<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนเร่งช่วยคนไทยพลัดถิ่นกว่า 4 หมื่นคนลำบากหนักจากภัยโควิด ชุมชนหน้าด่านสิงขร จ.ประจวบฯ ไร้ข้าวกิน-ตกงานอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63 - นายภควินทร์ แสงคง ที่ปรึกษาเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น และอดีตคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นซึ่งอาศัยอยู่ใน 4-5 จังหวัด อาทิ ประจวบฯ ระนอง ชุมพร ประมาณ 4 หมื่นคนกำลังเผชิญความเดือดร้อนเนื่องจากไม่สามารถทำมาหากินได้ ทั้งในส่วนของคนที่ได้บัตรประชาชนและยังไม่มีบัตรประชาชน โดยคนที่มีบัตรประชาชนก็ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือของภาครัฐ ส่วนคนที่ไม่มีบัตรยิ่งลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนไทยพลัดถิ่นไม่มีต้นทุนใดๆที่จะได้มาซึ่งผลผลิตอะไรเลย เพราะเขาไม่มีที่ดิน ส่วนใหญ่กินค่าจ้างรายวัน เมื่อแต่ละเมืองมีการล็อคดาวน์ พวกเขาส่วนใหญ่ที่ทำงานรับจ้างต่างก็ตกงาน ภาครัฐควรเร่งส่งความช่วยเหลือโดยผ่านกลไกของกระทรวงมหาดไทย เพราะคนไทยพลัดถิ่นจำนวนมากได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ส่วนคนที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน รัฐบาลต้องสร้างความร่วมมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ เพราะเขารู้จำนวนคน&amp;rdquo;นายภควินท์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเสริม ประกอบปราณ ผู้ประสานงานเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น จ.ประจวบฯ กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยพลัดถิ่นที่อาศัยอยู่ที่บ้านไร่เครา หน้าด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบฯ กว่า 200 ครอบครัว กำลังประสบความเดือดร้อนมากนับตั้งแต่มีการปิดด่านสิงขร ทำให้คนที่มีรายได้จากการเป็นลูกจ้างหรือการค้าขาย ต่างตกงานโดยสิ้นเชิง ตอนนี้แทบไม่เหลือข้าวสารกิน แต่ยังดีที่ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่บ้านนำข้าวสารมาแจกครอบครัวละ 5 กิโลกรัม พอช่วยประทังความเดือดร้อนไว้ได้ชั่วคราว แต่อีกไม่นานข้าวสารก็จะหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเสริม กล่าวว่า คนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่อื่น อาจไม่ลำบากเท่ากับคนไทยพลัดถิ่นที่ไร่เครา เพราะหลายพื้นที่ยังรับจ้างในสวนเกษตรต่างๆ เช่น สวนมะพร้าว สวนยางพารา แต่คนที่ไร่เคราไม่สามารถไปรับจ้างที่ไหนได้เลย ที่น่ากังวลคือจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ในบ้านเช่า ดังนั้นเมื่อถึงสิ้นเดือนแล้วไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า เจ้าของบ้านเช่าจะไล่ออกหรือไม่ก็ยังไม่รู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความต้องการเร่งด่วนคือ พวกถุงยังชีพและอาหารที่นำมาเลี้ยงปากเลี้ยงปากท้องได้ บางคนที่เคยขายของก็พยายามขอความช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐบาล 5,000 บาท แต่ก็ไม่ได้ คนที่ยังไม่มีบัตรยิ่งแล้วใหญ่เพราะออกไปไหนไกลก็ไม่ได้&amp;rdquo;นายบุญเสริม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุมาลี ประกอบปราณ อายุ 31 ปี ชาวบ้านไทยพลัดถิ่นในชุมชนไร่เครา กล่าวว่า เดิมทีมีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ที่หน้าด่านสิงขร แต่เมื่อปลายเดือนมีนาคม ตนได้คลอดลูกซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด ทำให้ต้องเดือดร้อนอย่างหนักเพราะเงินที่เก็บสะสมไว้ก็หมดไปกับการคลอดลูก แถมยังต้องตกงานเพราะด่านสิงขรปิดตัวลง ขณะที่แฟนก็ป่วยจนทำงานหนักไม่ได้ จึงแทบไม่มีข้าวสารกิน ยังดีที่ได้รับแจกมาจากผู้ใหญ่บ้าน 5 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ก็หมดแล้ว อาศัยว่าน้องสามีส่งเงินมาให้ 500 บาท จึงยังอยู่ได้ถึงวันนี้ แต่เขาก็มีครอบครัวและสามารถจะช่วยเหลือเราได้บ่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฉันเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ลูก 3 คนก็ยังเล็ก แฟนก็ป่วย แม้เขาจะมีบัตรประชาชนคนไทย แต่ขอความช่วยเหลือ 5 พันบาทตามมาตรการของรัฐบาลก็ไม่ได้ ตอนนี้ขอแค่มีข้าวสารให้ลูกๆได้กินก็พอ ส่วนกับข้าว หาปลาและเก็บผักบุ้งแถวนี้เอาก็ได้&amp;rdquo;นางสุมาลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุมาลี กล่าวว่า เดิมทีตนเองเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่บ้านสิงขรในฝั่งพม่า และได้อพยพข้ามมาอยู่ฝั่งไทยเมื่อกว่า 10 ปีก่อนซึ่งที่ผ่านมาได้ทำเรื่องขอคืนสัญชาติไทยมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ ทำให้เข้าไม่ถึงบริการใดๆของรัฐบาล แม้แต่การเดินทางออกไปนอกพื้นที่ก็ทำไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64336</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงมหาดไทย, คนชายขอบ, คนด้อยโอกาส, คนยากไร้, คนไทยพลัดถิ่น, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, บัตรประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea578c8d71c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิจัยเพชรบุรีระดมพลังช่วยเด็กไทย &#039;พลัดถิ่น&#039; ลงพื้นที่เมืองตะนาวศรีเก็บข้อมูล-บริจาคของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดมพลังช่วยเด็กไทยในพม่า&amp;nbsp;นักเรียนนับร้อยต้องการอ่าน-เขียนไทยคงอัตลักษณ์แผ่นดินแม่หลังกลายเป็นคน &amp;quot;พลัดถิ่น&amp;quot;&amp;nbsp;ในดินแดนหม่อง กลุ่มนักวิจัยเพชรบุรีลงพื้นที่ศึกษาเส้นทางการค้าโบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.63 - ดร.เอื้อมพร โตภาณุรักษ์กุล เลขานุการศูนย์วิจัยสิงขร-มะริดศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;คณะของศูนย์วิจัยฯจะลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากคนไทยในเมืองตะนาวศรี ภาคตะนาวศรี ประเทศพม่า โดยนอกจากเก็บข้อมูลแล้ว ได้เตรียมข้าวของสำหรับบริจาค เช่น รองเท้านักเรียน แบบเรียนและอุปกรณ์เครื่องเขียน เพื่อมอบให้เด็กที่เรียนภาษาไทย ที่วัดสิงของและทุ่งทองหลาง โดยมีเด็กกว่า 150 คน ซึ่งเป็นเด็กไทยพลัดถิ่นซึ่งพูดภาษาไทยได้ชัดเจนเนื่องจากมีพ่อแม่เป็นคนไทย แต่เขียนอ่านภาษาไทยได้น้อยเพราะในโรงเรียนสอนแต่ภาษาพม่า แต่เด็กเหล่านี้คือคนไทยแต่ต้องติดแผ่นดินเพราะการเสียดินแดนสยามในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความต้องการของคนไทยพลัดถิ่นคือ พวกเขาต้องการอ่านและเขียนภาษาไทยให้ได้เหมือนแผ่นดินแม่ ผู้ปกครองต่างต้องการปลูกฝังลูกหลานให้ใช้ภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ครูอาสาบางคนยอมเสียสละบ้านตัวเองเพื่อเป็นที่เรียนที่สอนให้กับเด็กๆ ซึ่งนับวันหาที่เรียนยากเต็มที แม้แต่วัดไทยที่เคยสอนเด็กๆเหล่านี้ ช่วงหลังก็แทบหาพระไทยยากและมีพระพม่าเข้ามาแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชคดีที่เรามีอาสาสมัครสอนหนังสือให้ตลอดทั้งๆที่ไม่มีงบประมาณสนับสนุน จริงๆแล้วคนไทยที่อยู่ฝั่งนี้สามารถสนับสนุนได้ทุกด้าน แต่ที่ผ่านมายังมีความเข้าผิดคิดว่าเราไปช่วยเด็กพม่า แต่จริงๆแล้วเด็กกลุ่มนี้เป็นคนไทย เราอยากให้อะไรทดแทนบางอย่างที่เขาสูญเสียไป บรรพบุรุษของเขาอยู่ในแผ่นดินไทยมาตลอด เพียงแต่เป็นแผ่นดินที่เสียไปและมีพรมแดนกั้น&amp;rdquo;ดร.เอื้อมพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิจัยจากสถาบันราชภัฏเพชรบุรี กล่าวว่ากลุ่มนักวิจัยจะไปเก็บข้อมูลในอดีตเชิงประวัติศาสตร์เพื่อทำให้เป็นระบบมากขึ้น ตามนโยบายของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตประธานสภาสถาบันราชภัฏเพชรบุรีเคยวางไว้ โดยต้องการช่วยเหลือเขาในเรื่องการศึกษาและศูนย์วิจัย-มะริด ซึ่งครั้งนี้รศ.ดร.