<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั้งตร.-ปชช.โดนลูกหลงม็อบ20มีค.ในพระบรมราชานุเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในหลวง&amp;rdquo; ทรงรับ &amp;rdquo;ตำรวจ-ผู้สื่อข่าว-ประชาชนที่โดนลูกหลง&amp;rdquo; จากการชุมนุม 20 มี.ค.เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; รับกังวลมีประชาชนไม่พอใจม็อบอาจเกิดการปะทะกัน เดือด! ลูกสาว-ครอบครัวถูกคุกคาม ย้ำตำรวจถูกกระทำก่อนแต่กลายเป็นผู้ร้าย ศาลให้ประกันเกลี้ยง 16 กลุ่มรีเดมและเยาวชน ส่วนคดีจดหมายน้อย&amp;nbsp; &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; นัดฟังคำสั่ง 29 มี.ค.นี้ &amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo; อาการหนักยกชั้นเทียบ &amp;ldquo;โสเครตีส-กาลิเลโอ&amp;rdquo; คดีละเมิดอำนาจศาล ก่อนยอมรับทำจริงด้วยเหตุอัดอั้นไม่ได้ประกัน เจอลงดาบกักขัง&amp;nbsp; 15 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก&amp;nbsp; บช.น.ได้แถลงข่าวย้ำถึงการชุมนุมของกลุ่ม REDEM เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.ที่เกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการบังคับใช้กฎหมายให้ฟัง
โดย พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ผลของการเข้าบังคับใช้กฎหมายสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 20 ราย ล่าสุดได้แยกผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ส่งฝากขังศาลอาญา ส่วนผู้กระทำผิดที่เป็นเยาวชนได้ทำตามสนธิสัญญาเจนีวาว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก และนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งศาลได้ให้ประกันตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีผู้สื่อข่าวช่อง 8 ซึ่งถูกกระสุนยางบริเวณศีรษะและพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการมายัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ให้ดูแลคนเจ็บทุกราย พร้อมกำชับการปฏิบัติของตำรวจให้เป็นไปตามยุทธวิธีสากล
&amp;ldquo;เป็นที่น่าปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับคนเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ผู้สื่อข่าว และประชาชนที่โดนลูกหลงจากการเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุวุ่นวายเมื่อวันที่ 20 มีนาคม เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้&amp;rdquo; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้ยื่นคำร้องฝากขังกลุ่มผู้ต้องหา 16 คน ที่ร่วมกันชุมนุมกับกลุ่ม&amp;nbsp; REDEM ที่ท้องสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบเมื่อวันที่ 20&amp;nbsp; มี.ค.64 รวม 3 สำนวน คดีดำ ฝ.365 - 367/2564 โดยทำการฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (ตชด.ภ.1) จ.ปทุมธานี ซึ่งใช้เป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืน&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกแล้วไม่ยอมเลิกฯ, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามหน้าที่ และร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ได้ขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ 12 วัน พร้อมคัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.57 น. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยใช้หลักทรัพย์คนละ 35,000&amp;nbsp; บาท โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประกันตัวผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน ซึ่งถูกจับกุมคดีร่วมชุมนุมกับกลุ่ม REDEM ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้แจ้งว่า คดีอาญาที่เกี่ยวกับมาตรา 112 และที่เกี่ยวเนื่องนั้น ศาลตีราคาประกัน 20,000 บาท และกำหนดรายงานตัวงานรับฟ้องในวันที่ 27 เม.ย.64 เวลา 08.30 น. ส่วนคดีอาญาที่ไม่มีมาตรา 112 นั้นศาลตีราคาหลักประกัน 3,000&amp;nbsp; บาท และกำหนดรายงานตัวงานรับฟ้องในวันที่ 27 เม.ย.64 เวลา 13.30 น.
