<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนไม่หยุด&#039;ทะลุแก๊ส&#039;เผาป้อมจราจรแยกนางเลิ้ง&#039;คฝ.&#039;เข้าเคลียร์กระเจิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-เวลา20.00 น. กลุ่มทะลุแก๊สยังคงปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างดุเดือดที่เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาออกมามวลชนก็จะถอยมารวมตัวกันที่แยกนางเลิ้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ขยับแนวเข้ามายังกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อกดดันให้ออกจากพื้นที่ จากนั้นได้ก่อเหตุได้เผาป้อมควบคุมจราจรได้รับความเสียหายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ป้อมจราจรแห่งนี้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทุบทำลายมาแล้วครั้งหนึ่งในการชุมนุมที่ผ่านมากระจกแตกละเอียดทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้มีการซ่อมแซมเพื่อใช้งานชั่วคราวโดยนำแผ่นพลาสติกมาปิดช่องหน้าต่างและประตูไว้ ก่อนจะถูกเผาทำลายจนวอดทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาชุดเคลื่อนที่เร็วได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ส่วนแก๊งป่วนเมืองได้กระจายตัวออกจากพื้นที่ทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117205</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฝ., ตำรวจ, ทะลุแก๊ส, เผาป้อมจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_614738e305c11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ52แก๊งทะลุแก๊สตำรวจเจ็บ5รายมีสาหัสโดนปาระเบิดใส่หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงการชุมนุมรายวันว่า วันนี้(12 ก.ย.)กลุ่มทะลุแก๊สและกลุ่มต่อต้านเผด็จการมีการชักชวนให้มีการก่อเหตุความวุ่นวาย&amp;nbsp; สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สามเหลี่ยมดินแดงนัดหมายเวลา 17.00 -20.30 น. บช.น.ขอเตือนว่าการการรวมตัวมั่วสุมในเขตพื้นที่กรุงเทพฯมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. ความคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า สำหรับการก่อความไม่สงบเรียบร้อยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา บริเวณแยกดินแดงและบริเวณใกล้เคียงยังคงมีการละเมิดกฎหมายหลายบทบัญญัติ ทำลายทรัพย์สินของราชการและเอกขน&amp;nbsp; มีการจุดเพลิงเผาทรัพย์ ขว้างปาระเบิดแสวงเครื่องใส่สถานที่ราชการ ทั้งกรมดุริยางค์ทหาร รพ.ทหารผ่านศึก มีการจุดเพลิงเผาสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะทรัพย์สินของการทางพิเศษ กระทั่งเวลา 21.15&amp;nbsp; น.เจ้าหน้าที่จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ 52 คน ในจำนวนนั้นเป็นเด็กเยาวชน 9 คน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, ร่วมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองโดยใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่สั่งให้ยุติการดำเนินการแล้วไม่ยุติ, ต่อสู้ขัดขวางทำร้ายเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะได้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่กระทำความผิดที่เหลือ ผู้มีส่วนให้การช่วยเหลือ สนับสนุนส่งเสริมมาดำเนินคดี ในกรณีการจับกุม 52 มีต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 2&amp;nbsp; คน จะถูกดำเนินคดี พ.ร.บ.คนเข้าเมือง หลังจากการดำเนินคดีแล้วเสร็จจะถูกส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร ขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้าม สรุปผลการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมและผู้ก่อเหตุช่วงเดือน&amp;nbsp; ก.ค.64 ถึงปัจจุบันดำเนินคดีแล้ว 203 คดี ผู้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 754 คน ขณะนี้ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว&amp;nbsp; 509 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก บช.น.กล่าวว่า กรณีที่มีการแชร์ภาพ คฝ.เข้าจับกุมผู้พักที่แฟลตดินแดงที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการชุมนุมและถีบเด็กตกลงมาใส่หลังคาจนทะลุโดยมีการนำภาพหลังคามีรูโว่มาประกอบข่าวนั้น เป็นข่าวปลอม บช.น.จะได้ประสานกับ บช.สอท.ดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมฯ การปฏิบัติการที่แฟลตดินแดงเจ้าหน้าที่เข้าไปเฉพาะชั้นล่าง ต้องขอขอบคุณประชาชนที่แฟลตดินแดงที่ให้ความร่วมมือและให้ข่าวสารกับเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้กฎหมายเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก มีการปิดประตูบ้านเรือน ปิด อาคารไม่ให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปใช้พื้นที่หลบซ่อนตัวและก่อเหตุและผลักดันผู้ก่อเหตุให้ออกมาเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้จำนวนมาก&amp;nbsp; ประชาชนที่แฟลตดินแดงเห็นใจตำรวจ อยากให้เหตุการนี้จบลง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 5 คน สาหัส 1 คน ถูกระเบิดขว้างเข้าที่ใบหน้าซีกขวาอยู่ในห้องไอซียูของ รพ.ตำรวจ แพทย์ทำการรักษาพบว่ากระดูกใบหน้าได้รับอันตรายและที่ดวงตาข้างขวาได้รับอันตราย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เน้นให้เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ยุทธวิธีตามมาตรการและกฎหมายที่เรามีอยู่เพื่อให้ตำรวจและประชาชนได้รับความปลอดภัย ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะมีอุปกรณ์ป้องกัน แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ถ้าถูกอาวุธหนักๆหรืออย่างอาวุธปืนเหมือนที่ผ่านมา อุปกรณ์ที่มีอยู่ป้องกันได้แค่ระดับหนึ่งป้องกันฝูงชนในระดับปกติ ผู้ชุมนุมยกระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ได้มีการปรับมาตรการในการรักษาความสงบเรียบร้อยแต่ให้เกิดความปลอดภัยทุกฝ่ายทั้งตัวเจ้าหน้าที่ ประชาชน แม้กระทั่งตัวผู้ถูกจับกุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116438</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฝ., บช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบ, แก๊งทะลุแก๊ส, แยกดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613da2cc8d19e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสชี้ข่าว &#039;คฝ.&#039;ใช้กระบองทุบผู้ชุมนุมจนกะโหลกศีรษะเปิดเป็นเฟกนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่าตามที่มีการนำเสนอข่าวในประเด็นเรื่อง คฝ. ใช้กระบองทุบผู้ชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดงจนกะโหลกศีรษะเปิด และส่งไปรพ. ตำรวจ ทั้งที่มีรพ. ใกล้จุดเกิดเหตุกว่า ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรณีปรากฏคลิปมีบุคคลสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเขียว ไม่ทราบชัดว่าเป็นสื่อมวลชนหรืออาสาพยาบาล ได้นำภาพผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจจับกุม แล้วพูดว่าหนึ่งในผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บเลือดออก เกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตีแล้วรถล้มนั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องที่ผ่านมา ได้แก่ผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่ถูกจับกุมพร้อมกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ให้การสอดคล้องต้องกันว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากผู้ต้องหาขับรถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้เข้าขอคืนพื้นที่บริเวณแยกดินแดง มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและได้เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนราว สะพานได้รับบาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นก็ได้รีบประสานหน่วยกู้ภัยใกล้เคียง (ร่วมกตัญญู) นำส่ง รพ.ตำรวจทันที โดยเหตุที่ต้องส่ง รพ.ตำรวจ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ต้องหา ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป โดยประเมินจากอาการเบื้องต้นกับระยะเวลาการเดินทางแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ทั้งนี้ จากรายงานการตรวจบาดแผลเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหามีบาดแผลถลอกฉีกขาดหลายตำแหน่ง เช่น ตาซ้าย แขนและมือซ้าย เข่าด้านซ้าย เกิดจากรถล้มแล้วกระแทกราวสะพาน ไถลกับถนน ซึ่งถ้าหากเป็นแผลจากการถูกตีนั้นจะเป็นแผลลักษณะที่แตกต่างจากนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.metro.police.go.th/ หรือโทร. 0-2282-8209 &amp;nbsp; นอกจากนี้ ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter &amp;nbsp;เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด24ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, คฝ., ดีอีเอส, ตีผู้ชุมนุม, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61381fe1a1235.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กลุ่มทะลุแก๊ส’ เปิดศึกรายวันปะทะ คฝ.