<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทอน&#039;ร่ายยาวเรื่องคนอีสานยากจนเพราะไร้อำนาจ สุดท้ายเลี้ยวลงเผด็จการทำศก.ตกต่ำเพราะไม่เหลือพื้นที่ให้ม็อบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมวงเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;การเมืองของพลเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;rdquo; ท่ามกลางนักศึกษาและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมเนืองแน่นห้องประชุม โดย นายธนาธร กล่าวถึงความสำคัญของสิทธิพลเมือง ระบุว่า สิทธิต่างๆ ที่ประชาชนได้รับมาในทุกวันนี้ ล้วนแต่มาจากการต่อสู้ของภาคพลเรือนทั้งสิ้น โดยยกตัวอย่างถึงสิทธิประกันสังคม และสิทธิลาคลอด 90 วัน ที่มาจากการขับเคลื่อนของภาคแรงงาน รวมถึงสิทธิการเข้าถึงยารักษาโรคเอดส์ จากการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมเช่นกัน สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนแต่เกิดจากการรณรงค์ของภาคประชาสังคมทั้งนั้น ดังนั้น การเมืองภาคพลเมืองเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก และจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาขนมีสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวเท่านั้น และเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ ปากท้องของประชาชนอย่างลึกซึ้ง ดังจะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจตอนนี้สภาพพังไปหมด ช่วงหาเสียงที่ผ่านมาตนได้ไปพบกับประชาชนในหลายท้องที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร ยกตัวอย่าง&amp;nbsp;เช่น ในหมู่บ้านชาวประมงที่ไปมาแห่งหนึ่ง ได้เจอประชาชนที่สามีผูกคอตายเพราะผลกระทบจากกฎหมายประมงฉบับใหม่ เรือประมงถูกล็อคไม่สามารถเอาออกทะเลได้ จนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา แต่แล้วก็ไม่สามารถออกเรือประมงได้จนต้องผูกคอตาย ตนถามว่าทำไมไม่ชุมนุม ชาวบ้านก็บอกว่าพวกเขาได้ลองแล้ว แต่เพียงแค่คิดจะชุมนุมทหารก็มาหาถึงหมู่บ้านเลย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ใช่แค่กับชาวประมง แต่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกคนที่ต้องการเรียกร้อง ไม่ว่าจะชาวสวนยาง หรือเกษตรกร หรือหาบเร่ต่างๆ

&amp;quot;แน่นอนว่าแม้สิ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาตลอดทุกยุคสมัยก็จริง แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้าการรัฐประหาร ยังมีพื้นที่ให้ประชาชนได้ชุมนุม มีพื้นที่ให้ต่อรองกันได้ ลดผลกระทบลงได้ระดับหนึ่ง แต่ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ทหารเป็นผู้ลงมาสั่งการทุกอย่าง จัดการทุกอย่างโดยไม่มีพื้นที่เหลือให้ต่อรองได้เลย ผมคิดว่านี่คือเรื่องเดียวกันกับปัญหาเศรษฐกิจ ที่เศรษฐกิจของประชาชนตกต่ำขนาดนี้ เพราะทุกอย่างไม่เหลือพื้นที่ให้ประชาชนได้ต่อรองเลย&amp;quot; นายธนาธร กล่าว&amp;nbsp;

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ภาคอีสานเป็นภาคที่มีความเป็นพลเมืองสูงมาก ถ้าเราย้อนกลับไปในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ใหม่ๆ เราจะพบว่าอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นที่นี่หลายแห่ง ก่อนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กรุงเทพเสียอีก โดยเกิดขึ้นจากการร่วมกันสร้างของประชาชน และนี่คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนเป็นสมัยใหม่ (modernity) และความเป็นพลเมือง ก่อนหน้าปี 2475 เราไม่มีพลเมืองในประเทศไทย เรามีแต่ความเป็นไพร่ ชีวิตอยู่ภายใต้มูลนาย ไม่มีสิทธิเสรีภาพที่เป็นของตนเอง แต่ความเป็นพลเมืองคือคนที่เป็นเจ้าของอำนาจ มีสิทธิเสรีภาพและสำนึกหน้าที่ในความเป็นเจ้าของอำนาจ และการเกิดขึ้นของอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในหลายจังหวัดภาคอีสานคือสิ่งที่บ่งบอกว่าชาวอีสานตอบรับการเปลี่ยนแปลงจากไพร่มาเป็นพลเมืองสูงมาก หากแต่เมื่อมาดูในสภาพปัจจุบัน ภาคอีสานกลายเป็นภาคที่ได้รับการพัฒนาน้อยมาก และเรามักจะได้เห็นวาทกรรมว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนอีสานโง่และขี้เกียจ ซึ่งตนไม่เคยเชื่อในเรื่องเหล่านี้เลย เราเห็นคนอีสานที่มีศักยภาพเยอะแยะไปหมด มีคนทำหนังมือรางวัลระดับโลกหลายคน มีดารานักแสดงที่มีความสามารถจำนวนมาก ส่วนที่ว่าขี้เกียจนั้น คนอีสานจำนวนมากเป็นเกษตรกรที่ทำงานอยู่กลางไร่กลางนาทั้งวัน คนที่ตื่นแต่เช้าออกทำงานทั้งวันจนมือหยาบกร้านผิวตัวดำเพราะตรากตรำตากแดดอยู่กลางนาไม่ใช่คนขี้เกียจแน่ๆ&amp;nbsp;

