<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯครป. แนะ &#039;ไฮโซลูกนัท-เด็ก 3 นิ้ว&#039; ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp;ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 64 - นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ครป.ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับลูกนัท หรือนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ที่ถูก คฝ.ยิงกระสุนแก๊สน้ำตาเข้าที่เบ้าตากระทบกระเทือนอย่างหนัก ถึงขั้นตาบอดและไม่แน่ใจว่าจะรักษาหายหรือไม่ ระหว่างการชุมนุมวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงคนอื่นๆ ถูกยิงด้วยกระสุนยาง-แก๊สน้ำตา ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหลายคนจนถึงวันนี้ โดยเฉพาะส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่อยู่แนวหน้าการปะทะสามเหลี่ยมดินแดงทางไปบ้านนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแนะนำให้ลูกนัทและผู้เสียหายอื่นๆ สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐได้ เพราะการกระทำโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นประชาชนสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ เมื่อพบว่าเป็นการปฏิบัติโดยไม่สุจริต เลือกปฏิบัติ และไม่สมควรแก่เหตุ ตามพรก.ฉุกเฉินฯ โดยเฉพาะการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและการเยียวยา ซึ่งจะต้องมีการชดใช้อย่างเป็นระบบจากรัฐบาล ทั้งการสลายการชุมนุมด้วยอาวุธและการบริหารจัดการโควิดที่่ล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียกร้องให้คณะกรรมการสมานฉันท์ รัฐสภา, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรรมาธิการต่างๆ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการสลายการชุมนุมและใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่ ปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังและมีการใช้กระสุนจริงหรือไม่ เนื่องจากมีคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ออกมามากมายไม่ยากแก่การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ โดยเฉพาะการใช้กระสุนยางของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องใช้เพื่อป้องกันตัวเมื่อมีผู้ใช้ความรุนแรงหรือขู่จะใช้ทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือประชาชนทั่วไป โดยต้องเล็งที่ท้องหรือที่ขาเท่านั้น แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ยิงสูงกว่าเอวมุ่งหมายเอาชีวิต ขัดต่อหลักการสากลในการใช้กระสุนยาง มีการยิงขึ้นแฟลตดินแดงจนชาวบ้านบาดเจ็บ เป็นการใช้อาสุธตามอำเภอใจจึงจะต้องมีผู้รับผิดชอบ คลิปวิดีโอจำนวนมากยังสามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่กระทำการเป็นรายบุคคลได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นว่ารัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์และสร้างการปรองดองอย่างเป็นระบบ เหมือน คอป. ในอดีต แต่ทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันเหตุการณ์ด้วย ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรคณะกรรมการชุดนี้ต้องทำงานต่อไป โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางและอิสระตามหลักวิชาการ เพื่อหาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เปิดพื้นที่ปลอดภัยในการหารือโดยองค์กรอิสระและความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาเพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกันด้วยแนวทางสันติวิธี และสร้างกระบวนการปรองดองแห่งชาติบนหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การทุจริตประพฤติมิชอบในการบริหารจัดการโควิดที่่ล้มเหลว ประชาชนที่เสียเงินฉีดวัคซีนไปแล้วสามารถดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ด้วย เพราะทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และ 55 อย่างชัดเจน หากองค์กรอิสระไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายและให้เกิดความเป็นธรรมได้ บ้านเมืองจะเลวร้ายลงไปอีก ตนขอเตือนผู้ใช้อำนาจโดยมิชอบหากกระบวนยุติธรรมในประเทศไม่อาจให้ความเป็นธรรมได้ เพราะหวังการออกกฎหมายนิโทษกรรมภายหลัง ระวังจะต้องขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ วันนี้ผู้นำรัฐบาลทำผิดรัฐธรรมนูญหลายข้อ และเชื่อหมอรักษามากกว่าหมอระบาดวิทยา ทำให้สถานการณ์บานปลายรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การเมืองอาจรุนแรงมากขึ้นและนำไปสู่ความขัดแย้งบานปลาย จนอาจนำไปสู่การใช้กำลังทหารเข้ามา หรือการประกาศพรก.