบางคนบอกถ้าเลือกจับมือเพื่อไทย จับมือทหารดีกว่า ผมพูดแบบนี้ดีกว่า จุดยืนประชาธิปัตย์หลังเลือกตั้ง ท่านใดจะเป็นหัวหน้าพรรค จุดยืนการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเป็นอย่างไร จุดยืนเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ผมคิดว่า ดูเวลานั้นดีกว่า อย่าไปเปิดหรือปิดอะไร ยังไม่ใช่เวลาต้องมาตัดสินใจเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พรรคประชาธิปัตย์บางคนมีคุณภาพ พูดจามีเหตุมีผล ผมก็เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน เราไม่ได้ดูที่บุคคล เราดูว่าใครเป็นผู้นำ ถ้าหลังเลือกตั้งเขาสนับสนุนนายกฯ พรรคที่ได้เสียงข้างมากที่สุด พร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เราก็ควรร่วมหรือไม่ อันนี้เป็นการยกตัวอย่าง แต่ยังไม่ไปไกลขนาด พรรคเพื่อไทยยกตำแหน่งนายกฯ ให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มี ให้เป็นไปตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ เป็นสาขาพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อธรรม ในแง่ปัจเจก นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่ออกไปแล้วไปตั้งพรรคเป็นเรื่องปกติของท่าน เป็นสิทธิเสรีภาพทางการเมือง แต่ไม่ได้มีการเป็นพรรคนอมินีหรือฮั้วกัน ทำไม่ได้ พรรคเพื่อไทยไปสั่งให้ทำอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ ผิดกฎหมาย เขาดำเนินการเป็นเอกเทศ ส่วนอุดมการณ์การเมืองตรงกันหรือไม่ อนาคตใหม่คงไม่มีใครกล่าวหา คุณธนาธรที่ได้รับฉายาไพร่หมื่นล้าน เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย แต่ดำเนินการโดยเอกเทศ แต่อุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ทุกคนเป็นนิติบุคคล เป็นพรรคแยกออกจากกัน แน่นอน โอกาสอนาคตใหม่จับมือพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลก็ง่ายกว่า มีโอกาสพรรคเพื่อไทยจับมือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคคุณไพบูลย์ นิติตะวัน แต่ทุกคนแยกออกจากกัน ไม่มีนอมินีซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นพดล-แกนนำเพื่อไทย เชื่อว่าการเมืองหลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะการตั้งรัฐบาลจะยุ่งยากซับซ้อนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญเก่าๆ คงเป็นการยากที่จะมีเสียงข้างมากเด็ดขาด คงจะต้องหาพรรคร่วม ใช้เวลานานพอสมควร และเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย นอกจากนั้นยังมีเสียง ส.ว.มาร่วมช่วยเลือกนายกฯ ด้วย 250+126 เป็น 376 เลือกนายกฯ แล้วถ้าไม่มีเสียงข้างมากในสภาล่างจะบริหารประเทศอย่างไร คงดูไม่จืดพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- โอกาสพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้าตอบแบบตรงไปตรงมา มีโอกาสทั้งนั้นที่เราจะได้เป็นทั้งรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ถ้าไม่มีใครมาร่วมกับเราก็เป็นฝ่ายค้าน แต่เราก็หวังว่าพรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงมากพอสมควร รวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เราก็จะพยายามผลักดันนโยบายให้ดี เพราะเชื่อว่าเป็นรัฐบาลดีกว่าเป็นฝ่ายค้านในการนำนโยบายที่หาเสียงไปแก้ปัญหาให้ประชาชน แต่พรรคการเมืองไม่ควรประกาศเหมือนบางพรรคการเมือง ที่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน เพราะจุดขายพรรคเพื่อไทยมีมากกว่าการได้เป็นรัฐบาล จุดยืนทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่มีแค่เอาชนะเลือกตั้งครั้งหน้าเท่านั้น มองอนาคตประเทศสำคัญกว่าอนาคตของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- ถ้าประชาชนเลือกพรรคหนึ่งพรรคใดมาเยอะแต่ ส.ว. 250 คนพยายามสกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผมเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ว่า หวังว่า ส.ว.จะมองเจตนารมณ์ เสียงของประชาชน ให้ความสำคัญเรื่องนั้น ส.ว.เป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องรอดู ตอนนี้การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ สถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร หวังให้เสียงประชาชนเป็นเสียงชี้ขาด มอบความไว้วางใจให้พรรคการเมืองใดบริหารประเทศ ถ้าให้กลุ่มใดมากๆ ก็ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- ถ้าการตั้งรัฐบาลมีปัญหา มีโอกาสเกิดความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บางทีโหรชอบทำนาย ร้อนแน่ แต่ไม่อยากให้มองในแง่ร้าย หวังว่าจะมีทางออก แม้ไม่ง่ายที่พรรคหนึ่งจะมีเสียงข้างมาก แต่ประเทศไทยมีความยืดหยุ่น มีสติปัญญาในการหาทางออกให้เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ ก็ต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถามถึงว่า มองโอกาสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง นพดล ให้ความเห็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผมยังไม่รู้ว่าท่านจะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร จากโพลบางสำนักได้เสียงตั้ง 30% ท่านออกสื่อต่อเนื่อง คนรู้จักเยอะ ท่านก็มีโอกาส แต่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคการเมืองทุกพรรคต้องนำเสนอคนในพรรคให้เป็นนายกฯ ต้องพยายามสร้างโอกาสให้แคนดิเดตให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนพรรคเพื่อไทยต่อจากนี้ หลังจากที่ประชุมใหญ่เห็นชอบข้อบังคับพรรคไปเมื่อ ต.ค.ที่ผ่านมา ในฐานะพรรคการเมืองใหญ่ที่มีสมาชิกมากจะต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาปฏิบัติตามเงื่อนไข คสช. เตรียมความพร้อมไปสู่การเลือกตั้ง แต่ยังทำได้ไม่เต็มที่ ยังมีคำสั่ง คสช. 57/2557 คำสั่ง 3/2558 ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ห้ามชุมนุมการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ยังลงพื้นที่พบปะประชาชนไม่ได้ แม้คนจะบอกพรรคอื่นยังทำได้ แต่พรรคเราแค่แถลงข่าววันครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร ยังถูกกล่าวหาชุมนุมการเมือง เราเลยเกร็งและระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่จะเดินหน้าเตรียมเลือกตั้งในอีก 4 เดือนเศษอย่างเต็มที่ ขั้นตอนต่อไป การเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 28 ต.ค. และแต่งตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัคร เราจะทำทุกสิ่ง เดินหน้าไปสู่วันเลือกตั้ง เตรียมทั้งนโยบาย คน และยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะใช้ในการหาเสียงหลักๆ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอพูดเป็นความเห็นส่วนตัว เรียกว่าเป็นแนวทางดีกว่า เพราะตอนนี้กฎหมายยังไม่ให้ทำ เพราะอาจจะขัดคำสั่ง 13/2561 โดยหลัก มุมมองทางการเมืองของพรรค ต้องสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง ประชาชนเผชิญความยากลำบาก เรารู้ว่าวันข้างหน้าเรื่องวาระเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญทั้งฐานราก ปากท้องของประเทศ จะทำให้เต็มศักยภาพ กระจายความมั่งคั่งอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนเรื่องการศึกษา ทางพรรคก็ให้ความสำคัญ สร้างโอกาส สร้างอนาคต ตามเทคโนโลยีให้ทัน ทั้งเอไอ หุ่นยนต์ เรามองประเทศเหมือนกับองค์รวม เมื่อเวลามาถึง ที่ทำตามกฎหมายได้ จะมีการนำเสนอต่อไป แนวทางของพรรคเห็นว่าเรื่องไหนสำคัญ เราจะจัดความเร่งด่วน เศรษฐกิจเพื่อพี่น้องเกษตรกร มีในรายละเอียดหมด รวมไปถึงการสร้างรายได้ให้ตั้งแต่ฐานราก เพราะเราเห็นว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในแง่หลักการ ผมพูดในแง่มุมมองของผม ต้องย้ำว่าไม่ใช่นโยบาย ซึ่งสิ่งที่เราจะทำคือ ประชาธิปไตยที่กินได้ ช่วยปลดปล่อยพลังในการขับเคลื่อน ทำให้คนมีเสรีภาพทางรัฐธรรมนูญ สิทธิสื่อมวลชน การรับรู้ข้อมูลข่าวสารประชาชนในการตรวจสอบภาครัฐ ทำให้การทำงานมีธรรมาภิบาลอย่างโปร่งใส คนอยู่อย่างมีความสุข สะดวกสบาย มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย มีสิทธิเสรีภาพ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นแนวคิดที่รับช่วงกันต่อมาจนถึงยุคเพื่อไทย เรื่องประชาธิปไตยเป็นจุดยืนสำคัญของพรรคอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;...เราจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างเข้มงวด ก่อนที่จะมีการแก้ไข บางคนบอกยุทธศาสตร์ชาติจะไปยกเลิก แต่ตราบใดที่ไม่แก้ไขก็ต้องปฏิบัติตามไปก่อน แต่อันไหนที่ไม่ทันสมัย ล้าหลัง ไม่ทันกับกระแสโลกค่อยไปปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ทางพรรคเพื่อไทยจะประกาศล้างมรดก คสช.หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่ได้ลงรายละเอียดขนาดนั้น แต่กฎหมายใดที่เป็นอุปสรรค ข้อจำกัดของเอกชน ประชาชน ในการทำมาหากินควรจะถูกยกเลิก กฎหมายใดลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ควรจะแก้ไข ซึ่งที่พูดมาเป็นเพียงแนวคิดของผม ไม่ใช่นโยบายของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืออะไรที่ดีไม่ควรยกเลิก อย่าถึงขนาดล้มโดยไม่พิจารณาข้อดีข้อเสีย อย่างอีอีซี ขอพูดในแง่หลักการ ถ้าดีไม่จำเป็นต้องไปยกเลิก ส่วนบัตรสวัสดิการนั้นยังไม่ขอลงรายละเอียด แต่เราจะไปดูกลไกในการสร้างรายได้ให้คน ทำได้หลายกรณี เช่น สร้างงาน พักหนี้ เรื่องนี้คงรอให้ทีมเศรษฐกิจมาพูดเมื่อถึงเวลาดีกว่า เรื่องเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ที่เคยเป็นสโลแกนในอดีต ต้องมาปัดฝุ่นดู เช่น เรียนฟรีนั้นฟรีจริงหรือไม่ หรือควรมีทุนการศึกษาให้นักเรียนอาชีวะสาขาที่ขาดแคลนหรือไม่ มีเงินสนับสนุนให้ครอบครัวตามที่ลูกเขามาเรียนหรือไม่ ไม่ใช่แค่เรียนฟรี แค่แบบเรียน มีชุดนักเรียน ควรไปไกลถึงขั้นมีเงินค่าโดยสาร อาหาร ถึงที่บ้านหรือไม่ คงต้องไปคิดกันต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ขอชื่นชมนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่ไปปลดล็อกให้คนใช้ที่ดินปลูกไม้มีค่า ไม้ชิงชัน ประดู่ ยางนา ตัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ถือว่าเป็นความคิดที่ดี เราต้องส่งเสริม อย่าไปยกเลิก รัฐบาลแม้มาจากการยึดอำนาจก็ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ดีไปหมด อย่าไปเหมารวม ที่เขาทำไว้ต้องยกเลิกหมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนเรื่องนโยบายต่างประเทศ แนวคิดของผมนั้นที่จะเสนอเพื่อให้สอดรับกับข้อบังคับ คือ เราต้องเป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน ไม่นำประเด็นเขตแดนมาสร้างกระแสคลั่งชาติ มาล้มรัฐบาล ต้องสร้างความสมานฉันท์ ไทยต้องมีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลก ปกป้องทั้งคนงาน นักลงทุนที่ไปลงทุนหรือทำงานทั่วโลก ต้องดำเนินการต่างประเทศเชิงรุก และมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้น เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เร่งรีบเจรจาเขตการค้าเสรีที่ค้างอยู่ โดยเฉพาะในภาคยุโรปที่ในวันนี้ไม่เจรจากับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20351</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหนังสือพิมพ์, ครบรอบไทยโพสต์, นายนพดล ปัทมะ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอุตตม สาวนายน, วิเคราะห์ศึกเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcb32427adbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลหลังเลือกตั้งหากพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งได้ก็สวยแต่ถ้าไม่ได้ ก็ไล่ลงมาเรื่อยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;พรรคการเมืองขนาดกลาง ที่ถูกมองว่าจะเป็น พรรคตัวแปร สำคัญหลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะในการจัดตั้งรัฐบาล นั่นก็คือ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งที่ผ่านมา แม้จะมีอดีต ส.ส.-อดีตผู้สมัคร ส.ส.บางส่วนย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่น แต่ก็พบว่ามีอดีตรัฐมนตรี-อดีต ส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นจำนวนไม่น้อย รวมถึงผู้คนในวงการต่างๆ เช่น พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย จนทำให้แวดวงการเมืองมองว่าพรรค ภท.อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลของบางขั้วการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึงแนวทางการเมืองของพรรคไว้ หลังถามว่าช่วงเลือกตั้งอาจมีการหาเสียงโดยแบ่งขั้วพรรคการเมืองเป็นขั้วหนุน คสช.-ทหาร และขั้วประชาธิปไตย ทางพรรคภูมิใจไทยจะยืนอยู่ข้างไหน โดยเขาบอกว่า ผมพูดแต่เพียงว่า ภูมิใจไทยอยู่ข้างประชาชน อยู่ข้างประเทศชาติ เป็นนักการเมืองต้องทราบว่าประชาชนต้องการอะไร ไม่ต้องให้มีใครมาชี้นำ ไม่ต้องให้ใครอธิบาย หรือโน้มน้าวใดๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลาทำอะไรแล้วเราตั้งใจแน่วแน่ เราไม่แคร์อะไร ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เรากลัวอย่างเดียวคือไม่สามารถทำคุณงามความดีให้แก่บ้านเมืองและประชาชน ที่เหลือไม่มีความหมายใดๆ กับพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจง่ายใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;จะไม่ยอมให้ถูกผลักไปอยู่ขั้วไหน พรรคของเราอยู่บนถนนของเรา มีเส้นทางของเรา ไม่ได้วิ่งไปบนเส้นทางของคนอื่น ถนนส่วนบุคคล ไม่ใช่ถนนสาธารณะที่ใครจะมานั่งบอกให้วิ่งไปทางไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราไม่ได้วางตัวเป็นพรรคกลางๆ แต่วางตัวเป็นพรรคของประชาชน พรรคที่ฟังเสียงประชาชน ไม่เคยมีความเป็นกลาง และทำเพื่อประเทศชาติอย่างเดียว ไม่มีติดค้าง หนี้สิน หนี้บุญคุณใครที่จะไปนั่งชดใช้ หรือไปถือหาง โน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยย้ำจุดยืนพรรคภูมิใจไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง จำเป็นหรือไม่ ที่พรรคการเมืองที่ได้เสียง ส.