<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;เศร้าใจ! ถามคนไทยทำไมเอาแต่จ้องจับผิดรุมติจิกด่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 64 - พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มันแปลกดีนะ ประเทศทั่วโลก เขาถูกโรคร้ายโจมตีมีคนป่วย คนตาย มหาศาล แต่ไม่มีใครออกมาตำหนิ ติด่า จิกตีกับคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทย ถูกภัยโควิดมาหลายระลอก ระลอกแรก รัฐบาลก็พยายามทุ่มเทสรรพกำลังป้องกัน ไม่ให้คนในชาติต้องเสี่ยงกับโรคร้าย ระลอกแรกทำได้ดี จนทั่วโลกต่างพากันชมเชย แต่ก็ยังมีคนไทยบางกลุ่มตำหนิ ติด่า จิกตี ผู้ปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอมาถึงการระบาดระลอกนี้ มีทั้งคนป่วย คนตายเพิ่มขึ้น ประชาชนทุกคน ต่างตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะป่วยตายกันอย่างเท่าเทียม ไม่เว้นแม้แต่มหาเศรษฐีติดอันดับของประเทศ จนถึงคนเร่รอนนอนตามข้างถนน ล้วนแต่ติดโรคร้ายตายให้เห็นมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่เอาแต่ด่า ก็รุมด่า ด่าแล้วก็ด่าเพิ่มมากขึ้น เลยไม่เข้าใจว่า การตำหนิ ติด่า จิกตี ที่คนกลุ่มนี้กำลังทำอยู่ มันจะช่วยให้สถานการณ์อันแสนทุกข์ยากที่เป็นอยู่นี้ จะกลับมาดีขึ้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมไม่ช่วยกันหาวิธีบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ทุกคนกำลังได้รับ ตามความรู้ความสามารถของตนกันบ้างเล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันๆ หาทำแต่จ้องจับผิด ตำหนิ ติด่า จิกตี แล้วบ้านเมืองนี้ มันจะกลับมาดีขึ้นได้กระนั้นหรือ? การตำหนิ ติด่า สาปแช่ง มันจะทำให้เชื้อโรคร้าย มันหายไปจากประเทศนี้ได้กระนั้นหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เขามีคนป่วย คนตาย มากกว่าที่ไทยเป็นอยู่หลายสิบเท่า ก็ไม่เห็นคนในประเทศนั้นๆ เขามาตำหนิติกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมประเทศกูนี้ มันถึงได้เป็นเช่นนี้ ใครรู้ช่วยบอกที?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111848</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทย, พุทธะอิสระ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_61065add5cbe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯฝากคนไทย! แม้เผชิญโควิดต้องไม่หยุดคิดทำสิ่งดีๆให้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงานต้นแบบ (Battery Pilot Plant) ในรูปแบบเสมือนจริง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เข้าร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีสำหรับการเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่แบบ Semi Solid ที่มีความทันสมัยแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย รักษาจุดยืนความเป็นผู้นำฐานการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค และต่อยอดเปลี่ยนผ่านตัวเองเข้าสู่เทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ได้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของอาเซียน และยังเชื่อมโยงสนับสนุนกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมไปถึงความร่วมมือกันของพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมด้านพลังงานของประเทศ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม และทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่เราทำกันวันนี้นั้นเป็นการทำงานเพื่อปัจจุบันและอนาคต รัฐบาลและภาคเอกชนจะต้องไม่หยุดยั้งในการทำสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ถึงแม้ว่าเราจะเผชิญสถานการณ์โควิดในปัจจุบัน ประเทศไทยเราต้องเดินหน้าไปในหลายกิจกรรมด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยของเราเดินไปสู่ประเทศที่มีรายได้เพียงพอ มีรายได้สูง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นด้วยนวัตกรรม สิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และวันนี้เท่าที่ได้รับรายงานมา ก็ยินดีที่เป็นโรงงานแห่งแรกในอาเชียน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดถ้าเรานำได้ในเรื่องนี้เรื่องอื่นๆก็จะตามมาอีก ตนขอฝากทุกคนต้องไม่หยุดยั้งในการที่จะคิดอะไรก็ตามที่เป็นประโยชนต่อประเทศไทย คนไทย ในวันนี้และอนาคต&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110292</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทย, นายกฯ, บิ๊กตู่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f5109747400.