<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จี้ตรวจ&quot;วัคซีนพิษสุนัขบ้า&quot;ก่อนขึ้นทะเบียน-ประเมินผลหลังฉีดไปแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รพ.จุฬาฯ แถลงข่าว &amp;rdquo;ตอบโจทย์สังคม โรคพิษสุนัขบ้า&amp;rdquo;หมอธีระวัฒน์&amp;quot; ชี้ประเทศไทยต้องยอมรับว่ามีจุดอ่อน จำเป็นต้องตรวจสอบวัคซีนก่อนให้ชึ้นทะเบียน &amp;nbsp;และประเมินผลหลังใช้ &amp;nbsp;หากมีการระบาดมากกว่านี้ อาจต้องพิจารณาฉีดวัคซีนให้คนไทยทุกคน รวมทั้งเด็กแรกเกิด เผยปี 60 ไม่ได้เสียชีวิตแค่ 11 คนแต่เป็น 17 คน &amp;nbsp;ด้านสัตวแพทย์เตือนประชาชนหากโดนกัด ข่วนให้รีบไปฉีดวัคซีน &amp;nbsp;อย่าประเมินแผลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย งานแถลงข่าว&amp;rdquo;ตอบโจทย์สังคม โรคพิษสุนัขบ้า&amp;rdquo; น.สพ.พรพิทักษ์ พันธ์หล้า นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวว่า โรคพิษสุนัข จากสัตว์สู่คน มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2554 เรามีการดำเนินการลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือไม่เกิน 10 ราย จนกระทั่งปี 2560 มีการเพิ่มขึ้นเป็น 11 ราย และในปีนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย ซึ่งทางกรมควบคุมโรคและ สธ.ก็หวังว่าจะทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ไทยลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เป็น 0 ในปี 2563 ตามที่องค์การอนามัยโลกมีนโยบายลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือน้อยที่สุดในปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากที่มีการลงพื้นที่พบว่าประชาชนยังเข้าไม่ถึงข้อมูลมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง คือ 60 % เข้าใจว่าโรคนี้เป็นแล้วหายได้หากได้รับวัคซีน &amp;nbsp;ซึ่งจริงๆแล้วยังไม่มียารักษา หากเป็นแล้วเสียชีวิตสถานเดียว วัคซีนเป็นเพียงการป้องกัน ซึ่งการรับวัคซีนที่ทันท่วงทีก็สามารถช่วยป้องกันได้ จากข้อมูล 2 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย ที่ได้รับวัคซีน นอกนั้นไม่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ตาม เคยมีกรณีที่พ่อถูกกัดแล้วรอดชีวิตเพราะได้รับวัคซีน แต่ลูกโดนข่วนแล้วเสียชีวิตเพราะไม่ได้รับวัคซีน ดังนั้นจึงต้องสร้างความตระหนักให้คนมาฉีดวัคซีนเมื่อถูกกัด หรือข่วน ไม่ใช่มีการประเมินบาดแผลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;ประเทศไทยมัวทำอะไรอยู่ โดยตัวเลขสุนัขจรจัดที่รัฐได้รายงานให้กับประชาชนทราบและตัวเลขจำนวนจริงนั้นไม่ตรงกัน &amp;nbsp;จนก่อให้เกิดวิกฤติใหม่เช่นนี้ อีกทั้งตัวเลขที่ปี 2560 คือ 17 คน ไม่ใช่ 11คน อย่างที่ สธ.