ส.มาอันดับหนึ่งจะได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ถ้าอะไรทำตามกติกา หลักสากลที่ทุกคนยอมรับในระบอบประชาธิปไตย อธิบายให้คนทั่วไปยอมรับ ผมก็พร้อมจะทำตามกติกา หากพรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งได้ก็สวย แต่ถ้าอันดับหนึ่งจัดตั้งไม่ได้ ก็ไล่ลงมาเรื่อยๆ ไม่มีใครบังคับใครได้ เพราะประชาชนจะเป็นคนตัดสิน ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมในการเลือกตั้งตลอดเวลา เพราะตั้งแต่รัฐประหาร คสช.เมื่อปี 2557 ก็คิดว่าการเลือกตั้งไม่เกิน 18 เดือน หรือเต็มที่ก็ไม่เกิน 2 ปี จึงได้เตรียมความพร้อมช่วงรัฐประหารใหม่ๆ เพราะเชื่อมั่นว่ายังไงก็ต้องมีการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ดังนั้นความพร้อมในเรื่องนโยบาย ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็อยู่ในแผนการเลือกตั้งของพรรคมาตั้งนานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดเด่นของพรรคภูมิใจไทย ที่สำคัญคือไม่มีความขัดแย้งกับใคร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการเมือง กลุ่มนักเคลื่อนไหว กลุ่มทหาร กลุ่มข้าราชการ ขณะที่บทบาทการเมืองก็ตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างเดียว เรามีคุณลักษณะนี้ชัดเจนว่าความสำเร็จใดๆ หรือความก้าวหน้าใดๆ ไม่มีทางมาด้วยความขัดแย้ง ส่วนนโยบายของพรรคที่จะทำให้เกิดความไม่สบายใจหรือไม่ปรองดองเราก็ไม่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หลักของเราคือเล่นตามกติกา ไม่เล่นนอกกติกา เคารพกติกา เคารพกฎหมาย แต่นโยบายของเราสิ่งแรกไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าชาติบ้านเมืองเป็นหลัก&amp;nbsp; และความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชน ปัญหาปากท้องของเขา และทำให้สังคมมีความสงบสุข คนในชาติมีความสามัคคีเป็นปึกแผ่น เพราะผมก็เห็นแนวโน้มที่จะเป็นไปในทิศทางนั้นได้ เพราะทุกคนก็คงเบื่อทะเลาะเบาะแว้ง การเห็นต่างไม่เล่นอยู่ในกติกา ไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย ในสภาชนะไม่ได้ก็ออกมานอกสภา ก็ทำให้ไม่มีความสงบ แตกความสามัคคี เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ความเห็นว่า ระบอบรัฐสภาดีอยู่แล้ว กลับไม่ใช้กติกา เท่ากับเปิดโอกาสทำให้ระบอบอื่นเข้ามาจัดการบ้านเมือง แล้วคนที่อยู่ในระบบก็แพ้หมด ถูกกันออกไปนอกเวที แต่ก็โทษคนที่เข้าก็ไม่ได้ เพราะคนที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ไม่เคารพคำว่าประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงข้างมาก ดังนั้นหากทุกฝ่ายเคารพรัฐธรรมนูญที่ตราไว้ชัดเจน ก็จะไม่มีทางสิ่งแปลกปลอมนอกระบอบเข้ามา แต่เราทำตัวเองจะไปโทษใคร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกับคนในพรรคอย่าง เนวิน ชิดชอบ มีสายสัมพันธ์อันดีกับ คสช. โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มนุษย์ทุกคนย่อมมีสังคม มีใครคนไหนขึ้นมาสู่เส้นทางการเมืองแล้วจะไม่รู้จักกัน ทำไมไม่ถามกลับว่า คสช.รู้จักฝ่ายการเมืองบ้างหรือไม่ อย่างผมก็สนิทกับหลายคน หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ก็สนิททุกคน ยิ่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนายิ่งสนิท เพราะเรียกเป็นพี่เป็นน้องกัน แล้วทำไมต้องมาบอกว่าผมสนิทชิดเชื้อกับ พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.ใดๆ เท่านั้นเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..ผมพบกับ พล.อ.ประวิตร ในฐานะที่มาเยือนจังหวัดบุรีรัมย์ เคยพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ท่านก็มาประชุม ครม.สัญจรที่เมืองบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา และจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยก็อยู่ในนั้น ซึ่งเป็นเรื่องชัดเจนที่แขกไปใครมาก็ต้องมาต้อนรับด้วยการให้เกียรติกัน ทั้งในตำแหน่ง ทั้งความอาวุโสและวัยวุฒิ ไม่มีอะไรจะต้องมาไม่ชอบกัน อีกทั้งก็ไม่ได้มีอะไรบอกว่าสนิทกันแบบนี้แล้วความคิดเห็นหรือจะต้องเหมือนกัน เพราะทุกอย่างของพรรคภูมิใจไทยคือประเทศชาติและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสเป็นรัฐบาลสูง อนุทิน-หัวหน้าพรรค ภท. ตอบเรื่องนี้ว่า มีคนมาถามผมว่าเราจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ คำตอบของผมตอบกลับไปว่า คุณเข้าสภาให้ได้ก่อน จะเป็นหรือไม่เป็นรัฐบาลอยู่ที่พวกคุณ ว่าจะทำความน่าเชื่อถือให้ประชาชนมากแค่ไหน ถ้าเขาเลือกคุณเข้าไปเยอะก็จะเป็นอย่างอื่นๆ ไปไม่ได้ แต่เป้าหมายแรกที่พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของผม คือนำความเชื่อมั่นจากประชาชนมาเป็นตัวแปร และทำให้ผู้สมัครเข้าสภาได้ตามเป้าหมาย ส่วนจะเป็นฝ่ายบริหารหรือฝ่ายค้าน ก็พร้อมยอมรับ เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนมอบให้เรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า ภูมิใจไทยตั้งเป้า ส.ส.ไว้จำนวนเท่าใด อนุทิน ถามกลับว่า&amp;nbsp; &amp;quot;อยากตั้งเป้าเท่าไหร่ ก็ต้องบอกว่าเป็นไปได้ก็ขอ 350 เขต&amp;quot; (หัวเราะ) แต่ข้อเท็จจริงพูดเช่นนั้นไม่ได้ เพราะตั้งเป้าหมายไปแต่ไม่มีอะไรอยู่ในการควบคุมของเราสักอย่าง ผมต้องบอกอย่างเดียวคือตั้งใจทำงาน เขียนนโยบายที่ออกมาแล้วต้องโดนใจประชาชน และเชื่อถือว่าทำได้ ส่วนที่มีคนพูดว่ารัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ให้พรรคภูมิใจไทยได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อมากขึ้น ผมไม่เคยสนใจตรงนั้น ต่อให้ไม่มีกติกาเช่นนั้น เราก็ทำงานหนัก ไม่ได้เอาเรื่องทุกคะแนนมามีความหมาย และเป็นจุดที่เราจะประมาท เพราะพรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าหมาย ถ้าจะชนะต้องชนะในเขต ไม่ใช่ไปเก็บคะแนนของคนอื่นๆ แล้วมาบอกว่าจะชนะที่สองก็ได้ ชนะที่สามก็ได้ แล้วเน้นคะแนนบัญชีรายชื่ออย่างเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ความสง่างามของพรรคภูมิใจไทยคือทำอย่างไรให้คนที่พรรคคัดเลือกแล้วลงสู่สนามเลือกตั้งชนะการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของเขา นี่คือเป้าหมายที่ผมวางไว้ให้ดีที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมยังกล้าประกาศท้าชิงเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ มิเช่นนั้นผมจะเป็นผู้นำไม่ได้ เพราะผู้นำต้องเล็งผลเลิศที่สุด ไม่เคยคิดว่าจะขอเป็นพรรคที่สาม ที่สี่ เพราะคนทำพรรคการเมืองต้องทำพรรคให้เป็นที่หนึ่ง ผมบอกคนในพรรคอย่าไปสนใจตัวเลขว่าจะได้ทำเท่าไหร่ ให้ห่วงตัวเองก่อน จะมา 60 เสียง 70 เสียง หรือ 20 เสียง อยู่ที่พวกเขา ไม่ควรทายว่าพรรคจะได้กี่คนกี่เสียง ควรห่วงอย่างเดียวว่าตัวเองจะรอดมาได้หรือเปล่า&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสี่ยหนู-อนุทิน กล่าวต่อไปว่า ตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยถูกปลูกฝังว่าในสนามรบและการแข่งขันไม่มีที่ยืนสำหรับผู้ที่หวังจะเป็นที่สอง คุณต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น ไม่มีใครจำที่สองหรือท่านรองได้ มีแต่คนจดจำแชมป์ ไม่มีใครจำรองนางสาวไทยได้สักคน มีแต่จำได้แต่นางสาวไทย ผมจะไม่มีทางตั้งเป้าว่าคุณมาที่สองได้ผมโอเคแล้ว คนที่ผมจะเลือกใครเป็นผู้สมัคร&amp;nbsp; ต้องมั่นใจว่าคนนั้นต้องได้ที่หนึ่ง&amp;nbsp; ถึงจะส่งลงสมัคร ถ้าส่งคนไม่เข้าท่าเลยเพื่อไปหวังคะแนนเล็กๆ น้อยๆ จากประชาชนเพื่อมาเสริมกับบัญชีรายชื่อ เท่ากับพรรคภูมิใจไทยไม่จริงใจกับประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...เขตไหนสู้ ไม่ได้ก็ไม่ส่ง เราจะต้องส่งผู้ที่ชนะกลับมาทำงาน ไม่ใช่ส่งไปเพื่อให้คนได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อนั่นไม่ใช่ ผมไม่เคยกังวลว่า ส.ส.เขตชนะทุกคน ไม่เหลือที่นั่งในระบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อสักคน หากได้ ส.ส.เขตทั้งหมด ผมจะถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในความเป็นหัวหน้าพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับการส่งคนลงเลือกตั้งเพื่อให้ชนะตามเป้าที่บอกไว้ อนุทิน เปิดเผยว่า พรรคจะมีคนคัดเลือกติดตามผู้สมัครผลงาน ความขยันของผู้สมัครในการลงพื้นที่ ทุกวันนี้พรรคภูมิใจไทยส่งคนสมัครยากมาก ทุกวันนี้ยังปวดหัวเพราะมีพื้นที่ทับซ้อน แต่เราก็มีวิธีตรวจสอบ คนไหนมีความแข็งแกร่ง มีจำนวนผู้คนสนับสนุนมาก ผ่านการทำโพลของพรรค การตรวจสอบของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ที่จะรู้ว่าความนิยมของผู้สมัครเป็นอย่างไรได้อย่างดี เพราะมีความแม่นยำ&amp;nbsp; แม้แต่คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีของพรรค ก็ต้องทำงานหนัก ลงพื้นที่ เพราะหัวหน้าพรรคบังคับส่งกิจกรรมที่ตัวเองทำผ่านไลน์มาให้ตัวเองดู &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เล่าให้ฟังด้วยว่า แต่ละวันเขาต้องดูไลน์ที่คนในพรรค-ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคส่งมาให้ส่วนตัว วันหนึ่งๆ ดูไลน์กว่าพันๆ รูป ว่าผู้สมัครของพรรคไปอยู่ในพื้นที่ไหนของประเทศไทย และทำเพื่อประโยชน์แก่ชาวบ้านหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขอยกตัวอย่างว่า มีอยู่รูปหนึ่งที่ส่งมา พบว่าผู้สมัครนั่งบนโซฟา แต่ชาวบ้านที่เป็นเจ้านายของเขานั่งอยู่กับพื้น ผมเขียนข้อความกลับไป ถ้าไม่เห็นรูปผู้สมัครนั่งที่พื้น และประชาชนนั่งอยู่บนโซฟาภายใน 10 นาที คุณกลับบ้านและลาออกจากพรรคภูมิใจไทยได้เลย&amp;nbsp; และผมก็เห็นรูปต่อจากนั้นว่า ชาวบ้านเปลี่ยนไปนั่งบนโซฟาแทนภายในเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้น คนที่คิดว่าเจ๋งๆ แล้วไม่สนใจลงพื้นที่ คิดว่าอย่างไรก็ได้ พรรคก็มีการสอยลงมาแล้ว และเอาคนมีความแข็งแรงเข้าไปแทนหลายกรณี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมมีความทุ่มเทขนาดนี้ จึงไม่มีอะไรที่กังวลอยู่แล้ว ต่อให้แพ้ก็ตาม ก็ไม่เสียใจ แม้ผมดูหมูๆ แต่ไม่หมู เพราะหลายคนเจอผมร้องจ๊ากมาหลายรายแล้ว&amp;rdquo; อนุทินกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -มองอย่างไรกับการที่มีการตั้งพรรคเครือข่ายเพื่อหวังคะแนนบัญชีรายชื่อ เห็นด้วยหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;หลอกใครก็ได้ อย่าหลอกประชาชนของตัวเอง เพราะประชาชนเป็นเจ้านายของเรา คนที่หลอกเจ้านายไม่มีใครเจริญ ใครอยากทำอะไรทำ แต่นายอนุทินไม่ทำ เพราะเราทำอะไรตรงไปตรงมา เรามีความจริงใจ ตรงไหนรู้ว่าไม่ไหวก็คือไม่ไหว อย่าไปเสียเวลากับการทำสิ่งที่อ่อนแอ แต่ควรเอาเวลาไปเสียให้กับคนวิ่งเร็วๆอยู่แล้วดีกว่า เพราะอ่อนแอประคองขึ้นมาแล้วเดี๋ยวก็ล้มลงไปอีก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนเรื่องคนรุ่นใหม่ทางการเมือง พรรคก็มองว่าคนรุ่นใหม่มีความสำคัญ มีนวัตกรรม มีความคิดใหม่ๆ แต่ก็ต้องมีคนรุ่นเก่าที่คอยกระตุกขาคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดแรงๆ อยากจะไปถึงจุดหมายเร็วๆ เพราะในทางการเมือง หากไม่กระตุกขากัน บางทีมันหลุดวงโคจรไปง่ายๆ เพราะไม่ค่อยมีโอกาสที่สองเท่าใดนักที่จะให้แก่มือ ส่วนใหญ่พลาดแล้วพลาดเลย ฉะนั้นจึงพลาดไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยจึงเป็นที่รวมของคนที่มีประสบการณ์ผ่านโลก ผ่านร้อนผ่านหนาว คนที่มีแรง มุ่งมั่น คนที่สด คนรุ่นใหม่ พร้อมทำงานด้วยกันโดยเอาผลของงานเป็นที่ตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...มีคำถามจากสื่อว่า ทำไมพรรคภูมิใจไทยมีอดีตรัฐมนตรี อดีตนักการเมืองชื่อดังตบเท้าเข้าพรรคเป็นจำนวนมาก อาจเพราะเราประกาศชัดเจนคือ ประชาชนเท่านั้นที่จะสั่งเราได้ และเป็นหน้าที่ของพรรคที่จะต้องทำงานทดแทนความไว้วางใจที่ชาวบ้านให้กับเรา พรรคภูมิใจไทยเคยบริหารประเทศ หากยังจำได้ เป็นพรรคที่ตัดสินใจเร็วๆ ถ้ามั่นใจว่าถูกต้อง จะเร่งรัดให้เกิดขึ้นโดยเร็ว พรรคยังเปิดกว้างสำหรับทุกคน ใครจะมาจะไป เราสัมภาษณ์เขา เขาก็ต้องสัมภาษณ์เรา ว่าไปด้วยกันได้หรือเปล่า หากไปกันได้ก็มาร่วมงานทำ หากไปไม่ได้ก็เป็นเพื่อนกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามขณะนี้มีการจับมือกับพรรคการเมืองขั้วพันธมิตรหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ดูผลของการเลือกตั้งเป็นหลัก เสียงจะดังหรือไม่ ต้องค่อยดูผลการเลือกตั้ง ไม่มีทางอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;การจับมือก่อนการเลือกตั้งมีครั้งไหนเป็นผลสำเร็จ ที่ผ่านมาล้มเหลวมาตลอด เพราะคนไทยเกลียดคำว่า &amp;#39;ฮั้ว&amp;#39; เกลียดคำว่าร่วมกันเอาเปรียบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ส่วนความขัดแย้งจะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งหรือไม่ ผมขอให้ทุกคนคิดเป็นบวก และต้องเดินไปข้างหน้า ไม่มองอดีต ไม่ฝังใจฝังจำกับอดีต จบตรงที่ประชาชนมาให้สิทธิ์เลือกตั้ง ถือว่าเป็นการรีเซตใหม่ ที่สำคัญตัวเองก็จะไม่เป็นตัวชนวนหรือก่อความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามย้ำว่า นายอนุทินอาจมีโอกาสเป็นนายกฯ ตัวแปร หรือนายกฯ ตาอยู่หรือไม่ อนุทิน ตอบไว้ว่า ขอยืนยัน ขอทำให้ดีในการเลือกตั้งก่อน ผลการเลือกตั้งออกมาเป็นเช่นใด ทราบดีว่าจะเป็นตัวไหน ผมจะคว้าตัวโขนไหนมาใส่ แต่ก็ต้องเป็นคนคว้าเอง ไม่ต้องให้ใครมาใส่ให้ ผมโตขนาดนี้แล้ว มีวุฒิภาวะ เป็นถึงหัวหน้าพรรคการเมือง มีคนคาดหวังจะทำสิ่งดีๆ ให้แก่การบ้านเมือง แล้วเมื่อถึงเวลาตัดสินใจไม่เป็น มาช่วยตัดสินใจให้ที ช่วยกำหนดบทบาทให้ที ซึ่งไม่ใช่คนชื่อนายอนุทิน แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่มีการมองว่า ส.