<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบร่างผจก.โรงแรมเกาะพีพี หลังหายตัวปริศนา 4 วัน ยังไม่ทราบสาเหตุเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบแล้วร่างจีเอ็ม โรงแรมเกาะพีพี หลังหายตัวปริศนานานกว่า 4 วัน กลายเป็นศพนอนเสียชีวิต บนเนินอ่าวเปลว ห่างจากถนนในเกาะประมาณ 200 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 - จากกรณี นายฟลอเรียน คลาวส์ อายุ 56 ปี สัญชาติออสเตรีย เป็นผู้จัดการทั่วไป (GM) ของโรงแรม ซีโวล่า (Zeavola) บ้านแหลมตง หมู่ที่ 8 เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ได้หายตัวอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยพบเห็นครั้งสุดท้าย ทางกล้องวงจรปิดของโรงแรม ขณะนายฟลอเรียน เดินสะพายกระเป๋าเป้ เดินไปตามชายหาด ก่อนหายตัวไป เจ้าหน้าที่ได้ระดมค้นหา เป็นเวลา 4&amp;nbsp;วัน แต่ยังไร้วี่แวว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พบศพ นายฟลอเลียนส์ คลาวส์ อายุ 56 ปี สัญชาติออสเตรีย ตำแหน่งเป็น G.M. ของโรงแรม Zeavola บริเวณแหลมตง หมู่ที่ 8 เกาะพีพี อ.เมืองกระบี่แล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบการเสียชีวิตว่าเกิดจากเหตุใด พิกัดบนเขาห่างจากถนนในเกาะประมาณ 200 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พบร่างผู้จัดการโรงแรมนอนเสียชิวิตอยู่บนเนิน บริเวณอ่าวเปลว ทางไปอ่าวโล๊ะบาเกา เกาะพีพี ต.อ่าวนาง ห่างจากถนนบนเกาะประมาณ&amp;nbsp;200 เมตร เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลา 20.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ท่าเทียบเรือสวนสาธารณะธารา ต.ปากน้ำ. อ.เมือง จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขได้ไปรอรับศพนายฟลอเลียนส์ คลาวส์&amp;nbsp;เพื่อนำ ร่างไปชันสูตร ที่สถาบันนิติเวชอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผู้สื่อข่าวจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116852</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จังหวัดกระบี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_614203eb1193d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตาวัย 82 ปีตามหาลูก​หายจากบ้านเกือบ 10 ปี สุดท้ายตายจากไม่ทันเห็นหน้า​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 -&amp;nbsp;นายแถน และนางมาน ชุมหิรัญ สองสามี​ ภรรยา​ ชาวบ้านโคกใหญ่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาวิงวอนให้ชาวเน็ตและประชาชนทั่วไปช่วยแจ้งเบาะแส หากพบเห็นนายอาจองค์ ชุมหิรัญ อายุ 45 ปี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหลานชาย หลังจากนายอาจองค์ ได้เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯตั้งแต่ปี 2555 แล้วหายไปไม่เคยติดต่อหรือกลับมาบ้านอีกเลย​ เป็นเวลาเกือบ 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากหายออกจากบ้าน​ นายมีชัย ชุมหิรัญ อายุ 82 ปี ผู้เป็นพ่อ ก็ได้ไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2558 เพื่อให้ช่วยตามหา ทั้งยังพยายามตามหาด้วยตัวเองมาตลอด ถึงขนาดเคยบอกว่าหากใครตามหาลูกชายเจอจะให้วัวที่เลี้ยงไว้ 1 ตัว​ ตอบแทนเพราะอยากเจอหน้าลูกชายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อปี 2564 เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคปอดประกอบกับสังขารที่แก่ชราก็เข้า-ออกโรงพยาบาลเป็นประจำ และเมื่อเดือน เม.ย.2564 ได้เกิดเป็นลมที่ศาลากลางจังหวัดขณะไปทำธุระ จนมีพลเมืองดีนำส่ง รพ.บุรีรัมย์ ตอนนี้ในกระเป๋าของคุณตามีชัย พบเพียงกระดาษที่จดเบอร์โทรของ ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน ที่นายมีชัยเคยไปแจ้งความให้ช่วยตามหาลูกชายที่หายเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อลูกหรือญาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง รพ.