สมช.จับตาม็อบตลอด
ขณะที่ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 2/2564 โดยก่อนการประชุมนายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามถึงการชุมนุมเมื่อวันที่ 20&amp;nbsp; มี.ค.ที่มีเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้น โดยทำเพียงพยักหน้าตอบรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมว่า ที่ประชุม สมช.ได้ประเมินมาโดยตลอด ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการแยกสลายไปหลายกลุ่ม บางกลุ่มไม่มีความรุนแรง แต่บางกลุ่มก็ใช้ความรุนแรง จะเห็นได้ว่าเขามีการปรับเปลี่ยนวิธีการมาโดยตลอด ซึ่งรัฐบาลมองว่าจะทำอย่างไรจะให้เหตุการณ์สงบ ประชาชนมีความปลอดภัย ซึ่งเรามองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเป็นประชาชนคนไทยเหมือนกัน สิ่งที่กังวลคือมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งหรือจำนวนหนึ่งที่เขาไม่ค่อยชอบ ก็ต้องไประวังตรงนั้นด้วย ไม่ให้เขาเกิดการทำร้ายซึ่งกันและกัน ทั้งนี้หากไม่ทำอะไรให้เกิดผลกระทบซึ่งกันและกันก็จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ฉะนั้นสื่อต้องช่วยตรงนี้นิดหนึ่ง การถ่ายภาพอะไรต่างๆ และวันนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพครอบคลุมพื้นที่ไว้ด้วย ซึ่งเป็นห่วงสื่อมวลชนที่อยู่ใกล้ในพื้นที่ชุมนุมมากๆ เวลามีการปฏิบัติอะไรย่อมได้ผลกระทบบ้าง&amp;nbsp; อาจเกิดอันตรายซึ่งมีความเป็นห่วง
&amp;ldquo;ได้สอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เขายืนยันว่ากรณีที่มีการใช้อาวุธปืนกำลังติดตามสอบถามจากกล้องทั้งหมดอยู่&amp;nbsp; แต่เขายืนยันว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่แน่นอน มีการทำร้ายกันของประชาชนกลุ่มหนึ่ง และพวกนี้ผ่านไปก็ไปช่วยเขา ปรากฏว่าก็มีการใช้อาวุธออกมา ตรงนั้นคือสิ่งที่ผมเป็นห่วง ส่วนเจ้าหน้าที่ผมได้ย้ำเสมอว่าต้องระมัดระวังที่สุด ใครได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติของเราก็ต้องไปดูแลรักษาพยาบาลอะไรก็ว่าไป เราต้องดูทั้งสองมิติ&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาปฏิบัติการสลายชุมนุมจะแยกแยะเรื่องสื่อด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าได้กำชับไปแล้ว จะแยกแยะอย่างไรก็ขอกรุณาสื่ออย่าไปอยู่ใกล้แนว เพราะมันอาจเกิดการปะทะกัน สื่อต้องเอาตัวเองออกมาในที่ปลอดภัยเข้าใจหรือไม่ ก็ขอให้ระมัดระวังตัวกันหน่อย เป็นห่วงเวลาไปทำข่าวสื่อเยอะเต็มไปหมด แล้วไปยืนอยู่ฝั่งผู้ชุมนุมแล้วถ่ายภาพเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเดียว วันนี้จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายไปฝั่งผู้ชุมนุมเยอะๆ จะได้เห็นว่าพวกเราอยู่ในจุดเสี่ยงแค่ไหนอย่างไร ก็เป็นห่วง
เมื่อถามว่าแต่ในสถานการณ์สื่อก็เลี่ยงไม่ได้ นายกฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า สื่อรู้อยู่แล้วจะแรงตอนไหน ทำไมจะเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรู้ว่าเขาเริ่มจะแรงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะปราบ สื่อก็ต้องไปถ่ายภาพข้างๆ ไม่ใช่ไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเขาต้องทำงาน เขาประกาศแล้วไม่ใช่หรือจากนี้จำเป็นต้องทำให้เหตุการณ์สงบ สื่อไม่เห็นหรือก่อนที่ตำรวจจะดำเนินการ เขาถูกกระทำอะไรบ้าง ตำรวจทำอะไรก่อนหรือเปล่า และถ้าไม่มีอะไรเขาจะทำหรือไม่ ตำรวจเคลื่อนกำลังไปหาผู้ชุมนุมหรือไม่ ถ้าไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือส่อเจตนาให้เกิดความบานปลาย ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศ สื่อต้องหลบถอยออกมา จะปล่อยให้ไปอยู่ทั่วพื้นที่มันได้หรือไม่ ทุกประเทศเขาก็เป็นอย่างนี้ ควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด จะชุมนุมก็ชุมนุมไปเถอะ ในพื้นที่ชุมนุมก็ว่าไป แต่การเคลื่อนย้ายไปโน่นไปนี่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนอื่นใช่หรือไม่ ถ้ารัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ไม่ทำ แล้วคนพวกนั้นเขาร้องเรียนขึ้นมาจะไม่ดูแลเขาหรืออย่างไร