ว. 250 เสียง อาจเป็นตัวกำหนดผู้เป็นนายกฯ&amp;nbsp; อนุทิน เห็นว่า ผมอยู่ในเกมของประชาชน ฟังเสียงประชาชน ไม่ฟังเสียงใคร และเชื่อว่าเมื่อประชาชนตัดสินใจอะไรออกมาแล้ว สิ่งนั้นคือคำตอบ ไม่มีอะไรชนะประชาชนได้ ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ผมขอให้ประเทศไทยกลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด และสง่างาม เป็นประเทศที่ประชาชนกำหนดอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพูดคุยในตอนท้าย ได้สอบถามแนวคิดการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาเกษตรกร อนุทิน-หน.พรรค ภท. ให้ความเห็นว่า พรรคขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งด้านการเมือง ตอนนี้ขอมุ่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลัก เพราะตัวเองมีหลักคิดว่า ทุกปัญหาสามารถคลี่คลายลงได้หากประชาชนอยู่ดีกินดี สิ่งที่มองว่าเป็นปัญหาแรกๆ คือ เรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ซึ่งเรามีทรัพยากรคนไทยหลายล้านคนที่ติดหนี้ และต้องวิตกกับการจ่ายหนี้ แทนที่เขาจะได้ปลดปล่อยศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ตรงนี้เราต้องแก้ไข&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมต้องการไม่ให้มีมนุษย์เอ็นพีแอล ไม่มีนักเรียน เอ็นพีแอล ผมต้องการให้นักเรียนที่จบการศึกษาเดินออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่เขาจะต้องใช้ไปอีกหลายสิบปีนี้ ด้วยความสดใส ด้วยความสดชื่น และก็มองไปในอนาคตโดยที่ไม่มีอะไรมาถ่วงมากระตุก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เราจะพักหนี้ กยศ.ให้เขา มิใช่ยกหนี้ เพื่อให้เขาไม่ต้องมีความกดดันในการประกอบสัมมาชีพ นอกจากนั้น เราจะทำอย่างไรให้คนไทยสามารถเรียนได้บนข้อจำกัดที่น้อยที่สุด จุดนี้ผมจริงจังกับการนำเทคโนโลยีออนไลน์มา อีกทั้งยังต้องการแก้กฎหมาย ผลักดัน แนวคิด Sharing Economy หรือแบ่งปันและกระจายรายได้&amp;nbsp; โดยนำทรัพย์สินของตัวเองมาหาเงิน เช่น ขับรถแกร็บ&amp;nbsp; แอร์-บีเอ็นบี เพื่อให้ประชาชนหารายได้อย่างเต็มที่อย่างทั่วโลกทำกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ขณะที่เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร คือ คนที่ถูกเอาเปรียบ ทำงานหนัก แต่จน มันถึงเวลาที่เราต้องแบ่งปันผลกำไรอย่างเป็นธรรม อย่างเช่นโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อย เกษตรกรได้ผลกำไรถึง 70% แล้วทำไมพืชอื่นๆ จะทำไม่ได้ แต่มันต้องอาศัยความกล้า และจริงใจ อีกทั้งเรายังส่งเสริมให้ใช้พลังงานจากพืชอย่างแพร่หลาย เช่น ปาล์ม เพราะแม้จะแพงกว่า แต่รักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยให้เกษตรกรอยู่ดีกินดี เนื่องจากการนำพืชไปทำพลังงาน จะแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด เราต้องหาทางแก้ไข รวมทั้งการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเปลี่ยนเสียงปืน เสียงระเบิด ให้กลายเป็นเสียงเครื่องจักร เป็นเสียงคนงานทำงาน&amp;nbsp; เพิ่มรายได้ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพรรคภูมิใจไทยยินดีให้คนเก่ง คนมีความสามารถ เป็นมืออาชีพ ร่วมงานเสมอ.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;......................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20350</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหนังสือพิมพ์, ครบรอบไทยโพสต์, นายนพดล ปัทมะ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอุตตม สาวนายน, วิเคราะห์ศึกเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcb32427adbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังประชารัฐ พรรคตั้งใหม่   แต่แรงด้วยนิยาม พลังดูด-พรรคทหาร รอใส่ชื่อ“บิ๊กตู่”ชิงนายกฯ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม-ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กางโรดแมปการขับเคลื่อนทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยได้แสดงความเชื่อมั่นว่า แม้ พปชร.จะเปิดตัวพรรคช้ากว่าพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ถึงตอนนี้ พรรค พปชร.มีความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาผู้ร่วมก่อตั้งพรรคช่วยกันทำงานเตรียมพร้อมกันมาเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนเปิดตัววันประชุมใหญ่พรรคเมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้น ทางพรรคมีการเตรียมการมาต่อเนื่อง และหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าต่อไปเพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...หลัง กกต.รับรองการขอจัดตั้งพรรค แต่ระหว่างรอ กกต. พรรคได้มีการวางแผนงานเรื่องแนวทางบริหารจัดการพรรค แนวทางการทำงานของพรรคเพื่อให้เป็นพรรคของประชาชน ซึ่งหลัง กกต.รับรองแล้วจะเริ่มสมัครสมาชิกเป็นทางการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่าพรรค พปชร.ถูกมองว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจเป็นพรรคทหารและพรรคของ คสช. คำถามดังกล่าว อุตตม-หัวหน้าพรรคพปชร. แจงว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย พรรคนี้เกิดจากการรวมตัวจากทุกคนที่มีเจตนารมณ์ร่วมกัน ไม่มีเจ้าของ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไม่สืบทอดอำนาจให้ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คสช. หรือใครก็ตาม เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาให้อยู่ถาวร กลไกถึงทำถาวร ไม่มีคนไหนมาตัดสินใจให้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ตอนเลือกตั้งคงถูกโจมตีหนักว่าเป็นพรรคทหาร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นสิทธิ์ของใครๆ ที่จะพูดขึ้นมาได้ว่าจะเป็นตัวแทนหรือไม่เป็น แต่เหตุผลผมได้ยืนยันไปแล้ว ขอให้รอดูเชิงปฏิบัติ รอดูจากนี้ไป รวมถึงช่วงลงสนามหาเสียง แต่ผมยืนยันว่าไม่ใช่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การโจมตีกันทางการเมืองในการต่อสู้เป็นเรื่องปกติ แต่ผมคิดว่าสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หรือเป็นอย่างที่ผมพูดว่าคำกล่าวหานั้นเลื่อนลอย ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามอีกว่าช่วงตั้งแต่เริ่มมีข่าวการตั้งพรรค ก็มีข่าวออกมามากเรื่องพรรคพลังดูด อุตตม-รมว.อุตสาหกรรม พูดเรื่องนี้ว่า เห็นได้ว่าเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นครั้งใด การเปลี่ยนกลุ่มเปลี่ยนขั้วเป็นวิถีที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะว่าการตัดสินใจเป็นเรื่องของบุคคล อีกทั้งคนที่เป็น ส.ส.มาก็เป็นคนมีประสบการณ์ ก็อ่านการเมือง และดูว่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและตัวท่านเอง ในฐานะนักการเมืองท่านอยากได้อย่างไรในการที่ท่านจะลงสนาม อันนี้ถือเป็นสิทธิ์ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคเปิด เพราะฉะนั้นใครที่สนใจเข้ามาคุย เราคุยได้ สุดท้ายจะตกลงกันอย่างไรขึ้นอยู่กับเหตุผล 2 ประการ คือ เป้าหมายด้วยการเข้ามารับใช้บ้านเมือง นอกจากนั้นยังมีขั้นตอนในการเข้าพรรค ผมหรือเลขาธิการพรรคจะไปชี้ให้ใครเข้ามาไม่ได้ ต้องเข้ามาคุยกันในกรอบของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในวงการการเมืองมีการพูดกันไปว่าใครมาอยู่กับพลังประชารัฐจะได้เงิน มีการซื้อตัว ส.ส. 50 ล้าน หรือจะให้ตำแหน่งต่างๆ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนั้นผมไม่ทราบว่าใครพูด และผมไม่ได้พูด ยืนยันว่าเราไม่ได้ดำเนินการอย่างนั้น ส่วนการเปิดตัวของ พปชร.ที่เปิดไปเมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มองว่าไม่ช้าก็เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ก่อตั้งได้วางไว้ ที่เขาทำกันไว้เดิม ส่วนผมไม่ได้มาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นเขาก็ทำของเขาไว้ เมื่อเขามาชวนผมไปร่วมแล้ว ผมพิจารณาแล้วก็เข้าร่วม คิดว่าไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุตตม กล่าวถึงบทบาทของกลุ่มสามมิตร โดยเฉพาะเมื่อเรายิงคำถามว่าหากนักการเมืองอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นำกลุ่มสามมิตรเข้ามา สองคนนี้จะมีบทบาทในการขับเคลื่อน ทำให้แกนนำพรรคอย่าง 4 รมต.ในรัฐบาล จะไม่มีบทบาทที่แท้จริงทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง อุตตม ฟังคำถามแล้วเขายืนกรานว่า พรรคเราเป็นพรรคที่พูดคุยได้กับหลายฝ่ายถ้าอุดมการณ์ตรงกัน ก็มีหลายกลุ่มที่สนใจมาคุยกับเรา เพราะฉะนั้นก็อยู่ในช่วงที่ยังรับอะไรไม่ได้ เพราะพรรคยังไม่เกิด ก็รับสมาชิกยังไม่ได้ ก็เป็นการพูดคุยกันไป ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรทั้งนั้น ที่ผมบอกว่าให้รอดู มันยังไม่ถึงจุดนั้น เรามีกลไกของพรรคที่จะพิจารณาร่วมกัน อย่างเดิมอาจคนเดียวชี้ได้มาเลย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในพรรคมีภาพนักการเมืองรุ่นเก่า จะทำให้พรรคพลังประชารัฐมีผลกระทบอะไรหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกลับไปที่เดิมดูพฤติกรรม แต่ผมก็ยอมรับหลายฝ่ายเข้ามาพูดคุยกับเรา ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีว่าพรรคเกิดใหม่ได้รับความสนใจ ที่บอกว่ามีคนหน้าเก่าเข้ามาในพรรคจะกระทบกับพรรค พปชร. ก็ให้สังคมเป็นคนตัดสินว่าภาพอย่างนี้ พรรคพลังประชารัฐจะรับใช้ประชาชนในแนวทางที่พรรคเสนอหรือไม่ คือถนนสายใหม่ ถึงเวลาพอเป็นพรรค เรามีกลไกว่าจะจัดคนลงสนามอย่างไร มีกลไกอยู่แล้ว ถึงเวลาก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในฐานะหัวหน้าพรรค มีแนวทางจัดการอย่างไร เพราะในพรรคมีหลายกลุ่ม ทั้งสามมิตร อดีต กปปส. อะไรต่างๆ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่เชื่อว่ามีปัญหา กลุ่มพวกนี้ไม่รู้มารึเปล่า ผมยังไม่ได้บอกเลยใครจะมา มากี่คน เพราะยังไม่ถึงเวลาจริงๆ วันนี้พูดไป กกต.ก็บอกยังไม่เป็นพรรคเลย คุณพูดได้อย่างไรโน่นนี่นั่น แต่มีแน่วันนั้นที่เราตัดสินใจว่าใครจะมาอยู่กับเรา แล้วลงไปถึงตัวคนลงสนามอย่างไร วันนั้นจะมาถึง แต่วันนี้รอก่อน ยังไม่ถึงเวลา แต่ยืนยันได้ว่าพรรค พปชร.มีการสกรีนด้วย&amp;nbsp; ไม่ว่ากลุ่มไหน เหมือนกับมีกระบวนการอยู่แล้ว รูปแบบนี้ของเรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมถึงบอกว่าไม่มีใครชี้ เรามาสกรีนด้วยกัน มีผู้เกี่ยวข้อง สกรีนก็มีปัจจัยหลายอย่าง ตามปกติก็ต้องดูว่าคนนี้อุดมการณ์เป็นอย่างไร คะแนนนิยมในพื้นที่เป็นอย่างไร อันนี้เรื่องปกติของการเมือง ถึงเวลานั้นจะสกรีน แต่วันนี้ผมยังไม่มีคำตอบเลย ไม่มีใครมีคำตอบว่าใครบ้าง และอุดมการณ์ไม่ใช่แต่เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม แต่ทำการเมืองในรูปแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามต่อไปว่า มองว่าฐานเสียงหลักที่คนจะเลือกพรรคพลังประชารัฐคือกลุ่มใด เพราะคนมองว่าคนที่จะลงคะแนนให้ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ จะเป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล-พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ทาง อุตตม-หัวหน้าพรรค พปชร. ออกตัวไว้ว่า ต้องรอดู เพราะเรายังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผมเชื่อว่าเมื่อพรรคพลังประชารัฐได้ลงในสนามเต็มตัว ขั้นตอนต่างๆ ผ่านแล้ว ผมคิดว่าน่าจะได้การสนับสนุนจากฐานที่หลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ส่วนความชัดเจนเรื่องแคนดิเดต 3 รายชื่อนายกฯ ของพรรค พปชร. ว่าจะมีชื่อใครบ้าง ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ รอก่อน เพราะมีช่วงเวลาให้เสนอ สำหรับหัวหน้าพรรค พปชร.จะมีชื่อติดอยู่ใน 3 รายชื่อหรือไม่ เห็นว่าคงแล้วแต่ทางพรรคว่าต้องการ 3 รายชื่อดังกล่าวอย่างไร เรื่องนี้ไม่มีสิทธิ์ชี้ วันนี้ยังไม่มีคำตอบ ขอให้กลไกพรรคทำงานก่อน วันนี้พรรคอื่นก็ยังไม่มีใครบอก มันเร็วไปที่จะบอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -พล.อ.ประยุทธ์ประกาศชัดเจนจะเล่นการเมือง พรรคจะส่งเทียบเชิญหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมือนกัน ต้องรอให้ถึงเวลาพิจารณา เพราะ 3 รายชื่อ กฎหมายบอกต้องได้รับความยินยอมของทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ถ้ามีชื่อนายอุตตมเป็น 1 ใน 3 รายชื่อ พร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดแล้วก็ยังพูดเหมือนเดิม เพราะว่าการได้รับเชิญไปเป็นหัวหน้าพรรคและการได้รับคำเชิญ แต่อันนี้ขึ้นอยู่กับพรรค ถ้าจะเสนอชื่อผมเป็นนายกฯ ผมก็พร้อม แต่สุดท้ายจะเสนอหรือไม่ว่าไปตามกลไก แต่ถามว่าพร้อมไหม พร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -3 ชื่อนี้ประกาศออกมาแล้วคนต้องยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ตอนเลือกตั้งหากมีการแบ่งขั้วในตอนหาเสียงออกเป็นสองขั้วคือ ไม่เอา คสช. ไม่เอาบิ๊กตู่ กับอีกขั้วหนุนบิ๊กตู่เป็นนายกฯ ทางพรรค พปชร.พร้อมจะอยู่ในสมรภูมินั้นหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องตอบว่าเป็นเรื่องของพรรคที่จะดูตอนนั้น เรายังไม่รู้เลยว่าจะเกิดรึเปล่า เพราะฉะนั้นเดี๋ยวรอดูเหตุการณ์ วันนี้ยังไม่มีใครในพรรคที่จะบอกว่ายืนข้างนี้ เลือกข้างโน้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุตตม-หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวหลังถามว่า หากตอนหาเสียงเลือกตั้งมีคนเดินมาถามเลือกพลังประชารัฐแล้วได้อะไร โดยบอกว่าให้ถึงตอนเลือกตั้ง จะตอบลึก แต่วันนี้ก็ตอบได้อย่างที่ผมพูด ท่านจะได้เศรษฐกิจที่ดี ระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ทุกคนได้ผลประโยชน์ คนไทยอย่างถ้วนหน้า เป็นประเทศที่มีความสงบ ไม่ต้องเดือดร้อนว่าจะทำมาหากินได้หรือเปล่า เป็นประเทศซึ่งคนไทยได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงในทุกเรื่อง ตอนนี้ก็ต้องพูดแบบนี้ก่อน เดี๋ยวถึงตอนเลือกตั้งจะมีของจริงให้เห็นว่าที่พูดต้องทำอย่างไร และขอยืนยันว่า แม้หมดยุค คสช.