<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยในสหรัฐเล่าเหตุการณ์รับมือโควิดบกพร่องบ้างชาวบ้านก็ให้กำลังใจไม่เห็นด่ากันเหมือนเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 มี.ค. 63 - ผู้ใช้เฟซบุ๊ Art Srikasem ซึ่งเป็นคนไทยอาศัยอยู่ในรัฐไอดาโฮ ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าถึงสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ในสหรัฐ มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;ภาพที่เห็นคือเมืองเล็กๆ ในหุบเขาแห่งหนึ่ง ที่ผมกลับมาเป็นพลเมืองกะเค้าเป็นรอบที่สองได้ไม่กี่เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ราบระหว่างหุบเขามีถนนเข้าออกเส้นเดียวแห่งนี้มีชื่อว่า Wood River Valley ประกอบด้วยเมืองเล็กๆ สามเมือง เมืองใต้สุดมีประชากรไม่ถึงสองพันห้าร้อยคน เมืองตรงกลางก็คือเมืองในภาพมีคนอาศัยเยอะหน่อยคือประมาณแปดพันคน เหนือขึ้นไปประมาณ 10 ไมล์ มีอีกสี่พันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมแล้วใน Wood River Valley มีคนรวมกันประมาณหมื่นห้าพันคน พูดง่ายๆ มีคนอยู่พอๆ กับตำบลโพรงมะเดื่อ หรือตำบลทั่วๆ ไปในบ้านเรา คือไม่ได้มากมายอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยชัยภูมิที่เป็นป่าเขาห่างไกลจากเมืองใหญ่ ไม่มีใครคาดคิดว่าชุมชนสามสี่เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเคาน์ตี้เดียวกันนี้จะกลายเป็น hot spot ของผู้ติดเชื้อ Covid 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อสิบกว่าวันที่ผ่านมา ถึงวันนี้รัฐไอดาโฮมีผู้ป่วยทั้งหมด 50 คน แต่ Wood River Valley ซึ่งมีพื้นที่เล็กนิดเดียวกลับตรวจพบผู้ติดเชื้อถึง 35 คน ที่แย่กว่านั้นก็คือ 14 รายเป็นบุคลากรโรงพยายบาลเล็กๆ แห่งเดียวในพื้นที่ ใน 14 คนเป็นหมออย่างน้อย 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในหมอที่ป่วยบอกว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่ตลอด ไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เลยมั่นใจว่าติดเชื้อจากที่นี่แน่นอน แต่ไม่รู้ว่าที่โรงพยาบาลรึเปล่า เพราะแกก็ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นๆ คือไปตลาด ไปกินข้าวซ้ำๆ ที่ วนไปเวียนมาเหมือนคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้เกิดที่นี่ เลยไม่รู้มาก่อนว่าพอเกิดเรื่องนี้ เครือข่ายหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุขเขาแบ่งงานกันอย่างไร ทำงานกันแบบไหน พอคนติดเชื้อเริ่มมากขึ้นก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะระดับเป็นเมือง ระดับเคาน์ตี้ หรือรัฐ ซึ่งก็ทำได้แค่ออกกฏประมาณ ให้อยู่บ้าน หรือสั่งปิดบางธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ห้ามชุมนุม อะไระมาณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยายามมองหาหน่วยงานที่เป็นมือเป็นตีน หรือมีเครือข่ายที่สามารถปฏิบัติการในพื้นที่ได้อย่างจริงจังแบบบ้านเรา ก็ไม่เห็นจะมีสักหน่วยงาน คลีนิคหลายแห่งเริ่มปิดตัวไม่รับคนไข้ หรือรับปรึกษาแค่ทางโทรศัพท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลที่มีแห่งเดียวก็ไม่มีศักยภาพในการตรวจหาเชื้อ Covid 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงแรกๆ มีคนป่วยเป็นไข้หวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นหวัดธรรมดา หรือหวัดพิเศษจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนพยายามเจรจากับโรงพยาบาลเพราะอยากรู้และกลัวว่าจะติดเชื้อ Covid 19 แต่เกือบทั้งหมดได้รับคำตอบเดียวกันคือ คัดกรองแล้วไม่เข้าข่าย พูดง่ายๆ ก็คือบางคนป่วยจนคลานเข้ามา หมอก็ยังไม่ตรวจให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลายสัปดาห์ที่แล้วโรงพยาบาลแถลงข่าวว่ามีความพร้อมสามารถตรวจหา Covid 19 แบบเป็นเรื่องเป็นราวได้ แต่ก็ต้องปิดเกือบทุกแผนก ยกเว้นแผนกฉุกเฉิน เพราะต้องเอาบุคลากรมาดูแลคลีนิคตรวจโคโรน่า ไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังวันประกาศความพร้อมแค่วันเดียว โรงพยาบาลตรวจเจอผู้ติดเชื้อถึง 12 คน ผู้ติดเชื้อเกือบทุกคนไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยสองเหตุผลคือ โรงพยาบาลไม่มีศักยภาพที่รองรับได้ และผู้ป่วยอาการไม่หนัก เลยให้กลับไปกักตัวเองอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้าที่ทางการจะเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลติดเชื้อถึง 14 คน มีการส่งคนไข้ทั่วไป (ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ Covid 19) ออกไปอยู่ที่โรงพยาบาลอื่นที่มีความพร้อมมากกว่า บุคลากรที่เหลือจะได้โฟกัสเรื่องการติดเชื้อ Covid 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงวันนี้ก็ยังรองรับคนไข้ที่มาตรวจหาเชื้อ Covid 19 ได้ไม่เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้คนในเมืองนี้ติดเชื้อไปแล้วอีกกี่สิบหรือกี่ร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลเค้าก็ทำเต็มที่ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ก็เลยได้เท่าที่เห็น ชาวบ้านชาวช่องก็เข้าใจและให้กำลังใจนะ ไม่เห็นมีคนด่าสักคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบเรื่องแถวบ้านก่อน ข้ามฟากไปดูที่ รัฐเวสท์เวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นรัฐสุดท้ายของอเมริกาที่ปลอดคนติดเชื้อบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่พี่ทรัมพ์ พูดชมเชยผู้ว่าการรัฐเวสท์เวอร์จิเนียร์ ว่าทำงานดี เฝ้าระวัง Covid 19 ได้ผล มีผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง พยายามดิ้นรนทุกวิถีทางที่จะให้หน่วยงานสาธารณสุขของเวสท์เวอร์จิเนีย เอาสามีเธอไปตรวจหาเชื้อ Covid 19 ที เพราะเธอมั่นใจว่าสามีป่วยของเธอมีอาการเข้าข่ายติดเชื้อโคโรน่าไวรัสแน่นอน แต่ไม่มีหน่วยงานไหนสนใจหรือช่วยเธอได้เลย เธอติดต่อไปสารพัดที่ บ้างก็แนะนำซ้ำๆ ซากๆ ให้โทรไปเบอร์เดิมที่เคยโทรไปขอความช่วยเหลือหลายครั้งแรก จนในที่สุดก็ยอมตราจให้เธอ แต่กว่าผลจะออกมาก็ใช้เวลาหลายวันมาก สามีเธอกลายเป็นผู้ติดเชื้อ Covid 19 รายแรกของรัฐ เธอกลายเป็นผู้ติดเชื้อรายที่สองของรัฐ ตอนนี้อาการของสองผัวเมียที่ว่าก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปได้ว่าไอ้รัฐที่เค้าว่าปลอดคนติดเชื้อเนี่ย จริงๆ ไม่ได้ปลอดหรอก มันไม่รู้จะทำไงต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้อ่านอีกข่าว ดาราหนังเรื่องอะไรสักอย่าง ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองป่วย และสงสัยว่าอาจติดเชื้อ Covid 19 เพราะตัวเองออกงานสัมผัสกับคนเป็นร้อยเป็นพันคน ตอนนี้หมดเงินไปเก้าพันเหรียญแล้ว ยังไม่มีใครบอกได้เลยว่าตัวเองติดเชื้อที่ว่ารึเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เล่าให้ฟัง ทั้งสามเรื่อง ที่มีทั้งไกล้ตัวและไกลตัวเนี่ย เกิดขึ้นในประเทศพัฒนาแล้ว เกิดในประเทศที่มีความก้าวหน้าทุกอย่าง พูดกันตรงๆ ก็คือบ้านเราเทียบไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เรื่องการรับมือกับ Covid 19 ถึงจะขาดตกบกพร่องบ้าง แต่ผมว่าบ้านเราทำได้ดีกว่าเยอะนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ว่าจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ก็มีพี่น้องเพื่อนฝูงจำนวนไม่น้อยหาเรื่องวกมาด่ารัฐบาล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือไม่ก็ชี้หน้าด่าคนไทยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งใจอยู่เงียบๆ มาระยะนึงละ ไม่อยากแส่ทุกเรื่องเพราะรู้ว่าตัวเองโง่ ไม่ทันข่าวสารบ้านเมือง วันนี้ขอหน่อยละกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาและสถานการณ์ปัจจุบันเราเราควรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน และให้ความร่วมมือ ช่วยกันลดการแพร่กระจายของโรคร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่มีอะไรดีๆ จะพูด แนะนำให้หักห้ามใจอยู่เงียบๆ สักพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเสียสละ คนทำงานจะได้ไม่เสียกำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจริญพร..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัพเดทเล็กๆ ให้เพื่อนๆ ที่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ เวลานี้ (26 มีนาคม) ซึ่งเป็นวันที่ยอดผู้ป่วยในอเมริกาสูงที่สุดในโลก แถวบ้านยอดตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มในเคาน์ตี้เพิ่มเป็น 81 คน เสียชีวิต 2 คน ซึ่งนับว่าหนักหนามากสำหรับพื้นที่เล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 22,000 คน (วันก่อนผมประมาณผิดไป คิดว่ามีประมาณ 15,000 คน จริงๆ มีสองหมื่นกว่าคน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติของผู้เสียชีวิตคนหนึ่งบอกว่าคนที่นี่อาจเริ่มติดเชื้อ Covid 19 ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับหลายคนในชุมชนนี้ที่เริ่มเชื่อว่า ผู้คนจำนวนมากติดเชื้อ Covid 19 แล้ว แต่ไม่มีใครบอกได้ว่ามากมายขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวคิดว่ามาตรการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้สกัดกั้นการแพร่กระจายของโรค น่าจะไม่ทันการแล้ว แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคาน์ตี้เพื่อนบ้าน เและเมืองในพื้นที่ใกล้เคียงเริ่มแสดงความวิตกว่า เชื้อ Covid 19 จะแพร่กระจายจากที่นี่เข้าสู่พื้นที่ของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข่าวในพื้นที่อื่นมีโอกาสติดตามบ้าง เช่นผู้ว่าการรัฐบางรัฐเริ่มปวดหัวไม่รู้จะหา PPE ที่ไหน มาให้บุคลาการทางการแพทย์ได้ใช้ เพราะขาดแคลนอย่างหนัก ที่ฟลอริด้า กำลังมีปัญหาชุดตรวจ Covid 19 ไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้มีโอกาสดูข่าวทหารระดับสูงคนหนึ่งของกองทัพบกอเมริกัน ให้สัมภาษณ์เรื่องความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเรื่องการสร้างโรงพยาบาลสนาม นี่ถ้าอยู่ประเทศไทยคงโดนด่าอีกว่า รออะไรอยู่ ทำไมไม่สร้างตั้งแต่เดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่นี้ละกัน เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายท่านคงติดตามข่าวคราวมากกว่าผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่าที่ไหนก็มีปัญหาเหมือนกัน ใครที่ชอบเปรียบเทียบว่าทำไม่ไม่ทำแบบประเทศโน้น ประเทศนี้ ลองกลับไปมองมุมมืดๆ ของประเทศนั้นๆ ดูบ้างก็ได้ คือมีปัญหาทุกแหละครับ แม้แต่ประเทศจีนเองที่ชมกันนักหนา ก็เริ่มด้วยการปิดข่าว คุณหมอท่านหนึ่งพยายามออกมาเตือนเรื่องนี้ กลับถูกตำรวจพยายามยัดข้อหาแพร่ข่าวลือ และก่อความไม่สงบ คาดว่าหลายคนจำไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจีนจะชนะศึก Covid 19 ก็คงลองผิดลองถูกมาหลายเรื่องเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บเรื่องขั้ว เรื่องข้าง เรื่องความเห็นต่างทางการเมืองไว้ในใจ ทำหน้าที่ของตัวเอง ให้ความร่วมมือ และให้กำลังใจคนทำงานดีกว่าครับ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หันหน้าเข้าหากันดีกว่า เสร็จศึก Covid 19 เมื่อไร ค่อยแบ่งพวกตีกันอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61137</URL_LINK>
                <HASHTAG>Wood River Valley, การระบาดของไวรัสโควิด-19, คนไทยในสหรัฐ, รัฐไอดาโฮ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7dac081fdb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;แจงคนไทยในสหรัฐฯการเมืองไทยดีขึ้นยันไม่คิดขัดแย้งใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62-ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวกับชุมชนชาวไทยในสหรัฐอเมริกาที่เข้าพบ โดยชี้แจงสถานการณ์และนโยบายการดำเนินงานของรัฐบาล 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า สถานการณ์ในประเทศไทย จะไม่พูดเรื่องความขัดแย้ง เพราะประเทศกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เวลานี้เสถียรภาพทางการเมืองไทยดีขึ้น ส่วนตัวไม่ได้ต้องการขัดแย้งกับใคร มีแต่คนที่ต้องการขัดแย้งกับตนตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;5 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีงดเว้นการเยี่ยมเยียนต่างประเทศในระดับสูงบ้าง แต่ในช่วงนั้นผมก็สามารถเดินทางไปได้หลายประเทศ ซึ่งหลายประเทศก็ไม่ได้รังเกียจอะไรผมนัก ครั้งนี้เมื่อมาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว โดยเฉพาะอเมริกา ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็เป็นประเทศต้นๆ ที่ออกแถลงการณ์รับการเลือกตั้งแสดงความยินดีกับผมในการเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยลายมือของตัวเอง ผ่านกระทรวงการต่างประเทศมาถึงผม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายกฯได้ตอบคำถามคนไทย โดยคำถามช่วงหนึ่งถามว่า นายกรัฐมนตรีดูแลสุขภาพอย่างไร &amp;nbsp;นายกฯ ตอบว่า เป็นโชคดีที่มีสุขภาพแข็งแรง และโชคดีที่มีภรรยาคอยดูแลอยู่ เมื่อทำงานเสร็จกลับบ้านดูเน็ตฟลิกกับภรรยา เพราะภรรยาชอบดูหนังแนวสืบสวนสอบสวน ตนเลยติด ชอบดูไปด้วย สนุกดี และอ่านหนังสือบ้าง ทั้งไทยอังกฤษ ให้ภรรยาช่วยแปลด้วย หากมีเวลาพักผ่อน ก็พยายามพักผ่อนให้มากที่สุด เสาร์-อาทิตย์ก็ออกกำลังกาย แต่ความเป็นนายกรัฐมนตรี ไปไหนลำบาก มี รปภ.ติดตาม แต่หากจะให้ตนไปไหนคนเดียว ใครจะเสี่ยงกับตน ตนไม่ได้กลัวตาย แต่มันเสียศักดิ์ศรี หากอยู่ดีๆ มีใครมาตะโกนด่า เคาะหัว ชกหน้า มันก็ไม่ใช่ แต่ตนคิดว่า คงไม่มีใครทำร้ายตน มีแต่รอยยิ้ม ไม่ต้องกลัว ถ้ายังมีรอยยิ้มแบบนี้ ก็คิดว่าคงอยู่ได้สักระยะหนึ่ง มีพวกเราทั้งในและต่างประเทศ ตนก็คิดว่าคนคงไม่ได้เกลียดตนมากมายนักหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46410</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยในสหรัฐ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8865d38bcef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ถึงนิวยอร์กคนไทยในสหรัฐฯแห่ให้กำลังใจสู้ๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:FBศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62- เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เวลา 11.05 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรีรับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 จากนั้นนายกรัฐมนตรีและภริยาพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก ทั้งนี้ ทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึง คนไทยในสหรัฐฯให้การต้อนรับบริเวณด้านหน้าโรงแรมฯ โดยมอบดอกไม้ ชูรูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ และมีป้ายข้อความให้กำลังใจ เช่น &amp;quot;รักหมดใจ... ลุงตู่สู้ไม่ถอย ลุงตู่สู้ๆ พวกเราเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอ&amp;quot; ทั้งยังส่งเสียงให้กำลังใจ &amp;quot;ลุงตู่สู้ๆ&amp;quot; ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นนายกฯพูดคุยกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา จำนวน 175 ราย ประกอบด้วย หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในนครนิวยอร์ก เครือข่ายสมาคมและชมรมคนไทย กลุ่มนักวิชาชีพชาวไทยในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง ผู้แทนสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐฯ และแคนาดา นักศึกษาไทยในสหรัฐ และผู้สื่อข่าวไทยประจำนครนิวยอร์ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ยินดีที่ได้พบปะพูดคุยกับชุมชนไทยเพื่อแจ้งถึงสถานการณ์ประเทศไทย นโยบายรัฐบาล รวมถึงรับทราบทุกข์สุข ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน การเดินทางมานครนิวยอร์กครั้งนี้ มีภารกิจสำคัญหลายภารกิจ อาทิ การประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยมีความก้าวหน้าโดดเด่นและได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ประสานงานร่วมกับจอร์เจีย