<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ชี้4ปีรัฐบาลคสช.ยังแย่ขนาดนี้ สืบทอดอำนาจจะแย่ขนาดไหน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) บริหารประเทศมาจะครบ 4 ปีแล้ว หากให้ประเมินผลงานต้องบอกว่า ทำประเทศเสื่อมถอยและล้มเหลวในทุกด้าน โดยเฉพาะสิทธเสรีภาพของประชาชน ขนาดพรรคเพื่อไทยวิจารณ์ 4 ปี คสช. ยังถูกปิดกั้น และถูกดำเนินคดีแล้ว แบบนี้ใครจะเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าคสช. ผิดคำพูดและเลื่อนการเลือกตั้งมาโดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยขยายตัวต่ำสุดในอาเซียนมาทุกปี ยืนยันโดยเวิลด์แบงค์และ เอดีบี แถมยังบอกว่า ไม่มีทางที่รัฐบาลนี้จะสามารถทำให้เศรษฐกิจโตแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ แม้ปีนี้จะโตได้ประมาณ 4% ก็ยังต่ำสุดในอาเซียน และยังโตต่ำกว่าปี 2555 ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่โตถึง 6.5% การโต 4% ไม่ใช่โตมากที่สุดในทศวรรษอย่างที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พูดเกินจริงไว้ &amp;nbsp;จึงอยากให้นายสมคิดได้เช็กข้อมูลให้ดีก่อนพูด เพราะพูดเกินจริงแบบนี้หลายครั้งแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการลงทุนภาคเอกชนหดหาย และการกระจายรายได้ย่ำแย่สุด หล่นไปอันดับ 3 ของโลก โดยถึงแม้รัฐบาลจะใช้งบประมาณมหาศาล แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับยังลำบาก มีแต่เศรษฐีและพ่อค้าใหญ่เท่านั้นที่ได้ประโยชน์ และยังทำให้เกิดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีการทุจริตเกิดขึ้นไปแทบทุกกระทรวง เช่น &amp;nbsp;การโกงเงินคนจนกว่า 60 จังหวัด โกงเงินเด็กในกระทรวงศึกษา โกงในร้านธงฟ้าประชารัฐขายของเกินราคาให้บัตรคนจน โกงเงินกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หรือ แม้กระทั่งโกงเงินวัคซีนฉีดหมา เป็นต้น ขนาดไม่มีฝ่ายค้านตรวจสอบ ซึ่งหากเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้วพบการโกงขนาดนี้ รัฐบาลคงจะอยู่ไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวด้วยว่านอกจากนี้ ผู้นำยังมีความคิดผิดเพี้ยนทั้งการบ่นว่าเงินเดือนน้อยสุดในอาเซียนทั้งที่ปฏิวัติเข้ามาเอง และยังให้ ครม. ไปท่องจินดามณีเพื่อเอาการ ทั้งๆที่ควรเอาเวลาไปศึกษาเรื่องเทคโนโลยีใหม่จะได้ตามโลกทัน นอกจากนี้หลังจากด่าว่านักการเมืองว่าแย่ว่าเลวมาตลอด 3 ปี แต่พอใกล้เลือกตั้งกลับชมและพูดดี พร้อมมีข่าวการพยายามดูด ส.ส. เพื่อสนับสนุนตัวเองเพื่อสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้ง ซึ่งอยากให้ประชาชนช่วยกันพิจารณาว่า 4 ปีที่ผ่านมายังแย่ขนาดนี้ และหากปล่อยให้มีการสืบทอดอำนาจ ประเทศจะย่ำแย่ขนาดไหน และอยากให้ประชาชนมองประเทศมาเลเซียเป็นตัวอย่างในการสั่งสอนรัฐบาลที่บริหารประเทศล้มเหลวและมีคอรัปชั่นมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9442</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., ครบ4ปีรัฐประหาร, พิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ถาม 4 ปีรัฐบาลคสช.มีด้านไหนไม่ดีบ้าง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีตำรวจเข้าไปรับฟังการแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทยเรื่องผลงาน 4 ปีของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ตำรวจเขาทำตามกฎหมาย ไม่มีปัญหาอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นบรรทัดฐานว่าต่อไปหากพรรคการเมืองใดออกมาแถลงข่าว จะต้องมีทหารไปร่วมรับฟังด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องฟัง จะไม่ฟังได้อย่างไร ในเมื่อเขาแถลงให้ประชาชนได้รับรู้ แล้วทำไมเจ้าหน้าที่ถึงเข้าไปรับฟังด้วยไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะฟังที่ไหนก็ได้ หรือจะไปฟังที่พรรคก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่เจ้าหน้าที่เข้าไปฟังถึงพรรคการเมือง จะเป็นการกดดันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ใช่ สื่อไปคิดเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในฐานะที่ดูแลงานด้านความมั่นคง มองอย่างไรต่อการบริหารของคสช.