&amp;ldquo;การใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ถือว่าไม่ถูกต้อง เข้าใจหรือไม่ สื่อถ่ายรูปแต่เจ้าหน้าที่อย่างเดียวแล้วเอาภาพไปลงหน้าหนึ่ง มันดีอะไรกับประเทศบ้างหรือไม่ขอถามหน่อย มีความรับผิดชอบกับผมบ้างหรือไม่ ประเทศชาติ การสร้างความรับรู้กับต่างประเทศจะว่าอย่างไร จะทำให้เขาเข้าใจผิดหรือไม่ ทำไมไม่มีรูปคนพวกนี้บ้าง ทำร้ายตำรวจแบบนี้มันควรรับได้หรือไม่ และขอถามว่าตำรวจเขาทำอะไรรุนแรงหรือไม่ เริ่มต้นเขาทำอะไรไหม เขาไปประคับประคองเจรจาพูดคุย อย่าทำผิดกฎหมาย เขาพูดจนคอจะแตกอยู่แล้ว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
เดือด! ลามปามยกครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีการระดมความเห็นผ่านทวิตเตอร์ให้คุกคามลูกสาวนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์เล็กน้อยว่า แล้วมันควรหรือไม่ สื่อก็พูดไปว่าไม่ควร&amp;nbsp; สื่อทุกคนต้องช่วยบ้าง ไม่เคยเห็นสื่อที่ไหนพูดให้ตนเองซักคน ทำไมล่ะ ส่วนจะดำเนินคดีหรือไม่นั้น ฝ่ายกฎหมายจะดูเอง มีคนดูให้อยู่แล้ว ใครที่พูดจาให้ร้าย เกลียดชัง ดูหมิ่น ก็ถือว่าหมิ่นประมาทอยู่แล้ว หากใครมาทำลูกสาวท่าน ท่านยอมหรือไม่ กฎหมายมีหรือไม่-ก็มี ก็อย่าฝืนกฎหมาย ลูกและครอบครัวไม่เคยมาสร้างหรือทำอะไรให้เกิดความเสียหาย ไม่เคยออกมาให้ใครเห็นอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไรบ้าง เพราะวันนี้พุ่งเป้าไปที่สถาบันเป็นหลักไม่ใช่รัฐบาล นายกฯ กล่าวว่าก็รู้อยู่เขามุ่งหมาย และต้องการอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเรื่องนี้ว่า เสียใจที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น และเราเคารพทุกการชุมนุม สิ่งที่พี่น้องประชาชนทุกฝ่ายให้ความเห็น ได้พูดออกมา เราฟังหมด เห็นทำเป็นหน้าเฉยๆ เราฟังหมด อันไหนที่เป็นประโยชน์ก็นำไปใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ไม่ใช้ เอาไปทำตาม ไม่ใช่ว่าเราไปดื้อแพ่งเสียเมื่อไหร่ แต่อย่าใช้ความรุนแรงกันเลยคนไทยด้วยกัน ถามว่าทำแล้วใครเจ็บก็พวกเรากันทั้งนั้น ตำรวจ ทหาร ประชาชนที่มา ก็ญาติพวกท่านทั้งหลาย&amp;nbsp; เราชุมนุมด้วยความสงบและสันติได้ เราเห็นต่างได้แต่ไม่ใช่เอากำลังมาต่อสู้กัน และไม่มีใครกล้าต่อสู้กับประชาชน
เมื่อถามว่า ในการชุมนุมพุ่งเป้าไปที่เรื่องสถาบัน&amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า ต้องดูที่เจตนารมณ์ สถาบันไม่เคยทำความเดือดร้อนอะไรให้ประชาชน คนไทยทุกวันนี้มีประเทศมาแบบนี้ได้โบราณกาลมา ไม่ใช่เพราะพระมหากรุณาธิคุณหรือ นี่คือความคิดของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รัฐสภา กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน&amp;nbsp; (ศปปส.) เข้ายื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบจรรยาบรรณ ความเหมาะสม และทัศนคติของ ส.ส.ที่มีต่อสถาบันอย่างไม่เหมาะสม&amp;nbsp; โดยกลุ่มได้เคยยื่นร้องเรียนต่อสภามาแล้ว แต่ยังไม่เห็นบทลงโทษหรือมาตรการใดๆ โดยนายสมบูรณ์ยืนยันว่าจะนำเรื่องดังกล่าวแจ้งต่อประธานสภาเพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพร่วมการชุมนุมกับกลุ่มรีเดมเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ว่า ส.ส.