จึงติดต่อไปยังพนักงานสอบสวนคนดังกล่าว เพื่อให้ช่วยประสานญาติ จนน้องชายตามีชัย ทราบและไปดูแลที่ รพ. กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.64 คุณตามีชัยได้เสียชีวิตลงโดยที่ไม่ทันได้เห็นหน้าลูกชายที่ตามหามาเกือบ 10 ปี และญาติได้ช่วยกันประกอบพิธีฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแถน อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นน้องชายคุณตามีชัย จึงอยากฝากถึงหลานชายหากยังมีชีวิตหรือได้เห็นภาพข่าวนี้หรือหากใครพบเห็นนายอาจองค์ หลานชาย ก็ให้ช่วยแจ้งข่าว เพื่อให้นายอาจองค์กลับมาทำบุญกระดูกให้กับผู้เป็นพ่อด้วย ทั้งอยากจะให้หลานกลับมาดูแลบ้าน ที่ดินและทรัพย์สินของพ่อที่เหลือด้วย เพราะมีลูกชายเพียงคนเดียว ซึ่งก่อนที่ตามีชัยจะล้มป่วยและเสียชีวิตก็ได้ตั้งเสาและซื้ออุปกรณ์มาไว้เพื่อเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับลูกชาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เห็นหน้าลูกชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;ระบุว่า หลังจากที่คุณตามีชัยแจ้งความไว้เมื่อปี 2558 ว่าลูกชายหายออกจากบ้านติดต่อไม่ได้อยากให้ช่วยตามหาให้ด้วย เพราะเป็นห่วงลูกชายและอยากให้กลับมาดูแลบ้านและทรัพย์สินที่เหลือ เพราะเหลือลูกชายเพียงคนเดียว หลังรับแจ้งก็ได้ส่งข้อมูลคนหายไปยังศูนย์คนหาย​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งประสานขอข้อมูลไปยังที่ที่นายอาจองค์ เคยทำงานเป็น รปภ. และ รพ.ที่มีสิทธิรักษาประกันสังคม แต่ก็ไร้วี่แวว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อประมาณปี 2563 มีใบสั่งของนายอาจองค์ ส่งมาที่บ้านว่า​ ขับรถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ที่เขต สน.สำราญราษฎร์ จึงได้ให้เพื่อนที่ สภ.พลับพลาชัย กรุงเทพฯ ช่วยไปตรวจสอบให้แต่ก็ไม่มีเบาะแส ส่วนใบสั่งก็ไม่มีคนไปชำระเงิน จากข้อมูลต่างๆเชื่อว่านายอาจองค์น่าจะยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมไม่ติดต่อหรือเดินทางกลับบ้านก็อยากฝากถึงคนที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแสเพราะอยากให้นายอาจองค์ กลับมาทำบุญให้กับพ่อตัวเอง&amp;nbsp;และกลับมาดูแลบ้านและมรดกที่เหลือด้วย เพราะมีลูกชายแค่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101437</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, ตามหาคนหาย, บุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d5872bac8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้แววชายหายตัวลึกลับในป่า 8 วัน ญาติเชื่อพลัดหลงหรือเกิดอุบัติเหตุหลังเข้าไปเก็บผักหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายวัย&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปีชาวโนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ หายตัวลึกลับหลังบอกญาติจะเข้าไปเก็บผักหวานในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;นาน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วันยังไร่วี่แวว&amp;nbsp;จนท.ไม่ละความพยายามปรับแผนค้นหา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;น้องชายกังวลอาจประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้หรือถูกสัตว์ทำร้ายทำให้ออกมาเองไม่ได้&amp;nbsp;ป้าผู้สูญหายเผยไปดูหมอบอกยังมีชีวิตอยู่ข้างบ่อน้ำลึกใกล้ต้นไม้ใหญ่แต่สิ่งลี้ลับบังตา&amp;nbsp;ชี้ที่หลานหายเพราะเข้าไปหาของป่าไม่ขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายวัลลภ&amp;nbsp;สอนรัมย์&amp;nbsp;หรือ ล้าน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้านฐานเจ้าป่า&amp;nbsp;ต.