<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 23:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คนไทยหน้ากากหลุด&quot; ใส่กันโควิดเพียง 68.5 % จากเคยสูงสุด 93.5% ส่วนผลตรวจคนดู &quot;คอนเสิร์ตเจนนี่&quot; ออกมาเป็นลบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.63-&amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค และพญ. ศิริลักษณ์ ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวว่า จากกรณีการจัดแสดงคอนเสิร์ตที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 มีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตอย่างหนาแน่น บางรายไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยและไม่มีการเว้นระยะห่าง ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวล นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใย จึงได้มอบให้กรมควบคุมโรคลงพื้นที่พร้อมกับทีมปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ และทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้การสนับสนุน พร้อมทั้งนำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานออกให้บริการตรวจคัดกรองโรคโควิด 19 ในกลุ่มผู้ที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ รวมทั้งพัฒนาทีมเฝ้าระวังสอบสวนควบคุมโรค และทีมห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในการตรวจหาเชื้อโควิด 19 พัฒนาระบบเตรียมรับมือกับการระบาดของโรคโควิด 19 ระลอก 2 และโรคอุบัติใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. สุวรรณชัยกล่าวต่อว่า จากการนำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน จำนวน 5 คัน ออกปฏิบัติงานให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ มีผู้มาตรวจหาเชื้อทั้งหมด 2,582 ราย โดยวันที่ 4 สิงหาคม 2563 เก็บตัวอย่างจำนวน 617 ราย ทั้งหมดให้ผลลบ วันที่ 5 สิงหาคม 2563 มีผู้มาตรวจหาเชื้อเพิ่มอีก 1,965 ราย ทั้งหมดให้ผลเป็นลบเช่นกัน ทั้งนี้เครือข่ายห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มีศักยภาพในการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ได้ถึง 1,000 ตัวอย่างต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทย ที่ปฏิบัติตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ มีการตรวจจับโรคที่เข้มข้น นำไปสู่การควบคุมการระบาดได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ และประชาชนยังคงดำเนินชีวิตได้ตามปกติที่เน้นชีวิตวิถีใหม่ (New normal) &amp;ldquo;สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้ทำการสำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด 19 อย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางออนไลน์ (ดีดีซี โพล) ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม &amp;ndash; 3 สิงหาคม&amp;nbsp; 2563 พบว่า ประชาชนมีพฤติกรรมการป้องกันตนเองลดลง ได้แก่&amp;nbsp;การสวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วยด้วยไข้ ไอ เจ็บคอ ลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือร้อยละ 90.7 และสวมหน้ากากเมื่อไม่มีอาการป่วยลดลงเหลือร้อยละ 68.5 จากที่เคยสูงถึงร้อยละ 93.5 และจะเลิกสวมหน้ากากเมื่อไม่มีรายงานผู้ป่วยในประเทศร้อยละ 42.8, ไม่มีรายงานในต่างประเทศร้อยละ 38.6 และเมื่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร้อยละ 11.7&amp;nbsp;&amp;nbsp;การล้างมือหลังหลังเข้าห้องน้ำลดลงเหลือเพียงร้อยละ 86 ล้างมือก่อน-หลังรับประทานอาหาร ลดลงเหลือร้อยละ 87.9 ล้างมือก่อน-หลังการปรุงอาหารลดลงเหลือเพียงร้อยละ 67.8 ส่วนการเว้นระยะห่าง&amp;nbsp;1-2 เมตรกับบุคคลรอบข้างเหลือร้อยละ 90.1 และการสวมหน้ากากเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น หรืออยู่ในที่สาธารณะเหลือเพียงร้อยละ 56.8&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73731</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, คนไทยการ์ดตก, นพ.สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d1e2d29fff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยการ์ดตกต่อเนื่อง สแกน&quot;ไทยชนะ&quot;เหลือ 59.9% รวมตัว จับกลุ่มกันมากขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7ส.ค.63-ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) แถลงข่าว ผลสำรวจพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ว่า สบส.