มีหน้าที่ดำรงไว้ในการปกป้องสถาบัน แต่นางอมรัตน์กลับไปอยู่ร่วมชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ไม่ช่วยปกป้องสถาบันในช่วงที่มีการทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ โดยจะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรมนางอมรัตน์&amp;nbsp; รวมถึงยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการจริยธรรมสภาด้วย เพราะทำตัวเป็นเตี้ยหลังม็อบ และถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการทางคดีอาญาต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการแก้ปัญหาความรุนแรงในการชุมนุมว่า 1.การหยุดความรุนแรงต้องเริ่มจากฝั่งเจ้าหน้าที่รัฐก่อน ต้องมีความอดทนอดกลั้นให้มากกว่านี้ 2.การปล่อยแกนนำออกมาเพื่อชุมนุมตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ จะทำให้การชุมนุมไม่เกิดบรรยากาศแบบนี้ได้ และ 3.ต้องแก้ปัญหาสิ่งที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง ถ้าแก้ได้ก็ไม่มีใครอยากไปชุมนุม ซึ่งเสนอบันได 3 ขั้นนี้ คิดว่าทุกอย่างจบ
กสม.รุดเข้าห้องขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)? ได้เดินทางมาดูความเป็นอยู่ของผู้ถูกควบคุมตัว โดยได้พูดคุยกับนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม wevo และคนอื่นๆ&amp;nbsp; ผ่านการโทรศัพท์และกล้องวงจรปิด เพื่อสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำ โดยนายสุวัฒน์กล่าวว่า วันนี้เป็นตัวแทนของ กสม.มารับฟังความคิดเห็นต่างๆ ของผู้ถูกควบคุมตัว และมาดูความเป็นอยู่ว่าปกติดีหรือไม่ ซึ่งภาพรวมจากการพูดคุยรับฟังและสำรวจ พบว่าปกติดีไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยและร้องเรียนเรื่องการถูกทำร้ายร่างกายในเรือนจำหรือไม่ นายสุวัฒน์กล่าวว่า จากการพูดคุยไม่มีการร้องเรียนถึงเรื่องนี้ ทุกคนยังมีสภาพร่างกายและจิตใจปกติ ไม่ได้มีความหวาดระแวงกลัวที่จะถูกทำร้ายหรือมีอันตรายแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรมราชทัณฑ์?ออกเอกสารชี้แจง โดยนายธวัชชัย&amp;nbsp; ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ ตอบประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับจดหมายของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่?มราษฎร 63 ?ว่าถูกส่งให้บุคคลภายนอกได้อย่างไรว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในระหว่างที่นายพริษฐ์และนายอานนท์ถูกนำตัวขึ้นศาล จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียดและถี่ถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยยังกล่าวถึง?การอดอาหารของนายพริษฐ์ว่า&amp;nbsp; เจ้าตัวยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหารเช่นเคย โดยดื่มเพียงนม น้ำหวาน โอวัลติน และผงเกลือแร่โออาร์เอส&amp;nbsp; ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานพยาบาลได้เข้าตรวจร่างกาย พบว่าความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และระดับน้ำตาลในเลือดลดลง สภาพร่างกายทั่วไปมีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ อ.287/2564 กรณีนายอานนท์เขียนจดหมายร้องถึงศาลขอให้คุ้มครองความปลอดภัยในชีวิต หวั่นถูกทำร้ายในเรือนจำ โดยศาลได้เบิกตัวนายอานนท์, นายจตุภัทร์&amp;nbsp; บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์&amp;nbsp; มาเป็นพยานเบิกความ ซึ่งทั้งคู่เบิกความในท่วงทำนองเดียวกัน และในช่วงบ่าย นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะผู้ควบคุมดูแลเหตุการณ์ได้ขึ้นเบิกความ ก่อนที่ศาลจะเปิดคลิปวิดีโอซึ่งถูกส่งมาเป็นวัตถุพยานต่อหน้านายอานนท์และผู้ได้รับอนุญาตเข้ารับฟังการพิจารณาคดี ซึ่งในคลิปวิดีโอมีการถ่ายทอดภาพและเสียงในห้องควบคุมในเรือนจำ ซึ่งเห็นกลุ่มจำเลยดังกล่าว ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวนศาลนัดฟังคำสั่งต่อไปในวันที่ 29 มี.