ลำนางรอง&amp;nbsp;อ.โนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ หายออกจากบ้านเข้าสู่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;โดยญาติเชื่อว่าน่าจะพลัดหลงหรือเกิดอุบัติเหตุติดอยู่ในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;เพราะก่อนจะหายตัวไปบอกว่าจะเข้าไปเก็บผักหวานในป่าแล้วไม่เห็นกลับออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ ซึ่งเข้าสู่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แล้วที่นายวัลลภหายตัวไปแม้จะยังมีความชัดเจนว่า หายในป่าดงใหญ่ หรือหายเพราะสาเหตุอื่น&amp;nbsp;แต่ จ.อ.ดารา วิชาศรี&amp;nbsp;ปลัดอำเภอโนนดินแดง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอำเภอโนนดินแดง&amp;nbsp;ก็ยังคงนำทีมค้นหาจากหลายหน่วยงาน&amp;nbsp;รวมถึงอาสาสมัครและชาวบ้านในพื้นที่กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน แบ่งทีมออกเป็น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุด เพื่อทำการค้นหาในพื้นที่ป่าต่อเนื่องเป็นวันที่สาม&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทีมแรกจะกระจายกันค้นหาแนวชายป่าใกล้บ้านของนายวัลลภ&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุดค้นหาบริเวณเขาลูกช้างรัศมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร ที่คาดว่านายวัลลภ&amp;nbsp;อาจจะไปตีผึ้งแล้วประสบอุบัติเหตุพลัดตกต้นไม้หรือไม้&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระจายค้นหาบริเวณเขาแสลงพันธ์ที่มีชาวบ้านระบุว่า วันที่นายวัลลภหายตัวไปได้ยินเสียงปืน แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเสียงปืนของใคร&amp;nbsp;และชุดที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ก็ออกลาดตระเวนตามเส้นทาง&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทีมจะยุติภารกิจการค้นหาเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เนื่องจากช่วงเย็นและตอนกลางคืนค่อนข้างจะเสี่ยงอันตรายทั้งป่ารกทึบและสัตว์ป่าหลายชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการเรียกสอบปากคำภรรยาและผู้ใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อหาข้อเท็จจริงว่านายวัลลภ&amp;nbsp;หายเข้าไปป่า หรือหายไปเพราะสาเหตุปัจจัยอื่นหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีใครยืนยันได้ว่านายวัลลภหายไปในป่าจริงหรือไม่&amp;nbsp;เพราะเจ้าหน้าที่ค้นหา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันแล้ว ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายมานพ&amp;nbsp;สอนรัมย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;น้องชายนายวัลลภ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ส่วนตัวเชื่อว่าพี่ชายน่าจะยังอยู่ในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;เพราะจากการตรวจสอบข้าวของพบว่ามีกระเป๋าที่พี่ชายชอบถือเวลาเข้าป่าหายไป&amp;nbsp;พร้อมกับแบตเตอรี่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;และจากการถามชาวบ้านที่พูดคุยกับพี่ชายก่อนจะหายตัวไปพี่ชายก็บอกว่าจะเข้าไปเก็บผักหวานและหาสีเสียดมาให้ยายเคี้ยวหมาก&amp;nbsp;จากนั้นก็ไม่มีเห็นพี่ชายอีก&amp;nbsp;สิ่งที่กังวลตอนนี้คือหลัวพี่ชายอาจจะประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้ หรืออาจจะถูกสัตว์ป่าทำร้ายบาดเจ็บแล้วไม่สามารถออกมาจากป่าได้&amp;nbsp;เพราะเชื่อว่าพี่ชายไม่น่าจะพลัดหลงป่าเองก็ชำนาญการเดินป่า&amp;nbsp;ส่วนจะมีประเด็นอื่นที่ทำให้หายตัวหรือไม่ก็ต้องรอให้เจ้าหน้าที่สอบสวนอีกครั้ง&amp;nbsp;ตอนนี้ก็อยากให้ช่วยตามหาก่อนเพราะหากปล่อยไว้นานกลัวพี่ชายจะเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุธา&amp;nbsp;เทวินรัมย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ป้าของนายวัลลภ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;หลังจากนายวัลลภหายตัวไปทุกคนในครอบครัวต่างก็เป็นห่วงเพราะไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง&amp;nbsp;จึงได้ไปดูหมอกับหมอทรงในหมู่บ้านป่าไม้สหกรณ์&amp;nbsp;ชื่อว่า ยายเป๊ะ&amp;nbsp;ที่เวลามีคนหายชาวบ้านจะให้ช่วยดูให้และที่ผ่านมาก็ดูแม่นมาก&amp;nbsp;ซึ่งกรณีของหลาน&amp;nbsp;หมอดูก็ทักว่าหลายยังมีชีวิตตอนนี้อยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ใกล้กับบ่อน้ำลึกในป่าดงใหญ่&amp;nbsp;แต่สิ่งลี้ลับบังตาเอาไว้ทำให้มองไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่หลานหายเข้าป่า&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาเวลาหลานเข้าไปหาของป่าไม่เคยทำพิธีขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp;และอาจจะไปทำอะไรที่เป็นการลบหลู่โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ&amp;nbsp;สิ่งลี้ลับจึงเอาตัวไว้&amp;nbsp;พร้อมบอกว่าหากอยากมองเห็นต้องทำพิธีเปิดป่าและขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp;ซึ่งหากทำพิธีแล้วภายในวันนี้ก็จะหาเจออย่างแน่นอน และหากรอดชีวิตออกมาได้ก็จะต้องนำสิ่งของไปแลกคือ รูปปั้นช้าง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว กล้วยสุก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลูก อ้อย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;รูปปั้นทหาร&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพื่อแลกกับสิ่งที่หลานไปเอาออกมาจากป่าแล้วไม่ได้ขอเจ้าป่าเจ้าเขา&amp;nbsp;ซึ่งหากหลานรอดชีวิตออกมาตามที่หมอดูบอกจริงๆ ทางครอบครัวก็จะทำตามที่เจ้าป่าเจ้าเขาต้องการ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96138</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จังหวัดบุรีรัมย์, ตามหาคนหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f320b375fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หกเดือนเราไม่ลืม &#039;แอมเนสตี้&#039; ทวงถามความคืบหน้า &#039;วันเฉลิม&#039; หายตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.63 - เวลา 14.00 น. กลุ่มเพื่อนวันเฉลิมและนักกิจกรรมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเดินทางไปยังสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 6 เดือนการหายตัวไปของวันเฉลิม และร่วมยื่น 14,157 รายชื่อจากผู้สนับสนุนที่ส่งข้อเรียกร้องถึงทางการกัมพูชาให้มีการสืบสวนเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เร่งด่วน รอบด้าน และโปร่งใสและคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัววันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สวมเสื้อฮาวายหลากสีสัน ซึ่งเป็นเสื้อที่วันเฉลิมใส่เป็นประจำ พร้อมทั้งถือหน้ากากวันเฉลิม และชวนติด #หกเดือนเราไม่ลืม เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนยังระลึกถึง และยังติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า เนื่องในวาระครบรอบ 6 เดือนการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มเพื่อนวันเฉลิมและนักกิจกรรมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้เดินทางไปขอเข้าพบ นายอูก ซอร์พวน (H.E. Mr.Ouk Sorphorn) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อพูดคุยและสอบถามความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปของเขา พร้อมทั้งยื่นรายชื่อจากผู้สนับสนุนที่ส่งข้อเรียกร้องถึงทางการกัมพูชาเพื่อให้เร่งสืบสวนเรื่องนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรายังคงยืนยันข้อเรียกร้องเดิมที่ให้ทางการกัมพูชาเร่งให้มีการสืบสวนการหายตัวไปของวันเฉลิมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งด่วน รอบด้าน และโปร่งใสและคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้ที่สูญหายโดยทันที เนื่องจากผ่านมา 6 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีแต่อย่างใด วันเฉลิมไม่เคยหายไปในความทรงจำของพวกเรา หกเดือนเราไม่เคยลืมวันเฉลิม และเราจะไม่หยุดทวงถามหาความยุติธรรมให้กับวันเฉลิมและครอบครัว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้นางสาวสิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เดินทางไปยังประเทศกัมพูชาแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกับทีมทนายความเพื่อไปให้ปากคำกับทางการกัมพูชาในคดีการหายตัวไปของน้องชาย ซึ่งจะมีนัดให้ปากคำในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากนั้นทางการกัมพูชาจะสามารถสืบสวนและแจ้งความคืบหน้าให้กับทางครอบครัวและสังคมได้รับทราบถึงชะตากรรมของวันเฉลิม และหาคำตอบได้ว่า อะไรคือมูลเหตุของการหายตัวไปของเขา ใครเป็นผู้กระทำ และขอให้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 14,157 รายชื่อที่มอบให้กับทางการกัมพูชานั้น เกิดจากการรวบรวมของแอมเนสตี้ ประเทศไทย หลังจากที่ทางสำนักงานเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกปฏิบัติการด่วนเชิญชวนผู้สนับสนุนทั่วโลกร่วมกันส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เรียกร้องทางการกัมพูชาสอบสวนอย่างเร่งด่วนต่อข้อกล่าวหาที่ว่ามีการลักพาตัววันเฉลิม และแจ้งให้ครอบครัวทราบทันทีว่าเขาอยู่ที่ใด และให้นำตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้ เข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมโดยศาลพลเรือน ทั้งยังเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อกำหนดในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกัมพูชาเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาฯ &amp;nbsp;และต้องไม่ส่งตัววันเฉลิมกลับประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีที่จะต้องไม่ส่งกลับบุคคลไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป็นอีกครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานว่า ทางสถานทูตกัมพูชาปฏิเสธการออกมาพูดคุยและรับข้อเรียกร้องของแอมเนสตี้ โดยบอกว่าให้ส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้กับ ผกก. สน.วังทองหลางแทน แล้วทางตำรวจจะจัดส่งให้กับสถานทูตต่อไป ทางผู้จัดจึงตัดสินใจไม่มอบรายชื่อและข้อเรียกร้องดังกล่าวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยก่อนหน้านี้ทางแอมเนสตี้ ประเทศไทยได้มีการทำสำเนารายชื่อผู้สนับสนุนทั้งหมดให้พี่สาววันเฉลิมไปมอบให้นายกรัฐมนตรีฮุนเซนที่ประเทศกัมพูชาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ผู้นำฝ่ายค้านอิสระ ขานรับไอเดีย &amp;#39;บิ๊กไมค์&amp;#39; เลือกตั้ง &amp;#39;ผบ.ทบ.&amp;#39; ต้องมาจากประชาชน!
	&amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39;หลอนหนัก ได้ข่าวจับแกนนำสังหารในคุก
	ทันควัน! ศาล รธน.แจ้ง ปอท.เอาผิด ม.198
	&amp;#39;บุ๊ง ปกรณ์&amp;#39; กลับลำ! เดินหน้าหนุนม็อบเต็มสูบ
	ไขปม &amp;#39;น้องชายธนาธร&amp;#39; ติดสินบนที่ดินสำนักทรัพย์สินฯ แต่ไม่ถูกดำเนินคดี
	น้องทอนรอด! &amp;#39;สว.สมชาย&amp;#39; ข้องใจคดีสินบนฮุบที่ดินทรัพย์สิน
	&amp;#39;บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ไม่รอด! โดนแจ้งจับ ดูหมิ่นศาล-เจ้าพนักงาน
	ฉุน &amp;#39;บุ๊ง-ทราย&amp;#39; ไม่เห็นหัว ประชดลั่นม็อบมีเจ้าของเมื่อไหร่เลิกไปเมื่อนั้น!