ได้ส่งแบบสอบถามออนไลน์ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นำไปสอบถามติดตามการปฏิบัติตน ของประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 หลังการผ่อนปรนมาตรการในเดือน กรกฎาคม - กันยายน 2563 เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการปรับมาตรการของภาครัฐ โดยปรับปรุงข้อคำถามทุก 15 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจครั้งที่ 2 วันที่ 17 - 31 กรกฎาคม 2563 มีผู้ตอบแบบสอบถาม 63,619 ราย พบว่า พฤติกรรมการป้องกันตนเอง เมื่อเปรียบเทียบผลการสำรวจรอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม &amp;ndash; 2 กรกฎาคมพบว่าประชาชนมีการรวมกลุ่มทางสังคมเพิ่มขึ้น พฤติกรรมการป้องกันตนเองในภาพรวมลดลงจาก 0.84 เป็น 0.79 โดยเฉพาะการระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก การระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่นในระยะน้อยกว่า 2 เมตร และการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพฤติกรรมของประชาชนในการขับเคลื่อน &amp;ldquo;ตำบลวิถีชีวิตใหม่ ปลอดภัยจากโควิด 19&amp;rdquo; มากที่สุดคือ พฤติกรรมการป้องกันตัวในชุมชน ร้อยละ 89.7 รองลงมาคือ แจ้งเจ้าหน้าที่หากพบคนในครอบครัวมีอาการ ร้อยละ 83.6 และจัดการสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน ร้อยละ 80.7 ส่วนพฤติกรรมที่ทำน้อยที่สุด คือ การออกกำลังกายเป็นประจำ ร้อยละ 55.6 &amp;nbsp;และการลงทะเบียนไทยชนะ สถานที่ส่วนใหญ่ที่ไม่พบ QR CODE ของไทยชนะ หรือสมุดลงชื่อ คือ ตลาดสดและร้านค้าในตลาด ร้อยละ 59.9 รองลงมาคือ ห้างสรรพสินค้า/ซุปเปอร์มาร์เก็ต/คอมมูนิตี้มอลล์ ร้อยละ 20.9 และร้านขายของนอกห้าง ร้อยละ 11.3 ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงลงทะเบียนไทยชนะ/ลงชื่อ ในสมุดในสถานที่ต่างๆ ร้อยละ 68.1 ส่วนที่ไม่ลงทะเบียนฯ เนื่องจากลืม ทางร้านไม่มี QR CODE หรือสมุดลงชื่อ หรือใช้ไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าขณะนี้ประชาชนเริ่มหย่อนการป้องกันตนเอง ซึ่งจะต้องร่วมมือกันทั้งประเทศ โดยข้อมูลที่ได้จะส่งให้กับคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้ ปฏิบัติตัววิถีชีวิตใหม่ เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยตั้งเป้าหมายใส่หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ใช้ช้อนกลางส่วนตัว และล้างมืออย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งให้ผู้ประกอบการและประชาชนใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ ให้ได้ร้อยละ 90&amp;rdquo; นายแพทย์ธเรศกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การสำรวจ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลกสำนักงานภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การอนามัยประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73728</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยการ์ดตก, นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์, แอพไทยชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d1b2792316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นแรงงานผิดกม.แอบเข้าเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ห่วงคนไทยการ์ดตกแม้ไร้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันแล้ว 45 วัน หลังผลสำรวจ สธ.พบตั้งแต่ผ่อนคลายเฟส 2 ภาพรวมป้องกันโควิด-19 ลดลง แถมเสียงส่วนใหญ่ค้านนโยบายทราเวลบับเบิล &amp;quot;ฝ่ายความมั่นคง&amp;quot; หวั่นแรงงานผิด กม.ลอบเข้าเมือง ปลุกเชื้อไวรัสระบาดซ้ำ สั่งตั้งด่านตรวจเส้นทางหลักเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยรายวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 5 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,202 ราย หายป่วยสะสม 3,085&amp;nbsp; ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 45 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วย 4 ราย เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นชาย 3 คน อายุ 38, 40 และ 54 ปี เป็นหญิง 1 คน อายุ 42 ปี ทั้งหมดมีอาชีพรับจ้าง เดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 2 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐในกรุงเทพฯ และ จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อโควิดในวันที่ 7 ก.ค. ทั้งหมดไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 5 เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ เป็นชายอายุ 22 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางมาถึงประเทศไทยวันที่ 8 ก.ค.ผ่านการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการได้กลิ่นและการรับรสลดลง ผลตรวจพบเชื้อในวันที่ 8 ก.ค. ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 12,164,173 ราย และเสียชีวิต 522,029 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า การที่ประเทศไทยมีตัวเลขเป็นศูนย์ยังสบายใจไม่ได้ เนื่องจากทั้งโลกยังวิกฤติอยู่ จะเห็นได้ว่ามีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันเดียวกว่า 2 แสนราย นอกจากนี้มีการสำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการสำรวจเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน โดยมีการเชิญชวนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มาร่วมดำเนินการ 77 จังหวัด โดยให้ อสม.