ไปแล้ว พรรคพลังประชารัฐก็ยังมีอยู่ต่อไป ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ อุตตม-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะบอกว่าพรรค พปชร.พร้อมเต็มที่สำหรับการเลือกตั้ง แต่ก็ขอสงวนคำตอบหลังเราถามว่าเป้าหมายทางการเมือง พปชร.ต้องการ ส.ส.สักประมาณกี่เก้าอี้หลังเลือกตั้ง โดยบอกว่า &amp;ldquo;เร็วไปที่จะพูดเรื่องนี้&amp;rdquo; เพราะ พปชร.ตั้งพรรคขึ้นมาด้วยเป้าหมายตามชื่อว่า พลังประชารัฐทำด้วยประชาชนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน เพราะฉะนั้นขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจสำคัญๆ เช่น เป้าหมายการเลือกตั้ง เราก็จะมีส่วนการปรึกษาหารือกัน จึงยังเร็วเกินไปในเรื่องเป้าหมายของพรรคกับจำนวนในตอนนี้ แต่ถ้าเราเตรียมพร้อมแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ก็พร้อมจะออกมาได้ แต่วันนี้ยังเร็วไป เพราะเรายังไม่เป็นพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...พรรค พปชร.จะส่ง 350 เขต ส่วนตัวผู้สมัครยังคงพิจารณาอยู่ ซึ่งเราได้รับความสนใจจากหลายกลุ่ม ยังมีเวลาพิจารณา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -จุดขายของพรรคพลังประชารัฐที่จะทำให้ประชาชนเลือกคืออะไร มีความแตกต่าง โดดเด่นกว่าพรรคการเมืองอื่นอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูจากปณิธานและอุดมการณ์ของเราได้เลย เราตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นที่รวมของบุคคล และคนไทยที่ต้องการมาร่วมกันปรับเปลี่ยนประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถที่จะเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจที่มั่นคง เพื่อสร้างโอกาสให้กับคนไทยและเป็นโอกาสที่จริง จับต้องได้ ให้คนไทยมีสวัสดิการที่ดี ที่สมควรที่จะต้องมี และที่สำคัญยิ่งคือเราก้าวข้ามความขัดแย้ง ต้องการให้ประเทศมีความสงบ สามารถทำมาหากินและเศรษฐกิจก็ไปได้ เมื่อประเทศสงบก็จะจัดจัดสวัสดิการที่เหมาะสมให้คนไทยที่ควรจะมีก็จะทำได้ นี่คือจุดหลักของเราและของพรรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดแข็งของพรรคคือ มีคนที่มาจากหลากหลายวิชาชีพ มีประสบการณ์บ้าง มากน้อยไม่เท่ากัน แต่กลายเป็นจุดแข็งตรงที่มารวมกัน มาใช้ประสบการณ์ความรู้ที่มีมารวมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ต้องการทำให้พรรค พปชร.เป็นพรรคซึ่งต้องการจะมาอาสาทำงานให้ประเทศ เพื่อให้ประเทศสามารถปรับเปลี่ยน สามารถปฏิรูปเพื่อก้าวไปสู่ความเจริญ ซึ่งยั่งยืนสำหรับบุคคล ไม่ใช่ลุ่มๆ ดอนๆ เหมือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจต้องดี สังคมต้องสงบ มีเสถียรภาพ ประชาชนคนไทยต้องได้สวัสดิการตามที่สมควรจะได้จริงๆ เพราะเรามีปัญหาเดิมคือความเหลื่อมล้ำ อันนี้เป็นสิ่งที่พรรคตั้งใจจะทำ และพรรคสามารถจะรวบรวมคนได้จากหลากลายภาคส่วนและหลากหลายอาชีพ อันนี้ก็มาช่วยกันตั้งแต่เริ่มแนวคิดไปสู่นโยบายให้กับคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นพรรคที่ไม่ได้มีเจ้าของคนเดียว เราเกิดจากความคิดที่หลากหลายจากอุดมการณ์เดียวกัน เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนของพรรคสามารถที่จะทำได้ด้วยองคาพยพที่กว้างขวาง เป็นจุดแข็งที่จะสามารถรวบรวมความคิดมาจากทุกพื้นที่ แนวทาง นโยบายต่างๆ ก็จะเข้าถึงพื้นที่&amp;rdquo; อุตตมบอกถึงโรดแมปของ พปชร.ต่อจากนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่าในฐานะเป็นคนของรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลทำไว้ เช่น อีอีซี- บัตรคนจน-โครงการประชารัฐ ไทยนิยมยั่งยืน ทางพรรค พปชร.จะนำไปขับเคลื่อนตอนหาเสียงหรือไม่ อุตตม-รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องนี้ว่า การพูดถึงเรื่องหาเสียงคงเร็วไป แต่ถ้าถามตอนนี้ สิ่งที่มีอยู่ปัจจุบันในฐานะที่อยู่รัฐบาล จะเห็นว่าหลายอย่างมีประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนในวงกว้าง พรรคพลังประชารัฐในอนาคตก็คงจะสนับสนุน ถ้าถามเรื่องอีอีซีก็จะเห็นว่าเป็นประโยชน์ในวงกว้าง เราก็จะสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่กฎหมายออกมารองรับแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะมา ตามกฎหมายก็จะต้องเดินต่อในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นพรรคพลังประชารัฐ แน่นอนว่าในเรื่องที่รัฐบาลปัจจุบันทำไว้ ในเรื่องนี้ควรจะเดินต่อไปหรือไม่ หรือไปทิศทางไหน ทางพรรคเขาจะมาดูในแต่ละเรื่องไปเมื่อถึงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..ตอนนี้เร็วไปที่จะพูดถึงนโยบายในเรื่องต่างๆ ขอให้พวกเราได้กลั่นกรองจากพื้นที่ส่งขึ้นมา แต่ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนนั้น ภาคเกษตรถือว่าสำคัญมาก ก็ต้องเป็นเกษตรสมัยใหม่ที่ต้องสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้มากขึ้น ตั้งแต่เกษตรกรต้นทาง ผ่านกระบวนการไปถึงปลายทาง ซึ่งเรื่องนี้ทำได้เยอะมากและเราตั้งใจจะทำ รวมถึงเอสเอ็มอีก็เริ่มเป็นแนวทางที่สมัยใหม่ ต้องเป็นเอสเอ็มอีที่มีความรู้ เข้าถึงทักษะเทคโนโลยีที่จะยกตัวเองขึ้นมาให้ตามทันโลกให้ได้ เรื่องของทุนมนุษย์ทั่วๆ ไปของสังคมไทย คนไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ทันก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีความพร้อมที่จะเดินต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องของสังคม ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เกื้อกูลและเป็นสังคมที่สร้างโอกาส แต่เน้นว่าต้องเป็นโอกาสที่เป็นจริงได้ ไม่ใช่ขายฝัน ทำอย่างไรให้สังคมไทยเป็นเช่นนั้น เป็นสังคมที่คนไทยตื่นรู้ เป็นการตื่นตัวกับความเป็นไปในประเทศ ไม่ใช่อยู่แค่ใกล้ตัวเราเอง ตื่นรู้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองสมัยใหม่ ซึ่งเมื่อเรามีโอกาส เราก็อยากเข้ามาวางในเรื่องของการเมืองสมัยใหม่ เหล่านี้จะเริ่มทยอยออกมาให้เห็นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่หลายคนสนใจกันเรื่องจะมีใครมาอยู่กับพรรค พปชร.อีกหรือไม่ หัวหน้าพรรค พปชร. แย้มว่า พรรคจะมีเซอร์ไพรส์เรื่อยๆ เมื่อถึงเวลา แต่ก็ต้องสมัครใจมา ผมว่าส่วนหนึ่งก็ต้องให้เกียรติทุกคน เขามีประสบการณ์มา เขารู้อะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้น มาก็ต้องสมัครใจมา คุยกันรู้เรื่องก่อนถึงจะมา เราเองก็ต้องดูเหมือนกัน ส่วนที่พรรคตกเป็นเป้าก็มองว่า ถ้าไม่เป็นเป้านี่อาจจะเดือดร้อนนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;.............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากทีมสมคิดสู่หน.พปชร. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอนำพรรคก้าวข้ามความขัดแย้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทางการเมืองของ อุตตม-รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่รู้กันดีว่าเขาอยู่ในทีมงานการเมือง-ทีมวางนโยบายของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มาตลอด ตั้งแต่ยุคสมคิดอยู่พรรคไทยรักไทย-รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จนในยุค คสช. หลังสมคิดมาร่วมงานกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เขาก็ถูกดึงตัวมาช่วยงานทีมเศรษฐกิจ จนได้เป็น รมว.ไอซีทีและ รมว.อุตสาหกรรมในปัจจุบัน จากนั้นก็มีข่าวว่าเป็นหนึ่งในทีมผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ จนกระทั่งเปิดตัว นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ แม้จะลงสมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อไม่ได้ เพราะติดขัดเรื่องคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุตตม เปิดเผยถึงการตัดสินใจเข้าสู่ถนนการเมืองว่า เป็นจังหวะเวลาที่คิดว่าจะช่วยประเทศได้อย่างเต็มที่ ในส่วนตัวผมเองที่มีประสบการณ์สั่งสมมา ผมเห็นว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะวันนี้เป็นจุดที่ประเทศไทย คนไทย ต้องตัดสินใจว่าจะปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ยั่งยืน มั่นคงกว่าหรือไม่ ซึ่งมีทางเลือกจะเดินถนนเดิมๆ หรือไม่ การเมืองก็แบบเดิม เจอของเดิมๆ คนไทยก็บ่นหรือจะเลือกทางเดินใหม่ที่อาจไม่คุ้นกับพวกผมที่ไม่ได้ทำการเมืองโดยตรงมาก่อน แต่อาสาเข้ามาทำการเมือง มีประสบการณ์อยู่ ไม่ได้ไร้เดียงสา วันนี้ประเทศไทยอยู่ที่จุดนั้น พวกเราอยากเสนอตัวทำงานให้กับประเทศไทยให้เดินบนถนนสายใหม่ได้ เราอยากจะชักชวนแบบนั้น ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วก็เดินแบบเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตัดสินใจลงมาเล่นการเมืองก็คิดอยู่ระยะหนึ่ง เป็นการตัดสินใจซึ่งไม่ได้ง่าย ต้องใช้เวลาหลายๆ เดือน งานการเมืองเป็นสิ่งที่ท้าทายแน่นอน ผมต้องคุยกับครอบครัวให้เรียบร้อย เห็นว่าถ้าเสนอตัววันนี้ ผมคิดว่าเป็นจังหวะเวลาที่ถูกต้องที่ผมจะมาทำงานให้ประเทศในรูปแบบของงานการเมือง เมื่อก่อนนี้ก็รับใช้ให้ประเทศ แต่ไม่เคยก้าวเข้ามา แต่วันนี้เห็นถึงความจำเป็นของประเทศที่จะปรับเปลี่ยนปฏิรูป สอง เห็นถึงโอกาสที่ผมมีความพร้อมที่จะก้าวเข้ามา อาสาทำงานการเมืองเพื่อรับใช้ประเทศ แค่นี้สองจุด แต่ก็ต้องคิดนาน เพราะเป็นการปรับเปลี่ยน ก็ต้องคิดให้รอบคอบ แต่ถ้าตีโจทย์ส่วนตัวผมก่อน ผมเห็นอย่างนั้น เชื่ออย่างนั้น สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ง่ายและก็เดินหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บ้านผม เขาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ เขาก็สัมผัสมา เขาก็เห็นว่างานการเมืองเป็นอย่างไร แต่ว่าสนับสนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็คอยส่องๆ สุขภาพผมอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -หลายคนที่ลงมาการเมืองก็เอาชื่อมาทิ้ง หวั่นเรื่องนี้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมตัดสินใจแล้ว คือตัดสินใจเดินหน้าแล้ว นาทีนี้ต้องทำให้เต็มที่ จะออกมาอย่างไรก็ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน แต่ตัดสินใจแล้วต้องทำ ถ้าหวั่นเกินไป ก้าวแรกก็ไม่เกิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการเมืองไทยก่อนหน้านี้ที่มีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง หัวหน้าพรรค พปชร. เห็นว่าเรื่องความขัดแย้งมีสาเหตุอยู่ในตัว&amp;nbsp; แต่ว่าวันนี้ไม่ต้องกลับไปมองของเก่า แต่เรียนรู้จากของเก่าว่ามันมีความขัดแย้งและต้องก้าวไปข้างหน้า ก้าวข้ามความขัดแย้งเหล่านั้นให้เป็นความสงบ นี่คือสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐต้องการ ก้าวข้ามความขัดแย้งให้เป็นความสงบ จากความสงบให้มีเสถียรภาพ มีเสถียรภาพทำเศรษฐกิจให้ดีได้ มีเสถียรภาพให้บริการประชาชน รัฐสวัสดิการออกมาได้ เพราะฉะนั้นเราก้าวข้ามมันเกิด และเรามีแนวทางของเราอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แต่ในสนามเลือกตั้งต้องเป็นคนที่ผ่านสนามการเมืองมาอย่างโชกโชน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ไม่แปลก พรรคเปิดหมายถึงไม่ใช่จะเอาแต่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผู้ที่เขาอยู่ในสนามการเมืองมาก็ไม่เห็นแปลกอะไร คนใหม่ที่ไม่มี ก็ไม่แปลกอะไร ผมเองไม่เคยลงเลือกตั้ง ไม่เคยอยู่สนามการเมือง แต่ถามว่ารู้จักการเมืองไหม รู้จัก เพราะเคยทำมาก่อน เพราะฉะนั้นไม่เป็นไร มาพูดคุย แล้วดูเอาว่าพรรคเป็นอย่างไร ผมไม่ห่วงประเด็นนี้ แน่นอนมีคนตั้งคำถามเดี๋ยวจะชี้นำ ผมยืนยันไม่ถูกชี้นำแน่ เรามีกลไกที่บริหารพรรคในแนวทางที่เรานำเสนอก็รอดู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุตตม-หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการสร้างพันธมิตรการเมือง การจับมือกับพรรคต่างๆ ว่า ผมพูดอย่างนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกลไกของพรรค อันนี้ไม่ได้เลี่ยง แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะพรรคไม่มีเจ้าของ ผมบอกไม่ได้ว่าพรรคนั้นจะคุย พรรคนี้จะคุย พรรคอื่นอาจจะทำได้ เขาพูดของเขาเลย แต่พรรคเราเพิ่งเกิดยังมีขั้นตอนอยู่ มีกลไกต้องมาพูดกัน ซาวเสียงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการรู้จักกับนักการเมืองต่างๆ พรรค ก็รู้จักกระจายอยู่หลายพรรค แต่ว่าคุยในเรื่องการเมืองจะนำไปสู่อะไร ถ้าในเรื่องของพรรค ต้องรอพรรคเกิดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในฐานะหัวหน้าพรรค เตรียมรับมืออย่างไรทางการเมือง ที่หลังจากนี้จะดุเดือดมากขึ้น? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นส่วนหนึ่งก็ได้ งานก็ต้องเดิน ในส่วนที่มีคำถาม มีคนพยายามพูดอะไรต่างๆ เราก็พยายามอธิบายเรื่องข้อเท็จจริง ชี้แจงสังคมว่าเป็นอย่างไร อย่างที่ผมพูด เราเดินถนนเส้นใหม่ดีกว่า แต่ของอย่างนั้นมี ไม่ได้ปฏิเสธ ก็เป็นสีสันการเมือง เราก็ต้องบริหารจัดการกันไป แต่เราจะไม่ทำการเมืองรูปแบบเก่าๆ เราจะทำการเมืองที่วันนี้ ผมเชื่อว่าคนไทยเรียกร้องท่านก็สัมผัสอยู่ ว่าอยากเห็นนักการเมืองอย่างไรในอนาคต อยากเห็นนักการเมืองทำอะไรในอนาคต เราก็เดินเช่นนั้น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;.......................