	จบกัน!&amp;#39;สุนัย&amp;#39; ผมขาวไม่พอตาขาวอีกต่างหาก &amp;#39;จตุพร&amp;#39; ลากไส้ป๊อดตั้งแต่รัฐประหาร 49 ยันปัจจุบัน
	กล้าไหม!กวักมือเรียก &amp;#39;ศักดิ์เจียม-นายสุรชัย&amp;#39; กลับไทย

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85894</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, วันเฉลิม, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8e2bbe9abf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกสาวร้องตร.หนองคายช่วยตามหาแม่สูญหายนาน 6 ปี พร้อมตรวจดีเอ็นเอโครงกระดูกในป่าละเมาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อพาลูกสาว ร้องขอตำรวจหนองคายช่วยตามหาแม่ หายตัวนาน 6 ปี หลังมาหาตาในพื้นที่ อ.โพนพิสัย จับสัญญาณโทรศัพท์ พบหายระหว่างทางเข้าตัวเมืองหนองคาย ล่าสุดเจอโครงกระดูกมนุษย์ในป่าละเมาะใกล้จุดพบสัญญาณโทรศัพท์ ผู้การหนองคายสั่งตรวจดีเอ็นเอด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 63 -&amp;nbsp;ที่ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นายศุภจักขณ์ อาสนา อายุ 52 ปี และ น.ส.วรรณกา อาสนา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/95 หมู่ 2 ซอยสุวินทวงศ์ 38 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพ สองพ่อลูก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ได้เข้าพบ พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ขอให้ช่วยเหลือตามหาตัวนางแพรพรรณ อาสนา ผู้เป็นแม่ ซึ่งสูญหายไปเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2557 ขณะที่หายนางแพรพรรณ อายุ 47 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วรรณกา อาสนา เล่าว่า แม่มีอาการทางจิตเภท ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง และครอบครัวได้ย้ายบ้านจากเขตหนึ่งมาอีกเขตหนึ่งในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทำให้แม่ไม่ค่อยชินกับบ้านใหม่ และอยากจะกลับมาเยี่ยมตาที่บ้านจอมนาง ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ก่อนหน้านี้แม่หายออกจากบ้าน พ่อและตนเลิกงานกลับมาไม่เห็นจึงโทรศัพท์หา แม่บอกว่ามาบ้านตา ตนกับพ่อจึงขับรถมารับกลับ เป็นอยู่อย่างนี้ 3-4 ครั้ง ใน 3-4 สัปดาห์ จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่พบแม่ คืนวันที่ 7 ส.ค.57 ตนโทรศัพท์คุยแม่ถามว่าจะกลับวันไหน แม่บอกจะขออยู่ 1 สัปดาห์ แต่พอตกลงกันได้ พ่อกับตนจึงขับรถมารับแม่ ถึงหนองคายในเช้าวันที่ 8 ส.ค.57 โดยนัดกับแม่เจอกันที่บ้านปู่ ที่บ้านเบิด ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย แต่พอมาถึงเจอแต่กระเป๋า ไม่เจอแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามกับตา ก็บอกว่าแม่ออกไปตอนเช้าวันที่ 8 ส.ค.57 โดยเหมารถสามล้อเครื่องจาก บขส.โพนพิสัย จะมารอพ่อกับตนที่บ้านปู่ แต่พอตนไปสอบถามกับคนรับจ้างที่ บขส. ก็บอกว่าแม่เหมารถให้ไปส่งที่ บขส.หนองคาย ตนแปลกใจว่าทำไมแม่จึงไป บขส.