ไปทำแบบสอบถามกับประชาชนใช้เวลา 7 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 15 พ.ค.-2 ก.ค. และนำมาคำนวณพฤติกรรมของคนไทยว่าเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวเลขผู้ตอบแบบสอบถาม 407,008 ราย ซึ่งคำถามส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการป้องกันตนเอง โดยค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศอยู่ที่ 0.84 ถือว่าดี แต่ถ้าแยกเฉพาะพฤติกรรมการสวมใส่หน้ากากอนามัยได้ 0.92 ถือว่าดี ส่วนเรื่องการกินร้อน ช้อนของตนเอง อยู่ที่ 0.90 ล้างมือ 0.88 ก็ถือว่าดี แต่เรื่องการเว้นระยะห่างและเอามือแตะหน้า แตะจมูก ตัวเลขจะลดลงมาเรื่อยๆ และชุดข้อมูลนี้จะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุขและด้านกรมควบคุมโรคนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ เราจะมีการสำรวจประมาณ 5-6 รอบก็จะทำให้สามารถปรับปรุงตัวเลขของแต่ละจังหวัดให้ดีขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมาดูพฤติกรรมการผ่อนคลายในระยะที่ 2 มาถึงวันที่ 1 ก.ค. หรือผ่อนคลายระยะที่ 5 กราฟแต่ละพฤติกรรมต่ำลง ความร่วมมือในแต่ละด้านลดลง ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์พบว่าลดลงในทุกพฤติกรรม ภาพรวมจากเดิม 85.3 เปอร์เซ็นต์ พอมาถึง 1 ก.ค.เหลืออยู่ 80.7 เปอร์เซ็นต์ ถ้าตั้งคำถามว่าการ์ดตกหรือไม่ เห็นภาพชัดว่าการ์ดตกลงมาแน่นอน ชุดพฤติกรรมของเราก็ปรับตามมาตรการ ในระยะหลังมีความเสี่ยงสูง ต้องพึงระวังเอาไว้ด้วย&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในส่วนคำถามว่าสนับสนุนให้นำต่างชาติเข้ามาเมืองไทย การจับคู่การเดินทางระหว่างประเทศที่มีความปลอดภัยจากโควิด-19 สูง (ทราเวลบับเบิล) สนับสนุนหรือไม่ ปรากฏว่าไม่สนับสนุน 45.2 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการเข้ามาของประเทศอื่นๆ ก็ไม่เห็นด้วย 69.2 เปอร์เซ็นต์ โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนในการทำงานต่อจากนี้ด้วย ขณะเดียวกันประชาชนยังแสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลยังควบคุมการแพร่ระบาดระลอก 2 ได้&amp;nbsp; โดย 14.8 เปอร์เซ็นต์มั่นใจมาก และ 40.5 เปอร์เซ็นต์มีความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า วันนี้ 45 วันไม่พบผู้ป่วยในประเทศ แต่มีกลุ่มแรงงานที่เข้ามาไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งหลายคนกังวล นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุขพูดคุยเรื่องนี้ว่าเราให้ความสำคัญในเลขศูนย์ได้แค่ไหน ซึ่ง นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่าไม่น่าจะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะ 1.มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาผิดกฎหมาย ซึ่งก็มีมาตลอด แต่ช่วงนี้เมื่อเรามีมาตรการผ่อนคลาย ภาคส่วนต่างๆ จึงอาจมีความจำเป็นต้องใช้แรงงาน ในช่วงโควิดนี้จึงต้องเข้มกันมากขึ้น และ 2.ในกลุ่มของคนไทยกันเองมีเชื้อบ้างไหม ไม่มีใครกล้าบอกว่ามีหรือไม่มี จึงต้องมีการคลายกฎต่างๆ ให้คนเข้ามาตรวจมากขึ้น ขณะนี้ตรวจกว่า 6 แสนคนยังไม่พอ ต้องตรวจไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนการป้องกันแรงงานผิดกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงได้หารือว่าจะต้องตรวจตามแนวชายแดน แต่อาจไม่ได้ทั้งหมด พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รอง ผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะทำงานกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงขอให้กองกำลังฝ่ายความมั่นคงมาเพิ่มจุดตรวจสนธิกำลังในเส้นหลักที่จะเข้ามากลางเมือง ตั้งด่านจุดตรวจให้เข้มขึ้นมากขึ้น เพื่อป้องปรามกักกันได้ระดับหนึ่ง ขณะที่ อสม.หากพบคนแปลกหน้าในชุมชน ให้ทำหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ได้ด้วย&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานพบแรงงานชาวเมียนมาป่วยด้วยโรคติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากประเทศไทยว่า กรมควบคุมโรคได้ประสานข้อมูลกับประเทศเมียนมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมอบหมายให้กองระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 5 จังหวัดราชบุรี (สคร.5 จ.ราชบุรี) และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สคร.2 จ.พิษณุโลก) เร่งดำเนินการสอบสวนโรคและรายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า จากการสอบสวนพบผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศชาย อายุ 39 ปี ปัจจุบันเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 ไม่มีอาการไข้หรืออาการผิดปกติ การอยู่ในประเทศไทยผู้ป่วยเช่าหอพักอยู่คนเดียวในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และขี่รถจักรยานยนต์มาทำงานในโรงงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้ป่วยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่โรงงานกับหอพัก และไม่ได้ไปทำงานตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.63 โดยช่วงที่ออกจากงานถึงเดินทางกลับเมียนมา (11-23 มิ.