&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหนังสือพิมพ์, ครบรอบไทยโพสต์, นายนพดล ปัทมะ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอุตตม สาวนายน, วิเคราะห์ศึกเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcb32427adbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนตั้งรัฐบาลได้เป็นคนแรก  คือ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ หากทำงานการเมืองต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทัศนะ ความเห็น แนววิเคราะห์ต่อการเมือง การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า ในความเห็นของคีย์แมนคนสำคัญในวงการการเมืองไทย สุเทพ เทือกสุบรรณแกนนำ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) - อดีตเลขาธิการ กปปส. - อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ในวงการการเมืองไทยมาหลายสิบปี เขาอ่านกระดานการเมือง-การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยเชื่อว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เข้าสู่การเมือง การตั้งรัฐบาลที่จะมีขึ้นหลังเลือกตั้ง คนที่มีโอกาสจะจัดตั้งรัฐบาลได้เป็นฝ่ายแรกก็คือฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การวิเคราะห์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเราถามว่า ในฐานะที่มีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการรัฐบาลมาก่อน&amp;nbsp; เคยอยู่พรรคการเมืองใหญ่ มองว่าหลังเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลจำเป็นหรือไม่ที่ต้องให้พรรคที่ได้เสียง ส.ส.มาอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน โดย สุเทพ แกนนำพรรค รปช. - อดีตผู้จัดการรัฐบาลสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า ผมมองว่าตอนนี้เงื่อนไขมันเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้อยู่ที่ใครรวมเสียงได้เกินครึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. 500 คน และ ส.ว.อีก 250 คน ใครที่รวมเสียงได้ 376 เสียงขึ้นไป ก็จะได้จัดตั้งรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้คนที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้เป็นคนแรกคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากท่านยืนยันว่าสนใจงานการเมือง จะทำงานการเมืองต่อ เพราะว่าท่านมีเสียง ส.ว.อยู่ 250 เสียง โดยในจำนวนนี้เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง 6 คน คสช.แต่งตั้งอีก 194 คน และอีก 50 คนที่เลือกกันเอง ที่แม้จะมีคะแนนเสียงแตกไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ต้องมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ส่วนหนึ่ง หมายความว่ามีเสียง ส.ว.แล้วกว่า 200 เสียง ต้องการเสียงจาก ส.ส.อีกเพียง 176 ก็พอแล้ว ผมคิดว่าเขามีโอกาสมากกว่าคนอื่น เว้นแต่วันนั้นจะเกิดสถานการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ที่เราก็ไม่รู้ สุเทพ แกนนำพรรค รปช. - อดีตเลขาธิการ กปปส. วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุเทพ กล่าวต่อว่า แต่การเมืองหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลหลังเลือกตั้ง จะเป็นคนละอย่างกับรัฐบาล คสช.ที่เป็นอยู่เวลานี้ เพราะวันนี้เรียกได้ว่า คสช.เป็นกลุ่มเดียว แต่รัฐบาลหลังเลือกตั้ง อย่างที่ผมบอก จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียง ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง ก็จะเป็นรัฐบาลผสม ที่ตอนตั้งรัฐบาลต้องมีการเจรจากัน ทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่ คสช.ต้องการฝ่ายเดียวแล้ว อย่างไรก็ตาม มองว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเรียบร้อย ประชาชนคนไทยมีประสบการณ์การเมืองมาก พบเห็นอะไรเยอะ และรู้ว่าทุกฝ่ายต้องดูแลบ้านเมืองให้เสร็จเรียบร้อย ส่วนที่ใครเป็นห่วง ผมไม่ห่วง ผมเชื่อว่าดีขึ้น เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงว่า แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจไม่ไปอยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โอกาสเกิดนายกฯ คนนอกมีความเป็นไปได้หรือไม่ สุเทพ แกนนำพรรค รปช. ประเมินความเป็นไปได้ของสูตรนี้ว่า นายกฯ คนนอกคงเป็นไปได้ยาก คุณถามเรื่องใหญ่เลยนะนี่ (หัวเราะอารมณ์ดี) ถามพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงบัญชีรายชื่อ แสดงว่าท่านไม่สนใจทำหน้าที่ต่อแล้ว คงยาก แต่ก็คงเป็นหน้าที่สมาชิกรัฐสภา 750 คน พิจารณาคนในบัญชีรายชื่อพรรคต่างๆ&amp;nbsp; คนในเหมาะสม แต่คิดว่าคนนอกคงเกิดยาก เพราะต้องไปยกเว้นบทบัญญัติบางอย่างที่ขั้นตอนมันซับซ้อน ผมยังเชื่อว่าคนในคือคนที่พรรคการเมืองประกาศ จะได้รับการพิจารณาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่าแผนทักษิณ-เพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบงก์พันแตกเป็นแบงก์ร้อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สุเทพ วิเคราะห์การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยออกตัวว่า คงคาดยาก แต่ถ้าวิเคราะห์ตามสถานการณ์จริงวันนี้ ผมเชื่อว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคเดียวที่จะมีเสียงข้างมากเด็ดขาด หรือมีเสียง ส.ส.เกินครึ่งของสภา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคการเมืองใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ หรือเพื่อไทย ผมคิดว่าวันนี้คะแนนนิยมของเขาคงลดลง 2 พรรคดังกล่าวได้แสดงอะไรที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับความคิดของประชาชน&amp;rdquo; สุเทพระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ยกตัวอย่างเช่นตอนที่มีการทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้ง 2 พรรคประกาศจุดยืนไม่รับรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่ามีประชาชน 16 ล้าน 8 แสนคน ลงประชามติรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนคิดไกลกว่านักการเมือง เพราะฉะนั้นค่านิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองใหญ่อาจลดลง ในลักษณะที่เห็นชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคการเมืองบางพรรคก็รู้สึกตัว ตระหนักตรงนี้ดี วันนี้ผมจึงได้พูดคำว่า บางพรรคใช้วิธีแตกแบงก์ 1,000 เป็นแบงก์ 100&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุเทพ กล่าวขยายความเรื่องการใช้วิธี แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย ของบางพรรคการเมืองว่า ขณะนี้&amp;nbsp; จะเห็นว่าบางพรรคแตกออกมาเกือบ 10 พรรค อาทิ พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ เยอะแยะเลย เพราะเขารู้ว่าการเมืองไม่เป็นแบบเดิมแล้ว พรรคเดียวจะมีคะแนนนิยมสูงไปไม่ได้ พวกนี้จึงแตกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย เลือกขายตามตลาดแต่ละภูมิภาค บางพรรคมุ่งไปตลาดคนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาว คนวัยรุ่น บางพรรคหันไปหาคะแนนชาตินิยม คือไปมุ่งคะแนนเสียงในตลาดที่แตกต่างกัน แต่เราทำการเมืองทุกภูมิภาค ทั้งประเทศ รปช.ทำแบบนั้นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ประเมินว่าขั้วพรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อธรรม พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทยทั้งหมด รวมกันแล้วจะได้ที่นั่ง ส.ส.รวมกันเกินกึ่งหนึ่ง 250 ที่นั่งหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือสุดท้ายพรรคเหล่านี้ก็จะมารวมกัน แต่ผมว่ารวมกันแล้วก็คงไม่เกิน เพราะพอแตกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย อาจมีบางพรรคได้ ส.ส. 10-30 คน แต่รวมกันแล้วผมคิดว่าไม่เกิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มั่นใจพรรคไม่เอาระบอบทักษิณ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมเสียงได้เกิน 250 เก้าอี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ถ้าเช่นนั้นก็คือเชื่อว่าฝ่ายอีกขั้วหนึ่ง เช่น พรรคพลังประชารัฐ พรรค รปช. หรือพรรคของนายไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคประชาธิปัตย์ รวมกันแล้วจะเกินกึ่งหนึ่งมากกว่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรวมทุกพรรคที่ไม่ใช่พรรคของระบอบทักษิณ ผมมองว่าคงจะเกินครึ่ง แบบที่ผมบอกแล้ว หากพรรคของระบอบทักษิณได้ไม่เกินครึ่ง ที่เหลือก็จะเป็นของพรรคอื่นที่รวมกันแล้วก็เกินครึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเช่นนั้นขั้วฝ่ายหลังที่ถาม มีโอกาสจะจับมือกันตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ สุเทพ อดีตผู้จัดการสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ประเมินว่า การจัดตั้งรัฐบาลเป็นอีกเรื่องหลังการเลือกตั้ง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วพรรคการเมืองต่างๆ ต้องเจรจากัน แต่ละพรรคก็มีนโยบายของแต่ละคน หากเป้าหมายไปกันได้ก็จับมือกัน อาทิ นโยบายเรื่องการศึกษา นโยบายด้านการเกษตร ก็มาคุยกันได้ หากตกลงกันได้ก็คงจับมือกันเป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -พรรค รปช.พร้อมที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีหลายคนถามคำถามนี้กับผม แต่ความจริงคือ ตัวบุคคลจะเป็นใครยังไม่มีใครรู้เลย ถึงวันเลือกตั้งทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่หากพูดในหลักการ พรรค รปช.พร้อมจะร่วมมือกับพรรคการเมืองหรือบุคคลที่ยืนหยัดจะปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชน ใครรับหลักการ ใครยืนยันจะปฏิรูปประเทศ เราเอาด้วย แต่ที่แน่ๆ คือฝ่ายกระบวนการของคุณทักษิณคงร่วมกับเราไม่ได้อยู่แล้ว เพราะบางพรรคไปประกาศชัดเจนแล้วว่าจะฉีกรัฐธรรมนูญ ที่หมายความถึงว่าโอกาสในการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนก็หายไปด้วย ต้องถอยหลังไปนับหนึ่งใหม่ หากเป็นแบบนั้นเราคงไม่เอาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำพรรค รปช. กล่าวถึงเป้าหมายทางการเมือง โดยเฉพาะตัวเลขเบื้องต้นจำนวน ส.ส.ที่คาดว่าพรรค รปช.จะได้หลังการเลือกตั้งไว้ว่า ที่ผ่านมาผมไม่มีโอกาสได้ขยับ โดยตั้งแต่เข้าไปร่วมกับคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันที่จะทำพรรคการเมืองของประชาชน ผมยังไม่มีโอกาสได้ออกมาเคลื่อนไหว เพราะยังติดขัดอยู่ แต่เรามั่นใจว่าเมื่อไรก็ตามที่เราได้เคลื่อนไหว พบปะผู้คน เรามั่นใจว่าจะมีคนเป็นแสนเป็นล้านมาร่วมเป็นเจ้าของพรรค รปช. เพราะนี้คือการสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีพรรคการเมืองของประชาชนในประเทศไทย คุณลองไปย้อนดูประวัติศาสตร์ มีพรรคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม, พรรคของจอมพลถนอม กิตติขจร, พรรคของนายบรรหาร ศิลปอาชา หรือพรรคของนายทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่มีพรรคการเมืองของประชาชนเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะสร้างพรรคการเมืองของประชาชนแท้ๆ ทุกอย่างกำหนดโดยประชาชน นักการเมืองเป็นผู้ปฏิบัติ ผมคิดว่าเรายังมีเวลา เมื่อเขาปลดล็อก เราจะทำได้&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าวด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..ผมมองว่าในการต่อสู้ของประชาชนในปี 2556-2557 ที่จริงเขาต่อมายาวนานกว่านั้น ประชาชนตื่นตัว ตื่นรู้มาก พวกเขาเห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ของประชาชนในการรับผิดชอบบ้านเมืองด้วยการสร้างการเมืองที่ดี ซึ่งการสร้างการเมืองที่ดี ต้องสร้างพรรคการเมืองที่ดีก่อน พรรคการเมืองที่ประชาชนไว้ใจได้ต้องเป็นพรรคการเมืองของประชาชน นั่นคือสิ่งที่ผมคิด และผมเชื่อว่าอย่างน้อยๆ มีคน 4-5 ล้านคน ในประเทศไทยที่จะสนับสนุนแนวทางนี้ แนวทางพรรคการเมืองของประชาชน ผมจึงมั่นใจอย่างน้อยที่สุด พรรครวมพลังประชาชาติไทย จะมี ส.ส.ทั้งบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำพรรค รปช. ย้ำว่า หากประชาชนลงคะแนนเสียงให้พรรค รปช. 3.5-4 ล้านเสียง คำนวณตามรัฐธรรมนูญ เราก็จะมี ส.ส. 50 คนทั่วไป ส่วนจะได้จากระบบแบ่งเขตเท่าใด ก็ต้องมาดูผลการเลือกตั้ง เช่นสมมติว่าเราได้จากแบ่งเขตเลือกตั้ง 20 คน ที่เหลือต้องเป็นบัญชีรายชื่ออีก 30 คน อย่างนี้เป็นต้น เราไม่ได้ควาดหวังอะไรมากมาย แต่เราหวังว่า สิ่งที่ทำจะเป็นก้าวสำคัญของการเมืองในประเทศไทย ที่มีพรรคการเมืองของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..สำหรับพรรค รปช. เรื่องรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ พรรคก็ต้องคุยกันก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ได้คุย ต้องรอให้มีสมัชชาพรรค เราถึงจะได้คุยกัน เราจะส่งหรือไม่ บางทีเราเป็นพรรคเล็กๆ อาจคิดอีกแบบ บางทีอาจจะกันเหนียว ก็เสนอชื่อหัวหน้าพรรคไว้ด้วย ก็แล้วแต่ พรรคนี้ถามผมไม่ได้ ผมไม่ได้กำหนดเรื่องของพรรค แต่เป็นประชาชนกำหนด เพราะโดยโครงสร้างอำนาจอยู่ที่ประชาชน ผมเป็นเพียงผู้ปฏิบัติงานคนหนึ่ง และที่ผมตัดสินใจมาทำงานพรรคการเมืองครั้งนี้ ผมมาเพื่อรับใช้ประชาชน ผมไม่รับตำแหน่งใดๆ ในพรรค ไม่ลงสมัครส.ส.ทั้งบัญชีรายชื่อ ส.ส.เขต ถ้าพรรค รปช.ได้เข้าร่วมรัฐบาล ผมไม่รับตำแหน่งใดๆ ผมทำหน้าที่เป็นโค้ช อยู่ในมุมเป็นพี่เลี้ยง ไม่ได้เป็นนักกีฬา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ ยังขยายความถึงกรณีที่เคยบอกว่าพรรครปช.จะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยสาเหตุที่ทำให้มีความเชื่อเช่นนั้น เป็นเพราะพรรค รปช.