<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คปภ. สั่งมาตรการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนเต็มพิกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากปรากฏพฤติการณ์และหลักฐานต่อนายทะเบียนว่า บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) มีฐานะการเงินไม่มั่นคง โดยมีประมาณการหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน มีสภาพคล่องไม่เพียงพอสำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และปรากฏว่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอาจจะต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าบริษัท &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความสามารถในการชำระหนี้ตามภาระผูกพันที่มีต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนได้ มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้า อันเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย และยังคงมีจำนวนค่าสินไหมทดแทนค้างจ่ายจำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อฐานะและการดำเนินการของบริษัท ตลอดจนชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธุรกิจประกันภัย มีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยไม่เป็นไปตามแบบและข้อความที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏหลักฐานดังกล่าว นายทะเบียนจึงเห็นว่า บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน เพื่อให้การกำกับดูแล &amp;nbsp;และติดตามการแก้ไขปัญหาฐานะและการดำเนินการของบริษัทให้เป็นไปอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการติดตามความมั่นคงทางการเงินและธุรกรรมการดำเนินงานที่ถูกต้องโปร่งใส อันจะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน รวมถึงป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยและประชาชนในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการ คปภ. พิจารณาจากพฤติการณ์และหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว เห็นชอบให้นายทะเบียนใช้อำนาจตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยสั่งให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ห้ามเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สิน และให้บริษัทเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินงาน โดยกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้บริษัทดำเนินการ ดังนี้&amp;nbsp;
1. เพิ่มทุนหรือแก้ไขฐานะการเงินให้เพียงพอต่อภาระผูกพัน และให้มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนเพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับคำสั่ง ให้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการทุก 7 วัน
2. จัดทำรายงานสรุปรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เช่น หมายเลขกรมธรรม์ประกันภัย ชื่อผู้เอาประกันภัย จำนวนเงินที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และจัดส่งรายงานให้สำนักงาน คปภ. ทุกวันทำการนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และให้บันทึกรายการในสมุดทะเบียน สมุดบัญชี คำนวณและดำรงเงินสำรองประกันภัย &amp;nbsp;ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามกฎหมาย
3. บันทึกรายการทางทะเบียนแสดงรายการค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
4. เร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าวจะช่วยให้สำนักงาน คปภ. สามารถคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนได้เต็มที่โดยสามารถเข้าไปควบคุมบริษัทฯ ได้เต็มพิกัด และจัดการเคลียร์ปัญหาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้สั่งการไปยังสายตรวจสอบและสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ตลอดจนสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศ ตรวจสอบสาขา/สำนักงานตัวแทนของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ และให้ดำเนินการแจ้งการสั่งหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัท/ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยขายกรมธรรม์รายใหม่ในระหว่างการหยุดรับประกันภัย พร้อมทั้ง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำที่บริษัท เพื่อควบคุมดูแลให้บริษัทดำเนินการตามเงื่อนไข ที่นายทะเบียนกำหนดแล้ว สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หากพบว่า มีการกระทำความผิด จะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากบริษัทยังต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามปกติ และอุตสาหกรรมประกันภัยโดยภาพรวมไม่มีความเสี่ยง ในเชิงระบบ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117688</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, เลขาธิการ คปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c8d763f0f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี &#039;คปภ.