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายศาลอาญายังออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล ที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา หรือ ผอ.ศาลอาญา เป็นผู้กล่าวหา นายพริษฐ์ กรณีเมื่อวันที่ 15 มี.ค.64 เวลา 10.00 น.ที่นายพริษฐ์อ่านแถลงการณ์โดยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ จนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมีคนเขวี้ยงขวดนำลงพื้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพริษฐ์ถูกเบิกตัวมาศาลด้วยการนั่งรถเข็นวีลแชร์ โดยมีทีมพยาบาลจาก รพ.ราชทัณฑ์ 2 คนมาคอยดูแลอาการ ซึ่งศาลได้อ่านข้อกล่าวหาให้นายพริษฐ์ฟังจนเป็นที่เข้าใจ ประกอบกับมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ และได้สอบถามนายพริษฐ์จะให้การว่าอย่างไร ซึ่งนายพริษฐ์ได้ขอเวลาระบายความอึดอัดใจพร้อมกับการแถลง โดยศาลอนุญาตให้แถลงในเวลา 5 นาที เมื่อนายพริษฐ์ลุกขึ้นยืนแถลงศาลเกี่ยวกับความอึดอัดที่ไม่ได้รับการประกันตัวใน 2 คดีที่ถูกฟ้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องคอยช่วยประคอง
&amp;#39;กวิ้น&amp;#39; ยกชั้นเทียบกาลิเลโอ
นายพริษฐ์แถลงด้วยวาจามีเนื้อหาสรุปได้ว่า ตัวเองได้ถูกพรากอิสรภาพไปแล้วเมื่อ 2,000 ปีก่อนหน้านี้ โสเครตีสถูกประหารชีวิตด้วยยาพิษ เพราะศาลเมืองเอเธนส์บอกว่าโสเครตีสมอมเมาคนรุ่นใหม่เป็นอาชญากรร้ายแรงทางความคิด ต่อมากาลิเลโอก็ถูกกักขังจนตาย จากการเสนอทฤษฎีว่าโลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล จึงไม่อยากให้มีการทำผิดพลาดซ้ำรอยประวัติศาสตร์โลก
ทั้งนี้ ศาลได้ปรามนายพริษฐ์โดยขอให้แถลงให้ตรงประเด็นการไต่สวนวันนี้ ซึ่งเป็นคดีละเมิดอำนาจศาล ถ้าแถลงไม่ตรงประเด็นศาลจะสั่งงดไต่สวน แต่นายพริษฐ์ยังอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และแถลงด้วยวาจาต่อไปว่าตนถูกปฏิเสธสิทธิในการประกันตัว ทั้งที่ยังไม่ถูกตัดสินคดีใดๆ โดยศาลให้เหตุผลว่ากลัวกลับไปกระทำผิดซ้ำ ทั้งที่ยังไม่มีการตัดสินว่าการกระทำของตนเองเป็นความผิดแต่อย่างใด ทั้งยังบอกว่าตนเองไม่ควรได้สิทธิประกันตัว เพราะเหยียบย่ำหัวใจคนไทย เท่ากับว่าศาลได้ตัดสินให้มีความผิดแล้ว จึงเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ ผู้ที่ยังไม่ถูกพิพากษาถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ต้องไม่ถูกปฏิบัติแบบนักโทษ ไม่คำนึงถึงการใช้ชีวิตของตนเองที่ยังเป็นนักศึกษา ไม่สามารถไปเล่าเรียนได้ตามปกติ ต้องเข้าห้องสมุดหาหนังสือวรรณกรรมชั้นเลิศอ่าน ทั้งนี้ขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดี ถ้าหากตนเองจะถูกลงโทษก็ไม่เสียใจ&amp;nbsp; เพราะยังไงตอนนี้ก็ถูกคุมขังในเรือนจำอยู่แล้ว
ศาลได้สอบถามนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ว่าอยู่ในห้องพิจารณาวันเกิดเหตุด้วยหรือไม่ โดยนายกฤษฎางค์ตอบว่า วันนั้นมีจำเลยที่ได้รับความเดือดร้อนหลายคนแย่งกันพูดหลายรอบหลายหน
จากนั้นศาลได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพในห้องพิจารณาคดีขณะเกิดเหตุ ระหว่างนั้นนายพริษฐ์ขอกระดาษจากผู้สื่อข่าวในห้องมาเขียนจดหมาย ก่อนยื่นให้ทนายความ 3 แผ่น โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ขอตรวจสอบเนื้อหาในจดหมาย แต่ทนายความไม่อนุญาต โดยนายกฤษฎางค์กล่าวภายหลังว่า จดหมายทั้ง 3 แผ่น นายพริษฐ์เขียนไว้ใช้เป็นหลักฐานในการยื่นอุทธรณ์คดีนี้ หากศาลมีคำสั่งลงโทษจำคุกจะต้องยื่นภายใน 15 วัน จึงถือว่าเป็นหลักฐานในคดี&amp;nbsp; ไม่สามารถให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และภายหลังเปิดภาพกล้องวงจรปิดได้ราวๆ 5 นาที&amp;nbsp; ทนายความได้ไปปรึกษาคดีกับนายพริษฐ์ จากนั้นทนายความได้แถลงต่อศาลบอกว่า นายพริษฐ์ยอมรับว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง แต่เกิดจากสิ่งอัดอั้นที่อยู่ในใจเรื่องไม่ได้รับการประกันตัว