ไม่ใช่พรรคของจังหวัดหรือภาคใดภาคหนึ่ง แต่เป็นพรรคของคนทั้งประเทศ รวมพลังประชาชาติไทยเป็นการรวมพลัง คนทั้งประเทศ คือพรรคที่มีฐานของประชาชนทั่วประเทศ ใครเป็นรัฐบาลก็อยากเป็นพวกด้วย อยากนำไปร่วมงานด้วย ผมจึงมั่นใจ เพราะผมสัมผัสประชาชนมามากว่ามีประชาชนที่คิดแบบนี้อยู่ทั่วประเทศ โดยแนวทางของพรรคจะไม่ไปชวนพรรคอื่นหรือนักการเมืองอื่นๆ ให้มาเข้าสังกัด ไม่ต้องเอานักการเมืองเก่าๆ มา เป้าหมายเราคือการสร้างคนใหม่ในทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุเทพ แกนนำพรรค รปช. ที่เป็นอดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์มาหลายสมัย กล่าวถึงพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ที่ต้องแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยอยู่มาก่อนว่า ประชาชนภาคใต้มีความคิด สนใจการเมือง ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ประเมินสถานการณ์จริงทางการเมือง เชื่อว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทยจะได้รับคะแนนสนับสนุนจากพี่น้องชาวใต้เป็นกอบเป็นกำ สูสีกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่อยากเรียกว่าไปแย่งคะแนนเสียงกับประชาธิปัตย์ เพราะเป็นการแข่งขัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ถามอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามองดูแล้วมีโอกาสจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย สุเทพ ตอบว่า ก็เป็นข่าวอยู่ตลอดทั้งข่าวคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พบกับนายโภคิน พลกุล มีข่าวสายล่อฟ้าไปเจรจาเรื่องคดี ก็เป็นข่าวไป แต่ในพรรคประชาธิปัตย์ มีคนมีเหตุมีผลมาก ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์มา 37 ปี เชื่อว่ามีนักการเมืองประชาธิปัตย์ที่ ถึงอย่างไรต้องคิดถึงความอยู่รอดของประเทศ บางทีผู้นำพรรคคงไม่สามารถพาคนไปทำอะไรที่ขัดใจกับคนส่วนใหญ่ แต่ว่าถึงเขาจะจับมือกัน แต่ถ้าสองพรรครวมกันได้ 200 เสียง คงไม่มีความหมาย (นิ่งคิด) ผมว่ายากนะ ยากนะหากจะเกิดภาวะอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ถ้าลงคะแนนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;จะลงให้หมอวรงค์เป็น หน.ปชป. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สัมภาษณ์กันในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังอยู่ระหว่างที่กำลังหาเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป. เลยถามถึงเสียงวิจารณ์และกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวนายสุเทพเข้าไปเป็นคีย์แมน&amp;nbsp; สุเทพ อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวว่า เรื่องนี้ก็วิจารณ์กันไปมากเลย ผมขอเท้าความให้ฟัง เมื่อตอนลาออกจาก ส.ส. ก็ลาออกจากประชาธิปัตย์ และประกาศชัดเจนจะไม่กลับไปประชาธิปัตย์แล้ว เมื่อมาตั้งพรรคการเมืองร่วมกับประชาชน ผมก็ไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการของพรรคไหน ก็ดูแต่เรื่องพรรครวมพลังประชาชาติไทย เฉพาะเวลาที่ทำงานให้พรรค รปช. ก็เหนื่อยอยู่แล้ว จะไปแทรกแซงคนอื่นจึงไม่มี แต่เมื่อตอนนำการต่อสู้ร่วมกับมวลมหาประชาชน ก็มีแกนนำนักการเมืองหลายคนมาสู้ด้วย พอเสร็จแล้วเขาก็กลับพรรคของตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;...ตอนที่ผมมาตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่มีแกนนำ กปปส.มาร่วมเลย มีแต่ผมคนเดียวที่ร่วมกับประชาชนคนอื่น หลายคนก็กลับประชาธิปัตย์ บางคนก็ไปพรรคพลังประชารัฐ แต่เมื่อผมเป็นเจ้าของความคิด เรื่องต้องปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปพรรคการเมือง ทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคประชาชน ให้พรรคการเมืองมีอำนาจเหนือพรรค เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารพรรคโดยตรงจากประชาชน ตอนแรกเขาไม่สนใจ ตอนหลังก็สนใจ ผมก็ยินดี ถือเป็นก้าวหนึ่ง ส่วนที่มีการแข่งขัน 3 คน คุณอภิสิทธิ์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, คุณอลงกรณ์ พลบุตร บังเอิญ นพ.วรงค์ขึ้นเวที กปปส.บ่อย มาพูดเรื่องทุจริตจำนำข้าว ประชาชนสนใจ โดยหมอวรงค์ก็ขึ้นเวที กปปส.มากกว่าคนอื่น คุณอลงกรณ์รู้สึกจะมาบ้าง คุณอภิสิทธิ์มาตอนต้นๆ ตอนสู้กฎหมายนิรโทษกรรม แต่พอยกระดับ ปฏิรูปประเทศ ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้มาด้วย แต่ตอนหลัง นพ.วรงค์ ไปบวชที่วัดสวนโมกขพลารามกับผม หลังมีการรัฐประหาร ..พอหมอวรงค์ลงแข่งขัน คนก็นึกว่าผมไปช่วย ซึ่งจริงๆ ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะผมลงคะแนนให้ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ปชป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ถามถึงกรณีนายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำกปปส.ไปช่วย นพ.วรงค์ เลยมีการไปโยงกันมา สุเทพพูดเรื่องนี้ว่า อันนั้นมองแบบจงใจไปหน่อย ถาวรไปช่วยหมอวรงค์ แต่คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็เป็นแกนนำกปปส. แต่ก็ไปสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์ ทำไมไม่มีใครมาบอก ผมไปสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์บ้าง (หัวเราะ) อันนั้นก็แล้วแต่ ก็เป็นประเด็นข่าวไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;แต่ถ้าถามผมว่าลงคะแนนให้ใคร ถ้าผมลงคะแนนได้ ผมลงคะแนนให้หมอวรงค์นะ เพราะเห็นว่าแกเอาจริง ตั้งใจ เป็นความใหม่ เป็นสิ่งใหม่ๆ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ถามย้ำว่า ในคนที่ลงแข่งขันมีสามคน เหมือนเชียร์นพ.วรงค์เป็นพิเศษ สุเทพ แจงว่า ไม่ได้เชียร์ ไม่ได้เชียร์นะ อันนี้คุณถามเอง ผมก็พูด เพราะไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรได้ ไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว ขณะนี้ผมกำลังหาแต่สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ได้ไปยุ่งกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และก็ไม่เชิญชวนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปลงคะแนนให้หมอวรงค์ ส่วนความสัมพันธ์กับคุณอภิสิทธิ์ตอนนี้ก็โอเค ไม่มีปัญหาอะไร เคยร่วมงานกัน คุณอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้า ผมเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อผมมาทำพรรครวมพลังประชาชาติไทยร่วมกับประชาชนแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องไปผูกพันสัมพันธ์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.............................................................................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เส้นทาง-โรดแมปพรรครปช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคการเมืองของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย - อดีตเลขาธิการ กปปส. กล่าวถึงเส้นทางการเมืองของพรรค รปช. ก่อนจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งว่า เรื่องการตัดสินใจตั้งพรรค รปช.นั้น เรื่องนี้ผมคิดอยู่หลายปี นับตั้งแต่สึกจากพระถึงหลังจากการร่วมชุมนุมต่อสู้กับพี่น้องประชาชนในปี 56 ถึง 57 แล้วผมก็บวชอยู่ที่วัดสวนโมกขพลาราม ปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วก็อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรดาผู้ร่วมการต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินที่เสียชีวิตไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไปบวชอยู่ปีเศษ แต่หลังจากลาสิกขาบทออกมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็เริ่มมีความวิตกกังวลเรื่องอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย ทั้งนี้เพราะว่าตามความคาดหวังตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ออกมาร่วมกันต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินในคราวนั้น ประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยแก้ไขข้อบกพร่องทั้งหลายในระบบที่ไม่ดี ไม่สมบูรณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเมืองที่เลวร้ายไม่ให้ประเทศชาติตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ของทางการเมือง ไม่ให้มีประชาธิปไตยแบบจอมปลอมต่อไป และที่สำคัญก็คือให้การพัฒนาประเทศเป็นไปโดยรวดเร็วตามเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งวันนั้นประชาชนก็เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศกัน 5 ด้านด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำพรรค รปช. กล่าวต่อว่า เรื่องแรกที่ประชาชนเรียกร้อง คือ ปฏิรูปการเมือง ต้องทำการเมืองให้เป็นการเมืองที่ดี เป็นการเมืองเพื่อประชาชน เป็นการเมืองเพื่อประเทศไทยอย่างแท้จริง และต้องเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 ประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการ วิธีการ และระบบในการแก้ไขป้องกันการทุจริตระดับชั้นให้ได้ผลอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 ประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ เรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น เลิกระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ให้คงไว้เฉพาะราชการส่วนกลาง คือ รัฐบาล กระทรวง กรม แล้วก็ท้องถิ่นคือจังหวัด โดยยกจังหวัดขึ้นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดมีอำนาจที่จะวางแผนพัฒนาจังหวัดของตัวเอง เป็นแผน 4 ปีจัดสรรงบประมาณเพื่อให้สอดคล้องกับแผน 4 ปีในการพัฒนาจังหวัดนั้น โดยมีหัวหน้าคณะผู้บริหารจังหวัดเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ นายก อบจ.ก็แล้วแต่ เป็นหัวหน้าข้าราชการทั้งหมดของจังหวัดนั้น ทำอย่างนี้ถึงจะทำให้จังหวัดต่างๆ สามารถพัฒนาได้โดยเท่าเทียมกันพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 4 เรื่องสำคัญที่ประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปอย่างทันที ก็คือการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญมาก เราไม่ต้องการให้มีความเหลื่อมล้ำในสังคมอีกต่อไป ดังนั้นจึงต้องปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการสาธารณสุข ปฏิรูปสังคม ต้องปฏิรูปเรื่องวิธีการกระบวนการในการยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้ของพี่น้องประชาชน การดูแลแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนทั้งหลายนี่เป็นเรื่องใหญ่และต้องทำเป็นขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประการสุดท้าย คือ ประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือตำรวจ&amp;nbsp; ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมานั้น ได้เขียนบทบัญญัติว่าด้วยการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนเอาไว้เกือบจะครบถ้วน แต่นักการเมืองพรรคการเมืองไม่ยอมรับการออกมารณรงค์ชักชวนประชาชนมาให้ลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือให้ลงประชามติไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเกิดความกังวลใจเป็นครั้งแรก สิ่งที่ผมได้ทำได้ในตอนนั้นก็คือ ผมก็ออกรณรงค์ด้วยตัวคนเดียว พูดผ่านทางเฟซบุ๊กไปถึงพี่น้องมวลมหาประชาชนทั้งหลายเชิญชวนให้ผนึกกำลังกัน ร่วมแรงร่วมใจกัน ออกมาแสดงประชามติรับรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะผลักดันให้การปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นเราก็ได้ติดตามเรื่องการปฏิรูปประเทศที่ทาง คสช.ได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลา ก็พบความจริงว่าการปฏิรูปประเทศทำได้ยากมาก มีคนไม่เห็นด้วยมาก มีคนต่อต้านมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือบรรดาผู้มีอำนาจในวงราชการทั้งหลายไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง พอใจกับอำนาจที่มีอยู่ พอใจอยู่กับสถานภาพในปัจจุบัน และที่น่ากลัวที่สุดก็คือนักการเมืองที่ไม่แสดงความกระตือรือร้นในการที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ ย้ำว่าสิ่งที่ผมคิดมากก็คือว่าพี่น้องประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดินได้เสียสละกันมาก เสียสละเวลาทำมาหากิน เสียสละเงินทองออกมานอนกลางดินกินกลางถนน ร่วมกันต่อสู้เพื่อหวังที่จะเห็นประเทศมันดีขึ้นเห็นการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศเป็นผลสำเร็จ คน 900 กว่าคนบาดเจ็บสาหัส 24 คนต้องเสียชีวิต มีทั้งเด็ก มีทั้งผู้หญิง มีทั้งผู้สูงอายุ มีทั้งคนหนุ่มคนสาว ผมถือว่าประชาชนได้ลงทุนมาก เสียสละมากเพื่อประเทศไทย เพื่อที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น แต่ว่าเมื่อเห็นความไม่ราบรื่นในการปฏิรูป เมื่อเห็นการต่อต้านขัดขวางการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมก็เริ่มคิดว่าถ้าไม่มีพลังของประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลช่วยกันผลักดันการปฏิรูปประเทศแล้ว ไม่มีทางที่จะปฏิรูปประเทศได้สำเร็จตามเจตนารมณ์ของประชาชน ตรงนี้ครับจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะสร้างองค์กรทางการเมืองที่จะเป็นการรวมพลังของประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อปฏิบัติภารกิจเรื่องของการปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชนให้เป็นผลสำเร็จให้ได้ ความคิดที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริงจึงเกิดขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามถึงกรณีคนออกมากล่าวโจมตีว่านายสุเทพกับคำพูดเคยประกาศว่าจะไม่กลับไปเป็นนักการเมืองอีก วันนี้มีคนกล่าวหาว่าตระบัดสัตย์ สุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. แจงเรื่องนี้ว่าผมเป็นคนรักษาคำพูด ตอนที่ผมออกมานำพี่น้องประชาชนต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินคราวนั้นผมได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และผมได้ประกาศว่า ผมจะไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว ผมจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกแล้ว ผมยืนยันกับประชาชนว่าการต่อสู้คราวนั้นไม่ได้ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ไม่ได้ต่อสู้เพื่อหวังจะให้ผมมีประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง ผมจึงได้ประกาศไปอย่างนั้น และวันนี้ผมก็ยังรักษาสัจจะวาจานั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ผมไม่ได้กลับไปพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่บรรดาเพื่อนฝูงแกนนำการต่อสู้ แกนนำ กปปส.