&amp;quot;คนอีสานไม่ได้เป็นอย่างที่วาทกรรมนี้พยายามสร้างให้เป็นแน่นอน แต่สาเหตุที่ภาคอีสานไม่ได้รับการพัฒนา เป็นเพราะคนอีสานไม่มีอำนาจต่างหาก การตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อคนอีสานหลายอย่าง ตั้งแต่ยุคของการสร้างเขื่อนปากมูล ล้วนมาจากการตัดสินใจที่ศูนย์กลาง เป็นไปเพื่อประโยชน์ของกลุ้มอภิสิทธิชน โดยผู้ที่ต้องรับกรรมคือชาวบ้านในภาคอีสานเอง รถไฟฟ้าหนึ่งเส้นในกรุงเทพใช้เงินประมาณ 5-7 หมื่นล้านบาท เงินเหล่านั้นคือเงินบาทเดียวกันที่ไม่ได้เอามาพัฒนาอุบลราชธานี ไม่ได้เอามาพัฒนาภาคอีสาน หรือส่วนอื่นๆของประเทศ คำถามก็คืออำนาจอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนมีอำนาจมีสิทธิเกลี่ยทรัพยากรเหล่านั้น มันถึงเวลาจริงๆที่เราต้องมาสำรวจว่าสิทธิพลมืองอยู่ที่ไหน&amp;rdquo; นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจพังจนถึงทุกวันนี้คือการดึงอำนาจจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดย คสช. งบประมาณต่างๆ ที่เคยลงไปสู่องค์กรปกครองท้องถิ่น อิสระในการใช้งบประมาณและออกแบบงบประมาณของตัวเองหายไปหมด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ นี่คือลักษณะของรัฐบาลที่ยึดอำนาจมา คือต้องการกดไว้ไม่ให้ท้องถิ่นลุกขึ้นมาท้าทาย ทำยังไงได้ให้ทุกคนจนแต่ไม่ตาย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐเป็นเรื่องการอุปถัมภ์ ต้องพึ่งพารัฐ ซึ่งตรงข้ามกับแนวคิดประชาธิปไตยที่อยากให้ชุมชนเข้มแข็งเติบโต เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งออกแบบให้มีองค์กรพิเศษอยู่เหนือทุกอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ เช่นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมืองที่ไม่ทำตามยุทธศาสตร์ได้ หรือสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ที่สามารถกลั่นกรองกฎหมายที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร และอาจจะกระทบต่อผลประโยชน์ของอภิสิทธิชนที่แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาเหล่านี้ขึ้นมาได้ รวมถึงองค์กรอิสระอย่าง กกต.หรือ ป.ป.ช.ที่ไม่มีความยึดโยงกับประชาชน เพื่อกดอำนาจที่มาจากประชาชนให้อยู่หมัด

&amp;quot;ดังนั้น เมื่อมาถึงคำถามที่ว่า พวกเราในฐานะประชาชนเจ้าของอำนาจจะทำอะไรได้บ้าง ผมคิดว่า เรามีภารกิจต้องนำเอาสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรวมตัว แสดงออก การพูด การชุมนุมกลับมา ก่อนหน้านี้การชุมนุมของประชาชน ไม่ว่าจะภาคแรงงานหรือภาคเกษตรเป็นเรื่องปกติมาก แต่ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา สิทธินี้ถูกริดรอนไม่ให้เป็นเรื่องปกติ เราต้องดึงเอาสิทธิการรวมตัวการแสดงออกของประชาชนกลับมา สิทธิเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนักเคลื่อนไหวหรือภาคประชาสังคม เราอาจจะมองว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ความจริงมันเป็นเรื่องของเราทุกคน ถ้าเราเอาสิทธินี้กลับมาไม่ได้ ไม่มีทางเลยที่เราจะชนะ&amp;rdquo; นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41945</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอีสาน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, เศรษฐกิจภาคอิีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d397c554c9c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;อ้อนคนอีสานช่วยเลือกตั้งสงบเลิกขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ. 62 - ที่จ.ยโสธร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ยโสธร และจ.มุกดาหาร โดยจุดแรกนายกฯ ได้ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนเมืองเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ ณ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถียโสธร อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร โดยศูนย์นี้อยู่ระหว่างขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์อยู่ระหว่างปี 59-62 ครอบคลุมด้านพืช ปศุสัตว์ และสัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ และยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นต้นแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของประเทศรองรับการเป็นมหานครแห่งเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โอกาสนี้นายกฯ เป็นประธานสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้แก่ประชาชน และสักขีพยานผู้ว่าราชการจ.ยโสธร มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวมให้แก่ผู้แทนประชาชน พร้อมกล่าวมอบนโยบาย ตอนหนึ่งว่า ดีใจที่มาพบทุกคคนด้วยตัวจริงไม่ใช่แค่ผ่านโทรทัศน์ สำหรับจ.