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานทูตไทยในสหรัฐเปิดไทมไลน์คนไทยกลับถิ่นเดือนมิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - เพจสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตันโพสต์รูปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ &amp;quot;ประกาศ repatriation flight สำหรับทั้งเดือนมิถุนายน&amp;quot; ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ขอเรียนว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับอนุมัติโควตาส่งคนไทยกลับจากสหรัฐฯ เพิ่มเติมจนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เพิ่มอีก 11 เที่ยวบินสำหรับคนไทยจำนวน 1,100 คน โดยมีกำหนดเดินทางถึงไทย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;Qatar Airways 100 คน
10 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;All Nippon Airways 100 คน
11 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;Emirates &amp;nbsp;100 คน
12 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;Korean Air 100 คน
16 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;Etihad 100 คน
19 มิ.ย. 2564 Japan Airlines 100 คน
22 มิ.ย. 2564 Cathay Pacific 100 คน
24 มิ.ย. 2564 Asiana Airlines 100 คน
26 มิ.ย. 2564 Korean Air 100 คน
29 มิ.ย. 2564 All Nippon Airways 100 คน และ Emirates 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดอ่านข้อมูลได้ที่ www.thaiembdc.org/repatjune2021/&amp;nbsp;
- ลงทะเบียนในระบบที่ https://coethailand.mfa.go.th โดยอัพโหลดหนังสือเดินทางไทยหรือเอกสารเดินทางฉุกเฉิน (ETD) และรอผลการอนุมัติ (pre-approve) เอกสาร 3-7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เมื่อได้รับการ pre-approved แล้ว ท่านจะต้องติดต่อซื้อ/เปลี่ยนบัตรโดยสารภายใน 15 วัน ตามช่องทางและเงื่อนไขที่ระบุไว้เท่านั้น (หากท่านติดต่อสายการบินผ่านช่องทางอื่น ท่านจะไม่อยู่ในโควตาคนไทยกลับประเทศ และสายการบินอาจยกเลิกบัตรโดยสารของท่านในภายหลัง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เมื่อท่านได้บัตรโดยสารเครื่องบินแล้ว ให้ท่านอัพโหลดบัตรโดยสารเครื่องบินในระบบข้างต้น ภายใต้เมนู &amp;ldquo;ยืนยันการเดินทาง&amp;rdquo; ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางด้วยหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดินทางฉุกเฉิน (ETD) จะถูกจัดให้เข้าพักที่สถานที่กักกันโรคของรัฐ (State Quarantine &amp;ndash; SQ) แต่หากท่านประสงค์เข้าพักในสถานกักกันโรคทางเลือก (Alternative State Quarantine &amp;ndash; ASQ) ท่านต้องอัพโหลดหลักฐานการจองที่พักด้วย (หากไม่ยืนยันการเดินทางภายใน 15 วัน ท่านต้องลงทะเบียนในระบบข้างต้นใหม่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลังจากนั้น ท่านจะสามารถเลือกเมนู &amp;ldquo;ตรวจสอบผล&amp;rdquo; ในระบบข้างต้นภายใน 3-7 วันทำการ เพื่อดาวน์โหลดหนังสือรับรองการเดินทาง (COE)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ท่านจะต้องพิมพ์และถือติดตัวในวันเดินทางสำหรับการ check-in ขึ้นเครื่องบินที่สหรัฐฯ และการตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศไทย ท่านสามารถศึกษาขั้นตอนการลงทะเบียนขอรับใบรับรองการเดินทาง COE ได้ทาง https://youtu.be/E2BYPNrpVuc&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวน์โหลดและลงทะเบียน ThailandPlus Application ผู้เดินทางดำเนินการการติดตั้งแอป ดังนี้ (สามารถกดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการใช้ ThailandPlus Application ภาษาไทย หรือ วิดีโอประชาสัมพันธ์)
ดาวน์โหลดและกรอกแบบฟอร์ม ต.8 ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/T8_form.pdf หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย https://aot-app.kdlab.ai/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติม ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ท่านพำนักอยู่ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน www.thaiembdc.org / consular@thaiembdc.org/
&amp;nbsp; Hotline (202) 999 7690 (202) 431 0882 (202) 431 7766&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส www.thaiconsulatela.org / consular@thaiconsulatela.org/