ทั้งหลายก็กลับไปที่พรรคประชาธิปัตย์กันทั้งสิ้น และผมก็ยังยืนยันว่าผมจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. การที่ผมมาร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กับพี่น้องประชาชนผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน ผู้มีเจตนารมณ์เดียวกันในการที่จะปฏิรูปประเทศมันเป็นการทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งในพรรครวมพลังประชาชาติไทย ผมไม่รับตำแหน่งอะไรเลย ผมไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค ผมเป็นสมาชิกพรรคธรรมดาๆ คนหนึ่งเหมือนกับพี่น้องประชาชนทั้งหลายที่มาร่วมกันเป็นเจ้าของพรรค ผมมี 1 เสียง เท่ากับคนเหล่านั้น&amp;nbsp; ไม่มีอะไรพิเศษกว่านั้น แต่ผมจะได้ใช้ประสบการณ์ทางการเมืองที่ผมเป็นนักการเมืองมาเกือบ 40 ปีเป็น ส.ส.ติดต่อมา 37 ปี เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐมนตรี ผมคิดว่าประสบการณ์ของผมเป็นประโยชน์สำหรับพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง ผมมีความรู้ ผมมีความเข้าใจในสถานการณ์ทางการเมือง ผมรู้เท่าทันบรรดานักการเมืองทั้งหลาย และผมเห็นแนวทางที่จะพาประเทศไปข้างหน้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าผมสามารถทำตัวให้เป็นประโยชน์กับพรรคการเมืองที่แท้จริงของประชาชนได้ และผมก็ได้บอกกับทุกคนที่มาร่วมกันทำพรรคการเมืองพรรคนี้ว่าต้องตกลงกันว่า ผมไม่รับตำแหน่งอะไรในพรรคทั้งสิ้น ผมไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และเมื่อพรรคเป็นรัฐบาล ผมก็ไม่รับตำแหน่งอะไรในคณะรัฐบาล ผมขอเพียงเป็นที่ปรึกษา เป็นโค้ช เป็นผู้ช่วย ช่วยกันสร้างพรรคการเมืองของประชาชนให้แข็งแรง ช่วยกันสร้างนักการเมืองใหม่ใหม่ที่มีอุดมการณ์ มีความรักชาติ รักแผ่นดิน ไม่เห็นแก่ตัว ให้เขาสามารถทำหน้าที่ทางการเมืองได้อย่างเข้มแข็ง นั่นคือปณิธานของผม และการทำอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผมกลับไปสู่รัฐสภา ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะกลับไปสู่รัฐสภา ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะกลับไปเป็นนักการเมือง ผมเป็นแค่พี่เลี้ยงเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ กล่าวถึงหลักการสำคัญของพรรค รปช.ว่า หลักการสำคัญของพรรคการเมืองพรรคนี้ที่ชื่อว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย คือการที่ให้พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะว่าตั้งแต่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ไม่เคยมีพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริงขึ้นมาเลย ประเทศไทยเราไปดูประวัติศาสตร์การเมืองก็จะพบว่ามีพรรคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม พรรคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พรรคของจอมพลถนอม กิตติขจร เรื่อยมาจนกระทั่งมาถึงพรรคของนายทักษิณ ไม่เคยมีพรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของเลย&amp;nbsp; พรรคการเมืองเหล่านั้นทุกพรรคมีเจ้าของพรรค และเจ้าของพรรคเป็นผู้ควบคุมสั่งการทุกเรื่องทุกราวในพรรค เป็นพรรคของเขา ไม่มีพรรคของประชาชน อย่างมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในประวัติศาสตร์ก็คือมีพรรคการเมืองของนักการเมืองคือบรรดานักการเมืองอิสระทั้งหลายเมื่อไม่ต้องการจะอยู่ในสังกัดพรรคที่มีเจ้าของก็เลยมารวมตัวกันตั้งพรรคของตัวเองขึ้นมา ก็เรียกว่าเป็นพรรคการเมืองของนักการเมืองไม่ใช่พรรคการเมืองของประชาชนอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...แล้วอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่เราเห็นที่เราพบจากประสบการณ์จริงของคนไทยก็คือว่า นักการเมืองทั้งหลาย ส.ส.ทั้งหลาย เขาทำงานการเมืองเพื่อรับใช้เจ้าของพรรคการเมือง ไม่ได้รับใช้ประชาชน ไม่ได้รับใช้ประเทศชาติอย่างแท้จริง ตัวอย่างเลวร้ายที่สุดที่เราเห็นก็คือ ระบอบทักษิณ นายทักษิณเป็นเจ้าของพรรค นายทักษิณก็สั่งการลูกพรรค ลูกพรรคทั้งหลายก็ทำงานเพื่อรับใช้นายทักษิณ ทำถึงขนาดออกกฎหมายพิเศษเพื่อลบล้างความผิดอาญาให้กับนายทักษิณและสมุนบริวาร ที่กระทำความผิด ตั้งแต่การฉ้อโกงคอร์รัปชันจนถูกศาลพิพากษาจำคุก ทำความผิดอาญาในการฆ่าคนตาย ฆ่าประชาชน ฆ่าตำรวจ ฆ่าทหารทำความผิดอาญาวางเพลิง เผาทรัพย์ของห้างสรรพสินค้า โรงหนัง ร้านค้าของประชาชน เผาศาลากลางจังหวัด ทำความผิดเรื่องของการปล้นทรัพย์ ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกที่เขาจะออกกฎหมายลบล้างความผิดอาญาให้กับผู้ที่กระทำความผิดเหล่านี้ แต่ว่านายทักษิณก็สั่งให้ ส.ส.ที่เป็นบริวาร ออกกฎหมายที่เรียกว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ใช้เสียงข้างมากในสภาใช้อิทธิพลในทางการเมืองผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ทั้งๆ ที่ประชาชนคัดค้านกันทั้งประเทศ แต่คนเหล่านี้เขาลุแก่อำนาจ เมื่อเขาสามารถกุมอำนาจทางการเมืองไว้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เขาพร้อมที่จะใช้อำนาจนั้นโดยไม่เกรงใจประชาชน ไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของเขาตรงนี้มันเป็นตัวอย่างว่าถ้าปล่อยให้พรรคการเมืองเป็นอย่างนี้ไปทั้งหมด ไม่มีใครสนใจปัญหาของประชาชนจริงๆ ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะต่อสู้เพื่อให้ประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มาต่อสู้เพื่อประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หนทางเดียวที่เราจะทำได้ก็คือการตั้งพรรคการเมืองของประชาชน พรรคการเมืองของใครก็รับใช้ใครคนนั้น พรรคการเมืองของประชาชนก็รับใช้ประชาชน เพราะฉะนั้นหลักการสำคัญก็คือว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ประชาชนเป็นเจ้าของพรรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ กล่าวต่อไปว่า ความเป็นเจ้าของพรรคแสดงออกกันตรงไหน ดูตามข้อเท็จจริงตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เจ้าของพรรคก็คือคนที่เป็นผู้ออกเงินออกทุนในการตั้งพรรค ในการทำงานของพรรค พรรคคุณทักษิณเงินทองมาจากคุณทักษิณ บรรดาพี่ๆ น้องๆ ผู้ร่วมทุนของคุณทักษิณทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นความเป็นเจ้าของพรรคเขาดูที่เงินทุนพรรคการเมืองของประชาชนก็ต้องประชาชนเป็นเจ้าของทุน เป็นเจ้าของเงิน เพราะฉะนั้นพรรครวมพลังประชาชาติไทยจึงได้มีประชาชนเสียสละค่าบำรุงพรรคต่อปีแพงกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ถึงสามเท่าครึ่ง พรรคอื่นเขาเก็บค่าบำรุงพรรคกันปีละ 50 บาท แพงที่สุดก็ 100 บาท พรรครวมพลังประชาชาติไทยเก็บค่าบำรุงพรรคปีละ 365 บาท คิดเป็นวันก็วันละ 1 บาท ประชาชนเสียสละเงินวันละ 1 บาท เพื่อให้พรรคมีเงินทุนที่จะทำงานทางการเมือง แล้วเป็นเงินทุนที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานจากความเสียสละของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของทุน เป็นคนออกเงิน เป็นคนออกทุน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับพรรค รปช.นอกจากเงินทุนแล้ว ประการที่สองที่สำคัญก็คือตัวคน หรือบุคลากรของพรรคตรงนี้ก็สำคัญ พรรคที่คุณทักษิณเป็นเจ้าของ คุณทักษิณก็เป็นผู้แต่งตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค เมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบไป คุณทักษิณก็มอบหมายให้คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค คุณสมัคร สุนทรเวช พ้นตำแหน่งไป คุณทักษิณก็เอาสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน พ้นจากคุณสมชาย คุณทักษิณก็มอบหมายให้น้องสาว คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำพรรคแทน เพราะพรรคนี้คือพรรคของคุณทักษิณ คุณทักษิณจะมอบหมายให้ใครมาดูแลพรรค มาบริหารพรรค ทำได้ทั้งนั้น แต่ว่าพรรคการเมืองของประชาชน พรรครวมพลังประชาชาติไทยคนที่จะแต่งตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคกรรมการบริหารพรรค คือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจะดำเนินการประชุมสมัชชาพรรคให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศประชุมพร้อมกันในวันเดียวทุก 4 ปีแล้วเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และเลือกกรรมการอื่นๆ ที่เป็นคณะกรรมการที่มีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค นี่เรียกว่าประชาชนเป็นผู้แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบพรรคของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ปล่อยให้คนอื่นมาแต่งตั้ง ประชาชนตั้งเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกำหนดตัวบุคคลเพื่อทำงานการเมืองของพรรคนอกจากคณะผู้บริหารพรรคแล้วก็คือคนที่เป็น ส.ส.ในพรรคการเมืองทั่วไปคนที่จะเป็น ส.ส.หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเป็นคนกำหนด ประชาชนไม่ได้กำหนด แต่ในพรรครวมพลังประชาชาติไทย ประชาชนในแต่ละจังหวัด ในแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นคนกำหนดว่าใครจะลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ได้เป็นอำนาจของหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็นอำนาจของคณะผู้บริหารพรรค ความคิดนี้เป็นความคิดของประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกันปี 56, 57 และได้กลายมาเป็นบทบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญในกฎหมายพรรคการเมืองที่พูดกันถึง primary vote ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินว่าจะให้ใครลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรครวมพลังประชาชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...และการที่จะให้คนไปเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล&amp;nbsp; เราจะให้ประชาชนเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ ไม่มีม้ามืด ไม่มีคนโนเนม ไม่มีการสอดไส้ คนที่จะมาทำหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินในฐานะที่เป็นคณะรัฐมนตรีต้องเป็นบุคคลที่ประชาชนไว้เนื้อเชื่อใจและเห็นชอบให้ไปทำหน้าที่นั้นได้โดยจะมีกรรมวิธีในการขอรับความเห็นชอบจากประชาชนก่อนที่จะให้ใครเป็นรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือการกำกับควบคุมความประพฤติพฤติกรรมของนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้บริหารพรรค ไม่ว่าจะเป็นคนที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือดำรงตำแหน่งอื่นในทางการเมือง ที่แล้วมาไม่มีใครควบคุม และเราต้องพบเห็นว่าบรรดา ส.ส. บรรดารัฐมนตรีเหล่านั้นได้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองอย่างยับเยินในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้ประเทศเสียหายกันมากมายเป็นสี่ห้าแสนล้านมาแล้ว การใช้อำนาจโดยมิชอบทำมาแล้วถึงขนาดจะออกกฎหมายพิเศษล้างความผิดให้อาชญากรที่ทำความผิดอาญาแผ่นดิน แต่ที่จริงมีลึกกว่านั้นนักการเมืองแต่ละคน ส.ส.แต่ละคนหาประโยชน์ที่มิชอบ แต่ไม่มีใครว่าใคร ประชาชนตระหนักแล้วว่าของสภาพอย่างนั้นอยู่ต่อไปไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...พรรครวมพลังประชาชาติไทยจึงมีนวัตกรรมทางการเมืองที่เป็นพิเศษคือการแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรคต่างๆ โดยประชาชนหรือประชาชนเป็นคนเลือกคนดีคนมีคุณธรรมคนที่ยึดมั่นในหลักการความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบกำกับควบคุมความประพฤติของส.ส.ของผู้บริหารพรรค และผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองในนามของพรรค เห็นอะไรไม่ดี เห็นความผิดปกติในความประพฤติ เอาออกทันที ไม่ปล่อยให้คนเหล่านี้ไปสร้างความเสียหายให้แก่ชาติบ้านเมืองต่อไป เราจะทำอย่างนี้ให้เป็นตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำพรรค รปช. ย้ำว่า เมื่อพรรค รปช.