แยกดินแดง อีกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64 ที่สามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นสมรภูมิของกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงและกลุ่มอาชีวะสายฮาร์ดคอร์ที่ออกมาปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณสามแยกดินแดง ถนนวิภาวดี และชาวบ้านที่พักอาศัยที่แฟลตดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตา กระสุนยาง มลภวะทางเสียง ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งวานนี้ (21 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจปรับกลยุทธ์นำตู้คอเทนเนอร์ที่วางกั้นก่อนถึงหน้า รพ.ทหารผ่านศึกษา ออกเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนและลดการปะทะของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ยังไม่เป็นผลเมื่อกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงยังคงเดินหน้าก่อความวุ่นวายโดยนำอาวุธประกอบด้วย ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ ระเบิดไปบอม ระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่เหมือนเช่นเคยทุกวัน เผาทำลายทรัพย์สินของราชการและเอกชนได้รับความเสียหาย ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะปรับกลยุทธ์ในการสกัดกั้นป้องกันรักษาพื้นที่ รวมทั้งสืบสวนสอบสวนหาแหล่งจำหน่วยวัตถุคล้ายระเบิด ระเบิดปิงปอง พลุไฟ ที่นำมาใช้ในการก่อเหตุและจับกุมยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก แต่พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ปรับกลยุทธ์โดยนำระเบิดขึ้นเองและมีอานุภาพที่รุนแรงเข้ามาใช้ก่อเหตุเพิ่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น. ตามที่ &amp;ldquo;กลุ่มทะลุแก๊ส&amp;rdquo; ได้นัดหมาย ได้เริ่มมารวมตัวกันที่สามเหลี่ยมดินแดง โดยใช้รถ จยย.เป็นยานพาหนะขับวนไปมาพร้อมบีบแตรส่งเสียงดัง ขณะที่การรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งแนวตู้คอนเทเนอร์ปิดถนนวิภาวดีแต่อย่างไร โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้และรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโน่จอดพักคอยภายในกรมดุริยางทหารบก การจราจรยังสามารถเปิดใช้ได้ตามปกติ เวลา 17.05 น.ประทัดนัดแรกดังขึ้นจากเด็กอายุประมาณ 7-8 ขวบ ที่มากับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เวลาผ่านไปเพียง 10 นาที กลุ่มผู้ชุมนุมได้ถูกนำออกมาปฐมพยาบาลได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้ามีบาดแผลที่ระหว่างคิ้วเลือดอาบ โดยอ้างว่าถูกยิงด้วยกระสุนยาง&amp;nbsp;จากนั้นก็มีเสียงระเบิดปิงปองดังขึ้นเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 17.30 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าประชิดกับกำลังควบคุมฝูงชนที่พักคอยอยู่ในกรมดุริยางทหารบก ได้พยายามปาประทัดใส่เจ้าหน้าที่เพื่อยั่วยุ ซึ่งขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ประกาศขอให้ยุติติการกระทำเพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศว่า &amp;ldquo;นี้เป็นเสียงประกาศจากพี่ตำรวจขออ้อนวอนให้น้องๆแยกย้ายกลับบ้าน มีวิธีการต่อสู่ที่ถูกต้อง การกระทำกำลังทำผิดกฎหมายจะกระทบต่ออนาคตได้ขอให้หยุดการกระทำ&amp;rdquo; แต่ปรากฏว่ายังมีการปาระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ใส่เจ้าหน้าที่อยู่ตลอด เจ้าหน้าที่ยังไม่ใช้กำลังเข้าสลายพยายามประกาศเตือนก่อนตามยุทธวิธี ใช้ความอดทนอดกลั้น แต่สถานการณ์เริ่มบานปลายเจ้าหน้าที่ได้นำรถฉีดน้ำเข้าสลายการชุมนุมทันที กลุ่มผู้ชุมนุมต่างแตกฮือหลบหนีกระเจิง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทะลุแก๊ส, คฝ., ปะทะ, ม็อบ, สามเหลี่ยมดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61222ba4a0b50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกตร.ยันไม่มีอมเบี้ยเลี้ยง‘คฝ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่มาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้รับการดูแลเรื่องเบี้ยเลี้ยงค่าตอบแทนว่า ค่าตอบแทนมา 2 แนวทาง ถ้าหน่วยไหนมีเงินบริหารเหลือจะให้ตรงต่อตำรวจมาเลยวันละ 200 บาท แต่บางหน่วยจะโอนให้หลังปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน 5 วัน เป็นไปตามระเบียบหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ เงินไม่ตกหายไปไหน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113726</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฝ., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, เจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน, เบี้ยเลี้ยง, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9a494ca99a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