&#039; แจงผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน Home Isolation เคลมค่ารักษาพยาบาลได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 2564 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย เข้าสู่ระลอก 3 ที่กระจายไปทั่วเป็นวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำนักงาน คปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับมาตรการของรัฐบาลที่ได้ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย โดยการขยายความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ขยายความคุ้มครองการรักษาพยาบาลเนื่องจากการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาลสนามหรือ hospitel ให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทั่วไป และขยายความคุ้มครองกรณีผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ยังคงไม่คลี่คลายและทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไม่เพียงพอ การเพิ่มโรงพยาบาลสนามหรือ hospitel ไม่ทันกับการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยติดเชื้อ และสิ่งที่สำคัญคือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยมีหลายรายต้องติดเชื้อ ทำให้มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ รัฐบาลจึงได้มีแนวทางปรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกแนวทางการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ให้ได้รับการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพและการประกันภัย COVID-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พบว่า ยังไม่ครอบคลุมถึงกรณีการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation ซึ่งย่อมทำให้ผู้เอาประกันภัยซึ่งเข้ารับการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation ไม่สามารถเคลมประกันได้ ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมและให้ระบบประกันภัยเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อีกทั้งเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐและบุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน คปภ. จึงได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ระบบประกันภัยควรจะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องนี้ ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 43/2564 เรื่อง การจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และได้เข้ารับการดูแลรักษาพยาบาลแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation สำหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 44/2564 เรื่อง การจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และได้เข้ารับการดูแลรักษาพยาบาลแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากตรวจพบว่าผู้เอาประกันภัยติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีการดูแลรักษาแบบดังกล่าว โดยกรณีกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากวงเงินความคุ้มครองผู้ป่วยนอกตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินผลประโยชน์ในกรมธรรม์ หรือกรณีตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในให้อนุโลมจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยนอก ตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินผลประโยชน์ในกรมธรรม์ ส่วนกรณีกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีเป็นผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ก็ให้อนุโลมจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยนอกตามความจำเป็นทางการแพทย์และที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินผลประโยชน์ในกรมธรรม์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าชดเชยรายวันกรณี Home Isolation หรือ Community Isolation หากมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาล เช่น อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ โดยจ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองค่าชดเชยรายวัน สูงสุด 14 วัน นับแต่วันที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในสถานพยาบาลแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ อีกทั้งคำสั่งนายทะเบียนนี้ยังเปิดช่องให้บริษัทประกันภัยสามารถจ่ายเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร นอกเหนือจากการจ่ายตามที่คำสั่งกำหนด โดยคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว มีผลใช้บังคับกับสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ซึ่งบริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัย ทั้งก่อนและหลังวันที่มีคำสั่ง (วันที่ 29 กรกฎาคม 2564) จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สำหรับการดำเนินการต่อไปเพื่อให้ระบบประกันภัยสามารถรองรับความเสี่ยงในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้สอดคล้องกับมาตรการทางด้านสาธารณสุข สำนักงาน คปภ. จะได้เร่งส่งเสริมให้มีการพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยให้ครอบคลุมถึงกรณีการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือแบบ Community Isolation ต่อไป ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111724</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, กักตัวที่บ้าน, คปภ, เคลมค่ารักษาได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104caff48af0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ผุดนวัตกรรมบอร์ดเกม สื่อเรียนรู้ด้านการประกันภัยสำหรับเยาวชน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย   พร้อมชวนผู้ที่สนใจ ร่วมประกวดออกแบบบอร์ดเกม ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดโครงการ &amp;ldquo;ประกวดนวัตกรรมบอร์ดเกมด้านการประกันภัย&amp;rdquo; OIC Board Game Innovation ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ความรู้ ความเข้าใจด้านการประกันภัย (Insurance Literacy)&amp;rdquo; ณ&amp;nbsp; ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสถาบันวิทยาการระดับสูง นอกจากนี้ มีการเสวนา &amp;ldquo;เรียนรู้ประกันภัย ทำไมต้องบอร์ดเกม&amp;rdquo; โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ นำโดย อาจารย์พีรัช ษรานุรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบอร์ดเกม และเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ร่วมเสวนา เพื่อเปิดมุมมองของเยาวชนคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการประกันภัย กับรูปแบบกระบวนการสร้างการเรียนรู้ในรูปแบบบอร์ดเกม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวถึงโครงการประกวดนวัตกรรมบอร์ดเกมด้านการประกันภัย ในตอนหนึ่งว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ใช่การประกวดบอร์ดเกมที่มุ่งเน้นเพียงความสนุกสนาน หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยประเภทต่าง ๆ เท่านั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านการประกันภัยในรูปแบบใหม่ เป็นการวางรากฐาน การสร้าง Insurance Literacy ซึ่งก็คือ ความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาสื่อด้านการประกันภัยที่สอดรับกับรูปแบบการเรียนรู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการประกันภัย กับรูปแบบกระบวนการ สร้างการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่มีความสนุกและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ร่วม เพื่อให้เยาวชนได้ร่วมกันตัดสินใจ แก้ไขปัญหาในแต่ละสถานการณ์ของความเสี่ยงด้วยการประกันภัย เพื่อเป็นการยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรางวัลผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมครั้งนี้ จะได้รับทั้งโล่รางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรางวัลชนะเลิศ จำนวน 100,000 บาท พร้อมนำผลงานไปผลิตจริง รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จำนวน 50,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จำนวน 30,000บาทและรางวัลชมเชยอีก 7 รางวัล ๆ ละ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และส่งผลงานรอบคัดเลือกผ่านทางเว็บไซต์ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th หรือ Facebook สำนักงาน คปภ.facebook.com/PROIC 2012 และ Facebook Deschooling Game facebook.com/deschooling.game/ ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2564 - 5 พฤษภาคม 2564 โดยจะประกาศผลทีมที่เข้ารอบ 20 ทีม ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ซึ่งทั้ง 20 ทีมที่เข้ารอบจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป เพื่อพัฒนาผลงานต้นแบบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยและด้านการออกแบบบอร์ดเกมชั้นนำ โดยในวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 จะประกาศผล 10 ทีมสุดท้าย เพื่อนำไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายจริง และนำเสนอต่อคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมประกาศผลและมอบรางวัล ในวันที่ 5 สิงหาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผม ขอเชิญชวน เยาวชนคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไป (ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์) สมัครส่งผลงานเข้าประกวดได้ ทั้งในนามบุคคลหรือเป็นทีม ๆ ละไม่เกิน 3 คนต่อผลงาน 1 ชิ้น ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดต้องนำเสนอแนวคิดและกลไกของ &amp;ldquo;บอร์ดเกม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อใช้สื่อสารเนื้อหาที่สอดคล้องกับความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยที่น่าสนใจ เพื่อให้คณะกรรมการทำการคัดเลือก โดยเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการ เน้นความถูกต้อง และครบถ้วนของเนื้อหาด้านการประกันภัย ความเหมาะสมต่อระยะเวลาการเล่น กลไกการเล่นที่น่าสนใจ การสร้างสรรค์และสามารถพัฒนาต่อยอดได้ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-515-3995-9 ต่อ 5615 หรือ 088-829-2555 หรือที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98529</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ, ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c42e6aca6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. โปรโมท “ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล” รองรับไลฟ์สไตล์สังคมยุคดิจิทัล  ตอบโจทย์ธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต และนักช้อปออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. มีมาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ทั้งจากการใช้ชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ เพื่อช่วยบรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น โดยการสนับสนุนให้บริษัทประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริการที่ตอบโจทย์ทุกมิติความเสี่ยงและความต้องการ รวมถึงกำลังซื้อของประชาชน ตลอดจนช่องทางการจำหน่ายที่เข้าถึงได้อย่างสะดวกและง่ายยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบการชำระเงินแบบอีเพย์เมนต์ (E-Payment) และระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ทำให้ประชาชนใช้บริการทางการเงินและทำธุรกรรมต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้น และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนมีพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น รวมถึงวิถีชีวิตแบบใหม่ในยุคดิจิทัล เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ หากเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายจากการใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตและการซื้อขายสินค้าออนไลน์ สำนักงาน คปภ. ขอแนะนำประชาชนให้นำระบบประกันภัยเข้าไปช่วยบริหารความเสี่ยงกรณีเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายดังกล่าว