แจ้ง เพราะอีก 6 รายเป็นรายที่รอพิสูจน์เชื้อว่าผู้ป่วยติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไม่ การที่บอกว่าควรมีการเก็บภาษีแมว หมา เป็นการเบี่ยงประเด็นหรือไม่ ประเทศไทยกำลังทำอะไรอยู่ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันแก้ปัญหา อีกทั้ง ควรมีการควบคุมให้เป็นระบบ เพราะขณะนี้ทั่วประเทศมีประชากรสุนัขประมาณ 10 ล้านตัวหรือมากกว่า &amp;nbsp;ซึ่งวัคซีนก็ยังมีปัญหาไม่เพียงพอ และไม่มีคุณภาพอีกด้วย โดยการที่มีคำแนะนำให้มีการกำจัดหรือเซตซิโร่ตนก็ไม่เห็นด้วย &amp;nbsp; เพราะจะเกิดสงครามกับคนที่รักสุนัข ดังนั้น &amp;nbsp;ในการควบคุมจำนวนประชากรสุนัขคนที่รักสุนัขในชุมชนควรมีการเกณฑ์สุนัขมารับวัคซีน &amp;nbsp;และทำหมันซึ่งมีการทำหมันแบบฉีดอัณฑะ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกกว่าการผ่าตัด รวดเร็ว &amp;nbsp; ไม่ต้องฉีดยาชาหรืยาสลบ และไม่ต้องกักตัวสุนัขไว้ สามารถปล่อยได้เลย ซึ่งควรมีการนำลูกหมาตัวเล็กมาฉีดด้วย เพราะลูกสนัขก็สามารถเป็นพิษสุนัขได้จากการติดต่อจากแม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามคนที่โดนสุนัขกัดหรือข่วน &amp;nbsp; ควรรีบไปฉีดวัคซีนภายใน 24 ชั่วโมง &amp;nbsp; หากแผลมีเลือดออก ก็ควรมีการฉีดเซรุ่มบริเวณที่เป็นแผล เพื่อกดไวรัสเอาไว้แค่บริเวณที่เป็นแผล ไม่ให้กระจายไปยังเส้นประสาท เพราะกว่าวัคซีนจะออกฤทธิ์ต้องใช้เวลา 10-14 วัน &amp;nbsp; ซึ่งตนก็ได้ทำเรื่องส่งไปยังสธ. &amp;nbsp;ให้พิจารณาการปรับสูตรวัคซีนให้เหลือ 7 วัน จาก 28 วัน คือ เข็มที่ 2 ใน วันที่ 3 &amp;nbsp;วันหลังจากเข็มแรก &amp;nbsp;และเข็มที่ 3 ในวันที่ 7 ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)นอกจากนี้ &amp;nbsp;WHO ยังมีคำแนะนำว่าควรมีการฉีดตามขนาดของบาดแผล ไม่จำเป็นต้องฉีดในปริมาณมากๆซึ่งทำให้สิ้นเปลือง โดยทั้ง 2 เรื่องตนได้เสนอไปทาง สธ.ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2560 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากสงสัยว่าโดนสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้ากัด ควรรีบรับวัคซีน และหากมีเลือดออกควรมีการฉีดเซรุ่มเพื่อป้องกันเชื้อกระจายไปยังเส้นประสาท ซึ่งหลังจากฉีดแล้วก็ให้พิจารณาสัตว์ตัวที่กัดหากพ้นไป 10 วันแล้วเขายังไม่ตายแปลว่าไม่ได้เป็นพิษสุนัขบ้า แต่การนับ 10 วันก็ทำได้แค่กับหมาและแมวเท่านั้น เพราะสัตว์แต่ละชนิดมีระยะฟักตัวไม่เท่ากัน อย่างเคยพบกรณีคนโดนกระต่ายกัด คนตายไปแล้ว แต่กระต่ายยังไม่ตายก็มี อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่ฉีดก่อนการสัมผัสเชื้อแก่บุคคลทั่วไป &amp;nbsp; มีเพียงการฉีดให้ในกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น ซึ่งหากมีการระบาดของเชื้อมากกว่านี้ &amp;nbsp; ก็ต้องพิจารณาว่าถึงเวลาหรือยังที่ต้องมีการฉีดให้กับคนไทยทุกคนหรือในเด็กแรกเกิดทุกคน และในการแก้ปัญหาพิษสุนัขบ้านั้นประเทศไทยต้องยอมรับความจริง ยอมรับข้อบกพร่อง จุดอ่อนในการแก้ปัญหาอยู่ตรงไหนก่อน อย่างปัญหาวัคซีนต้องผ่านการตรวจสอบก่อนขึ้นทะเบียนและประเมินหลังใช้ ไม่ใช่เชื่อตามประเทศผู้ผลิตเมื่อไม่มีคุณภาพก็สั่งเก็บทีหลัง&amp;rdquo;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5434</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตรวจสอบวัคซีน, คนไทยอาจต้องรับวัคซีนทุกคน, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, รพ.จุฬาฯ, วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab1107a92f01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