ทำอย่างนี้พรรคอื่นก็จะต้องหาหนทางที่จะมาอธิบายกับประชาชน ว่าทำไมไม่ทำเช่นนั้น ความเป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริงอย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทยมันเป็นเรื่องที่ยังประโยชน์ให้เกิดแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างชนิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน หลักการสำคัญของพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็คือว่า นักการเมืองของพรรคนี้ต้องเคารพประชาชน ต้องฟังคำสั่งประชาชน การทำงานทางการเมือง ทิศทางทางการเมือง นโยบายทางการเมืองของพรรค หรือต้องให้ประชาชนผู้กำหนดเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราเห็นนโยบายที่ไม่นำมาใช้ในการทำงานทางการเมืองที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติให้กับประชาชนอย่างมากมายมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกตัวอย่าง เช่น นโยบายประชานิยมทั้งหลาย เราเห็นกันมาแล้ว ประเทศเสียหายต่อหน้าต่อตาพวกเรามาแล้ว นั่นกำหนดโดยตัวนักการเมืองเองไม่ใช่โดยประชาชน และนโยบายเยอะแยะเลยที่เราเคยเห็นมาทั้งหมด พรรคการเมืองหรือนักการเมืองเป็นคนกำหนดนโยบายเอง และไปบอกประชาชน แต่พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะให้ประชาชนเป็นคนกำหนดนโยบาย พรรคไม่มีใครรู้ปัญหาของประชาชนได้ดีกว่าประชาชน ไม่มีใครรู้ความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชนได้ดีกว่าตัวประชาชนเอง ไม่มีใครเข้าใจความใฝ่ฝัน ความคาดหวังของประชาชนได้ดีกว่าประชาชน&amp;nbsp; เราออกไปรับฟัง ฟังประชาชนพูด ฟังประชาชนตั้งความหวัง&amp;nbsp; ฟังความทุกข์ของประชาชน ฟังปัญหาของประชาชนแล้วมาสังเคราะห์กำหนดออกมาเป็นนโยบายของพรรครวมพลังประชาชาติไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักการสำคัญของเราก็คือว่าประชาชนคิดว่านักการเมืองเป็นคนทำ นักการเมืองมีหน้าที่ที่จะทำงานการเมืองด้วยความทุ่มเทเพื่อที่จะทำให้ความฝันความหวังของประชาชนเป็นจริง ทำให้ความทุกข์ยากของประชาชนหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำพรรค รปช. กล่าวว่า เรื่องการเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ประชาชนได้ประโยชน์อะไรนั้น คำตอบก็คือว่าเมื่อประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ประชาชนก็จะได้พรรคการเมืองเป็นของตัวเอง จะได้นักการเมืองมาเป็นผู้รับคำสั่ง เรียกว่าประชาชนเป็นนายของนักการเมือง เป็นผู้บังคับบัญชาของนักการเมือง ประชาชนก็จะได้นักการเมืองที่ประชาชนสั่งการได้ ประชาชนจะได้นักการเมืองที่ทำตามคำสั่งของประชาชน ในอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนที่อุทิศตัวเอง น้อมรับคำสั่งประชาชนและทำตามคำสั่งประชาชน เราได้พบความจริงมาโดยตลอดว่าประชาชนคนธรรมดาสามัญที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งเป็นชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร ทั้งที่เป็นผู้ใช้แรงงาน ทั้งที่เป็นผู้หาเช้ากินค่ำขึ้นมาจนถึงประชาชนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ทั้งที่อยู่ในภาครัฐและในภาคเอกชน เรื่อยมาจนถึงพ่อค้าแม่ขาย คนธรรมดาสามัญชนเหล่านี้พูดอะไรไม่มีใครฟัง&amp;nbsp; บ่นไปเถอะ ร้องไปเถอะ ทั้งปีทั้งชาติไม่มีใครได้ยินเสียงเรียกร้องไม่มีความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจะมีความหมายได้รับความสนใจขึ้นก็ต่อเมื่อถึงจุดที่ประชาชนทนทานต่อไปไม่ไหวแล้ว รวมตัวกันชุมนุมกัน&amp;nbsp; เดินขบวนตั้งกลุ่มประท้วง อย่างนั้นถึงจะมีคนได้ยินเสียงประชาชน ถึงมีคนสนใจสภาพอย่างนั้น มันเป็นความวุ่นวาย&amp;nbsp; มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการเห็น แต่ว่าไม่มีใครเคยบอกว่า จะแก้อย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้การที่ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมืองประชาชนจะแก้ปัญหานี้ได้ ไม่ต้องเสียเวลามาเดินขบวน ไม่ต้องเสียเวลามาประท้วง เพราะประชาชนมีเครื่องมือที่จะทำให้เสียงของประชาชนดัง ประชาชนมีเครื่องมือที่จะผลักดันให้คนต้องออกมารับผิดชอบในการแก้ปัญหาของประชาชนเครื่องมือนั้นก็คือพรรคการเมืองของประชาชนที่ประชาชนสร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง ต่อไปนี้ปัญหาของชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรที่เกิดขึ้นติดต่อกันมาโดยตลอด ราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำจะไม่มีอีกแล้ว ที่เคยมีข้าราชการนักการเมืองออกมาแก้ตัวว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของตลาดโลก เป็นเรื่องของเศรษฐกิจโลก ไม่มีไม่มีคำแก้ตัวอย่างนี้ต่อไป จะมีแต่ว่ารัฐบาลจะต้องรับผิดชอบที่จะให้ชาวไร่ ชาวนา&amp;nbsp; เกษตรกรเหล่านี้ มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี คือขายผลผลิตของตัวเองออกไปแล้วมีเงินเหลือพอที่จะกินใช้เลี้ยงครอบครัวได้ ไม่มีอีกแล้วที่จะมีความฝันลมๆ แล้งๆ ที่จะแก้ปัญหาคนจนให้หมดไปภายในเท่านั้นเท่านี้ เหมือนที่นักการเมืองทั้งหลายเคยพูด แต่ต่อไปนี้จะมีหลักประกันที่แน่นอนว่าคนจนที่อยู่ในเมืองทั้งหลาย ที่ไม่มีใครเคยพูดถึง คนจนที่อยู่ตามชนบททั้งหลาย วันนี้มีพรรคการเมืองของประชาชนที่จะคอยเอาใจใส่ดูแลที่รับจัดหามาตรการ หรือดำเนินมาตรการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาให้มีชีวิตอยู่ในระดับที่เรียกว่าพอเพียงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ขอเพียงมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพียบพร้อม นี่คือสิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากการเป็นเจ้าของพรรคการเมือง จะได้เห็นสิ่งใหม่เกิดขึ้น การทำการเมืองเพื่อประชาชนจะได้มีรัฐบาลที่จะต้องทำการเมืองเพื่อประชาชนอย่างจริงจังไม่มีข้อแก้ตัว ไม่มีข้อยกเว้น เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลทำงานแก้ปัญหาประชาชน เลยมีพรรคการเมืองของประชาชนเป็นคนกำกับควบคุมผลักดัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามถึงว่าที่บอกประชาชนสั่งพรรคหรือสั่งนักการเมืองของพรรคได้ทำอย่างไร สุเทพ แกนนำพรรค รปช. อธิบายว่า เอาว่าประชาชนสั่ง ส.ส.ได้ก่อน ที่แล้วมาในอดีตเราจะเห็นว่าประชาชนไปเลือกตั้งหย่อนบัตรลงคะแนนเลือก ส.ส.ตั้งแต่วันที่เขาได้เป็น ส.ส.4 ปีนับจากนั้น ไม่สามารถสั่งอะไรเขาได้ เพราะว่าเขาได้เป็น ส.ส. เขาก็ไปฟังคำสั่งหัวหน้าพรรค ไปฟังคำสั่งเจ้าของพรรค ไม่ฟังคำสั่งประชาชน เขาคิดว่าประชาชนไม่รู้อะไร ประชาชนไม่เข้าใจการเมือง พวกเขารู้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเขาเลือกทำตามที่เขาคิด ไม่ได้ทำตามที่ประชาชนคิด 4 ปีถัดมาเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งพรรคก็ส่งเขากลับมาสมัครรับเลือกตั้งในเขตนั้นอีก ประชาชนก็ลงคะแนนเลือกตั้งให้อีกสมัย ส่งเสาไฟฟ้ามาลง ส่งเสาโทรเลขมาก็ต้องเลือก เพราะพรรคส่งมาแล้ว แต่ว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ประชาชนต้องสั่ง ส.ส.ได้เพราะประชาชนเป็นคนตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะส่งใครลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในนามพรรค ถ้าตัดสินใจส่งสมัครแล้วได้เป็นผู้แทนราษฎรแล้วไม่ฟังประชาชน ไม่สนใจประชาชน ไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนกับปัญหาของประชาชน เที่ยวต่อไปประชาชนก็ไม่ส่งลงเลือกตั้ง นี่คืออำนาจในการควบคุม ส.ส.ของประชาชน นี่คือสิ่งที่เป็นหลักประกันว่าประชาชนสั่ง ส.ส.ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้บริหารพรรคก็เช่นเดียวกัน หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค เลือกโดยประชาชนทั้งประเทศ ลงคะแนนเสียงโดยตรงทุก 4 ปี ประชาชนเจ้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็ประชุมสมัชชาพรรคกันครั้งหนึ่งแล้วก็ลงคะแนนเสียงเลือกหัวหน้าพรรคเลขาธิการพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค ทำงานไม่ดี 4 ปีต่อมาก็เลือกคนใหม่ ถ้าประชาชนสั่งไม่ได้ไม่ทำการเมืองในทิศทางที่ประชาชนกำหนด ก็ไม่ต้องเป็นผู้บริหารพรรคต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักการเมืองจะได้มีความเคารพประชาชน&amp;nbsp; จะให้ความสำคัญต่อประชาชนมากขึ้นอย่างจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญก็คือว่าประชาชนยังเลือกคณะกรรมการชุดพิเศษที่มีความหมายมีความสำคัญ ซึ่งไม่เคยมีในพรรคการเมืองไหนมาก่อนในประเทศไทย คือ คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค เราจะมีคนที่เป็นคนดีมีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นผู้ที่ยึดมั่นในหลักการแห่งความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม ประชาชนเลือกมาเป็นกรรมการวินัยและจริยธรรม ทำหน้าที่ตรวจสอบกำกับควบคุมความประพฤติพฤติกรรมของนักการเมือง ถ้าเบี่ยงเบนออกไปจากแนวทางที่ประชาชนกำหนดเอาไว้ ก็ต้องออกจากตำแหน่ง ถูกประชาชนปลด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นนักการเมืองในพรรคนี้ตั้งแต่ ส.สไปจนถึงผู้บริหารพรรค ไปจนถึงผู้ที่พรรคมอบหมายให้ไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมตรวจสอบของประชาชนจะต้องฟังคำสั่งประชาชนทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้คือความสำคัญของการที่ประชาชนเป็นเจ้าของพรรค เป็นเจ้าของทุน เป็นเจ้าของอำนาจ เราจะพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าอำนาจเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นผู้กำหนดตัว ส.ส. ประชาชนเป็นผู้กำหนดตัวผู้บริหารพรรค ประชาชนเป็นคนกำหนดตัวผู้ไปเป็นรัฐมนตรีของพรรค ประชาชนควบคุมความประพฤติคนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคนทั้งหมดในพรรคนี้ประชาชนสั่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำพรรค รปช. ยืนยันว่า พรรค รปช.ฟังผู้ที่มีความทุกข์ มีความเดือดร้อนแต่ละกลุ่ม คนของพรรคออกไปฟังชาวนาชาวไร่ เกษตรกร แต่ละสาขาที่เป็นชาวนา ที่เป็นชาวสวนยาง ที่เป็นชาวสวนปาล์ม ที่เป็นชาวสวนผลไม้ ที่ปลูกมันสำปะหลัง ที่ปลูกข้าวโพด เราไปฟังปัญหาของท่านคืออะไร ความทุกข์ของท่านคืออะไร รู้หมดเราไปฟังคนที่เขาใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำ คนจนในเมืองต่างๆ คนที่ขายแรงงานมีความทุกข์อะไร มีปัญหาอะไร เราออกไปสัมผัสคนชั้นกลางมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย แล้วออกไปพบกับคนที่เป็นพ่อค้า แม่ขายที่เขาทำมาหากินโดยสุจริต ปัญหาคืออะไร การรับฟังปัญหา การรับความคิดเห็น&amp;nbsp; การรับฟังความใฝ่ฝันความคาดหวังของเขา นำมารวมสังเคราะห์กันเป็นนโยบายของพรรค เรายึดในหลักการว่าประชาชนทั้งหลายเป็นผู้มีเหตุผล ฟังเหตุผลของประชาชน ระบอบประชาธิปไตยไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าอย่างอื่นนอกจากการเป็นปฏิบัติการเมืองบนพื้นฐานของเหตุผล และเหตุผลทั้งหลายคือเหตุผลที่ประชาชนเป็นผู้กำหนด พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลทรงเคยสอนเอาไว้ ประชาธิปไตยต้องศรัทธาไว้วางใจประชาชน นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยต้องศรัทธาและไว้วางใจประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนเป็นผู้มีเหตุผล ประชาชนสามารถกำหนดอนาคตของชาติได้ ประชาชนชี้ถูกชี้ผิดได้ นักการเมืองต้องเคารพประชาชนต้องเชื่อมั่นประชาชนเพราะฉะนั้นการไปรับฟังปัญหาการไปร่วมเสวนาจะเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนมีโอกาสที่จะได้เป็นผู้กำหนดนโยบายของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุเทพ แกนนำพรรค รปช. กล่าวตอนท้ายว่าจริงๆพวกเราได้ใช้ชีวิตร่วมกับประชาชนมาตลอดชีวิต และที่สำคัญก็คือว่าในช่วงเวลา 204 วันของปี 2556 และ 2557 ขณะที่กินนอนอยู่ด้วยกันบนถนนในกรุงเทพฯ หรือในต่างจังหวัดขณะที่เดินขบวนกันไปตามท้องถนนทุกสาย&amp;nbsp; ประชาชนได้พูดคุยกันได้ปรึกษากันได้&amp;nbsp; เปลี่ยนความคิดเห็นกัน&amp;nbsp; ได้ปรับทุกข์กัน&amp;nbsp; แล้วสิ่งที่เป็นความใฝ่ฝันของของประชาชนคือต้องการเห็นการเมืองที่ดี การเมืองที่มีคุณธรรม&amp;nbsp; การเมืองที่มีธรรมะ ที่เรียกว่า ประกอบด้วยธรรม&amp;nbsp; มันเป็นการเมืองที่ทำเพื่อชาติ&amp;nbsp; ทำเพื่อประชาชน นั่นคือสิ่งที่กลายมาเป็นนโยบายของพรรค มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติในพรรครวมพลังประชาชาติไทย จึงได้มีหลักการเรื่องมาตรฐานทางวินัยและจริยธรรมที่นักการเมืองจะต้องยึดถือประพฤติปฏิบัติ เมื่อนักการเมืองยึดถือปฏิบัติอยู่ในศีลในธรรม อยู่ในกรอบวินัยแล้วการทำงานอื่นก็ง่ายขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...นโยบายอีกเรื่องที่ประชาชนเรียกร้องมากก็คือ ธรรมาภิบาล การปฏิบัติราชการบ้านเมืองต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใสสะอาด มีการบริหารจัดการที่ดี กระจายอำนาจให้กับประชาชนให้ประชาชนได้ตัดสินใจวางแผนในการที่จะพัฒนายกระดับความเจริญของสังคมของบ้านเมืองของครอบครัวตัวเอง จึงได้มีการเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจ&amp;nbsp; ให้เลิกราชการส่วนภูมิภาค เหลือเฉพาะราชการส่วนกลางกับท้องถิ่นพอแล้ว นโยบายอีกประการที่มาจากประชาชนก็คือขอให้ประชาชนได้มีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พรรค รปช.ได้กำหนดให้เศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาเป็นอุดมการณ์เป็นแนวทางที่พรรคต้องยึดถือปฏิบัติในการนำไปใช้แก้ปัญหาให้กับประชาชนในการพัฒนาประเทศ เราจะแก้ปัญหาคนจนในเมืองทั้งหลายที่มีทุกข์ยากลำบากให้เขามีชีวิตอย่างพอเพียง เราจะกำหนดเส้นมาตรฐานแห่งความพอเพียง ใครที่มีรายได้ มีชีวิตอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานแห่งความพอเพียงนั้นต้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือยกระดับชีวิตเขาขึ้นสู่ระดับความพอเพียงให้ได้ เมื่อถึงขั้นพอเพียงแล้วก็ต้องยกระดับให้เขาไปอยู่ในขั้นมีความมั่นคง อย่างนี้ต้องทำ เช่นเดียวกัน เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ทั้งหลายจะต้องขายผลผลิตทางการเกษตรแล้วมีกำไร มีเงินเหลือพอที่จะเลี้ยงลูกครอบครัวให้มีชีวิตอย่างพอเพียงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...นโยบายสำคัญของพรรคคือต้องแก้ทุกข์ของประชาชนเหล่านี้ นโยบายอีกอันที่เห็นชัดเจนก็คือว่านโยบายทางการศึกษาประชาชนเรียกร้องให้ปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศ เพื่อจัดการศึกษาให้ลูกหลานของประชาชนได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องเสียเงินจนถึงระดับที่สามารถออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นพลเมืองดี สร้างครอบครัวที่มั่นคงได้ต่อไป จึงจะมีเรื่องโดดเด่นที่พรรคนี้จะทำก็คือการผลักดันการปฏิรูประบบการบริหาร จัดการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาทั่วประเทศเพื่อผลิตมืออาชีพที่มีคุณธรรม มีศีลธรรม ออกไปทำงานรับใช้สังคมในสาขาต่างๆ เพื่อให้ลูกหลานของประชาชนเป็นคนดี มีอาชีพ นี่เป็นจุดยืน นี่เป็นนโยบายที่กำหนดด้วยตัวของประชาชนนโยบายของพรรค หรือที่สำคัญที่สุดคือนโยบายเศรษฐกิจของพรรคนี้คือการพัฒนาเศรษฐกิจครัวเรือนของประชาชนให้ประชาชนมีชีวิตอย่างพอเพียง มีที่อยู่อาศัยที่พอเพียง มีอาหารที่ปลอดภัย ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกันอย่างนี้ เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20347</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหนังสือพิมพ์, ครบรอบไทยโพสต์, นายนพดล ปัทมะ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอุตตม สาวนายน, วิเคราะห์ศึกเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcb32427adbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