โดยนายทะเบียนประกันภัย ได้เห็นชอบแบบ ข้อความและอัตราเบี้ยประกันภัยกรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล ของบริษัทประกันวินาศภัยไปแล้ว จำนวน 5 บริษัท ซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเอาประกันภัยและความคุ้มครองที่เลือกซื้อ โดยมีเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 200 บาท จนถึง 1,000 กว่าบาทต่อปี และหลายบริษัทอยู่ระหว่างจัดแผนประกันภัยให้สามารถเลือกซื้อได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคุ้มครองของการประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล สามารถแบ่งออกเป็น 8 แบบความคุ้มครองหลัก ๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มครองแบบที่ 1 การถูกโจรกรรมเงินทางอินเทอร์เน็ต ที่เกิดจากการถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล หรือการถูกโจมตีแบบฟิชชิ่ง โดยกระทำจากบุคคลภายนอก บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายต่อเงิน หรือค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ตามหลักฐานที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มครองแบบที่ 2 การถูกกรรโชกทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ตโดยกระทำจากบุคคลภายนอก บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายต่อเงินเรียกค่าไถ่ที่สูญเสียไป หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าว ตามหลักฐานที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มครองแบบที่ 3 การถูกกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตโดยการกระทำจากบุคคลภายนอก ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี หรือค่าใช้จ่ายในการรักษาทางจิตวิทยา ตามหลักฐานที่เกิดขึ้นแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มครองแบบที่ 4 การถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ตโดยกระทำจากบุคคลภายนอก บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีตามหลักฐานที่เกิดขึ้นและไม่สามารถเรียกร้องได้จากผู้รับผิดชอบจากแหล่งอื่น แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ความคุ้มครองแบบที่ 5 การคุกคามทางอินเทอร์เน็ตโดยกระทำจากบุคคลภายนอก บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกร้องได้จากผู้รับผิดชอบจากแหล่งอื่น ดังนี้ 1) ค่าใช้จ่ายในการกู้ข้อมูลหรือการล้างข้อมูลบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล 2) ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล 3) ค่าใช้จ่ายในการกู้ข้อมูล หรือการล้างข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่มีการติดตั้งระบบการควบคุมและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล ตามหลักฐานที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มครองแบบที่ 6 การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต กรณีถูกหลอกลวงให้สั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตและชำระเงินค่าสินค้าให้กับผู้ขายแล้ว แต่ผู้ขายไม่จัดส่งสินค้าให้ภายในเวลาที่กำหนด บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับจำนวนเงินที่ได้ชำระให้กับผู้ขายเพื่อซื้อสินค้าดังกล่าวตามใบเสร็จและไม่สามารถเรียกร้องได้จากผู้รับผิดชอบจากแหล่งอื่น แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มครองแบบที่ 7 การขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต กรณีถูกหลอกลวงให้ขายและได้มีการจัดส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อสินค้าออนไลน์แล้ว แต่ไม่ได้รับเงินค่าสินค้าภายในเวลาที่กำหนด บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับจำนวนเงินที่ไม่ได้รับการชำระเงินค่าสินค้าดังกล่าวตามใบเสร็จและไม่สามารถเรียกร้องได้จากผู้รับผิดชอบจากแหล่งอื่น แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคุ้มครองแบบที่ 8 ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามผู้เอาประกันภัยสำหรับจำนวนเงินที่ต้องรับผิดตามกฎหมายตามหลักฐานที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองที่ซื้อไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ส่วนบุคคล จะสามารถบริหารจัดการเพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชน หากเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายแล้วอาจจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมา การทำประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล จึงเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อโอนความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันภัยรับผิดชอบ หากเกิดเหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันภัย โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพของประชาชนยุคเศรษฐกิจดิจทัล ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อสายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96152</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f5c5a22d14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอบข้อสงสัย..? “ประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19” กับ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;Q : ข้อแนะนำการเลือกซื้อประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; มีอย่างไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A : ปกติแต่ละบุคคลมีความเสี่ยงภัยแตกต่างกันออกไป ให้พิจารณาเลือกซื้อความคุ้มครองตามความเสี่ยงภัยของตนเอง และการประกันภัยนี้จะเหมาะสมกับบุคคลที่มีแผนจะฉีดวัคซีนโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : การประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 ของแต่ละบริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองเหมือนหรือต่างกัน อย่างไร? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A : การประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 ของแต่ละบริษัทอาจเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครอง ขณะนี้ มีความคุ้มครองพื้นฐาน เมื่อฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเกิดผลกระทบหรือแพ้วัคซีนโควิด-19 บริษัทฯ จะให้ความคุ้มครองอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างตามเงื่อนไขกรมธรรม์ฯ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1) ผลประโยชน์กรณีเกิดเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่า/ภาวะร้ายแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2) ค่ารักษาพยาบาล กรณีต้องเข้ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;3) ผลประโยชน์เงินชดเชยปลอบขวัญสำหรับผู้ป่วยใน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;4) ผลประโยชน์เงินชดเชยรายวัน กรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;5) ผลประโยชน์การแพ้วัคซีนโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;6) ค่ารักษาพยาบาล กรณีต้องรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยนอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : การประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 โดยทั่วไป มีข้อยกเว้น อะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A: บริษัทฯ จะไม่ให้ความคุ้มครองการแพ้วัคซีนโควิด-19 ที่เป็นผลมาจากวัคซีนที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : เบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ เท่าไร? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : เบี้ยประกันภัยจะขึ้นกับความคุ้มครองและวงเงินคุ้มครอง (แผนความคุ้มครอง) ที่เลือกซื้อ โดยปัจจุบัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบี้ยประกันภัยจะอยู่ตั้งแต่หลักสิบ จนถึง ไม่เกิน 1,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;Q : การประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะให้คุ้มครองวัคซีนทุกยี่ห้อ หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A : บริษัทฯ จะให้ความคุ้มครองการแพ้วัคซีนโควิด-19 ทุกยี่ห้อที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : การประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะเริ่มให้คุ้มครองทันทีหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A : หากมีการทำประกันภัยแล้ว ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองทันที แต่ไม่รวมถึงการแพ้วัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เกิดขึ้นก่อนการซื้อประกันภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : ถ้าต้องเข้ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน จากการแพ้วัคซีนโควิด-19 โดยมีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และความคุ้มครองเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าด้วย เข้ารักษาพยาบาลได้ระยะหนึ่งแล้ว ต่อมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแพ้วัคซีนทำให้เกิดเจ็บป่วยเข้าสู่ภาวะโคม่า ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองทั้งสองส่วน หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A: ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชย ทั้งในส่วนของค่ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน ตามที่เกิดขึ้นจริง และเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่า ตามจำนวนเงินที่ซื้อไว้ ทั้งนี้ ความคุ้มครองจะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : ถ้าต้องเข้ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน จากการแพ้วัคซีนโควิด-19 โดยมีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล&amp;nbsp; เป็นผู้ป่วยใน และความคุ้มครองเงินชดเชยรายวันกรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในด้วย ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองทั้งสองส่วน หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A : ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองทั้งค่ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน ตามที่เกิดขึ้นจริง และเงินชดเชยรายวัน ตามจำนวนเงินต่อวันและจำนวนวันซื้อไว้ ทั้งนี้ เงื่อนไขความคุ้มครองจะเป็นไปตามระบุไว้ในกรมธรรม์ฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : ถ้าต้องเข้ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน จากการแพ้วัคซีนโควิด-19 โดยมีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน และสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากสวัสดิการภาครัฐหรือหน่วยงานอื่นๆ ด้วย จะสามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากประกันภัยได้อีก หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A : การประกันภัย จากการแพ้วัคซีนโควิด-19 จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่ซื้อไว้ แต่หากใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลจากสวัสดิการอื่นใดแล้ว การประกันภัยนี้จะชดใช้ให้เฉพาะค่ารักษาพยาบาลส่วนที่ขาดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : ถ้าต้องเข้ารักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน จากการแพ้วัคซีนโควิด-19 