ยโสธร มีชื่อเดิม ยศสุนทร แปลว่า ทรงไว้ซึ่งเกียรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวันนี้อยากให้ประชาชนได้ฟังข้อมูลจากรัฐบาล ซึ่งเราทำตามยุทธศาสตร์ คือ การทำไปเรื่อยๆ ถึงได้มีกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จึงอย่าไปฟังแค่ว่าวันนี้ใครจะให้อะไรกับเรา และอย่ามองแค่ว่าสิ่งที่ทำวันนี้เราจะอยู่หรือไม่อยู่ ต้องมองอนาคตของลูกหลาน ซึ่งรัฐบาลพยายามทำหลายมาตรการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งโครงการประชารัฐบ้านล้านหลัง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองที่มีการเอาชื่อไปใช้ แต่รัฐบาลทำเรื่องนี้มาตลอด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม ขณะที่ประเทศไทยไม่เหมือนคนอื่น มีคนน่ารัก แต่บางส่วนก็ไม่ไว้ใจ ซึ่งตนพยายามเคลียร์เรื่องเหล่านี้ให้ได้ โดยต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริง อีกทั้งหลายอย่างเราต้องยอมรับ เมื่อก่อนอาจไม่มีใครมาพูดแบบนี้ ไม่มีใครมาทะเบาะกับท่าน มาพูดหวานๆ เพราะๆ พูดจาจ๊ะจ๋าไปเรื่อย ซึ่งมันไม่ได้ เราต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริงและพัฒนาไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทุกรัฐบาลหากให้อย่างเดียวก็จะหมดสภาพ รัฐบาลเองก็จะเจ๊ง เพราะเป็นเงินภาษีของคนทั้งประเทศ อีกทั้งมีพ.ร.บ.งบประมาณ และพ.ร.บ.การเงินการคลังอยู่ จึงอย่าฟังหากใครบอกจะให้อะไรก็ต้องถามกลับด้วยว่า เงินมาจากไหนและผิดกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ตนเป็นนายกฯ ของประเทศไทย จะต้องดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ต้องเห็นใจคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งวันนี้มีผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนถึง 14.7 ล้านคน ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ บางพื้นที่เฉลี่ยเดือนละไม่กี่พันบาทแล้วจะอยู่กันได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราต้องคิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว และที่มาวันนี้ไม่ต้องจำสิ่งที่ตนพูดไปมาก แต่สิ่งที่พูดไปทั้งหมดต้องการเน้นย้ำให้เห็นว่าวันนี้เราต้องคิดร่วมกัน อย่าถือว่าใครนำใคร รัฐบาลมีหน้าที่เพียงกำหนดนโยบายให้ตรงความต้องการประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนต้องเรียนรู้และเดินไปด้วยกัน ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาแก้ไม่ได้ต่อการพัฒนาเหมือนหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาหล่านี้อาจอยู่ไปเป็น 100 ปี ก็ได้หากไม่คิดใหม่และทำใหม่ แม้เราไม่มีเงินก็สามารถออกแรงได้ เพื่อเดินไปด้วยกัน เพราะไม่มีอะไรได้มาโดยเขาให้เพียงอย่างเดียว เรามีศักดิ์ศรี มีสมอง มีความคิด ทำไมต้องไปรอเขาให้ ดังนั้นการพูดจาต้องทำความเข้าใจกันอย่าให้ใครมายิดเบือนและหลอกลวง นายกฯคนนี้ไม่เคยพูดโกหกกับพวกเรา โกหกใครไม่ได้พูดแต่ความจริง ซึ่งหลายคนอาจชอบบ้างไม่ชอบบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครชอบทั้งหมด ใครชอบทั้งหมดก็คงไม่ใช่นายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บ้านเมืองจะสงบหรือไม่สงบอยู่ที่ทุกคน วันนี้ประชาชนและรัฐต้องทำงานร่วมกันในการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เราจะมีพระเจ้าแผ่นดินที่สมบูรณ์ เป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบขั้นตอนทั้งหมดเหมือนกับรัชกาลที่ 9 โดยทุกคนถือว่าโชคดีที่อยู่ 2 รัชกาล ซึ่งรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์มา 70 ปี เราจึงอยู่มา 2 รัชกาลคือช่วงท้ายและช่วงต้น จึงต้องทำให้หลักชัยของประเทศคือ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เข้มแข็ง และทำให้ประเทศไทยอยู่ได้ ไม่เป็นแบบบ้านอื่นคนอื่นเขา เพราะเรามีหลักชัยที่ยึดมั่นตรงนี้ ดังนั้นเราต้องสร้างจิตสำนึก การเป็นจิตอาสา การทำความดีด้วยหัวใจ จึงขอให้มาร่วมมือ ร่วมใจ และพูดคุยกัน อย่าไปมัวคุยแต่เรื่องความขัดแย้ง น่ารำคาญ น่าเบื่อ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงนี้นายกฯ ได้ย้อนถามประชาชนว่า เบื่อกันหรือไม่ พร้อมกล่าวต่อว่า เราจะทะเลาะเบาะแว้งกันอีกไม่ได้แล้ว เพราะโอกาสที่พูดมาทั้งหมดจะหายไปทั้งในและต่างประเทศ และตลาดการค้าจะเอามาจากไหนถ้าทุกคนแอนตี้เรา ดังนั้นอย่าพูดว่าอะไรก็ไม่ดีทั้งหมด เพราะการพูดจาเช่นนี้ถูกเผยแพร่ไปเร็วทั่วโลก ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือไม่จริง ซึ่งหากเชื่อขึ้นมาก็จะกีดกันเราในทุกเรื่อง แต่วันนี้ไม่มีใครกีดกันไทย และทุกอย่างสูงขึ้นทุกเรื่อง ต่างประเทศก็มาพบตนตลอด ยืนยันเจตนารมณ์พร้อมร่วมมือกับเรา จึงขอให้การเลือกตั้งสงบเรียบร้อย