<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติวตร.ศาลล่าพวกหลบหนี รับก๊วนนช.แม้วจับไม่ง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ก๊วนหนีคดีมีหนาว! เลขาฯ ศาลยุติธรรมเผยจัดอบรมตำรวจศาลชุดแรกหลัง 16 ก.ค.นี้อย่างเข้มข้น ประเดิมตามจับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่สวมกำไลข้อเท้า EM 163 ราย ส่วนก๊วน น.ช.ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ให้ตามจับได้ง่ายๆ แต่เชื่อความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรมจะดีขึ้น พร้อมเตรียมเชื่อมโยงข้อมูลกับ ตม.ทั่วประเทศสกัดหลบหนีออกนอกประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงความพร้อมการจัดอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาล (Court Marshal) ในงานสัมมนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ประจำศาลยุติธรรม วันที่ 29-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงแรม Oakwood ศรีราชา ว่า กำลังอัตราของเจ้าพนักงานตำรวจศาลในเบื้องต้นขณะนี้ได้กำหนดไว้ 40 อัตรา มีผู้สมัครเข้ามาหลายร้อยคน ซึ่งได้ทำการคัดเลือกคุณสมบัติที่เหมาะสมแล้ว รอการยืนยันโอนย้ายเพื่อมาบรรจุเป็นเจ้าพนักงานตำรวจศาล โดยในส่วนตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มระดับชำนาญการพิเศษ, ชำนาญการนั้นส่วนใหญ่ก็รับโอนมาจากทหาร, ตำรวจ &amp;nbsp;และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง สำหรับภารกิจเมื่อได้รับบรรจุมาแล้วก็จะพิจารณาตามหน้าที่ที่เหมาะสมต่อไป เช่น เรื่องการดูแล กู้ระเบิดก็ต้องมีเพราะดูแลความปลอดภัยทั้งอาคารศาล หรือ เรื่องเกี่ยวกับระบบ รวมทั้งระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ ระบบข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า เมื่อหน่วยงานต้นสังกัดมีคำสั่งให้โอนย้ายแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมก็จะมีคำสั่งรับโอนมาทันที ซึ่งขณะนี้ยังไม่ครบ 40 อัตรา แต่ในวันที่ 16 ก.ค.นี้จะต้องจัดกำลังอัตราให้ได้จำนวนใกล้เคียงที่สุด โดยหลังจากวันที่ 16 ก.ค.แล้วอีก 4-5 วัน สํานักงานศาลยุติธรรมก็จะจัดการฝึกอบรมเจ้าพนักงานตำรวจศาลที่ศูนย์ฝึกอบรมตลิ่งชัน โดยจะเป็นการอบรมเพิ่มความเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญ ปรมาจารย์ด้านกฎหมาย ทั้งอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาหรืออดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ส่วนทักษะภาคสนามนั้นส่วนใหญ่ผู้รับโอนมาบรรจุก็ผ่านการฝึกอบรม มีทักษะมาจากหน่วยงานสังกัดเดิมอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจศาลนี้จะถือเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมประเภทหนึ่งด้วย จะมีความเจริญก้าวหน้าตามสายงาน โดยสามารถเติบโตได้ตำแหน่งสูงสุดคือระดับรองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ถ้าเทียบระดับตามระบบซีคือซี 10&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการศาลยุติธรรมกล่าวถึงภารกิจของเจ้าพนักงานตำรวจศาลว่า คือการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่สวมกำไลข้อเท้า EM แล้วหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ขณะนี้มีจำนวน 163 &amp;nbsp;ราย เมื่อจะมีเจ้าพนักงานตำรวจศาลเข้ามาเริ่มทำหน้าที่ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ ก็จะได้รับมอบภารกิจในการติดตามจับกุมให้กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งคาดว่าเป็นการทําลายอุปกรณ์ EM ทิ้งแล้วหลบหนีไป โดย พ.ร.บ.เจ้าพนักงานตำรวจศาล พ.ศ.2562 มาตรา 5 เมื่อศาลได้ออกหมายจับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานตำรวจศาลเป็นผู้จัดการตามหมายจับ หากศาลเห็นสมควรอาจให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้จัดการตามหมายจับด้วย โดยมีเจ้าพนักงานตำรวจศาลเป็นผู้สนับสนุนก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายเขียนให้เจ้าพนักงานตำรวจศาลมีหน้าที่ประสานงานให้ตำรวจที่มีอำนาจหน้าที่ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามหมายจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นทำการจับกุมก่อน แต่หากยังไม่ดำเนินการหรือกรณีนั้นเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เจ้าพนักงานตำรวจศาลก็สามารถดำเนินการได้เอง ทั้งนี้เพราะด้วยข้อจำกัดที่เจ้าพนักงานตำรวจศาลเรามีจำนวนน้อย 40 อัตรา ในส่วนของตำรวจมีกำลังถึง 200,000 นาย มีหน้าที่หลักในการติดตามจับกุมตัวอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศราวุธกล่าวต่อว่า เจ้าพนักงานตำรวจศาลไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ซ้ำซ้อนกับระบบปกติ ระบบตำรวจศาลเป็นผู้ประสานงานหรือหน่วยเสริมในภารกิจที่ขาดเจ้าภาพชัดเจน