&amp;nbsp; Hotline (323) 580 4222 (323) 552 3227 (747) 334 4558 (818) 292 7591&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก www.thaiconsulatechicago.org / info@thaiconsulatechicago.org/
&amp;nbsp; &amp;nbsp;Hotline (773) 294 5933&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;* สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก www.thaicgny.com / info@thaicgny.com/ Hotline (212) 754-1770
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104994</URL_LINK>
                <HASHTAG>repatriation flight, กรุงวอชิงตัน, คนไทย, เพจสถานเอกอัครราชทูตไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6e9c5ca852.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039;ยันระเบิดหน้าโบสถ์คริสต์อินโดฯยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.64-เพจกระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand โพสต์ข้อความระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุระเบิดที่หน้าโบสถ์คาทอลิกในเมืองมากัสซาร์ (Makassar) บนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย ในวันนี้ (28 มีนาคม 2564) เวลา 10.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 14 คน ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา จึงได้แจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว ติดตามข่าวสารจากทางการ และเพิ่มความระมัดระวัง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +62 811 186253&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, คนไทย, บัวแก้ว, ระเบิดที่หน้าโบสถ์คาทอลิกในเมืองมากัสซาร์, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060576849e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประจานประชาสัมพันธ์ภาครัฐ!ประชาชน88%ไม่รู้ว่าต้องฉีดวัคซีนโควิดระยะใด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;คนไทยกับการฉีดวัคซีนโควิด 19&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,258 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 88% ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ในกลุ่มต้องฉีดวัคซีนโควิด - 19 ในระยะใดตามนโยบายฉีดวัคซีน ขณะที่ 6.5% อยู่ในกลุ่มนโยบายระยะที่ 1 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; พฤษภาคม 2564 ใน 10 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และ 5.5% อยู่ในกลุ่มนโยบายระยะที่ 2 มิถุนายน &amp;ndash; ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากได้สิทธิ์ในการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ท่านจะฉีดหรือไม่ ส่วนใหญ่ 68.7% คิดว่าจะฉีด โดยในจำนวนนี้ 54.1% จะดูผลข้างเคียงของคนที่ฉีดไปแล้วก่อน ส่วน 14.6% จะฉีดทันทีเพราะกลัวติดโควิด &amp;ndash; 19 ขณะที่ 31.3% คิดว่าจะไม่ฉีด โดยในจำนวนนี้ 16.8% ให้เหตุผลว่ากลัวมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย และ 14.5% คิดว่าตัวเองไม่มีความเสี่ยงที่จะติด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความกังวลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด - 19 พบว่าส่วนใหญ่ 69.1% กังวลว่าผลกระทบหลังการรับวัคซีนต่อภูมิต้านทาน และสุขภาพร่างกาย รองลงมา 42.8% กังวลว่าวัคซีนผ่านมาตรฐานการรับรองหรือไม่ ปลอดภัยหรือไม่ &amp;nbsp;และ 27.2% กังวลว่าราคา ค่าใช้จ่ายแพงในการฉีดวัคซีน หากไม่มีการควบคุมจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความหวังหลังจากการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ในประเทศไทยพบว่า ประชาชน 47.9% หวังว่าวิถีการดำเนินชีวิตประชาชนจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว รองลงมา 22.5% หวังว่าจะช่วยปกป้อง/สร้างภูมิคุ้มกัน ให้ประชาชน และ 18.8% หวังว่าจะเกิดการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้ปกติ เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายคำถามเพิ่มเติมที่อยากฝากถามเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 31.6% ฝากถามว่ากลุ่มใดบ้างที่ควรฉีดและไม่ควรฉีดวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 เช่น กลุ่มเด็ก กลุ่มสตรีมีครรภ์ รองลงมา 23.2% ฝากถามว่าวัคซีนที่ได้รับจะคุ้มครองได้นานแค่ไหน &amp;nbsp;ต้องฉีดเพิ่มหรือไม่ และ 19.9% ฝากถามว่าการฉีดวัคซีนมีค่าใช้จ่ายหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, คนไทย, ประชาชน, วัคซีนโควิด-19, ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035969161f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุกอกคนไทยแห่ยื่นแก้หนี้รูดปรื๊ดทะลุ1.1แสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ. 