ตนขอแค่นี้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ทุกอย่างก็ไปไม่ได้ อนาคตเสียหาย สิ่งที่ทำมา 4-5 ปีจะเสียหายทั้งหมด จึงขึ้นอยู่ที่ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดยโสธรในวันนี้ เพื่อมาพบและเยี่ยมเยียนประชาชน เนื่องจากรัฐบาลมีความปรารถนาดีและมุ่งมั่น ในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อความอยู่ดี มีสุขโดยเราจะร่วมเดินหน้าไปด้วยกัน และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 สำหรับจังหวัดยโสธรมีศักยภาพในด้านเกษตรอินทรีย์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ต้นแบบของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตข้าวอินทรีย์มากที่สุดในประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ถือเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดยโสธร นับเป็นการพัฒนาที่ถูกทางอย่างที่สุดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ในวันเดียวกันนี้ถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 2 ของนายกฯ ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งประกาศใช้ ท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์ถึงความเหมาะสม เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ยังคงสงวนท่าทีทางการเมืองยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่จังหวัดยโสธรในวันนี้ตลอดเส้นทางบนถนนสายหลักมายังศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ วิถียโสธร อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร มีป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยจำนวนมาก รวมถึงป้ายหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ติดตั้ง โดยเป็นที่หน้าสังเกตว่าไม่มีป้ายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการความรักษาความปลอดภัยผู้ที่จะเข้ามาต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ นั้น อยู่ในชั้นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ประชาชนทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรอง ที่มีเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย การตรวจบัตรประชาชน และติดสติ๊กเกอร์และบัตรสี ห้ามพกพาอาวุธ แม่แต่ขวดน้ำพลาสติกเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจและขอเก็บออกจากเต้นท์ต้อนรับนายกรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28456</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอีสาน, นายกฯ, พล.อ.ประยุทธ์, ยโสธร, เกษตรอินทรีย์, เลิกทะเลาะ, เลือกตั้งสงบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5a7ae1b836d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุเทพโวชาวอีสานตอบรับ &quot;รปช.&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สุเทพ&amp;rdquo; ประชุมร่วมแกนนำ รปช.ภาคอีสาน ย้ำชัดไม่ได้มาหาเสียงแต่มารับฟังความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การกำหนดโครงสร้างพรรค ระบุอีสานตอบรับดี เพราะทุกคนต้องการนักการเมืองที่จริงใจ ชวนทุกคนร่วมลงขันวันละ 1บาทเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 ต.ค.2561 ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น นายสุเทพ&amp;nbsp; เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช.ประชุมร่วมคณะผู้ร่วมก่อตั้งและแกนนำพรรค รปช.ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแนวทางการดำเนินงานของพรรคในพื้นที่ภาคอีสาน ท่ามกลางความสนใจจากผู้ร่วมก่อตั้ง แกนนำพรรคและผู้ให้การสนับสนุนพรรค รปช.ในพื้นที่ภาคอีสานที่เข้าร่วมประร่วมกว่า 300 คน

นายสุเทพ&amp;nbsp; เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช.กล่าวว่า กระแสการตอบรับของพรรค รปช.ที่มีต่อคนอีสานนั้นดีขึ้นอย่างมาก วันนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่คนอีสานต้องการผู้แทนหรือต้องการ ส.ส.ที่ตัวเองนั้นสั่งการได้และเลือกเอง ซึ่งแนวทางการดำเนินงานของพรรคนั้นชัดเจนคือการที่แสดงออกถึงการเป็นพรรคการเมืองที่คนไทยทั้งประเทศนั้นเป็นเจ้าของ ไม่ใช่พรรคนายทุนที่หลายๆพรรคนั้นกำลังดำเนินการ ทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ ที่ล้วนมีแต่นายทุนเป็นเจ้าของทิ้งสิ้น แต่พรรค รปช.นั้นเป็นพรรคของประชาชน ที่ทำเพื่อประชาชน ที่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอแนวทางการดำเนินงาน ยุทธศาสตร์ หรือแม้กระทั่ง ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค

ดังนั้นวันนี้ถึงเวลาที่ผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันที่ต้องการนักการเมืองที่ ทำงานเพื่อประชาชนและมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ในการร่วมให้การสนับสนุนพรรค โดยสมัครเป็นสมาชิกและร่วมลงขันวันละ 1 บาท ทุกคนก็จะได้ ส.ส.หรือผู้แทนที่ทุกคนนั้นสั่งได้และที่สำคัญยังคงด่าได้อีกด้วย

&amp;ldquo; ผมมาอีสานวันนี้ไม่ได้มาหาเสียง เพราะวันนี้พรรค รปช.นั้นยังคงไม่มีการดำเนินงานใดๆ แต่ขอยืนยันว่าเมื่อถึงเวลาจะมีการประชุมสมัชชาครั้งใหญ่ เพื่อให้สมาชิกพรรคนั้นมีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรค เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคและที่สำคัญคือการเลือกผู้แทน ในเขตเลือกตั้งของตนเอง ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองแรกของไทยที่ทำในลักษณะเช่นนี้ เพราการเมืองเป็นการดำเนินงานตามระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนจะต้อมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกในด้านต่างๆอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเมืองจอมปลอมหรือประชาธิปไตยจอมปลอมอย่างเช่นในยุคสมัยต่างๆที่ทำกันมา&amp;rdquo;

นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า ขอให้คนอีสานนั้นหนักแน่น เพราะ พรค รปช.ยังคงไม่ได้มาหาเสียง แต่ให้ระวังในช่วงเดือน ธ.ค.และม.ค. ทีจะมีหลายพรรคการเมืองหรือกลุ่มบุคคลที่มาทำให้คนอีสานนั้นไขว้เขว จนเลิกล้มอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ที่ผ่านมา รปช.แสดงให้เห็นถึงจุดยืนในการต่อสู้ โดยได้รับการสนับสนุนจากมวลมหาประชาชนจนเกิดการรัฐบาล ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง รปช.จะนำมาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง และเป็นประชาธิปไตยที่คนไทยนั้นกำหนด เป็นการเมืองที่คนไทยนั้นสร้างขึ้นมาเอง เป็นการเมืองที่คนไทยนั้นทำเพื่อประเทศ ไม่ได้เป็นการเมืองหรือการเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องอย่างที่บางคนกำลังทำอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ดีจากประสบการณ์ในการเป็น ส.ส.มานานกว่า 37 ปี วันนี้แรงศรัทธาของคนอีสานที่มีต่อ พรรค รปช.นั้นดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งถึงเวลาที่คนอีสานจะมาร่วมกันเปลี่ยนประเทศ ร่วมสร้างอุดมการณ์ทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่เป็นอุดมการณ์ที่ชัดเจนของคนไทยด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20382</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอีสาน, รปช., สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc728945e2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดรฟท.ไฟเขียวเปิดประมูลพีพีพีรถไฟอีอีซีเชื่อมอีสาน 2 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดรฟท.ไฟเขียวเปิดประมูลพีพีพีรถไฟอีอีซีเชื่อมอีสาน 2 หมื่นล้านบาท พร้อมดันโครงการเช่า-ซื้อหัวรถจักร 3.2 หมื่นล้านเปิดประมูล จ่อขายซองทีโออาร์รถไฟไฮสปีดกลางเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยว่าคณะกรรมการ(บอร์ด)รฟท.ได้มีมติเห็นชอบ โครงการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการเดินรถขนส่งสินค้า เส้นทางขอนแก่น-แหลมฉบัง วงเงิน 2 หมื่นล้านบาทโดยจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการภาครัฐ(พีพีพี) โดยรฟท.จะลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและงานก่อสร้าง ขณะที่เอกชนลงทุนจัดหารถไฟ งานระบบรวมถึงงานซ่อมบำรุง ซึ่งระบบการเดินรถจะเป็นแบบรถไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากที่บอร์ดอนุมัติโครงการแล้วจะเร่งเสนอแผนเข้าสู่กระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของภาครัฐ (บอร์ดพีพีพี) ควบคู่ไปกับการร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ปลายปีนี้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าจากภาคอีสานและประเทศเพื่อนบ้านตามเส้นทางเศรษฐกิจมาเชื่อมต่อการขนส่งทางน้ำที่ท่าเรือขนาดใหญ่ในเขตอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการจัดซื้อหัวรถจักร 50 คันวงเงิน 6.5 พันล้านบาทนั้นบอร์ดได้มีมติเห็นชอบทีโออาร์แล้ว หลังจากนี้รฟท.จะดำเนินการนำร่างทีโออาร์ขึ้นเว็บไซต์เพื่อเปิดรับฟังเสียงประชาพิจารณ์เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการประมูลต่อไปโดยรฟท.ตั้งเป้าจะให้ได้ตัวผู้ชนะโครงการและลงนามสัญญาภายในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าสำหรับโครงการจัดซื้อหัวรถจักรนั้นรฟท.คาดว่าจะนำร่างทีโออาร์ขึ้นรับฟังความคิดเห็นบนเว็ปไซต์ภายใน 2 สัปดาห์ ขณะที่โครงการเช่าหัวรถจักร 50 หัวพร้อมค่าซ่อมบำรุงวงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ด&amp;nbsp;