หนองคาย แทนบ้านปู่ที่นัดกันไว้ ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากเป็นเวลานานจะตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดไม่ได้แล้วว่ารถได้ไปส่งแม่จริงหรือไม่ ต่อมาอีก 15 วัน โทรศัพท์แม่ถูกเปิดอีกครั้ง ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่ามีการพูดคุยกัน 5 นาที เป็นผู้หญิง และบอกว่าไม่รู้จักแม่ของตน หลังจากนั้นตนกับพ่อได้มาตามหาแม่ที่หนองคายตลอด แต่ก็ยังไม่พบ จนกระทั่งทราบว่ามีคนพบโครงกระดูกมนุษย์ที่บ้านหมากก่อง ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่พบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของแม่ ดังนั้นในครั้งนี้จึงขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิกระจกเงา เข้าพบตำรวจขอให้ช่วยตรวจสอบโครงกระดูกที่พบว่าใช่ของแม่ตนหรือไม่ หากใช่ก็อยากให้ตรวจสอบถึงสาเหตุการตาย แต่หากไม่ใช่ก็จะเดินหน้าค้นหาแม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องแล้ว ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.บ้านเดื่อ นำโครงกระดูกที่พบไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าตรงกับของลูกสาวหรือสมาชิกในครอบครัวหรือไม่ โดยไม่ได้นิ่งนอนใจได้เร่งดำเนินการให้ทันที หากพบว่าเป็นโครงกระดูกที่พบเป็นผู้สูญหายจริงก็จะได้ตรวจสอบสาเหตุการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนางแพรพรรณ อาสนา รูปร่างค่อนข้างท้วม หนัก 60 ก.ก. สูง 155 ซม. ผิวดำแดง ผมยาว มัดรวบไว้ด้านหลัง วันที่สูญหายสวมเสื้อสีดำแขนสามส่วนลายดอกไม้สีแดง กางเกงยีนส์ขายาวทรงกระบอก รองเท้าแตะสีดำแบบสวม สวมสร้อยเงิน มีเงินติดตัว 20,000 บาท ผู้ใดพบเห็นแจ้งเบาะแสได้ที่มูลนิธิกระจกเงา และโทรศัพท์ 095-631-1914.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71638</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จ.หนองคาย, ผบก.ภ.จ.หนองคาย, สภ.บ้านเดื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f100e08dda82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ใครเห็นช่วยแจ้ง!แม่ตามหาลูกชายมีอาการทางจิตหายจากบ้านนาน 10 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 เม.ย.62-ผู้สื่อข่าวรับแจ้งพบเบาะแส หนุ่มจิตเวช คือ นายสุรชัย สีขาว อายุ 38 ปี ที่หายออกจากบ้านพัก เลขที่ 32/2หมู่ที่ 5 ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี นานกว่า 10 วัน โดยนางธิดา คงศรี อายุ 59 ปี แม่ของนายสุรชัย เล่าว่า ลูกชายมีอาการป่วยทางจิตมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอขลุง เป็นคนใจดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ชอบช่วยเหลือคน ใครขออะไรก็ให้หมด ล่าสุดได้ไปช่วยญาติๆเก็บมังคุด ก่อนเดินออกจากสวนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ญาติๆตะโกนเรียกให้กลับ ก็ไม่กลับ พยายามเดินตามก็ไม่ทัน เพราะนายสุรชัย ร่างกายสูงใหญ่ จากนั้นญาติได้กลับมาที่สวน เพื่อนำรถจักรยานยนต์ ออกตามหาก็ยังไม่พบ จนเวลาล่วงเลยมาครบ 10 วัน แม่และ นายสุรศักดิ์ สีขาวอายุ 26 ปี น้องชาย และญาติๆ ช่วยกันออกตามหาไปตามพื้นที่ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาสระบาป ที่มีคนเจอ เมื่อวันแรกๆ ญาติได้วนเวียนหาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อยู่นานหลายวันก็ยังไร้ร่องรอย กระทั่งตัดสินใจไปติดตามในพื้นที่ อำเภอมะขาม ที่เป็นเส้นทางเชื่อมกับเขาสระบาป