2564 รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์สำหรับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. 2564 มานั้น มีจำนวนผู้ลงทะเบียน ยอดสะสม ณ วันที่ 17 ก.พ.2564 จำนวน 111,534 ราย คิดเป็น 237,733 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขั้นตอนต่อไป ธปท. จะส่งข้อมูลคำขอไกล่เกลี่ยเหล่านี้ไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลรวมถึงสถานะของลูกหนี้ จากนั้นเจ้าหนี้จะติดต่อลูกหนี้กลับไปเพื่อนัดลงนามในสัญญา ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน เพราะมีผู้ลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธปท.ขอเน้นย้ำให้ลูกหนี้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันการลงทะเบียน เพื่อให้ผู้ให้บริการทางการเงินเจ้าหนี้สามารถดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 14 เม.ย.2564 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับงานมหกรรมไกล่เกลี่ยออนไลน์ครั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่เพจของงานมหกรรมไกล่เกลี่ย https://www.1213.or.th/App/DMed/V1 หรือลิงก์ผ่านทาง Line ธปท. (@bankofthailand)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากต้องการขอคำปรึกษาเพิ่มเติมสามารถติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร. 1213 หรือฝากชื่อและเบอร์โทรศัพท์ผ่านอีเมลของ ฝคง. (FCC@bot.or.th) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93468</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทย, ธปท., มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์, ยื่นแก้หนี้, ไกล่เกลี่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d585596c51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 06:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 06:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย44%เชื่อโควิด-19กระทบเที่ยวช่วงปีใหม่แค่ปานกลาง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ปีใหม่&amp;hellip;กับท่องเที่ยววิถีใหม่ของคนไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,184 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 51.9% &amp;nbsp;มีแผนที่จะเดินทางในช่วงหยุดยาวปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยในจำนวนนี้ 37.4% จะไปเข้าวัดทำบุญ สวดมนต์ข้ามปี รองลงมา 17.9% จะกลับไปจังหวัดบ้านเกิด / เยี่ยมญาติ และ 15.1% จะเที่ยว ช้อปปิ้ง กินข้าว ตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ขณะที่ 48.1% ไม่มีแผนที่จะเดินทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการแพร่ระบาด COVID-19 ในช่วงท่องเที่ยวปีใหม่ที่จะถึงนี้ มีผลต่อการออกมาท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด ประชาชน 43.6% เห็นว่ามีผลต่อการออกมาท่องเที่ยวระดับปานกลาง ขณะที่ 38.3% เห็นว่ามีผลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ส่วน 18.1% เห็นว่ามีผลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อถามว่าการแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้ปรับแผนการท่องเที่ยวอย่างไร ส่วนใหญ่ 66.2% จะใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาในทุกที่ๆ ไปเที่ยว รองลงมา 53% จะไม่ไปสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนหนาแน่นเกินไป 51.2% จะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง 41.1% จะพกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือในทุกที่ๆ ไปเที่ยว และ 31.9% จะลงทะเบียน ไทยชนะ ทุกสถานที่ท่องเที่ยวที่ไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88348</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, คนไทย, ปีใหม่, วิถีใหม่, ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5febc0c1410b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
