<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>99.5%หนุนมาตรา112 ชี้ก้าวไกลเสี่ยงยุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ซูเปอร์โพล&amp;quot; ตอกย้ำ คนไทยส่วนใหญ่ต้องการให้รักษา ม.112 ไว้ เป็นการปกป้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทิพานัน&amp;quot; ชี้หาก &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ยื่นญัตติแก้ไขยกเลิก 112 เข้าข่ายโทษยุบพรรค เหตุถูกครอบงำโดย &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; คนนอกพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เสียงของราษฎร กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,179 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบถามเสียงของราษฎรต่อประเด็นสำคัญของนักวิชาการ เช่น ปิยบุตร และนักการเมืองบางคน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.5 ระบุการใช้กฎหมาย มาตรา 112 ควรอยู่ในเรื่องความมั่นคง ต่อไป รองลงมาคือ ร้อยละ 99.1 ระบุเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่ต้องช่วยกันรักษาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เอาไว้,&amp;nbsp; ร้อยละ 98.9 ระบุราษฎรกำลังสับสนกับการให้ข้อมูลของนักวิชาการ นักการเมือง เกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ, ร้อยละ 98.7 ระบุเชื่อมั่นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะช่วยให้ ประชาชนปกป้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.1 ระบุคนที่เดือดร้อนจากการมีกฎหมายมาตรา 112 เพราะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่จ้องจะทำลายมากกว่า, ร้อยละ 98.0 ระบุมีขบวนการ นักวิชาการ นักการเมือง แหล่งทุนต่างชาติ จ้องทำลาย สถาบันหลักของชาติของคนไทย, ร้อยละ 98.0 ระบุมีขบวนการ นักวิชาการ นักการเมือง แหล่งทุนต่างชาติ จ้องทำลาย สถาบันหลักของชาติ ของคนไทย และร้อยละ 97.4 ระบุควรเพิ่มโทษ ใน กฎหมายมาตรา 112 สำหรับคนที่มีเจตนาโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงแกนนำพรรคการเมืองตั้งใหม่ถึง ความชัดเจนในบทบาทปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ พบว่า อันดับหนึ่งคือ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี ได้ร้อยละ 44.3 รองลงมาคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย ได้ร้อยละ 28.3 อันดับสาม ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคกล้า ได้ร้อยละ 18.7 และอื่นๆ ร้อยละ 8.7 ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลมีมติดำเนินการเพื่อแก้ไขยกเลิกกฎหมายอาญา ม.112 และมี ส.ส.พรรคก้าวไกลบางคนออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยและจะไม่ออกเสียงลงมติดังกล่าว และหลังจากนั้น นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ และเลขาธิการคณะก้าวหน้าก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อว่า ส.ส.ต้องเป็น &amp;ldquo;ผู้แทน&amp;rdquo; ของราษฎร มิใช่ &amp;ldquo;พนักงานของรัฐ&amp;rdquo; พร้อมแฮชแท็ก &amp;ldquo;ยกเลิก 112&amp;rdquo; นั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 29 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม ซึ่งหากพรรคก้าวไกลและสมาชิกยังคงดำเนินการยื่นญัตติและลงมติเพื่อแก้ไขยกเลิกกฎหมายดังกล่าวแล้ว ก็จะเป็นการชัดเจน มีผลให้นายปิยบุตรต้องโทษตามมาตรา 108 คือจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,00-200,00 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำหรับพรรคก้าวไกลหากยังคงเดินหน้าดำเนินการยื่นญัตติและลงมติเพื่อแก้ไขยกเลิกกฎหมายดังกล่าว ก็อาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 28 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ที่บัญญัติว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม&amp;rdquo; ทำให้ต้องได้รับโทษยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 92 (3) และคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 92 วรรคท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการแสดงออกของนายปิยบุตรเองนั้น แสดงให้เห็นลักษณะของการเผด็จการทางความคิด และเป็นที่น่าเสียดายที่นายปิยบุตรไม่สามารถควบคุมโทสจริตของตนเองได้จนมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการพยายามควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้พรรคการเมือง และ ส.