โดยมีเบาะแสว่ามีคนเคยเห็นว่าเคยนั่งรถมาลงที่ ตำบลมาบไพ พื้นที่ อำเภอขลุง จึงรีบเข้าพื้นที่ ตำบลมาบไพ โดยประสานกับสารวัตรกำนันตำบลมาบไพ ช่วยออกตามหา จนได้เบาะแสล่าสุด ว่าเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา นางจันท์ฉาย นวจารี อายุ 39 ปี เจ้าของล้งผลไม้เลขที่ 14/4 หมู่ที่ 4 ตำบลมาบไพ ได้ดูรูปแล้วยืนยันว่ารูปพรรณสัณฐานตรงกับชายที่เคยมานั่งพักบริเวณหน้าล้ง เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา นางธิดา แม่ของนายสุรชัย ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อทราบว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ ยังแข็งแรงดี โดยนางธิดา แม่ของนายสุรชัยได้ฝาก ข้อความไปตามช่องทางต่างๆ ทุกช่อง หากใครพบนายสุรชัย สีขาว อายุ 38 ปี สูง 175 เซ็นติเมตร มีอาการป่วยทางจิต ใจดี ไม่ทำร้ายใคร ให้ติดต่อกลับมาที่ นายุชาติ คงสี เบอร์ 098 -3966514 โดยญาติได้แจ้งความคนหายไว้ที่สถานีตำรวจภูธรขลุง เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จ.จันทบุรี, หนุ่มจิตเวช, อำเภอขลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0805cda371.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังมีชีวิต!ทีมค้นหาพบตัวแล้ว&#039;พระเด็จ&#039;อยู่ในถ้ำกินหยวกกล้วยประทังชีวิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพิษณุโลก รายงานว่าเช้ามืดวันนี้ ทีมค้นหา พระเด็จ เปสโล (คงกระพันธุ์) อายุ 56 ปี พระลูกวัดของวัดบ้านพร้าว ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ที่หายตัวไปอย่างปริศนาตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา บนเทือกเขาผาขี่ควาย ได้พบพระเด็จแล้วในสภาพยังมีชีวิตอยู่อาศัยหลบอาศัยอยู่ในถ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่พบหลวงตา อยู่บนเทือกเขาผาขี่ควายห่างจากจุดค้นหาประมาณ 5 กิโลเมตร สภาพพระเด็จยังคงแข็งแรง พูดได้ มีสติ ร่างกายยังคงแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเด็จ เล่าว่าได้เจอผู้ชาย 2 คน ผมยาว ให้เดินตามทางไปแล้วจะเจอถ้ำ มีข้าวสารอยู่ ก็เดินตามทางไป เขาก็เดินตามมา แต่เมื่อถึงถ้ำเขาก็หายไป ก็อาศัยอยู่ในถ้ำ มื้อแรกก็กินหยวกกล้วย ใจก็คิดว่าในถ้ำมีข้าว มีหม้อหุงข้าว ก็เลยไม่ไปไหน คิดว่าคงมีคนเดินมาตามหา รู้สึกดีใจมาก คิดอยากจะกลับวัด กลับบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระเด็จหายไปเมื่อ 17 ธ.ค.2561 ทุกฝ่ายได้ค้นหามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 19 ธ.ค.2561 แต่ก็ไม่พบ &amp;nbsp;โดยนางบุญศรี ขำมี และ น.ส.ช่อเพชร นวลวัน ภรรยาและบุตรสาวของพระสมเด็จ ได้เข้าร้องเรียนต่อกองปราบ ผบ.ทบ. ผบช.ภ.6 และ ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อคลี่คลายการสูญหาย สุดท้ายก็พบว่าหลวงตาหลงป่าไปเอง ขณะนี้ทีมค้นหากำลังพาพระเด็จกลับลงมายังวัดบ้านพร้าว ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26955</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, ค้นหาพระเด็จ, จังหวัดพิษณุโลก, น.ส.ช่อเพชร นวลวัน, บุญศรี ขำมี, พระเด็จ เปสโล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c4276f637a08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