ในช่วงเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ตอบว่าหลังจากคสช.เข้ามาก็มีความสงบเรียบร้อยและประชาชนให้ความร่วมมือทุกอย่าง เพราะต้องการความสงบ ไม่ให้เกิดความแตกแยกขึ้นในแผ่นดินนี้ ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ถามว่ามีด้านใดที่ไม่ดีบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านเศรษฐกิจเราก็พยายามแก้ไข แต่ยังมีปัญหาในระดับล่าง ซึ่งรัฐบาลจะเอาเงินไปให้ก็ไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย จึงต้องหาทางเพิ่มอาชีพและรายได้ให้ประชาชน ซึ่งมีโครงการต่างๆที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะทุกรัฐบาลเข้ามาก็ต้องการช่วยเหลือประชาชนเรื่องความยากจน ซึ่งรัฐบาลนี้ประชุมทุกอาทิตย์ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สินค้าการเกษตร ดูเรื่องพื้นที่ปลูกยาง ปลูกข้าว เรื่องราคาผลผลิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าจะต้องปลูกเท่าไหร่ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยในเดือนมิถุนายนเพื่อเตรียมพร้อมเรื่องการเลือกตั้งว่า ยังมีเวลาอีกนาน ตั้งปลายเดือนมิถุนายน &amp;nbsp;ซึ่งเราเชิญทุกพรรค ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการพูดคุย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา แต่คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร เขาไม่มาแล้วจะให้ทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการปลดล็อกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามที่พรรคการเมืองเรียกร้อง จะมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ &amp;nbsp;รองนายกฯกล่าวว่า ต้องปลดล็อกเป็นขั้นตอน ไม่มีปัญหา แต่ยังไม่ปล่อยให้หมดทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องดูไปแต่ละขั้นตอนที่จะปล่อยให้พรรคการเมืองดำเนินการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9389</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., ครบ4ปีรัฐประหาร, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รมว.กลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd1891923a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยร่อนแถลงการณ์ &#039;4ปีรัฐบาลคสช.&#039; 7ความล้มเหลวที่คนไทยเผชิญ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.61 - พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ &amp;ldquo;เรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช. นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย&amp;rdquo;แถลงการณ์ระบุว่าวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 จะเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าและยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp; ในขณะเดียวกันคสช.ได้ให้เหตุผลในการยึดอำนาจตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ว่า ต้องการให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ให้ประชาชนเกิดความรัก ความสามัคคี ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ ให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวกทุกฝ่าย พร้อมกับสัญญาว่าจะใช้อำนาจเผด็จการไม่นาน และต่อมาก็ประกาศว่าจะปราบปรามและแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า 4 ปี ของการรัฐประหารเป็น 4 ปีแห่งความล้มเหลวที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ทำให้ประชาชนและประเทศต้องสูญเสียโอกาส และจะนำประเทศไปสู่ความมืดมน และอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ความล้มเหลวในการทำตามข้ออ้างในการยึดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พลเอกประยุทธ์ ฯ แถลงเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 ว่าจะมุ่งสร้างความปรองดอง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสามเดือน แต่ไม่เห็นความจริงใจในการสร้างความสามัคคีปรองดอง ความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยังคงมีอยู่ โดย คสช. ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง การคืนความเป็นธรรม ให้ความชอบธรรมกับทุกฝ่ายไม่เกิดขึ้น กลับมีแนวโน้มที่จะทำให้เงียบหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศว่าจะทำให้ประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยใน 15 เดือน แต่ครบ 4 ปีแล้ว ประชาธิปไตยยังไม่เกิดขึ้น หาเหตุเลื่อนการเลือกตั้งมาโดยตลอดหลายครั้งหลายหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง &amp;nbsp;แต่กลับมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่ถอยหลังประชาธิปไตยไปไกล ทำลายพรรคการเมือง ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมทางการเมืองใดๆ เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม แต่กลับทำให้คนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจนขึ้น กำลังซื้อหดหาย ปัญหาสังคมที่รุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปด้านอื่นๆ ก็ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมแม้แต่เรื่องเดียว ทั้งที่ต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปจำนวนมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ล้มเหลวในการสร้างความปรองดอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นขาดความเป็นอิสระมีแต่คนในรัฐบาล ข้าราชการในกองทัพ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้าราชการอื่นๆ ไม่มีองค์ประกอบในส่วนของภาคประชาชน และองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางการสร้างความปรองดองถูกควบคุมและเห็นชอบโดยหัวหน้า คสช. กระบวนการสร้างความปรองดองไม่เป็นไปตามหลักการสากล ขาดการยอมรับจากภาคส่วนของสังคม ไม่ศึกษาสาเหตุแห่งความขัดแย้งที่แท้จริง และไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ที่หัวหน้า คสช. และคนใน คสช. เป็นส่วนหนึ่งของคู่ขัดแย้งในอดีต และมาเป็นคู่ขัดแย้งในปัจจุบัน สัญญาประชาคมที่ทำขึ้นเป็นลักษณะสัญญาฝ่ายเดียวของ คสช. จึงไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ล้มเหลวในการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่น ถูกยกให้เป็นวาระแห่งชาติ เพียงเพื่อสร้างภาพ คสช. แต่งตั้งกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ แต่ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ไม่มีการประชุมมาแล้วถึง 8 เดือน ปัญหาคอรัปชั่น กลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาล และ คสช. ที่จะใช้จัดการฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อคนในรัฐบาลถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต เช่น กรณีอุทยานราชภักดิ์ กรณีองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ตั้งบริษัทในค่ายทหาร นำเงินราชการลับไปใส่ในบัญชีภรรยา แม้แต่กรณีนาฬิกาหรู ขนาดรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลยังให้สัมภาษณ์ว่า หากตนเองถูกเปิดโปงเพียงเรือนแรก ก็จะลาออกไปแล้ว แต่กลับมีการปกป้องพวกพ้องอย่างเห็นได้ชัด ละเลยที่จะดำเนินการ ขณะที่ผู้ร้องเรียนถูกเรียกไปปรับทัศนคติ บางคนถูกดำเนินคดี ส่วนองค์กรตรวจสอบต่างๆ ก็มุ่งช่วยเหลือปกปิด หรือทำให้ล่าช้า และสุดท้ายก็เงียบหายไป องค์กรตรวจสอบต่างๆ เช่น ป.ป.ช. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับการต่ออายุให้อยู่ครบวาระ และเลยวาระ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่บางองค์กรกลับให้สิ้นสุดลง &amp;nbsp;4 ปีที่ไม่มีนักการเมืองกลับพบการทุจริตอย่างกว้างขวาง ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเกี่ยวกับดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่นไทย (CSI) เดือนธันวาคม 2560 พบว่า สถานการณ์คอรัปชั่นเพิ่มมากขึ้น ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอรัปชั่นของประเทศไทย (CPI) ที่จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) ปรับตัวในทิศทางตกต่ำลง เมื่อเทียบกับห้วงเวลาก่อนการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ล้มเหลวในการทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่รัฐประหาร เป็นต้นมา ประเทศต้องอยู่ภายใต้ประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน การแสดงออกทางความคิดเห็นถูกปิดกั้น ได้รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบที่ถอยหลังประชาธิปไตยไปอย่างมาก วางกลไกที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ทั้งให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก ซึ่งประชาชนไม่ได้เลือกเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งเป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งไม่มีประเทศใดเคยใช้มาก่อน วางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจโดยในวาระเริ่มแรกให้อำนาจ คสช. เลือกผู้สมควรได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 244 คน ให้วุฒิสภามีอำนาจออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. การคงอำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ไว้เพื่อให้หัวหน้า คสช. มีอำนาจพิเศษเหนือองค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ แม้กฎหมายพรรคการเมืองจะประกาศใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม &amp;nbsp;2560 แต่จนถึงปัจจุบัน คสช. ก็ยังคงคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมืองตามกฎหมายดังกล่าว &amp;nbsp;ซ้ำร้ายยังออกคำสั่ง คสช.รีเซ็ตสมาชิกพรรค และยุบสาขาพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วทั้งหมด การกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อใช้บังคับเป็นเวลาถึง 20 ปี เป็นการพันธนาการประเทศและประชาชนไว้กับแนวคิดของ คสช. โดยที่ประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ ขาดการมีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าว การรัฐประหารอันถือเป็นความผิดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง คสช. กลับกำหนดในรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้นิรโทษกรรมตนเองและพวกพ้อง กำหนดให้การกระทำของตนและพวกทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่รัฐประหารมาจนถึงปัจจุบัน การละเมิดสิทธิมนุษยชนยังมีอย่างต่อเนื่อง การออกคำสั่งให้อำนาจทหารควบคุมตัวบุคคลได้ 7 วัน โดยไม่ต้องตั้งข้อหาและไม่ต้องมีหมายของศาล เรียกบุคคลที่เห็นต่างและวิพากษ์วิจารณ์ ไปปรับทัศนคติ ดำเนินคดีกับบุคคลที่เรียกร้องให้ตรวจสอบการทุจริต หรือเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง มีคำสั่งให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร จำกัดและริดรอนสิทธิ เสรีภาพในการเสนอข่าวของสื่อมวลชน ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางเฟสบุ๊คของบุคคล เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักวิชาการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนในการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ใช้กฎหมายและคำสั่งที่ตนเองออกใช้บังคับเพื่อเป็นเครื่องมือในทางการเมือง แม้รัฐธรรมนูญจะมีผลใช้บังคับแล้ว ประชาชนก็ยังไม่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญรับรองและคุ้มครองไว้ได้ ทั้งนี้ เหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าวข้างต้น ปรากฏตามรายงานประจำปี 2560/61 ของ AMNESTY INTERNATIONAL&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว รัฐทุ่มเทงบประมาณอย่างไม่เหมาะสมเป็นเงินจำนวนมหาศาล จนทำให้เกิดภาวะงบประมาณขาดดุลที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันมากตลอด 4 ปีงบประมาณ นับเป็นการใช้เงินเกินตัวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในปีงบประมาณ 2561 รัฐบาล คสช. ใช้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปีเดียว เท่ากับยอดเงินฯ ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยถึง 2 ปีงบประมาณ คือ ปี 2556 รวมกับปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล คสช. มีแนวโน้มใช้เงินเกินตัวมากขึ้นทุกๆ ปี อย่างก้าวกระโดดจนน่าตกใจ ซึ่งต่างจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่สามารถบริหารให้การขาดดุลงบประมาณลดลงทุกปีอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีที่เป็นรัฐบาล &amp;nbsp;หากรัฐบาล คสช.ปล่อยให้แนวโน้มการใช้จ่ายเช่นนี้ดำเนินต่อไป วินัยทางการคลังของประเทศย่อมได้รับความกระทบกระเทือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้รัฐบาล คสช. จะใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาล แต่ผลที่ได้ต่อระบบเศรษฐกิจกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม &amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยในยุค คสช. เติบโตในอัตราที่ต่ำมากอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับท้ายๆ ในอาเซียนในแง่ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สร้างความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยแนวคิด ทัศนะ และนโยบายของรัฐที่ส่งผลให้ธุรกิจขนาดใหญ่มีอำนาจผูกขาดทางการตลาดของสินค้า เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใหญ่ ทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาวะ &amp;ldquo;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ กำลังซื้อภาคประชาชนลดลง ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ผู้มีรายได้น้อยถูกทิ้งขว้างตามยถากรรม เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำรุนแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่ได้รับการแก้ไข เงินที่รัฐบาลใส่ลงในระบบไม่เกิดการใช้จ่าย เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นในรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับปากต่อประชาชนว่าจะเข้ามาชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหา และจะอยู่ไม่นาน แต่กลับอยู่ยาวถึง 4 ปี และมีแนวโน้มจะมุ่งสืบทอดอำนาจต่อไป เมื่อเข้ามายกตนว่าเป็นคนดี ด่าว่า และกล่าวร้ายนักการเมือง และปฏิเสธว่าตนไม่ใช่นักการเมือง แต่สุดท้ายมายอมรับว่าตนเป็นนักการเมือง และยังไปชักชวนนักการเมืองมาร่วมรัฐบาล เพื่อพยุงอำนาจและสืบทอดอำนาจต่อไป ประกาศว่าจะคืนประชาธิปไตยใน 15 เดือน แต่ผ่านมา 48 เดือน ประชาธิปไตยยังมืดมน ทั้งๆ ที่ได้ประกาศต่อสาธารณชน และรับปากต่อผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศว่า จะมีการเลือกตั้งเมื่อนั้นเมื่อนี้ แต่สุดท้ายก็เลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วถึง 4 ครั้ง การกระทำและพฤติการณ์ส่อว่าได้เสพติดอำนาจ และวางกลไกเพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป เริ่มตั้งแต่การวางกลไกในรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี และที่มาและอำนาจของ ส.ว. &amp;nbsp;การทุ่มเทงบประมาณเพื่อนโยบายต่างๆ ที่มีลักษณะหวังผลทางการเมือง ล่าสุดมีการดูดนักการเมืองจากค่ายต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อมาร่วมงานกับตนเอง อันแตกต่างจากการประกาศครั้งแรก เมื่อเข้ามายึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปสิ่งที่ คสช. และหัวหน้า คสช.ทำในช่วง 4 ปี คือ การใช้อำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด การทำทุกวิถีทางเพื่อการสืบทอดอำนาจ &amp;nbsp;คสช.ต้องการสร้างรัฐเผด็จการโดยใช้ระบบราชการเป็นกลไก ทำให้กลไกภาคประชาชนและพรรคการเมืองอ่อนแอ ใช้กลไกทางรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และการแต่งตั้งคนในองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ เพื่อปกป้องและเอื้อต่อตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น 4 ปีของ คสช. คือ การนำประเทศไปสู่อนาคตที่มืดมน และอันตราย ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยถูกมองเป็นเพียงบ่าว ทั้งๆ ที่พวกเขาคือนาย &amp;nbsp;เพราะเป็นผู้เลือกส.