โดยมีความคุ้มครองเงินชดเชยรายวันกรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน และสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากสวัสดิการภาครัฐหรือหน่วยงานอื่นๆ ด้วย จะสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยได้อีก หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;A : สวัสดิการอื่นใด ไม่เป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยไม่ได้รับความคุ้มครองเงินชดเชยรายวัน กรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินชดเชยรายวัน ตามจำนวนเงินต่อวันและจำนวนวันที่ซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;Q : หากต้องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะต้องดำเนินการ อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : สามารถยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ที่บริษัทฯ ที่ซื้อไว้ โดยมีหลักฐานตามที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95541</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60477b5974031.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ส่งความสุขและความปรารถนาดี ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2564   ขอให้ไหว้บรรพบุรุษและเฉลิมฉลองเทศกาลอย่างมีความสุข  เตือนต้องไม่ประมาท เพราะอุบัติภัยเกิดขึ้นได้ ชวนทำประกันอัคคีภัยเพื่อความอุ่นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. มีมาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง และครอบคลุมในทุกมิติของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะการใช้ชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของคนไทยเชื้อสายจีน โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายทั้งการจับจ่ายซื้อข้าว ซื้อของ เพื่อประกอบพิธีกรรมตามประเพณีที่สืบทอดกันมา การจุดธูป จุดเทียน เผากระดาษเงินกระดาษทอง จุดประทัด จึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะอุบัติภัยสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อให้สามารถเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยความอุ่นใจยิ่งขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงแนะนำให้ประชาชนทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ไมโครอินชัวรันส์) ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี จ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 600 บาท ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้มีคำสั่งนายทะเบียน ให้ใช้แบบ ข้อความและอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของบ้านอยู่อาศัยได้มีโอกาสเข้าถึงการประกันภัยโดยจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยไม่แพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด ตามหลักของการประกันภัยทั่วไปในการทำประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินเพื่อจะได้รับการชดใช้เต็มตามมูลค่าที่แท้จริง แต่สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงได้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว ก็จะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายจริงสูงสุดไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ได้แก่ บ้าน ทาวเฮาส์ บ้านแฝด ตึกแถว ห้องชุดสำหรับอยู่อาศัย ในแฟลต อาคารชุด คอนโดมิเนียม (เฉพาะสิ่งปลูกสร้าง) และให้ความคุ้มครองสำหรับความเสียหายที่เกิดจาก 6 ภัยหลัก คือ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยที่เกิดจากการเฉี่ยวการชนของยวดยานพาหนะหรือสัตว์พาหนะ (ช้าง ม้า วัว ควาย) รวมถึงการหล่นทับของสินค้าที่บรรทุกมากับยานพาหนะหรือสัตว์พาหนะ ภัยจากอากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ (ไม่รวมน้ำท่วม) ที่เกิดจากการปล่อย การรั่วไหล การล้นออกมาของน้ำ จากท่อน้ำ ถังน้ำ ระบบทำความร้อน ระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศ รวมถึงน้ำฝนที่ไหลผ่านเข้าไปภายในอาคารจากการเสียหายของหลังคา หน้าต่าง ประตู &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยแบบต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (First Loss)&amp;nbsp; ให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว คือ เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่บาทแรกจนเต็มจำนวนเงินจำกัดความรับผิด โดยไม่มีการนำเงื่อนไขหลักการเฉลี่ยมาใช้ ซึ่งมี 3 แบบให้เลือก ได้แก่ แบบที่หนึ่ง 600,000 บาท สำหรับสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารคอนกรีต แบบที่สอง 250,000 บาท สำหรับสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ และแบบที่สาม 150,000 บาท สำหรับสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารที่ไม่ใช่คอนกรีตหรือครึ่งตึกครึ่งไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงาน คปภ. ขอส่งมอบความปรารถนาดี ความห่วงใยในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ด้วยการแนะนำให้พี่น้องประชาชนทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ไมโครอินชัวรันส์ แต่หากท่านได้ทำประกันภัยไว้แล้ว ก็ควรตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยของท่านว่าขาดอายุหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน ก่อนออกเดินทาง เพื่อจะได้เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้ด้วยความอุ่นใจ โดยมีระบบประกันภัยเป็นตัวช่วยในการบริหารความเสี่ยงให้กับทุกท่าน&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92837</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_60266a1184bd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 01:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 06:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด คปภ. ไฟเขียว! มาตรการขยายโอกาสการลงทุนในบริษัทประกันภัยสู้ภัยโควิดและพิษอัตราดอกเบี้ยต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 1/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 ซึ่งมีนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานฯ ได้มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบริษัทประกันภัย เพื่อเป็นการขยายโอกาสในการลงทุน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยสามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ดียิ่งขึ้นภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในภาวะชะลอตัว และยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในหลายปัจจัย และภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยได้เห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต/บริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 5) และร่างประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดประเภท และชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณเงินกองทุนของบริษัทประกันชีวิต/บริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 4) ก่อนนำเสนอประธานบอร์ด คปภ. เพื่อพิจารณาลงนามต่อไป ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก : เปิดช่องทางการลงทุนใหม่ที่ให้บริษัทสามารถลงทุนในกองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศที่มีองค์ประกอบเป็นตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนสุทธิ (NAV) ของกองทุนนั้น และปรับปรุงหลักเกณฑ์การลงทุนตรงในกรณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า Investment Grade ที่เดิมต้องจำหน่ายในโอกาสแรกที่กระทำได้ แต่เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นภายใต้สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงอนุญาตให้บริษัทประกันภัยสามารถถือครองตราสารดังกล่าวต่อไปได้ ซึ่งการลงทุนทั้งทางตรงและผ่านกองทุนรวมข้างต้น เมื่อนำไปนับรวมกับสินทรัพย์ลงทุนอื่น ต้องไม่เกินร้อยละ 5 ของสินทรัพย์ลงทุนของแต่ละบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง :&amp;nbsp; ปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง โดยปรับปรุงค่าความเสี่ยงด้าน Specific Risk จากเดิมที่สูงมากให้ลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับภาวะการณ์ปัจจุบันเพื่อให้เงินกองทุนของบริษัทสะท้อนความเสี่ยงของตราสารหนี้ที่บริษัทถือครองอยู่ ในกรณีที่การลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทเป็นไปตามประกาศว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย สำหรับการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และปรับปรุงวิธีพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่ออกในต่างประเทศโดยนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ในการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) โดยให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย (Local Issuer Rating) ได้โดยอนุโลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม : ปรับปรุงวิธีพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่ออกในต่างประเทศโดยนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ในการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยด้านปัจจัยเฉพาะของผู้ออกตราสาร (Specific Risk) โดยให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย (Local Issuer Rating) ได้โดยอนุโลม และผ่อนปรนค่าความเสี่ยงสำหรับการลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Equity Fund) ที่มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนที่อยู่ในดัชนีหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศ developed market ตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป โดยให้บริษัทสามารถคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านตลาดจากราคาหน่วยลงทุนโดยวิธีการ look through ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือคำนวณโดยใช้ค่าความเสี่ยงที่ร้อยละ 25 คูณกับมูลค่าหน่วยลงทุน (Net Asset Value : NAV) ทั้งจำนวน ซึ่งเมื่อเลือกใช้วิธีใดแล้วให้ใช้วิธีนั้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ อันเป็นการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตและลดความเสี่ยงเชิงระบบ โดยมาตรการนี้ให้มีผลบังคับชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับปรุงหลักเกณฑ์การลงทุนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เปรียบเสมือนการให้วิตามินเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับภาคธุรกิจประกันภัยในการเพิ่มโอกาสให้สามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อสู้กับปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับที่ภาคธุรกิจประกันภัยมีหนังสือขอเข้ามา โดยคณะกรรมการ คปภ. พิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าการปรับปรุงดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในภาพรวม ทั้งน่าจะเกิดผลดีต่อภาคธุรกิจประกันภัย ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะได้ช่วยเหลือติดตามการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนอย่างใกล้ชิด ต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91817</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601993938b345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