ส่วนด้านโครงการจัดซื้อรถไฟขบวนใหม่ 426 ขบวน แบ่งเป็นล็อตแรก 190 ขบวน วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาทและล็อตที่สอง 236 ขบวนนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) คาดว่าจะพิจารณาในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ดรฟท.ได้ผ่านความเห็นชอบรายงานการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของรฟท.ผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ขณะที่การหารือด้านตัวเลขงบลงทุนและงบประจำปี 2562 นั้นจะบรรจุเป็นวาระในการประชุมครั้งต่อไปช่วงปลายเดือน พ.ค.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น-แหลมฉบัง, คนอีสาน, พีพีพี, รถไฟ, รฟท., หัวรถจักร, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6e425d8c7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2026 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 23:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1ปีมีครั้ง ‘ตุ้มโฮมสระปลา’ วิถีอีสานสวรรค์ผู้ใช้แรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ได้พบกับ นายบุญทึง ชารัมย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่161 บ้านท่าลาด ต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ และญาติพี่น้องจำนวนมาก ได้ลงแขกสูบสระจับปลา จึงเข้าไปสอบถาม จึงทราบว่า กำลังตุ้มโฮมสระปลา&amp;nbsp;ภาษาอีสาน หรือ สูบสระจับปลา โดยการเครื่องสูบหัวท่อน้ำพญานาค สูบสระน้ำออกจาก สระน้ำขนาดเล็ก ขนาด 4x5 เมตร&amp;nbsp;นำมาประกอบอาหารรสแซ่บ เพื่อฉลองวันแรงงานแบบเรียบง่าย และเป็นกันเอง ตามแบบฉบับ คนอีสานบ้านทุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณทึง ชารัมย์ อายุ 49 ปี หนึ่งในผู้ใช้แรงงาน กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรงงานแห่งชาติ&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล ตนได้พาครอบครัวและญาติไปสูบปลาที่ทุ่งนากินกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสร้างความปรองดองในเครือญาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตนไปทำงานขายแรงงาน เหนื่อยล้ามาตลอดทั้งปี ก็เลยถือเป็นโอกาสดี ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ญาติๆพี่น้องก็หยุดงานด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ ก็เลยถือโอกาสชวนญาติไปสูบปลาและเผาปลากินตามประสาคนอีสานบ้านเฮา&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะว่าจะได้เจอกันแม้จะอยู่บ้านเดียวกันก็ตาม ต่างคนก็ต่างทำงานตื่นเช้ามา ก็ไปนาไปไร่ และรับจ้างทั่วไป สู้ดิ้นรน ปากกัดตีนถีบ&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวอย่างน้อยก็ยังดี ที่มีวันแรงงานแห่งชาติ เพราะจะทำให้ญาติมิตร และเพื่อนสนิท ลุงป้าน้าอา ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ตนคิดว่าความสุขไม่ต้องไปหาไกลหรอก ก็อยู่ใกล้ๆตัวเรานี่แหละนั้นก็คือ ครอบครัวและญาติพี่น้องของเรานี่เอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8314</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอีสาน, ตุ้มโฮม, วิถีชีวิตอีสาน, สุรินทร์, สูบปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae895eca11d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2018 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2018 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพร่หมื่นล้านตะลึง!คนอีสานยากจนข้นแค้น ลั่นอยากจะมีอำนาจเข้าไปแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.61 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยะบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;ร่วมกันเฟซบุ๊กไลฟ์หลังลงพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน โดยนายธนาธร &amp;nbsp;กล่าวว่า ในช่วงจังหวะที่ผมได้ลงอีสานในช่วงที่ผ่านมา ผมได้เจอกับคนหลายกลุ่มในหลายจังหวัด เจอกับชาวบ้าน เจอเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตร ผมเจอนักการเมืองท้องถิ่น อบต. อบจ. ในหลายพื้นที่ เจอกับนักธุรกิจด้วย นักธุรกิจรุ่นๆเรา หรือไม่ก็อาจจะเด็กกว่าเราบวกลบกว่าเรานิดหน่อยก็เจอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจไหม เห็นโพสต์ว่าไปเจอสภาพปัญหาที่แสดงให้เห็นถึงความอยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ใช่ เราเห็นได้ชัดว่าชาวบ้านที่ไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่มีอำนาจทางการเมือง มักถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เราเห็นกรณีของชาวบ้านหนองบัวลำภูที่ผมลงไปในพื้นที่ เราเห็นการเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน ในเรื่องการกู้จากธนาคารออมสินอย่างนี้เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรารู้สึกว่า ผมไปดูแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกว่าอยากจะมีส่วนร่วม อยากจะมีอำนาจเพื่อเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆเหล่านี้&amp;quot;นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ถามว่านอกจากไปเจอสภาพปัญหาของชาวบ้านที่เกิดจากการใช้ระบบโครงสร้างอำนาจรัฐในพื้นที่ที่ถูกรังแกไม่เป็นธรรม ยังมีเรื่องอะไรอีกไหม เช่นเรื่องปัญหาคนรุ่นใหม่เยาวชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร ว่าก่อนที่จะไปถึงคนรุ่นใหม่เอาปัญหาชาวบ้านก่อน แทบจะทุกพื้นที่ที่ผมไปคุย ชาวบ้านพูดเป็นสียงเดียวกันหมด ว่าเศรษฐกิจแย่มาก อัตคัดขัดสนทุกพื้นที่ แต่ตัวเลขเศรษฐกิจกลับดูไม่ค่อยแย่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอาจจะแย่ แต่ดูตัวมันเองไม่ติดลบ การเติบโตของจีดีพีไม่ติดลบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -ประเทศที่กำลังพัฒนาตัวเลขแบบนี้ถือว่าไม่น้อยนะ ทรงๆแบบนี้ก็ถือว่าไม่น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ก็อาจจะน้อยกว่าเพื่อนบ้านเรานิดหน่อย แต่ว่าปีอย่างเนี้ยเรากำลังคาดการณ์ การเติบโตของเศรษฐกิจประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ แต่พอไปคุยกับชาวบ้านรู้สึกว่าตังในกระเป๋าไม่มี ผมจึงมีข้อสันนิษฐานว่าตอนนี้การเจริญเติบโตในเศรษฐกิจในบ้านเรามันไม่เป็นธรรม มันหมายความว่าส่วนเพิ่มของการเติบโตน่าจะกลับไปอยู่ในกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -มันไปกระจุกเพียงไม่กี่กลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ผมคิดว่าอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นการเจริญเติบโตในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาชาวบ้านต้องรู้สึกเงินกระเป๋ามันตุงขึ้นบ้าน แต่นี่ไม่มีเลย ทุกพื้นที่ น่าตกใจ พูดเหมือนกันนะทุกสาขาอาชีพด้วย พ่อค้าแม่ขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -นี่แสดงให้เห็นว่าที่นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์กันว่า สุดท้ายวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้จะไม่เหมือนตอน 40 จะเป็นในลักษณะแบบซึมๆยาว ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ผมคิดว่าซึมยาว เราอย่าลืมว่าเราอยู่ในลักษณะเศรษฐกิจที่เงินเฟ้อเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ มันนานมากแล้วนะ 1 เปอร์เซ็นต์ ๆกว่าหลายปีแล้วนะ แล้วเราก็เห็นเรื่องของการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ 2 เปอร์เซ็นต์ 3 เปอร์เซ็นต์นานมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -สรุปคุณธนาธรไปอีสานหลายจังหวัด ถ้าจะให้ไล่นี่กี่จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - หนองบัวลำภู อุดร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ โคราช และมหาสารคาม 7 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -นั่นหมายความว่าหลังจากเปลี่ยนมาเป็นนักการเมืองเต็มตัวเนี่ย พูดกันตรงไปตรงมาในชีวิตไม่ได้ออกภาคอีสานนานแค่ไหนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - เป็น 10 ปีอาจารย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -เปลี่ยนไปเยอะไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - จะว่าเปลี่ยนก็เปลี่ยน แต่จะว่าไม่เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน เรายังมีความเหลื่อมล้ำอย่างมหาศาลระหว่างเมือง กับชนบท เราอาจจะเห็น เราอาจจะไม่เห็นควายล่ะ จะเห็นแต่เครื่องจักรกลมาทำงานแทน แต่สิ่งที่ยังชัดก็คือ ความเหลื่อมล้ำยังมีอยู่มหาศาล ไม่หายไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -ซึ่งเรื่องนี้ตามที่เราได้คุยกันอยู่บ่อยๆ คุณธนาธรได้พูดหลายๆครั้งวิธีการแก้ปัญหาทางโครงสร้างที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ สุดท้ายโจทย์หนึ่งต้องไปอยู่ที่เรื่องการกระจายอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ใช่ครับอาจารย์ ผมคิดว่าคนอีสานไม่ได้โง่ และผมก็เชื่อว่าคนอีสานมีศักยภาพในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจที่ดี เพียงแต่โอกาส อำนาจ การเข้าถึงแหล่งทุนทั้งหมดมันถูกรัดรวมกัน และโยงกลับไปที่การตัดสินใจผ่านโครงสร้างอำนาจศูนย์กลางที่กรุงเทพฯ ทำให้โอกาสในการเจริญเติบโตที่นี่มันไม่มี โอกาสในการกำหนดอนาคตมันไม่มี ดังนั้นพวกเราจึงต้องต่อสู้ไปด้วยกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสในการกำหนดอนาคตของตัวเอง ของท้องถิ่นทั่วประเทศ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7558</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, คนอีสาน, ธนาธร, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคอนาคตใหม่, ยากจน, ลงพื้นที่อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180421/image_big_5adb1b2a750db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนอีสานส่วนใหญ่ชู &#039;หญิงหน่อย&#039; เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 &amp;nbsp;มี.