ส.และรัฐบาล จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนต้องช่วยกันนำระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกลับคืนมา &amp;nbsp;พร้อมด้วยหลักนิติธรรม ความเสมอภาค ความเป็นธรรม ฯลฯ และไม่ยอมให้เผด็จการทำลายประชาธิปไตยอีกต่อไป เพื่ออนาคตที่สดใสและเกิดความรัก ความสามัคคี ความเมตตา ปรารถนาดีระหว่างประชาชน อย่างแท้จริง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9387</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีคสช., ครบ4ปีรัฐประหาร, พรรคเพื่อไทย, แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd1db20cfa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตือ&#039;แนะคสช.เปิดทางกลุ่มอยากเลือกตั้งม็อบ22พ.ค.อย่าฝืนความรู้สึกของคนทั้งโลก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 61 - นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเตรียมชุมนุมทางการเมืองใหญ่ครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร วันที่ 22 พ.ค.นี้ ว่า คสช.และรัฐบาลควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะต้องไม่ลืมว่าความรู้สึกของกลุ่มคนที่ไม่ใช่เฉพาะคนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นความรู้สึกของคนทั้งโลกที่รู้สึกว่าเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่แล้วสิทธิเสรีภาพน่าจะได้รับการคุ้มครอง หลายคนยังมีความเชื่อว่ารัฐธรรมนูญใหญ่กว่า มาตรา 44 ฉะนั้นหากฝืนความรู้สึกของคนทั้งโลก ฝืนความรู้สึกของความเป็นจริงที่ควรเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย จะเหมือนการเอาแพ้เอาชนะซึ่งไม่เกิดผลดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกอย่างถ้าปล่อยไปตามครรลอง ทั้งรัฐบาลและคสช.ซึ่งมีโรดแมปที่วางไว้แล้ว และที่สำคัญต้องรอคำตอบจากศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ พ.ร.ป.การได้มาซึ่งส.ว. หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างไร แล้วแพ้ก็มีคำตอบที่ชอบธรรมว่าต้องรอให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จสรรพตามรัฐธรรมนูญใหญ่ ถ้าชนะก็ดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ ซึ่งในพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.บอกอยู่แล้วว่าให้มีผลบังคับใช้นับไปอีก 60 วัน&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9336</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ครบ4ปีรัฐประหาร, ชาติไทยพัฒนา, ชุมนุม22พ.ค., ตือ, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6ae35fbcd6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;เหน็บแสบรัฐบาลบิ๊กตู่เหมือนเด็กทำวิทยานิพนธ์ ครบ4ปีประชาชนเลิกคาดหวังแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม กรณีการยึดอำนาจบ้านเมืองเกือบครบ 4 ปี คุ้มค่าหรือไม่ ว่า ใช้คำว่าคุ้มไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ เพราะคำว่าคุ้มต้องใช้ในลักษณะการลงทุน เพื่อหวังผลตอบแทนกลับมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้ว ผู้ก่อรัฐประหารอ้างความวุ่นวาย สุ่มเสี่ยงต่อการเผชิญหน้า แต่วันนี้โจทย์เปลี่ยน คือ รัฐประหารยาว จึงประเมินยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนหวังว่าอะไรจะดีขึ้น แต่เอาเข้าจริงเรื่องการปฏิรูปทั้งหลาย 4 ปีที่ผ่านมาขยับน้อยมาก และไม่ใช่สิ่งที่คนคาดหวังอยู่ ตอนนี้นายกฯ มาพูดเรื่องจะเร่งปฏิรูป 5 ด้าน ในบรรยากาศตอนนี้ บอกได้เลยว่า คนที่รอคอยการปฏิรูปไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว ส่วนการปฏิรูปการเมือง บอกว่าจะต้องทำการเมืองให้ดีกว่าเดิม ก็ต้องนึกถึงการเมืองที่สุจริต ลดความขัดแย้ง ทำให้ประเทศเดินหน้า