กาญจนา บุญส่ง ประธานศูนย์วิจัยฯได้เดินทางไปด้วย โดยเรามีโครงการศึกษาแหล่งประวัติศาสตร์การค้าโบราณเชื่อมต่อระหว่างเมืองท่ามะริดกับจังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เอื้อมพร กล่าวว่า ในอดีตเส้นทางสิงขรไปเมืองมะริดได้ถูกบันทึกให้เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ทางการค้าที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกมานานกว่า 2,000 ปี ในการเชื่อมต่อระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทย โดยไม่ต้องเดินทางอ้อมแหลมมลายู ปัจจุบันหลังจากการเยือนเมียนมาร์ของพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและมีการลงนามสถาปนาเมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กับมณฑลตะนาวศรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557 ด่านสิงขรได้รับการปรับสถานะเป็นจุดผ่อนปรนพิเศษและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2558 ทำให้เมืองมะริด ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลตะนาวศรีมีความโดดเด่นในฐานะแหล่งท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนแห่งใหม่ของนักธุรกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการจากศูนย์วิจัยสิงขรฯกล่าวว่า เมืองตะนาวศรีมีความสำคัญเป็นเมืองท่าค้าขาย มีกำแพงเมือง-คูเมืองป้องกันและกำลังทหารคุ้มครองเส้นทางข้ามคาบสมุทร และเป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญติดต่อกับประเทศในยุโรป ซึ่งทำความเจริญรุ่งเรืองให้แก่กรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยพระนารายณ์มหาราช ขณะที่เมืองมะริดในปัจจุบันเป็นเมืองขนาดใหญ่อยู่ห่างจากด่านสิงขรประมาณ 180 กิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเกาะแก่งกว่า 800 เกาะ มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลโดยเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบที่สำคัญของไทยกว่าร้อยละ 80 ของสัตว์น้ำทะเลในไทยมาจากเมืองมะริด โดยใช้เส้นทางขนส่งผ่านเกาะสองไปยังจังหวัดระนอง และยังแหล่งแปรรูปอาหารทะเลที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การสูญเสียอำนาจทางการเมืองของคนในท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในดินแดนคาบสมุทรแห่งนี้ ส่งผลให้เส้นทางข้ามคาบสมุทรต้องปิดตัวลง จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเข้ายึดเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484&amp;nbsp;และเกิดวีรกรรมอ่าวมะนาว อันเป็นเหตุการณ์ที่คนไทยลุกขึ้นต่อสู้เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ หลังจากนั้นญี่ปุ่นได้สร้างถนนยุทธศาสตร์ข้ามคาบสมุทรช่องสิงขรจากฝั่งอ่าวไทย ที่เมืองประจวบคีรีขันธ์ไปยังฝั่งทะเลอันดามันที่เมืองมะริด ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เส้นทางข้ามคาบสมุทรนี้ก็ปิดตัวลงอีกตลอดมาจนถึงปัจจุบัน&amp;rdquo;ดร.เอื้อมพร กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อาจารย์จากสถาบันราชภัฏเพชรบุรี กล่าวอีกว่า คนไทยพลัดถิ่นในสิงขร-ตะนาวศรี-มะริด เป็นคนพลัดถิ่นแบบใหม่ซึ่ง &amp;ldquo;อยู่กับที่&amp;rdquo; ถึงแม้จะไม่มีการอพยพข้ามพรมแดน แต่ผลของการปักปันเขตแดนระหว่างอาณานิคมอังกฤษในพม่ากับราชอาณาจักรสยามในปี พ.ศ. 2411 ทำให้ชุมชนชาวสยามในสิงขร-ตะนาวศรี-มะริดเปลี่ยนสถานะจากคนท้องถิ่นกลายเป็น &amp;ldquo;คนพลัดถิ่น&amp;rdquo; ต้องเจ็บปวดในการปรับตัวกับสถานะใหม่ใน &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; ที่กลายเป็นดินแดนของคนอื่น และรัฐบาลเจ้าของดินแดนได้เข้ามาควบคุม คุกคาม และกดขี่ชุมชนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้ ทำให้ไทยพลัดถิ่นบางกลุ่ม &amp;ldquo;เลือกที่จะหนี&amp;rdquo; บางกลุ่ม &amp;ldquo;เลือกที่จะอยู่&amp;rdquo; การเลือกที่จะอยู่เมื่อเจ้าของดินแดนไม่ไว้วางใจ จำเป็นต้องสร้างยุทธศาสตร์การดำรงชีวิตที่หลากหลายเพื่อการอยู่รอด โดยที่ยังธำรงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยเอาไว้ได้มาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ-ร่วมสมทบบริจาคได้ที่ศูนย์วิจัยสิงขร-มะริดศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โทร 080-2650881 หรือเลขบัญชีธนาคารออมสิน &amp;nbsp;020303746380&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56165</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยพลัดถิ่น, จังหวัดเพชรบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ศูนย์วิจัยสิงขร-มะริดศึกษา, เมืองตะนาวศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37df2ec215c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งมท.เปลี่ยนสถานะคนไทยพลัดถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาทนายความ จี้มท.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเปลี่ยนสถานะคนไทยพลัดถิ่น351ราย เป็นทะเบียนสัญชาติไทยตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26มี.ค.61-ว่าที่พันตรี สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มีค.ที่ผ่านมา นายตา ธรรมใจ ประธานเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นจาก อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ได้เข้าพบ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เพื่อขอบคุณที่ทาง สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝ่ายสำนักงานสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายสมนึก ตุ้มสุภาพ ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ สภาทนายความ ได้ให้การช่วยเหลือกลุ่มเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนนำไปสู่การยื่นฟ้องคดี กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น จำนวน 351 คน ยื่นฟ้องคดีปกครองต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นที่ไม่รับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น และให้มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีทั้งหมดเป็นคนไทยพลัดถิ่นซึ่ง มีสัญชาติไทย ตลอดจนให้อธิบดีกรมการปกครองแจ้งให้นายทะเบียนท้องถิ่นลงรายการสัญชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกสภาทนายความ กล่าวต่อไปว่า ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น และให้ถือปฏิบัติต่อสิทธิของผู้ฟ้องคดีว่า เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด อธิบดีกรมการปกครองจึงต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงสถานะทางทะเบียนให้ลงรายการสัญชาติไทยด้วย และคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือและในฐานะเป็นผู้รับมอบอำนาจในคดีนี้จากผู้ฟ้องคดี 351 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงได้ทำหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 12 ม.ค.2561 ทวงถามไปยังผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ได้แก่ รมว.มหาดไทย, คณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น, ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมสำเนาถึงสำนักบังคับคดีปกครอง ศาลปกครองกลาง เพื่อขอเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ในการเปลี่ยนแปลงสถานะทางทะเบียนเป็นคนไทยโดยการเกิดโดยเร็วที่สุด เนื่องจากความล่าช้าซึ่งจะทำให้ผู้ฟ้องคดีและทายาทสูญเสียสิทธิอันพึงมีพึงได้ต่อไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5798</URL_LINK>
                <HASHTAG>351ราย, กรรมการสิทธิมนุษยชน, คนไทยพลัดถิ่น, ปลัด มท., ฟ้องร้อง, รับรองสถานะไทยโดยการเกิด, ศาลปกครอง, สภาทนายความ, สัญชาติไทย, แก้สัญชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab88b3b48e3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