เช่นกรณีล่าสุดการฟ้องคดีจะขาดอายุความใน 4-5 วัน แล้วก็รู้ตัวผู้ต้องหาที่จะต้องติดตามจับกุมตัวมาฟ้อง ก็ไม่มีใครชี้ตัวให้จับมา แต่ถ้ามีเจ้าพนักงานตำรวจศาลแล้ว หากเป็นกรณีที่คดีได้อยู่ในกระบวนการขั้นตอนของศาลแล้ว คดีจะขาดอายุความในไม่กี่วัน ถ้าเห็นตัวผู้นั้นตำรวจศาลก็ต้องไปเช็กข้อมูล แล้วแจ้งประสานไปยังตำรวจในท้องที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้จับกุมได้เลย จึงเป็นการอุดช่องว่างในการทำงานเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในส่วนของผู้ต้องหาและจำเลยที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญแล้วหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ยังหลบหนีการจับกุมดำเนินคดีอาญา, นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งมีคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ศาลได้พิพากษาจำคุกไว้แล้ว และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาจำคุกแล้วเช่นกันในคดีจำนำข้าว เมื่อมีเจ้าพนักงานตำรวจศาลแล้วจะสร้างมิติใหม่ &amp;nbsp;ทำให้การติดตามจับกุมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นหรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า ในส่วนผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศนั้น เป็นเรื่องของการประสานงานระหว่างประเทศและตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล (INTERPOL) การติดตามจับกุมตัวบุคคลที่กระทำผิดของเราในต่างประเทศนั้น เราไม่มีเขตอำนาจในต่างประเทศ โดยเจ้าพนักงานตำรวจศาลตามกฎหมายของเรานี้ไม่ใช่ตำรวจโลก แต่ยังเป็นตำรวจไทยที่มีอำนาจหน้าที่ในเขตของประเทศไทยเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในลักษณะทั่วไปของผู้ต้องหาและจำเลยที่หลบหนีไปต่างประเทศนั้น มักจะมีศักยภาพในการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ โดยไม่ได้หยุดอยู่ที่ใดเฉยๆ ให้ตามจับกุมตัวได้ง่ายๆ ดังนั้นในส่วนการประสานงานกับต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ผมเชื่อมั่นว่าระบบตำรวจศาล และความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรมจะดีขึ้น แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะทำได้เพียงฝ่ายเดียว ตัวอย่างเช่นเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลหมายจับ-หมายค้นระบบออนไลน์อิเล็กทรอนิกส์ ตำรวจให้ความร่วมมือดีมาก ผบ.ตร.มอบให้ พล.ต.ท.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร ผช.ผบ.ตร.กำกับดูแล ก็ช่วยกันเปลี่ยนระบบให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และกระจายไปทั่วประเทศด้วยเรื่องนี้ต้องชม ขณะที่เรื่องการประสานทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างศาลกับ ตม.ทั่วประเทศ ที่จะให้รู้ว่าคดีใดศาลมีคำสั่งผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้ประกันตัวห้ามเดินทางออกนอกประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งศาลได้เตรียมเชื่อมโยงระบบข้อมูลผ่านทางออนไลน์เป็นข้อมูลส่งถึงด่าน ตม.ทั่วประเทศ ก็ทำหนังสือถึง ผบ.ตร.เรียบร้อยแล้ว แต่ 6 เดือนที่ผ่านมาเรื่องยังติดอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เราก็พยายามทำให้ระบบเหล่านี้เกิดขึ้นให้ได้เร็ว&amp;quot; เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39941</URL_LINK>
                <HASHTAG>EM 163, คนหนีคดี, ศาลยุติธรรม, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d1a164d33c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เย้ย&#039;แม้ว&#039;!จะไปฟังทำไมแค่พวกหนีคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะจัดรายการ Good Monday เพื่อสื่อสารจากต่างประเทศมายังประชาชนในประเทศไทย ว่า แล้วควรจะฟังเขาหรือไม่ เขาอยู่นอกประเทศ จะไปทำอะไร จะมีคนฟังหรือไม่จะไปรู้หรือ พวกคุณต้องไปถามคนฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายทักษิณพยายามที่จะชี้แนะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จะนำมาพิจารณาปรับใช้หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า แล้วอยู่ต่างประเทศจะไปแก้อะไรล่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่า รัฐบาลนี้ได้แก้ปัญหานี้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้นายทักษิณ มาเสนอแนะใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คนตั้ง 70 ล้านคน เขาพร้อมที่จะทำงานด้วย ทำให้กับประชาชนด้วยกัน ไม่ใช่ของใครคนเดียวที่หนีคดีไปอย่างนี้หรอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26593</URL_LINK>
                <HASHTAG>GOOD MONDAY, คนหนีคดี, ทักษิณ ชินวตร, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c345dd91845c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