แก้ปัญหาประชาชนได้ แต่จากรัฐธรรมนูญและพฤติกรรมในขณะนี้ ผมว่าประชาชนไม่ได้คิดว่าจะดีขึ้น รวมทั้งรัฐบาลที่ขยับมาขอเป็นผู้เล่นทางการเมืองด้วย&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การขอเวลาในการทำงานของรัฐบาล ตรรกะนี้จะใช้ได้ ถ้าสังคมมองเห็นว่าคนขอเวลาได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่มีความชัดเจน ทำให้เห็นว่าพยายามทำให้สำเร็จ แต่มีอุปสรรค ซึ่งตนไม่ได้มองว่าขณะนี้เป็นอย่างนั้น แต่กลับมองว่าสิ่งที่เคยพูดว่าจะทำ 4 ปีที่ผ่านมา เช่น การปฏิรูปตำรวจ ต้องมาตั้งต้นกันใหม่ตลอดเวลา ทำให้เกิดคำถามว่าผู้มีอำนาจมีความชัดเจนแค่ไหนในการปฏิรูป การเปลี่ยนแปลงการเมือง เป้าหมาย วิธีการคืออะไร ชวนสังคมให้มาร่วมคิด มาสนับสนุนแค่ไหน แต่ขณะนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น กลายเป็นว่ายังไม่เรียบร้อย ผู้มีอำนาจก็ขอที่จะทำไปเรื่อยๆ เหมือนเด็กทำวิทยานิพนธ์ ทำแล้วส่งงานไม่ทัน ก็มาขอยืดเวลา ซึ่งอาจารย์ก็แบ่งประเภทเด็ก เด็กบางคนทำเรื่องยากเกินไปจึงต้องให้เวลาถึงจะทำสำเร็จ แต่เด็กอีกประเภท ประเมินแล้วว่าต่อเวลาไปก็ทำไม่สำเร็จ ซึ่งตนคิดว่าอารมณ์ของคนทั่วไปในขณะนี้จะใกล้เคียงกับเด็กคนหลังมากกว่าคนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราคงได้เลือกตั้งประมาณปีหน้า แต่จะเจาะจงว่าเดือน ก.พ. 62 คงไม่มีใครกล้าพูดอย่างชัดเจน น่าจะบวกลบนิดหน่อย เพราะยังมีความไม่แน่นอนเรื่องกรอบเวลาเกี่ยวกับกฎหมายลูก และมีขั้นตอนที่เปิดให้เวลาขยับได้ ส่วนการเลือกตั้งต้องขยับออกไปอีกจะคุ้มกับสังคมหรือไม่นั้น &amp;nbsp;คิดว่าถ้าขยับแล้วทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อยก็มีโอกาสที่จะคุ้ม แต่ขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่าเกิดปัญหาอะไรที่ต้องมีการเลื่อนเลือกตั้ง และหากหัวหน้า คสช.เห็นว่าควรจะเลือกตั้งก็สามารถใช้อำนาจ เพื่อจัดการให้เลือกตั้งตามกำหนดได้ ก็จะดีกับทุกฝ่ายในแง่ความมั่นใจ ซึ่งตนไม่เคยเรียกร้องว่าต้องเลือกตั้งวันนี้ พรุ่งนี้ แต่การรักษาคำพูด การรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศเป็นเรื่องสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8669</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.ปฏิรูปตำรวจ, ครบ4ปีรัฐประหาร, มาร์ค, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171130/5a20280f860b5.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ไพศาล&#039;ตั้งข้อสังเกต&#039;ธรรมกาย&#039;เคลื่อนทัพ-พฤษภา.เดินไซด์ไลน์พร้อมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ก.พ. 61 - &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) &amp;nbsp;ได้แชร์ลิ้งค์ยูทูป &amp;quot;แถลงข่าวประชาสัมพันธ์โครงการธรรมยาตราฯ ปีที่ ๖ &amp;quot;รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕&amp;quot; ประจำปี ๒๕๖๑&amp;quot; ซึ่งเป็นกิจกรรมของวัดพระธรรมมกาย ลงในเพขเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol พร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;&amp;quot;จรเข้ใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง เหมือนเสือขังไปถึงดงก็คงร้าย&amp;quot;&amp;nbsp;นี่ก็เริ่มเคลื่อนอีกทัพ พอถึงพฤษภาคงได้เดินไซด์ไลน์พร้อมกัน เขาเดินสายเยาะเย้ย หรือการจะเดินธุดงค์ไซด์ไลน์ล้วนเป็นวิบากกรรมธรรมดา กัมมุนาวัตตะตีโลโก นะโยมนะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมของโครงการธรรมยาตราฯ ปีที่ ๖ &amp;quot;รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕&amp;quot; ประจำปี ๒๕๖๑ ของวัดพระธรรมกายนั้น นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ประชาสัมพันธ์ว่า สืบเนื่องจากเทศกาลมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้เวียนมาบรรจบ คณะสงฆ์ ๖ จังหวัดในเส้นทางธรรมยาตรา องค์กรพุทธโลก (พล) สหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ชมรมรักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ ปทุมธานีฯ เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และองค์กรภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนกว่า ๒๐ องค์กร จึงได้ประสานความร่วมมือกันสานต่อการดำเนินงาน &amp;ldquo;โครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ ๖ รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๑&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ ๒ &amp;ndash; ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ณ อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ และเส้นทางธรรมยาตราในพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ ย้ำว่าโครงการธรรมยาตราฯนี้ &amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมตามหลักสูตรของโครงการอุปสมบทหมู่ธรรมทายาทฯ ซึ่งคณะพระภิกษุธรรมยาตราจากทั่วประเทศในโครงการฯ กำลังเข้ารับการฝึกอบรม เป็นหลักสูตรที่สนองตามแนวทางมติของมหาเถรสมาคมที่ต้องการมุ่งฝึกฝนพระภิกษุให้เป็นที่พึ่งทางใจและทางสติปัญญาของประชาชน ทั้งบำเพ็ญกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ก่อนที่จะได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับตลอดโครงการฯ นี้ กลับไปปรับใช้ในวัดภูมิลำเนาที่อุปสมบททั่วประเทศเพื่อพัฒนางานพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป นอกจากนี้ ยังเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสืบสานพุทธประเพณี ส่งเสริมศีลธรรมและความปรองดองสมานฉันท์ในหมู่ประชาชนสอดคล้องตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ เชิงคุณภาพ ซึ่งพุทธบริษัทได้ดำเนินงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กิจกรรมตลอดเส้นทางธรรมยาตราจึงมุ่งเน้นสานสัมพันธ์ชุมชนชาวพุทธด้วยการสร้างบุญทำความดีในแนวทางรักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ อาทิ การสร้างความสุขและปลื้มใจแก่สาธุชนด้วยบุญสามัคคีตักบาตรพระภิกษุนับพันรูป, การจัดปฏิบัติธรรมในมหกรรมเจริญพระพุทธมนต์ฯ บำเพ็ญจิตตภาวนา ถวายสังฆทาน เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา, การรวมศรัทธาผู้รักการให้สร้างสาธารณกุศลมอบทุนการศึกษาให้สถานศึกษาในเส้นทางฯ, กิจกรรมสานสามัคคีเครือข่ายบวรร่วมทำความสะอาดวัดดูแลรักษาศาสนสถานให้เป็นรมณียสถานศูนย์รวมใจของชุมชน, งานบุญแห่งความกตัญญูรู้คุณปุพพเปตพลีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ, การร่วมโปรยกลีบดอกเบญจทรัพย์ต้อนรับพระภิกษุธรรมยาตราฯ ภายในพื้นที่อนุสรณ์สถานที่ศึกษาชีวประวัติและปฏิปทาในการสร้างบารมีของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญทั้ง ๖ แห่ง, การจุดประทีปและปฏิบัติธรรมเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ เป็นต้น&amp;rdquo; นายองอาจฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กิจกรรมตามโครงการฯ จะเริ่มต้นขึ้นเป็นวันแรก ในวันศุกร์ที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันสร้างบุญทำความดีในครั้งนี้ร่วมกัน สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามภาพกิจกรรมต่างๆ ตลอดโครงการฯ ผ่านทางเว็บไซต์ www.dhammakaya.net, www.dmc.tv พร้อมทั้งร่วมงานบุญพิธีฯ ต่างๆ พร้อมกันทั่วโลก ผ่านการถ่ายทอดสดทาง www.gbnus.com สื่อมวลชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการฯ : คุณองอาจ ธรรมนิทา โทรศัพท์ ๐๘&amp;ndash;๑๘๗๕&amp;ndash;๔๘๖๖ หรือทาง Line ID : artty072, คุณอนุธิดา ศิริบำรุง โทรศัพท์ ๐๖-๒๖๗๕-๑๓๓๔, คุณกุลมินตรา ไทยานันท์ โทรศัพท์ ๐๘-๗๓๒๔-๗๖๘๘ และคุณจันทนา เมฆวิลัย โทรศัพท์ ๐๘-๓๑๗๗-๒๙๐๓&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3606</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ครบ4ปีรัฐประหาร, ธรรมกาย, พ.ค., ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6a78f7680ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
