<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ฉีดวัคซีนเข็ม2/‘โมเดอร์นา’จ่อเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สวนดุสิตโพลเผยคนไทยเชื่อมั่นวัคซีน &amp;quot;ไฟเซอร์&amp;quot; มากที่สุด รองลงมาคือ &amp;ldquo;โมเดอร์นา&amp;rdquo; ขณะที่ &amp;ldquo;ซิโนแวค&amp;rdquo; ไม่ติดโผ รองโฆษกรัฐบาลระบุวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นาเตรียมเข้าไทย คาดจองพุ่ง 5 ล้านโดส นายกฯ เตรียมฉีด &amp;quot;แอสตร้าฯ&amp;quot; เข็มสองวันจันทร์นี้ &amp;quot;หมอยง&amp;quot; แนะเร่งศึกษาแนวทางฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 สลับปรับเปลี่ยนยี่ห้อวัคซีน กทม.เปิดจุดฉีดวัคซีนนอก รพ. &amp;ldquo;เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า&amp;rdquo; คาด 2-3 เดือนฉีดเข็มแรกได้ 7-8 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี &amp;ldquo;การฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่าง 2,644 คน&amp;nbsp; สำรวจวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2564 พบว่า ประชาชนพอจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ร้อยละ 57.41 รู้และเข้าใจเป็นอย่างดี ร้อยละ 29.32 โดยร้อยละ&amp;nbsp; 56.49 ได้ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนให้ตนเองหรือคนในครอบครัวแล้ว เชื่อถือข้อมูลโควิดจากกระทรวงสาธารณสุข อสม.และหน่วยราชการ ร้อยละ 31.02 จากบทความ การวิเคราะห์ข่าวของสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ต่างๆ ร้อยละ 17.36
ที่น่าสนใจคือ ประชาชนเชื่อมั่นวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทใดมากที่สุด พบว่า บริษัทไฟเซอร์ ร้อยละ 75.11 รองลงมาคือ โมเดอร์นา ร้อยละ 72.14, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ร้อยละ 68.52, แอสตร้าเซนเนก้า ร้อยละ 65.89, สปุตนิก วี ร้อยละ 61.89 ทั้งนี้ ผลสำรวจไม่ระบุถึงซิโนแวค แต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ยังกังวลเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน ร้อยละ 59.64 โดยอยากให้กลุ่มแพทย์ออกมาชี้แจง ร้อยละ 67.74&amp;nbsp; และตัดสินใจว่าจะไปฉีดวัคซีน ร้อยละ 64.39, ไม่แน่ใจ ร้อยละ 22.30, ไม่ฉีด ร้อยละ 13.31&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ้างถึงกรณีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เผยความคืบหน้าจัดหาวัคซีนทางเลือกตัวที่ 3 ในไทยยี่ห้อ &amp;ldquo;โมเดอร์นา&amp;rdquo; ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนในไทยแล้ว คาดมียอดสั่งซื้อ 5&amp;nbsp; ล้านโดส โดยระบุว่า ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เผยการนำเข้าวัคซีนทางเลือก โดยองค์การเภสัชกรรมได้ร่วมมือกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนจัดหาวัคซีนทางเลือก ซึ่งวัคซีนยี่ห้อที่จะจัดหามาในช่วงแรกนี้คือโมเดอร์นา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนไปเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา
ขณะนี้อยู่ในระหว่างสมาคมโรงพยาบาลเอกชนรวบรวมจำนวนความต้องการ เบื้องต้นสมาคมโรงพยาบาลเอกชนคาดการณ์มีปริมาณสั่งซื้อจำนวน 5 ล้านโดส ซึ่งอยู่ระหว่างทบทวนจำนวนร่วมกันอีกครั้งก่อนดำเนินการขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ การจัดซื้อวัคซีนทางเลือกมีเงื่อนไขการขายของผู้ผลิตวัคซีนในต่างประเทศเอง ที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐของประเทศผู้ซื้อวัคซีนเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อและบริหารจัดการตามแนวทางของการขึ้นทะเบียน แบบมีเงื่อนไขในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ Conditional&amp;nbsp; Approval for Emergency Use
&amp;ldquo;ในส่วนวัคซีนของบริษัทโมเดอร์นานี้ ผู้ผลิตต้องการให้ภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการ องค์การเภสัชกรรมจึงเข้ามาร่วมดำเนินการ ส่วนยี่ห้ออื่นนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการขายของผู้ผลิตว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ผลิตจะให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการเช่นกัน ไม่ได้มีการปิดกั้นช่องทางการนำเข้าวัคซีนทางเลือกผ่านโรงพยาบาลเอกชนหรือภาคเอกชนอื่นๆ แต่อย่างใด&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.นี้ เวลา&amp;nbsp; 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีกำหนดเดินทางไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่สอง ที่สถาบันบำราศนราดูร โดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าบันทึกภาพหรือทำข่าวเพราะสถานที่คับแคบ โดยจะเผยแพร่ภาพและข่าวผ่านช่องทางต่างๆ ของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายกฯ ได้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกของประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 16&amp;nbsp; มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 24 พ.ค. ถือเป็นวันแรกที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาล แต่ยังคงต้องยึดตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้สื่อมวลชนสถานีโทรทัศน์เข้าทำเนียบฯ ได้วันละ 2 ทีม ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์วันละ 2 คน เพื่อเป็นการจำกัดจำนวนคนและลดความแออัด
นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;โควิต-19 การระบาดของโรค&amp;quot; ระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;บทเรียนจากทางยุโรปและอเมริกา ในการควบคุมโรคด้วยวัคซีน ต้องให้เร็วและครอบคลุมให้มากที่สุด แม้กระทั่งในอเมริกาเอง ใช้เวลาร่วม 5 เดือนแล้ว อัตราการครอบคลุมยังอยู่ที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เริ่มเห็นผลว่ามีการควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี ประเทศไทยเพิ่งเริ่มให้วัคซีน ขณะนี้ครอบคลุมเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ จะต้องทำให้ได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ภายใน 4 เดือน เราจึงจะเห็นผลการให้วัคซีน จะต้องปูพรมไปก่อน ครอบคลุมให้ได้มากที่สุด ด้วยวัคซีนที่เรามีอยู่ AstraZeneca และตามด้วยการกระตุ้นเข็ม 2
ในขณะเดียวกันเราก็จะต้องพยายามหาวัคซีนอื่นๆ เพิ่มเติมมาอีก เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ จำเป็นจะต้องมีการกระตุ้นให้ภูมิสูงอยู่ตลอดเวลา หรือปรับเปลี่ยนวัคซีนให้เหมาะสมกับการกลายพันธุ์ของไวรัส การติดตามภูมิต้านทานในประชากรไทยที่ได้รับวัคซีน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และจะต้องประเมินประสิทธิภาพ ในการป้องกัน ในบริเวณที่มีการระบาด ศึกษาแนวทางการกระตุ้นในเข็มที่ 3 เพื่อให้คงสภาพภูมิที่สูงอยู่ตลอดเวลา ใช้ในการป้องกันระยะยาวต่อไป มีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มทำการศึกษา&amp;quot;
&amp;quot;สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำการศึกษา คือการสลับปรับเปลี่ยนชนิดหรือยี่ห้อของวัคซีน เพราะขณะนี้เราเริ่มเห็นปัญหา เช่นนักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไปยุโรปหรืออเมริกา ยังไม่แน่ใจว่าจะยอมรับวัคซีนจีนหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับ เราจะฉีดวัคซีนเพิ่มเติมหรือมีการสลับปรับเปลี่ยนชนิดของวัคซีนที่กำลังฉีดอยู่ได้หรือไม่ คนที่แพ้วัคซีนเข็มแรก เข็มที่ 2 ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชนิดวัคซีน&amp;nbsp; หรือในอนาคตที่มีวัคซีนหลายยี่ห้อมา ถ้าต้องการกระตุ้นในคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว จะสามารถทำได้อย่างไร&amp;nbsp; ข้อมูลทั้งหมดจะต้องรีบทำการศึกษาเพื่อนำมาใช้ในประเทศของเรา&amp;rdquo; นพ.ยงระบุ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล &amp;ldquo;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย&amp;rdquo; บริเวณ&amp;nbsp; ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย ว่าเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อทดสอบระบบการให้บริการวัคซีนตามขั้นตอน ตั้งเป้าหมายในการให้บริการฉีดวัคซีนจำนวน 1,000&amp;nbsp; คน/วัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. วันนี้ทดสอบระบบโดยฉีดวัคซีน 520 คนให้กลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ พนักงานเก็บขน พนักงานกวาด ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากสำนักงานเขตบางกอกน้อยและตลิ่งชัน อาสาสมัคร พนักงานขายอาหาร ผู้ที่ขับรถยนต์สาธารณะ คนขับแท็กซี่&amp;nbsp; วินจักรยานยนต์ และต่อไปจะฉีดให้กลุ่มเป้าหมายอาชีพเสี่ยงอื่นๆ ที่สำนักอนามัยได้นำเข้าข้อมูลไว้ในระบบของ&amp;nbsp; กทม.แล้ว
ผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า กทม.จะเร่งขยายสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลให้ครบตามเป้าหมาย 25 แห่งทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ภายในวันที่ 2 มิ.ย.64 และเมื่อเปิดครบทุกแห่ง จะมีศักยภาพการให้บริการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 38,000-50,000&amp;nbsp; คน/วัน และรวมกับศักยภาพการให้บริการฉีดภายในโรงพยาบาล 126 แห่ง วันละประมาณ 30,000 คน/วัน คาดการณ์ว่าภายใน 2-3 เดือน กทม.จะสามารถฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ประมาณ 7-8 ล้านคน จากนั้นจะฉีดเข็มที่ 2 รวมทั้งหมดคาดว่าจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนประมาณ 15 ล้านเข็มขึ้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103934</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนไทยเชื่อมั่นวัคซีน, ฉีดวัคซีน, ซิโนแวค, วัคซีนโควิด, สวนดุสิตโพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, โมเดอร์นา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa58f377afa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