ค. 61 - &amp;nbsp;อีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจเรื่อง &amp;ldquo;พรรคการเมืองในฝันของคนอีสาน&amp;rdquo; โดยผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล ว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นคนอีสานในประเด็นจุดเด่นของพรรคการเมืองที่คนอีสานต้องการ เพื่อเป็นแนวทางให้พรรคการเมืองต่างๆ นำไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงจุดเด่นและจุดด้อยของพรรคการเมืองให้ตรงกับความต้องการของคนอีสานต่อไป โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16-19 มีนาคม 2561 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,190 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างว่า การจัดเลือกตั้ง สส. ช่วงใดเหมาะสมที่สุด พบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50.5 เห็นว่า ควรจัดเลือกตั้ง ส.ส. ในช่วง พ.ค.-ส.ค. 61 รองลงมาร้อยละ 31.8 ควรจัดช่วง ก.ย.-ธ.ค. 61 ตามมาด้วย ร้อยละ 12.9 ควรจัดช่วง ม.ค.-เม.ย. 62 ร้อยละ 3.5 ควรจัดช่วง พ.ค.-ส.ค. 62 และร้อยละ 1.3ควรจัดช่วงปลายปี 62 หรือนานกว่านั้น โดยสรุปกลุ่มตัวอย่างคนอีสาน ร้อยละ 82.3 คิดว่าการจัดเลือกตั้ง สส. ภายในปี 2561 เหมาะสมที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสำรวจความต้องการจุดเด่นของพรรคการเมืองในฝันที่กลุ่มตัวอย่าง ต้องการให้พรรคการเมืองมี โดยมีตัวเลือกจุดเด่นต่างๆ 19 รายการ และระดับความต้องการ 5 ระดับ ตั้งแต่น้อยที่สุดไปจนถึงมากที่สุด (โดยเลือกระดับมากที่สุดได้ไม่เกิน 5 รายการ เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มตัวอย่างออกมาให้ได้มากที่สุด) จากการประมวลผล โดยให้คะแนนเต็ม 100 หมายถึง ทุกคนต้องการจุดเด่นดังกล่าวมากที่สุด และศูนย์คะแนน หมายถึง ทุกคนต้องการจุดเด่นดังกล่าวน้อยที่สุด เป็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ จุดเด่นของพรรคการเมืองที่ต้องการ 1) มีหัวหน้าพรรคที่บริหารประเทศเก่ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ 90.8% 2) มีหัวหน้าพรรคที่มีจริยธรรมสูง/เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม 81.7% 3) มีนโยบายและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 81.2% 4) มีนโยบายและความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาทุจริตของชาติอย่างจริงจัง 80.0% 5) มีทีมงานและผู้สมัคร สส. ที่มีจริยธรรมสูง/เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม 79.4% เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พบว่า 1) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 35.2% 2) นายจาตุรนต์ ฉายแสง 34.9% 3) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 34.3% 4) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 24.1% 5) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 22.0%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สุทิน กล่าวว่า เมื่อสำรวจถึงแนวโน้มที่กลุ่มตัวอย่างจะสนับสนุนพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า อันดับหนึ่งร้อยละ 42.9 จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รองลงมา ร้อยละ 38.3 เป็นกลุ่มสนับสนุนพรรคทางเลือกอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ตามมาด้วย ร้อยละ 7.2 สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 6.4 สนับสนุนพรรคที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ร้อยละ2.4 สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.0 สนับสนุนพรรคชาติพัฒนา และ ร้อยละ 0.7 สนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5585</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอีสาน, คุณหญิงสุดารัตน์, ตำแหน่งนายกฯ, หญิงหน่อย, เพื่อไทย, โพลอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa65f6c1b913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