ฉุกเฉินร้ายแรงตามมาตรา 11 หรือการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อรวบอำนาจปกครอง การปะทะและการปราบปรามคือการพยายามสร้างความรุนแรงให้สถานการณ์บานปลาย หากเกิดจากการใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยมิชอบก็อาจเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนกำลังถูกใช้เป็นมือที่ 3 เพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อโชว์ว่าพล.อ.ประยุทธ์ เอาอยู่-ปราบปรามได้ โดยใช้เด็กและเยาวชนเครื่องมือ คำเตือนของการใช้อำนาจโดยมิชอบ ตามข้อกำหนดที่ออกโดยมิชอบตามกฎหมาย อาจทำให้เจ้าหน้าที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้พล.ประยุทธ์และผู้นำรัฐบาล ตระหนักในบาป 7 ประการของมหาตมะ คานธี มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดียที่ยกบาป 7 ประการมาให้เป็นเครื่องเตือนสติ วันนี้รัฐบาลทำผิดทุกข้อ คือ 1.เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ 2.หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด 3.ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน 4.มีความรู้มหาศาลโดยประพฤติไม่ดี 5.ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลหลักธรรม 6.วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์ และ 7.บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ ไม่สำนึกผิดชอบชั่วดี&amp;quot; นายเมธา กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113735</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ครป., เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_611650ddf3c3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.-เครือข่ายองค์กรประชาชนแนะ 5 ข้อใช้หลักสิทธิมนุษยชน แก้ปัญหาการชุมนุมทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 7/2564 ระบุว่า&amp;nbsp; คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายองค์กรประชาชน มีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่มีแนวโน้มที่จะขยายความรุนแรงขึ้นและนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางในเดือนสิงหาคมนี้ จากความขัดแย้งและไร้ทางออกของรัฐบาลที่ยากจะแก้ไขปัญหาให้เกิดเสถียรภาพและสันติสุขในบ้านเมืองได้ เนื่องจากความผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลที่เผด็จอำนาจฉ้อฉลโดยมิชอบมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครป. และเครือข่ายองค์กรประชาชนเห็นว่า ทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงทางสังคมในสถานการณ์ที่ประเทศเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงนั้น ทุกฝ่ายโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องใช้หลักสิทธิมนุษยชนเป็นวิธีการจัดการปัญหา เพื่อหยุดอาชญากรรมแห่งรัฐและความรุนแรงทางสังคมโดยสันติ ซึ่งครป.และเครือข่ายองค์กรประชาชน มีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ทางการเมืองและขอเรียกร้องดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;1. ขอคัดค้านการต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 2 เดือน เนื่องจากการประกาศใช้กฎหมายพิเศษมากว่า 1 ปี 4 เดือนนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ-นิติธรรมตามครรลองประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาและทำกลไกรัฐตามปกติให้ไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงขอคัดค้านการออกประกาศข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 30 วันที่ 1 สิงหาคม 2564 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ฉบับที่ 9 วันที่ 3 สิงหาคม 2564 โดย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งทั้ง 2 ฉบับล่าสุดนั้นเจตนาเป็นการตั้งใจใช้อำนาจรอนสิทธิ์พลเมืองและละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยข้ออ้างการระบาดของโรคโควิด ทั้งที่สามารถใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ได้ ก่อนหน้านี้ การที่รัฐบาลออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 ฉบับที่ 27-29 