<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวีเดนเลือกตั้ง พรรคขวาจัดส่อชนะ ชูนโยบายคุมคนเข้าเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สวีเดนจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติเมื่อวันอาทิตย์ ผลสำรวจความเห็นชี้แนวโน้มพรรคขวาจัดที่มีรากฐานจากนีโอนาซี จะชนะที่นั่งเป็นอันดับหนึ่งจากการชูนโยบายแก้ปัญหาผู้อพยพเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิมมี อาเคสสัน ผู้นำพรรคชาตินิยมขวาจัด สวีเดนเดโมแครต หย่อนบัตรที่กรุงสตอกโฮล์ม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คาดกันว่าชาวสวีเดนอาจลงโทษพวกพรรคการเมืองเก่าๆ ที่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาคนเข้าเมือง ซึ่งนับจากปี 2555 สวีเดนรับผู้ขอลี้ภัยแล้วเกือบ 400,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตฟาน ลอฟเวน นายกรัฐมนตรีจากพรรคโซเชียลเดโมแครต ยกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น &amp;quot;การลงประชามติอนาคตของรัฐสวัสดิการ&amp;quot; แห่งนี้ แต่พรรคสวีเดนเดโมแครต (เอสดี) ที่มีแนวทางขวาจัด ชูว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการลงคะแนนเกี่ยวกับนโยบายด้านคนเข้าเมืองและการบูรณาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจความคิดเห็นบ่งบอกว่า เอสดีจะได้คะแนนสนับสนุน 16-25% ซึ่งจะทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุด และทำให้การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เป็นเรื่องที่ไม่อาจทำนายได้เลย พรรคนี้มีรากฐานจะขบวนการนีโอนาซี พวกเขาระบุว่า ผู้ลี้ภัยที่เข้ามาในประเทศนี้เป็นภัยคุกคามต่อวัฒนธรรมสวีเดน และอ้างว่า คนเหล่านี้เพิ่มภาระต่อความเป็นรัฐสวัสดิการของสวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สเตฟาน ลอฟเวน ทักทายผู้สูงอายุ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลอฟเวนกล่าวขณะไปลงคะแนนที่กรุงสตอกโฮล์ม เรียกร้องชาวสวีเดนอย่าได้เลือก &amp;quot;พรรคเหยียดผิว&amp;quot; และว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตยที่ถูกทำนองคลองธรรม พรรคโซเชียลเดโมแครตและรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเขา เป็นเครื่องรับประกันว่า พรรคคตินิยมสุดโต่งอย่างสวีเดนเดโมแครต ที่เป็นพรรคเหยียดผิว จะไม่ได้รับโอกาสให้มีอิทธิพลในรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคของลอฟเวนเป็นพรรคขนาดใหญ่ที่สุดมายาวนาน โดยเป็นแกนนำรัฐบาลเสียงข้างน้อยร่วมกับพรรคกรีนส์ แต่ขณะนี้พรรคกำลังสูญเสียการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา และกำลังมีแนวโน้มว่าจะได้คะแนนน้อยที่สุดนับแต่ปี 2454&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจความเห็นไม่กี่วันก่อนหน้านี้ พบด้วยว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 20% จาก 7.5 ล้านคน ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุล์ฟ คริสเตอร์สัน ผู้นำพรรคโมเดอเรต ซึ่งกังวลเกี่ยวกับพรรคขวาจัดนี้เช่นกัน พยายามขอเสียงสนับสนุนให้กลุ่มพันธมิตร 4 พรรคของเขา ซึ่งประกอบด้วย โมเดอเรต, เซ็นเตอร์, ลิเบอรัล และคริสเตียนเดโมแครต เพื่อเป็นอีกทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจิมมี อาเคสสัน ผู้นำพรรคเอสดี ประกาศว่าพวกเขากำลังแข่งกับทั้งโซเชียลเดโมแครตและโมเดอเรต เพื่อเป็นพรรคใหญ่ที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17171</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, ขวาจัด, คนเข้าเมือง, จิมมี อาเคสสัน, ผู้อพยพ, สวีเดน, สเตฟาน ลอฟเวน, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b952ca89d7b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหญิงปีนฐานเทพีเสรีภาพวันชาติสหรัฐ ประท้วง &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจนิวยอร์กรวบตัวหญิงปีนขึ้นไปบนฐานอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพในวันชาติสหรัฐ เพื่อประท้วงนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พรากลูกผู้อพยพจากพ่อแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันชาติสหรัฐ หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อยืดคำว่า &amp;quot;ไรส์แอนด์รีซิสต์&amp;quot; ปีนขึ้นไปบนฐานด้านบนของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพที่ตั้งอยู่บนเกาะลิเบอร์ตีในอ่าวนิวยอร์ก ซึ่งอนุสาวรีย์นี้เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐ หลังจากนั้นตำรวจนครนิวยอร์กและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้รับแจ้งให้มานำหญิงคนนี้ลงมาจากเทพีเสรีภาพ เธอบอกกับตำรวจว่าจะไม่ยอมลงมาจนกว่าพ่อแม่และลูกของผู้อพยพที่โดนพรากจากกันตามคำสั่งของทรัมป์ จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน หลังอยู่บนฐานเทพีเสรีภาพเกือบ 4 ชั่วโมง เธอจึงยอมลงมาพร้อมกับตำรวจ และเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเธอไปโดยตั้งข้อหามีพฤติกรรมบุกรุกและสร้างความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอ ขณะที่ตำรวจเข้าเกลี้ยกล่อมหญิงนักประท้วงที่ปีนฐานอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2561 / AFP PHOTO / Courtesy of PIX11 News&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสหรัฐรายงานว่า หญิงคนนี้ชื่อ เทเรซ โอกูมู วัย 44 ปี เป็นผู้อพยพจากคองโก ก่อนที่หญิงคนนี้จะปีนขึ้นไปบนฐานเทพีเสรีภาพ นักเคลื่อนไหวกลุ่ม &amp;quot;ไรส์แอนด์รีซิสต์ เอ็นวายซี&amp;quot; นำแผ่นป้ายเขียนคำว่า &amp;quot;ยุบ ไอซีอี&amp;quot; ซึ่งหมายถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ไอซีอี) มาติดที่ฐานของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพและโดนจับไป 6 คน ตอนแรกนักเคลื่อนไหวกลุ่มดังกล่าวปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับหญิงที่ปีนขึ้นไปบนฐานเทพีเสรีภาพ แต่ต่อมาบอกว่าหญิงคนนี้มาช่วยทำป้ายประท้วงกับทางกลุ่ม แต่เธอตัดสินใจปีนขึ้นไปบนเทพีเสรีภาพเอง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการประท้วงของกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่หญิงคนนี้อยู่บนฐานของเทพีเสรีภาพ เจ้าหน้าที่สั่งอพยพนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเกาะลิเบอร์ตี และต้องหยุดให้บริการเรือที่แล่นมายังเกาะแห่งนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวต้องรอคอยอยู่กว่า 2,000 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12822</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเข้าเมือง, ประท้วงทรัมป์, ปีนอนุสาวรีย์, วันชาติสหรัฐ, เทพีเสรีภาพ, ไรส์แอนด์รีซิสต์, ่พรากลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e21cf28a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมเฉ่งนโยบายสหรัฐพรากลูกผู้อพยพ &#039;เมลาเนีย&#039; วอนหยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นโยบาย &amp;quot;ความอดทนเป็นศูนย์&amp;quot; ในการสกัดผู้อพยพข้ามชายแดนของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พรากเด็กจากพ่อแม่ กำลังเผชิญแรงต้านจากทุกทิศ ข้าหลวงสิทธิมนุษยชนยูเอ็นออกโรงประณาม &amp;quot;ไร้สามัญสำนึก&amp;quot; แม้แต่เมลาเนีย ทรัมป์ ยังรับไม่ได้ เรียกร้องให้ยุติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนรักษาชายแดนของสหรัฐตรวจค้นผู้อพยพลี้ภัยจากอเมริกากลาง ใกล้กับเมืองแมคอัลเลน รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2561 ครอบครัวนี้ถูกส่งไปยังศูนย์กักกันและมีความเป็นไปได้ที่เด็กจะถูกแยกจากผู้ใหญ่ที่ถูกควบคุมตัว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นที่นครเจนีวาเมื่อวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561 โจมตีนโยบาย &amp;quot;ความอดทนเป็นศูนย์&amp;quot; ด้านการรักษาความปลอดภัยชายแดนของสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังบังคับใช้อย่างเข้มงวด ด้วยการจับกุมคุมขังผู้อพยพลี้ภัยที่ข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ที่ทำให้เด็กๆ ถูกพรากจากพ่อแม่ แล้วแยกมาดูแลต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความคิดที่ว่า รัฐหนึ่งรัฐใดก็ตามพยายามยับยั้งคนเป็นพ่อแม่โดยสร้างความเจ็บปวดแก่เด็กๆ เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไร้สามัญสำนึก&amp;quot; ข้าหลวงสิทธิฯ กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยุติการปฏิบัติที่ &amp;quot;บังคับพรากเด็กๆ&amp;quot; เหล่านี้ลงทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเดโมแครตพากันต่อต้านนโยบายดังกล่าวอย่างแข็งขันเช่นกัน ส.ว.เจฟฟ์ เมิร์คลีย์ จากรัฐออริกอน กล่าวภายหลังนำกลุ่มผู้แทนของพรรคไปตรวจเยี่ยมชายแดนติดเม็กซิโกว่า นโยบายความอดทนเป็นศูนย์น่าจะใช้ชื่อว่ามนุษยธรรมเป็นศูนย์มากกว่า เขายังกล่าวภายหลังคณะของเขาเข้าตรวจเยี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตวอลมาร์ทที่ถูกเปลี่ยนเป็นที่พักของลูกหลานผู้อพยพ 1,500 คนว่า การทำร้ายเด็กเหล่านี้ให้แบกความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถือเป็นสิ่งชั่วร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของทรัมป์กำลังวางแผนจะสร้างแคมป์ในฐานทัพที่เทกซัสเพื่อรองรับเด็กที่จะมาเพิ่มอีก โดยข้อมูลระบุว่า ในช่วงเวลา 6 สัปดาห์ มีเยาวชนเกือบ 2,000 คน ถูกแยกจากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางเมลาเนีย ทรัมป์ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐซึ่งปรกติไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทั้งสองพรรคการเมืองปฏิรูปนโยบายคนเข้าเมืองเพื่อแก้ปัญหานี้ แม้จะไม่ถึงขั้นประณามนโยบายของสามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลอรา บุช อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งซึ่งเป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ก็เขียนบทความลงวอชิงตันโพสต์คัดค้านนโยบายนี้ เช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าหลวงสิทธิฯ, คนเข้าเมือง, ความอดทนเป็นศูนย์, พรากเด็ก, สหรัฐ, เมลาเนียน ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27caf3c9f74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