ส.ดำเนินการแก้ไขยกเลิกกฎหมายอาญา ม.112 ในสภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไล่ตามไทม์ไลน์ นายปิยบุตรก็กลับไปกลับมาในประเด็นดังกล่าว และหยุดเคลื่อนไหวแก้ไขยกเลิกกฎหมายเพื่อดำรงความเป็น ส.ส.ของตัวเองไว้ ดังนี้ เมื่อ 17 ม.ค. 2555 นายปิยบุตรในฐานะนักวิชาการได้เข้าร่วมลงชื่อในคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 และเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าวมาโดยตลอด 27 มี.ค.2561 เมื่อเข้ามาเป็นนักการเมือง ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เพื่อสมัครเป็น ส.ส. ก็ประกาศหยุดเคลื่อนไหว และเคยให้สัมภาษณ์ว่า &amp;ldquo;ขอยืนยันว่าจะไม่นำเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาเกี่ยวข้องกับพรรค และไม่นำไปผลักดันในพรรค&amp;rdquo; ต่อมา 8 เม.ย.2561 ยืนยันอีกครั้งโดยนายธนาธรว่า หากเป็นนายกฯ ไม่คิดแก้ ม.112 แม้นายปิยบุตรเคยเคลื่อนไหวก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อนายปิยบุตรไม่ได้เป็น ส.ส. เพราะถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งแล้ว นายปิยบุตรก็กลับมาเคลื่อนไหวการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอีก และยังพยายามชี้นำ ครอบงำ ส.ส. ให้ผลักดันแก้ไขกฎหมายดังกล่าวด้วย โดยเมื่อ 14 ม.ค.64 ได้ออกมาโพสต์ข้อความยอมรับเองว่า &amp;ldquo;กลางเดือนมีนาคม 2561 สมัยผมเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมยอม &amp;ldquo;กลืนเลือด&amp;rdquo; ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112 ทั้งนี้ ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวาง ให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคได้ไปต่อ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานได้ เพื่อฝ่าแรงเสียดทานจนไปสู่การลงเลือกตั้งได้ และด้วยหวังว่าเขาจะปรานีให้พรรคอนาคตใหม่ได้ต่อสู้ทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำพูดตามไทม์ไลน์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่านายปิยบุตรก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หายใจไปวันๆ เพื่อตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง อำนาจ ด้วยหรือไม่&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group - DRG&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเพจเครือข่ายม็อบ 3 นิ้ว โพสต์ข้อความโจมตีนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ไม่ขอร่วมลงชื่อแก้ ม.112 กับพรรคว่า การออกมาแสดงออกของนายคารมต่อกรณีนี้ เป็นที่ชวนสงสัยว่า แท้จริงแล้วนายคารม รวมไปถึง ส.ส.ที่ได้เข้ามาเป็นผู้แทนในสภา แต่กลับไปสนับสนุนให้กฎหมายที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาชน และประชาธิปไตยสามารถดำรงอยู่ได้อีกทั้งพรรคการเมืองที่ยังสนับสนุนกฎหมายนี้ ...ยังกล้าเรียกว่าตนเองเป็นพรรคประชาธิปไตยได้อยู่หรือไม่? หรือเป็นเพียงพรรคที่มีเพื่อรับใช้ศักดินา กดหัวปิดปากประชาชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักโทษคดี 112 ทำจดหมายเปิดผนึกขอให้กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลและ ส.ส.ทุกท่านสอบสวนพฤติกรรม ของนายคารม พลพรกลาง ที่ไม่ยอมรับมติพรรค เพื่อกำจัดให้พ้นไปจากพรรคก้าวไกลในที่สุด ทั้งนี้ ขอได้โปรดดำเนินการโดยทันที และแจ้งผลการสอบสวนในทุกขั้นตอนให้ทราบด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91429</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, คนไทยส่วนใหญ่, ปกป้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, ม.112, รักษา ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_60141adc35db5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