ก็เพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและเสรีภาพในการนำเสนอข่าวซึ่งเป็นการคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชนและคุกคามประชาชนอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ เพื่อต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนั้น เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างสันติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทยและหลักสิทธิมนุษยชนที่กฎหมายอื่นจะเหนือกว่าไม่ได้ โดยเฉพาะเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่รัฐบาลจะละเมิดไม่ได้ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเข้าคุกคามเพื่อปิดกั้นสิทธิดังกล่าวไม่ได้ แต่จะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ใช้สิทธิทางการเมืองดังกล่าวตามกรอบรัฐธรรมนูญและหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ดังนั้น เพื่อใช้สิทธิทางการเมืองดังกล่าวอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้ชุมนุมจัดการชุมนุมโดยสันติ อดทน อดกลั้นและช่วยกันจัดการปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้เกิดการยั่วยุ การใช้ความรุนแรงและปลุกระดมความเกลียดชัง รวมถึงประสานงานเตรียมทีมแพทย์อาสากรณีมีคนบาดเจ็บเฉพาะหน้าและมาตรการป้องกันโควิดระบาดอย่างเข้มงวด หากเกิดเหตุความรุนแรงและสถานการณ์วิกฤตที่ไม่สามารถควบคุมได้ ขอให้สถาบันการศึกษาและวัดเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ส่วนเจ้าหน้าที่จะต้องไม่ใช้ความรุนแรงและบุกเข้าไปคุกคามจับกุมผู้ชุมนุม และกระทำการใดๆที่อาจเป็นเหตุในการขยายความขัดแย้งรุนแรงต่อไปจนยากแก้ไขและเกิดเหตุจลาจลอลหม่านอันเป็นวิกฤตรัฐที่ล้มเหลวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดความคิดการสลายการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากการชุมนุมที่ผ่านมายังไม่ปรากฏลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุถึงขั้นที่รัฐบาลต้องตัดสินใจใช้มาตรการในการสลายการชุมนุมและพึงระวังการละเมิดหลักการสลายการชุมนุม กฎและมาตรฐานสากลในการใช้กำลัง และอย่าใช้ทหารเข้ามาแก้ปัญหาการเมือง โดยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อยุติความรุนแรงและการสร้างเงื่อนไขการปะทะ โดยออกมาตรการเท่าที่จำเป็นเพื่อปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคนตามภาระหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่ากับประชาชนกลุ่มใด และขอเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องคุ้มครองนักกิจกรรมเพื่อสังคม ยุติการดำเนินคดีแกนนำประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยมิชอบ โดยใช้ความรุนแรงและการข่มขู่คุกคาม โดยขอให้ดำเนินนโยบายเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) ในอนาคตเพื่อเริ่มต้นกระบวนการจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติและสร้างความปรองดองภราดรภาพในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยวิถีทางการเมือง เช่น โดยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทันที ซึ่งจะเป็นการรับผิดชอบต่อปัญหาความแตกแยกรุนแรงที่เกิดขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ เนื่องจากศูนย์กลางของปัญหาคือความไร้ความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต่อปัญหาของชาติบ้านเมือง จนทำให้ตำแหน่งนั้นไร้เกียรติและสูญเสียความไว้วางใจจากประชาชนจนหมดสิ้นแล้ว หาไม่แล้วการหลงยึดติดในอำนาจอาจทำให้สังคมเกิดกลียุคขึ้นในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองร่วมกัน โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างจริงจัง และเน้นการเจรจาในการแก้ไขปัญหา สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นระบบบนหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญจะต้องเข้ามามีบทบาทในการยุติการขยายความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงบทบาทของรัฐสภาในการหาทางออกจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ขอให้รัฐสภาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเร่งด่วนเพื่อเป็นทางออกในวิกฤตประชาธิปไตย รวมถึงการปฏิรูปสถาบันต่างๆ ให้ส่งเสริมและสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็เป็นบทบาทของรัฐสภาเช่นกัน และหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลให้มีการเสนอเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้สมาชิกจากพรรคร่วมรัฐบาลยกมือออกเสียงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อแสดงความรับผิดชอบร่วมกันก่อนสถานการณ์จะบานปลายจนไร้ทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครป. และองค์กรภาคประชาชน ขอให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันจับตาสถานการณ์ความรุนแรงร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสร้างบรรยากาศสันติประชาธรรมในการพูดคุยหาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่ใช้ความรุนแรงทั้งกายภาพและทางวาจาที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) การจงใจยั่วยุหรือสร้างเงื่อนไขให้เกิดสถานการณ์ หรือสนับสนุนในการสร้างความรุนแรงทางสังคมหรือต่อผู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดอคติและความเกลียดชังทางสังคมจนเกิดการสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดทางอาญาจนเกิดความรุนแรงทางสังคมที่ขยายบานปลายออกไปได้ เพื่อร่วมกันสมานฉันท์เพื่อชาติบ้านเมืองขับไล่รัฐบาลฉ้อฉลออกไปโดยฉันทามติของสังคมโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)
คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
สถาบันสังคมประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112415</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมทางการเมือง, ครป., พรก.ฉุกเฉิน, ม็อบไล่ประยุทธ์, หลักนิติรัฐ-นิติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107c16a97672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.เปิดเวทีรุมยำ &#039;ระบอบประยุทธ์&#039;  วิสัยทัศน์สับสน ยุทธศาสตร์อ่อนแอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) เปิดเวทีเสวนาวิพากษ์วิจารณรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต &amp;nbsp;ประธาน ครป. กล่าวว่า 7 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เราเห็นปัญหามากขึ้น แต่ไม่เห็นหนทางที่รัฐบาลจะฝ่าวิกฤติไปได้ ล่าสุด การบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ วิสัยทัศน์สับสน ยุทธศาสตร์อ่อนแอ ขาดพลังในการแก้ไขและบริหารจัดการโควิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชาย &amp;nbsp;กล่าวว่า การจัดการสถานการณ์โควิดของรัฐบาลไร้สมรรถนะอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นม้าตีนต้น แต่อ่อนแอตอนปลาย จนประเทศไทยหล่นไปติดลำดับ 80 ของโลกในแง่การแพร่ระบาดไปแล้ว เพราะรัฐบาลไม่มีจินตนาการในการใช้วัคซีนเพื่อแก้ไขโรคโควิด การบริหารจัดการความซับซ้อนจึงต่ำมาก การจัดการวัคซีนช้ากว่าเป้าหมายที่กำหนดมาก ไม่พอและตามการแพร่ระบาดไม่ทัน ซึ่งโควิดเหมือนเรือหางยาว พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนเรือพาย เหมือนไฟไหม้ไปทั้งเมืองแล้ว แต่ว่ารถดับเพลงหรือวัคซีนมีแค่ 2 คัน คือ ซิโนแวค และแอสต้าฯ คันหนึ่งไปฉีดที่ไฟกำลังไหม้ อีกคันไม่รู้ไปฉีดที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานครป. กล่าวว่าสำหรับเรื่องงบประมาณ 65 ได้ข้อสรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จัดงบประมาณด้วยจิตวิญญาณที่เย็นชามาก ไม่ใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง แต่ใช้หน่วยงานราชการเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองกลุ่มอภิสิทธิ์ชนมากกว่าความต้องการของประชาชน ลดงบประมาณด้านสาธารณสุข ไปเพิ่มงบประมาณกลาโหม เป็นเรื่องที่คนไทยขำไม่ออก หมายความว่า กลาโหมกำลังจะขยายกำลังพลและบุคลากรหรือ ซึ่งล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ต้องปรับวิธีการเขียนงบประมาณใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าหากว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะบริหารบ้านเมืองต่อไปยิ่งจะย่ำแย่ต่อไป การสร้างอนาคตประเทศแทบมองไม่เห็น มีแต่ความมืดมนลงทุกวัน เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นอกเห็นใจคนไทยจริงๆ ควรลาออกเพื่อสร้างคุณูประการให้ประเทศไทย พ้นคราวเคราะห์ไป&amp;quot; รศ.ดร.พิชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวิวัฒน์ชัย อัตถากร อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า กล่าวว่าเราจะอยู่ในหลุมดำ 7 ปีนี้ต่อไปหรือไม่ การที่แก้เศรษฐกิจผิด ไม่รู้จักคิด คือจุบจบพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งๆ ที่ตอนรัฐประหาร &amp;nbsp;7 ปีก่อน พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจเต็มมือ แต่ไม่แก้ปัญหาใดๆ เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากสรุปว่า เขาได้สร้างเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาดอภิสิทธิ์ชนอย่างเข้มแข็งมากในยุค คสช. 5 ปีก่อนการเลือกตั้งในปี 2562 คนจำนวน 1% มีทรัพย์สินถึง 67% ของประเทศ นี่คือความสำเร็จของระบอบ คสช. ที่ชัดเจนที่สุด ที่เอื้อเจ้าสัวไม่กี่ตระกูล แต่ปล่อยให้ชนชั้นล่างยากจนมากขึ้น เป็นผลงานที่สำคัญของพล.อ.ประยุทธ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ชัย &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า วันนี้ โควิดระบาดรอบ 3 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาโควิดไม่ได้เลย หากฉีดได้ถึง 50% ในไตรมาส 3 ได้จะดีมาก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันของสังคมไทย แต่พล.อ.ประยุทธ์ คือสิ่งที่ล้มเหลวมากที่สุด เราต้องสร้างฉากทัศน์ใหม่ของประเทศ เรียงลำดับความสำคัญ ไม่ใช้แบบเหมารวม ไม่จำแนกแยกแยะ เป็นการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่ฉลาดในทางเศรษฐศาสตร์มหภาค ผิดพลาด ล้มเหลว เกาไม่ถูกที่คัน พูดภาษาชาวบ้านคือ พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานไม่เป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์นิด้า &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะแจกเงินได้นานเท่าไหร่ ประชาชนอยากทำงานหากินด้วยความสุจริตมากกว่าหากเศรษฐกิจดี วันนี้ผมขอยกธุรกิจร้านอาหาร พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้บริบทความเป็นจริง ทำร้านอาหารเจ๊งไปหมด แรงงานถูกเลิกจ้างกว่า 500,000 คน แต่รัฐบาลไม่เข้าช่วยเหลือ นายกสมาคมภัตตาคารออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลต้องมีมาตรการจำแนกแยกแยะ แต่นายกไม่เข้าใจบริบทของธุรกิจอาหาร ยังมีกิจกรรมลูกโซ่ในระบบวงจรอาหารมากมาย ทั้งตลาดสด เกษตรกร คนส่งน้ำแข็ง ตลาดสดวันนี้ก็เงียบเหงาไปด้วย นี่คือผลกระทบที่เป็นลูกโซ่ คุณประยุทธ์จึงขาดภาวะผู้นำที่ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทท่องเที่ยวเหลืออยู่ 11,000 รายจากที่มีอยู่ และกำลังจะอันตธานหายไป &amp;nbsp;วันนี้รัฐบาลต้องสนใจกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ คนงานรับจ้าง แท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง คนเข็นของขาย รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจโควิดผิดพลาด ยังแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคประชาชนผิดพลาดด้วย ถือว่าสอบตก เราเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต หลังจากนี้จะเจอภาวะการว่างงาน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่อีก 4-5 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ โตมาแบบทหาร แต่ท่านต้องบริหารแบบพลเรือนถึงจะแก้ปัญหาได้ ที่ผ่านมาจึงผิดพลาดมาทั้งระบบ นักบริหารที่ดีจะต้องจับเข่าคุยทุกฝ่าย กลั่นกรองเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อประชาชน แต่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำแบบนั้น จนมาเจอวิกฤติการคลังอย่างหนักในปัจจุบัน รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศขาดดุลย์อย่างหนัก จนประเทศไทยสิ้นมนต์ขลังทางการเงินแล้ว การสะสมสร้างหนี้มาจนถึงปัจจุบัน ยิ่งสร้างหนี้ชดเชย ยิ่งเจอปัญหาหนี้สาธารณะ และถ้าเกิน 60% ของ GDP ถือว่าผิดกฎหมายและผิดวินัยการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณรายจ่ายปี 65 รัฐบาลเพิ่มงบการซื้ออาวุธเพิ่มขึ้นมากมาย เท่ากับจัดเรียงความสำคัญไม่ถูกต้อง เรื่องสุขภาพของประชาชนคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ เป็นเรื่องความมั่นคงของสังคม งบประมาณ 65 จึงดูแปลกประหลาดอย่างมาก การจัดสรรงบด้านสาธารณสุขและด้านสังคม ลดลงเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สรุปคือ วิกฤตการคลังของประเทศไทยรออยู่ข้างหน้า ข้อมูลของรัฐบาลเรื่องธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อย ค่อนข้างแย่ จึงทำนโยบายสาธารณะที่ดีไม่ได้ และเวลาเกิดวิกฤตจึงแก้ไขปัญหาไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย จะไหวไหมนี่&amp;quot; นายวิวัฒน์ชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ชัย &amp;nbsp;กล่าวด้วนว่า