ย.63) ผู้ป่วยอยู่ที่พักทุกวัน โดยตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.63 โรงงานมีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคตามที่สาธารณสุขกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลการเจ็บป่วยของคนงานในโรงงานช่วง พ.ค.-มิ.ย. 63 พบว่าไม่มีคนงานที่มีอาการป่วยโควิด-19 หรือการเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งหลังจากได้รับรายงานในพื้นที่ กรมควบคุมโรคได้ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) จาก สคร.5 จ.ราชบุรี ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ดำเนินการสอบสวนโรคในพื้นที่หอพักและโรงงานดังกล่าว โดยได้ค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยง และตรวจทางห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่ และให้คำแนะนำในการป้องกันควบคุมโรคกับทางหอพักและโรงงานด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้ สคร.2 จ.พิษณุโลก ยังได้ประสานเพื่อตรวจสอบข้อมูลกับทางด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด 2 จ.ตาก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านในการสอบสวนโรคต่อไป&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70983</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนไทยการ์ดตก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรงงานผิดกฎหมาย, โควิด 19, โควิด-19, ไร้ติดเชื้อในประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a105a24f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คนไทยการ์ดตก&quot;ทั้งล้างมือ  รักษาระยะห่างน้อยลง ภาพรวมป้องกันตัวเองเหลือ 72.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25พ.ค.63- กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ร่วมกับองค์การอนามัยโลกสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการสำรวจผลการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ระหว่างวันที่ 8-14 พ.ค. 2563 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจ 19,378 ราย พบว่านอกเหนือจากการใส่หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ซึ่งปฏิบัติตามได้ 91% เท่ากับช่วงล็อกดาวน์แล้ว พฤติกรรมอื่นๆ ในการป้องกันตนเองจากโควิด-19 ของประชาชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ลดลงเหลือ 83.4% กินร้อนช้อนตัวเองลดลงเหลือ 82.3% การรักษาระยะห่าง 1-2 เมตรลดลงเหลือ 60.7% และการระมัดระวังไม่เอามือจับหน้าหรือจมูกปาก ลดลงเหลือ 52.9% ทำให้ภาพรวมพฤติกรรมการป้องกันตนเองลดลงเหลือ 72.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากมีมาตรการผ่อนปรนแล้ว สถานที่ที่ประชาชนเดินทางไปมากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ตลาดสด/ซุปเปอร์มาร์เก็ต 74% รองลงมาคือ ที่ทำงาน 60.5% คลินิก/โรงพยาบาล/สถานพยาบาล 29.1% ร้านอาหารแบบนั่งทาน 21% ร้านตัดผม/เสริมสวย 17.6% ศาสนสถาน 11% สวนสาธารณะ 6.8% สนามกีฬา 3.9% ร้านตัดขนสัตว์/ร้านรับฝากสัตว์ 3.5% แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ 3.1% และสนามกอล์ฟ 2.8% ขณะที่สัดส่วนการเดินทางออกนอกจังหวัดอยู่ที่ 26% ส่วนมากเป็นการเดินทางไปทำงาน เยี่ยมญาติ/เพื่อนฝูง และทำธุระจำเป็นต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ การจัดมาตรการป้องกันโควิด-19 ในทุกสถานที่ เช่น จัดให้มีที่ล้างมือ/เจลแอลกอฮอล์ การวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสถานที่ พนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากาก ผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากาก และการจัดระยะห่างระหว่างบุคคล ในภาพรวมอยู่ที่ 57.6% โดยสถานที่ที่จัดมาตการป้องกันโควิด-19 ได้ดีที่สุดคือโรงพยาบาล/คลินิก/สถานพยาบาล ค่าเฉลี่ยรวมทุกมาตรการอยู่ที่ 70.3% รองลงมาคือสถานที่ทำงาน 65.2% ตลาดสด/ซุปเปอร์มาร์เก็ต 57% ร้านตัดผม/เสริมสวย 50.8% ร้านอาหารแบบทานนั่ง 50.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานที่ที่ค่าเฉลี่ยการจัดมาตรการป้องกันโควิด-19 ได้ต่ำกว่า 50% คือ ศาสนสถาน สนามกอล์ฟ ร้านตัดขนสัตว์/ร้านรับฝากสัตว์เลี้ยง สวนสาธารณะ สนามกีฬา และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66873</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คนไทยการ์ดตก, ช้อนกู, รักษาระยะห่าง, ล้างมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb7038b7564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