ภายหลังศาลไต่สวนเสร็จสิ้นโดยใช้เวลาประมาณ 2&amp;nbsp; ชั่วโมง ศาลจึงทำการปรึกษากันภายในองค์คณะก่อนอ่านคำสั่งว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหา จึงเป็นการขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลและประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง&amp;nbsp; มาตรา 31(1) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และมาตรา 180 จึงมีคำสั่งให้ลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด 1 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78&amp;nbsp; คงจำคุก 15 วัน เมื่อพิจารณาถึงอายุ การศึกษาอบรม สภาพความผิด และความรู้สำนึกในการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ประกอบกับโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้ถูกกล่าวหามีกำหนดไม่เกิน 3 เดือน และไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุกมีกำหนด 15 วัน นับแต่วันนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายพริษฐ์กลับเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฤษฎางค์กล่าวว่า โทษนับจากวันนี้ แต่มีโอกาสที่จะอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โทษกักขังซึ่งอยู่ในเรือนจำอยู่แล้วนับไป 15 วัน ซ้อนกับคดี ป.อาญา ม.112 สมมติถ้าคดีนี้ได้ประกันตัว ก็ยังต้องติดคดีละเมิดอำนาจศาลให้ครบ 15 วัน การกักขังและการจำคุกแตกต่างกันที่โทษกักขังไม่ใช่โทษจำคุก อาจกักขังที่บ้านหรือสถานที่ที่ไม่ใช่เรือนจำก็ได้&amp;nbsp; ในกรณีที่ไม่ได้อยู่ในเรือนจำ แต่กรณีนี้อยู่ในเรือนจำก็คือกักขังที่เรือนจำ และไม่นับเป็นโทษจำคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.ขอนแก่น 16 แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น ได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ขอนแก่น ตามฐานความผิดใน 3 ข้อหา ก่อนจะมีปล่อยตัวไป ส่วนที่ จ.สมุทรปราการ น.ส.สุพรรษา เจือเพชร อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาในคดี ม.112 พร้อมด้วยทนายความและพรรคพวกรวม 4 คน ได้เดินทางมาที่ สภ.บางปูเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งเบื้องต้น&amp;nbsp; น.ส.สุพรรษาได้ให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96936</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์, ตำรวจ-ผู้สื่อข่าว-ประชาชนที่โดนลูกหลง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058b52688e9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้แก่ ผู้ว่าฯสมุทรสาคร พร้อมรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.64 - เวลา 12.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลอากาศโท ภักดี แสงชูโต​ ผู้ช่วยราชเลขาธิการในพระองค์ฯ เป็นผู้แทนพระองค์​ เชิญแจกันดอกไม้และกระเช้าพระราชทาน มอบให้แก่ นางสาววีราพร วิจิตร์แสงศรี บุตรสาวของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88549</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์, ผู้ว่าฯสมุทรสาคร, วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5feef5ccd6c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