นอกจากนี้ ความสับสนเรื่องวัคซีนมาจากการกระทำของนายกรัฐมนตรีเอง ที่จงใจจัดซื้อเพียง 2 ยี่ห้อเท่านั้น ทั้งๆ ที่มีให้เลือกเยอะแยะ การลงทุนหลายตัวมันลดความเสี่ยง ไม่รู้ไปมัดตัวเองทำไมทำให้วุ่นวายถึงทุกวันนี้ มีความสับสนอลหม่านมากในการจัดการประเทศนี้ ทำไมในสหภาพยุโรปไม่มีความสับสนเหมือนประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. &amp;nbsp;กล่าวว่า ท่ามกลางกระแสความขัดแย้ง และความล้มเหลว 2 ปีที่สืบทอดอำนาจมา นโยบายที่พรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาลหาเสียงไว้ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาประชาคมสักอย่าง จนคณะประชาชนสามัคคีประเทศไทย และประชาชนมากมาย เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะหาคนใหม่มาทำหน้าที่แทนในสถานการณ์วิกฤต เพราะ 7 ปีที่ผ่านมาหมดเวลาที่จะแสดงวิสัยทัศน์และจิตสำนึกใหม่แล้ว ครป. ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกอย่างเป็นทางการ เพื่อเสียสละรับผิดชอบแก่ชาติบ้านเมือง เห็นแก่ประชาชนคนไทยทั้งชาติ เสียสละอำนาจเพื่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไร้จิตสำนึก ไม่ลาออก คนที่จะกดดันเขาได้ ก็มีเพียง พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นที่จะกดดันให้ลาออกโดยใช้รัฐสภาเป็นเดิมพัน ไม่เช่นนั้น ประเทศไทยไปไม่รอด เพราะมีผู้นำบ้าน้ำลายหลงตนเองอยู่แบบนี้ ท่านใช้งบประมาณมากมายของแผ่นดินเพื่อค้ำบัลลังก์อำนาจให้ตนเอง ผ่านการกระจายงบแบบล้างผลาญแผ่นดิน ไม่สนใจว่าคนไทยจะต้องรับกรรมใช้หนี้ในอนาคตแทนท่านผู้ใช้เงินอีกนานเท่าไหร่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านจะต้องแสดงศักยภาพมากกว่านี้ หากว่าสภาไม่สามารถหาทางออกให้แก่บ้านเมืองได้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้ายก็ช่วยลาออกจากสมาชิกรัฐสภาไปเลย เพื่อร่วมกันกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีหนทางไปต่อ เพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ได้ ทุกวันนี้ประเทศไทยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอุปสรรคปัญหาแค่คนๆ เดียว และเลวร้ายกว่าโควิด-19 เสียอีก ดังที่ คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จะเดินทางไปยื่นหนังสือพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันพุธนี้ ที่รัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯครป. กล่าวต่อไปว่า ทางออกของชาติบ้านเมืองวันนี้ เพื่อรักษาประเทศไทยไว้ไม่ให้แตกหักพังทลายไปมากกว่านี้ หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยเสียงข้างมาก ตามเจตจำนงค์ที่ประชาชนเลือกมาในครั้งแรก ตามประเพณีและครรลองประชาธิปไตย โดยสมาชิกวุฒิสภาที่ได้อำนาจมาตามบทเฉพาะกาล ให้โหวตเลือกตามมติของสภาผู้แทนราษฎรที่แถลงออกมาก่อนการเสนอชื่อและโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา ไม่เช่นนั้น ประเทศจะไปต่อไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีที่รับช่วงต่อ 2 ปี หากไม่โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจจนต้องยุบสภาเสียก่อน จะต้องรับฉันทามติของประชาชน แก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดร้ายแรง ปัญหาเศรษฐกิจผูกชาดและความเหลื่อมล้ำ และจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและประชามติเพื่อกติกาใหม่ที่เป็นธรรมก่อนจะมีการเลือกตั้งใหม่ที่บริสุทธ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง และปลดล็อกผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาด้วยอำนาจโดยมิชอบ มาสร้างประชาธิปไตยในระบบรัฐสภากันใหม่ ในยุคศิวิไลย์ที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ประเทศย้อนหลังไป 24 ปี ไปถึงจุดเริ่มต้นรัฐธรรมนูญ 40 ที่จะมีกระบวนการเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งไม่ต่างไปจากเดิม แถมยังพยายามปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและออกกฎหมายควบคุมประชาชนและองค์กรประชาสังคมอีกด้วย สวนทางการกระจายอำนาจอย่างสิ้นเชิง ซึ่งรัฐบาลธรรมาภิบาลต้องเปิดการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐอย่างเปิดเผย โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน ตรวจสอบได้ ดังนั้นจะต้องยกเลิกกฎหมายร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม และร่าง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ ฉบับใหม่โดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ และพวก จะขโมยเงินในกระเป๋าคนไทยไปมากกว่านี้ และให้คนไทยใช้หนี้ในอนาคตด้วย ดูแผนงบประมาณของคณะรัฐมนตรีแล้วได้แต่ส่ายหัว รัฐบาลควรทบทวนแผนการใช้งบประมาณใหม่ทั้งหมดให้สอดคล้องกับกับการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมถึงเรื่องของการฟื้นฟูประเทศในด้านเศรษฐกิจสังคมที่เราเสียโอกาสไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณกระทรวงกลาโหมที่ได้รับการจัดสรรถึง 203,282 ล้านบาท ถูกนำไปใช้ในโครงการเสริมสร้างจัดหายุทโธปกรณ์ แทนที่จะจัดหาวัคซีนซึ่งเป็นอาวุธที่แท้จริงในยุคสมัยใหม่ และส่งเสริมงบประมาณให้กระบวนการด้านสาธารณสุข ซึ่งความมั่นคงมนุษย์คือยุทธศาสตร์ที่แท้จริง ซึ่งต้องเน้นงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอทวงถามแทนประชาชนว่า งบประมาณปี 65 ได้มีการจัดสรรงบประมาณโดยสอดคล้องกับนโยบายสวัสดิการสังคมที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่หาเสียงและให้สัญญาประชาคมไว้หรือไม่ &amp;nbsp;2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยปรากฏการดำเนินนโยบาย โครงการสวัสดิการสังคมใดๆ ที่สอดคล้องกับสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดได้หาเสียงไว้กับประชาชนเลย &amp;nbsp;เช่น สวัสดิการประชาชนแบบถ้วนหน้า นโยบายโครงการมารดาประชารัฐ แม้กระทั่งค่าจ้างขั้นต่ำและอัตราเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีที่หาเสียงไว้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาโรคระบาดร้ายแรง โควิด-19 ดูเหมือนรัฐบาลตั้งใจล้มเหลวในการสื่อสารในภาวะวิกฤตเพื่อให้ประชาชนสับสน จนโดนตั้งข้อกล่าวหาว่าท่านหากินกับความตายของประชาชนหรือไม่ ถ้ารัฐบาลจริงจังกับปัญหาคอร์รัปชัน ทำไมไม่เปิดให้สรรหา ป.ป.ช.ชุดใหม่ องค์กรอิสระชุดใหม่ทั้งหมด ที่มาจากสภาผู้แทนราษฎร ทำไมไม่ยกเลิกองค์คณะชุดเก่าที่แต่งตั้งกันตั้งแต่สมัย คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวว่า หากมีความจริงใจหยุดคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ทำไมไม่แสดงความจริงใจให้สังคมเห็น โดยเฉพาะการยกเลิกการส่งทหารเข้าไปเป็นประธานและกรรมการในรัฐวิสาหกิจต่างๆ ทั้ง 45 รัฐวิสาหกิจ ทั้งๆ ที่ไม่มีความสามารถเชี่ยวชาญเกี่ยวข้องเฉพาะ หรือการให้ข้าราชการระดับสูง นอกจากตามกฎหมาย ป.ป.ช. แล้วให้นายทหารในระดับผู้บังคับบัญชา ตำรวจในระดับผู้กำกับสถานีตำรวจทุกสถานี ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วยดีหรือไม่ หรือท่านประกาศวาระแห่งชาติเพื่อตั้งใจหลอกลวงใครหรือไม่ ท่านบอกว่ารัฐบาลผมไม่เคยคอร์รัปชัน แค่ถูกตั้งข้อกล่าวหาและยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ท่านต้องรับผิดแล้ว ไม่ใช่ใช้ปัญญาแบบศรีธนญชัยบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบแบบนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105269</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย, ครป., พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba025b41aa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยไม่ทน&#039; ตอบคำถาม ทำไมต้องเปลี่ยนม้ากลางศึก &#039;ประยุทธ์&#039; ออกไปใครจะมาแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - นายเมธา มาสขาว &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวถึง กรณีที่มีคำถามว่า ไล่ประยุทธ์ ออกไป แล้วใครจะมาแทน ผมขอเรียนตอบคำถามว่า ประชาชนไม่ใช่กบเลือกนาย ไม่ใช่การซื้อหวยตามเลขที่ชอบ เพราะต้องเป็นไปตามกติการัฐธรรมนูญปี 2560 อยู่แล้ว ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้และ คสช.เป็นผู้เขียนออกแบบไว้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือหากประยุทธ์ ลาออก ก็จะเหลือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 5 คน ตามกติการัฐธรรมนูญมาตรา 88 และมาตรา 159 มาจากพรรคการเมืองที่มี ส.ส.มากกว่าร้อยละ 5 ในสภา คือ 1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 2. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 3. นายชัยเกษม นิติสิริ สามท่านแรกจากพรรคเพื่อไทย สองคนแรกลาออกไปสังกัดอื่นแต่ก็มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญทุกประการตราบเท่าที่รัฐสภาสามารถเลือกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ แม้ลาออกจาก ส.