เพื่อเจรจาร่างปฏิญญาทางการเมือง การเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการประชุม Climate Action Summit ซึ่งตนจะกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียน เป็นโอกาสดีที่ไทยจะได้นำเสนอจุดแข็งพร้อมแสดงบทบาทนำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเวทีระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; การกล่าวสุนทรพจน์ที่ Asia Society และ USABC เพื่อแจ้งถึงพัฒนาการต่างๆ ของประเทศไทย วิสัยทัศน์ของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินนโยบายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยดำเนินการปฏิรูปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และได้ออกกฎหมายและปรับปรุงกฎหมายรวมกว่า 400 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และเอื้ออำนวยต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp;นอกจากนี้รัฐบาลยังพยายามแก้ไขปัญหาสังคมที่คั่งค้างมานาน เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เน้นการแก้ไขปัญหาในการดํารงชีวิต และการปรับปรุงระบบสวัสดิการเพื่อประชาชนโดยมีแผนดำเนินการที่เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า อีกสิ่งสำคัญที่รัฐบาลมุ่งเน้นก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ดีจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สานต่อการพัฒนาและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจตามวิสัยทัศน์ ประเทศไทย 4.0 บนรากฐานการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการสร้างสรรค์ โดยเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตใน 10+2 สาขา ส่งเสริมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองนวัตกรรม (smart cities) ในจังหวัดหลัก ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างงานและอาชีพต่อเนื่องในอีกหลายประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุดให้มีความพร้อมไปสู่ศตวรรษใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ กำหนดนโยบายการศึกษาเป็นวาระเร่งด่วนในทุกระดับ ส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจของเกษตรกรและแรงงานในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างรายได้ กำหนดมาตรการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สำหรับการรับมือกับสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและไม่แน่นอน รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนจากความขัดแย้งกีดกันทางการค้าระหว่างชาติมหาอำนาจ รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรับมือไว้ในหลายลักษณะ เช่น การเจรจาข้อตกลงทางการค้าอาเซียน+6 หรือที่เรียกว่า RCEP การแสวงหาและร่วมมือกับคู่ค้าคู่ลงทุนใหม่ๆ ในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมีความภาคภูมิใจและยินดีที่ได้เห็นคนไทยที่นี่เป็นพลเมืองที่ดีของสหรัฐอเมริกา ประกอบอาชีพและธุรกิจที่ได้รับการยอมรับ และมีสิทธิเสรีภาพทัดเทียมกับชาวอเมริกัน อย่างไรก็ดีเชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทยได้ แม้จะพำนักและทำงานอยู่ในสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญขอให้มีความสามัคคี เพื่อนำเสนอประเทศไทยในทางบวกและสร้างความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย และแสดงเอกภาพและศักยภาพของชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาให้เป็นที่ประจักษ์ &amp;nbsp;ขอขอบคุณชุมชนไทยในสหรัฐฯทุกคน สำหรับกำลังใจและการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46376</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยในสหรัฐ, นายกรัฐมนตรี, ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88186cc60e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