ส.และจากพรรคฯ แต่ก็มีคุณสมบัติครบถ้วน รวมถึง 5. นายอนุทิน ชาญวีรกุล จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่คาดว่าน่าจะเป็นนายกคนต่อไปหากพรรคพลังประชารัฐพร้อมยกมือโหวตเลือก แต่ท่านเคยกล่าวว่าจะไม่ทิ้ง พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมาด้วยกันก็ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียดายคนที่ 6. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไป และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หมดสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยกติกาที่ไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีประเทศพัฒนาไหนในโลกที่สนับสนุนการยุบพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของประชาชน เรื่องนี้จึงควรต้องแก้ไขกติกาใหม่ให้มีความเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของสากลและไม่เลือกปฏิบัติในอนาคต รวมถึงการนิรโทษกรรมปรองดองทุกฝ่ายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมต้องเปลี่ยนม้ากลางศึก ก็เพราะว่าถ้าไม่รีบเปลี่ยน ผู้นำอย่างประยุทธ์จะพาคนไปตายมากขึ้นจากสถานการณ์โควิด นอกจากแอพพลิเคชั่นต่างๆ พากันล่มแล้ว ประเทศจะล่มสลายไปด้วย เพราะเขาทำเศรษฐกิจฐานล่างพังไปหมด ยกประเทศให้เจ้าสัวและต่างชาติรุมทึ้งประเทศไทยในภาวะวิกฤต โดยหลอกเลี้ยงไข้โควิดเพื่อคงอำนาจ พรก.ฉุกเฉินฯ โดยการสั่งซื้อวัคซีนล่าช้า ยกเลิกการเข้าคิววอร์กอินฉีดวัคซีนให้ยึดหมอพร้อมเป็นหลัก แต่หมอดันไม่พร้อมและคนไทยก็กลายเป็นเหยื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างล่าสุดคือ รัฐบาลจะออกกฎหมายเงินกู้อีก 7 แสนล้านบาท โดยรวบอำนาจออกเป็นพระราชกำหนด แทนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติให้รัฐสภามีส่วนร่วมและตรวจสอบได้ รัฐบาลต้องการตีเช็คเปล่าอีกรอบ เป็นการคอร์รัปชันอำนาจและงบประมาณครั้งใหญ่ที่จะไม่ต้องทำตามระเบียบงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ตามระบบ ถ้าประชาชนไม่รีบไล่ประยุทธ์ ประเทศพังแน่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสนายกคนนอกตามรัฐธรรมนูญ 272 วรรค 2 นั้นเป็นไปได้ยาก เพราะประชาชนไม่ใช่กบเลือกนาย เราต้องการนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งตามกติกา แม้ว่า คสช. จะไปเขียนกติกาเปิดไว้ก็ตาม ซึ่งต้องใช้เสียงในรัฐสภามากกว่า 2 ใน 3 หรือประมาณ 489 เสียงเห็นชอบซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และจะมีคำถามมากมายว่าทำไมไม่เลือกตามบัญชีรายชื่อ 5 คนที่มีอยู่แล้ว ทั้ง 5 ท่านก็ต้องออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองด้วย
&amp;nbsp;
แผ่นดินนี้ไม่ใช่ของระบอบทักษิณหรือระบอบประยุทธ์เท่านั้นที่ถกเถียงกันอยู่ในเวลานี้ แต่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ รัฐบาลชุดนี้ก็เอารัฐมนตรีชุดเก่าเข้ามาบริหารบ้านเมืองล้มเหลวเหมือนเดิม เป็นระบอบอำนาจนิยมที่ไม่เห็นหัวประชาชน ดังนั้น คำถามเหล่านี้อยู่ที่ประชาชนว่าจะตอบคำถามกันอย่างไร ไม่ใช่เรื่องของรัฐสภาเท่านั้น ที่รัฐธรรมนูญไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล ให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกในช่วง 5 ปีแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อประยุทธ์ออกไป นายกคนใหม่ก็มีเวลาอีก 2 ปีตามกติกาที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่วิกฤต 1.คือเดินหน้าแก้ปัญหาโควิดร่วมกับบุคลากรทางการแพท โดยมีประชาชนทั้งประเทศพร้อมให้ความร่วมมือเดินก้าวกระโดดไปข้างหน้า ไม่ใช่ช้าเหมือนเต่าเหมือนที่ผ่านมา 2.กอบกู้เศรษฐกิจที่ผุพัง ประชาชนยากแค้นลำบาก แต่เจ้าสัว 20 ตระกูลสะสมความมั่งคั่งไว้กลุ่มเดียว และ 3.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อร่างกติกาใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเป็นที่ยอมรับของทุกคนและก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง เมื่อครบ 2 ปีตามกติกาก็เลือกตั้งใหม่ด้วยกติกาใหม่ที่เป็นธรรม บ้านเมืองก็เดินหน้าต่อไป เศรษฐกิจไทยก็เดินหน้าไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้คนในรัฐบาลไม่ยอมรับผิดชอบต่อสังคม จึงถึงเวลาของคนไทยทุกคนต้องออกมารับผิดชอบร่วมกันแล้ว โดยขับไล่ประยุทธ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้คนใหม่มาทำหน้าที่แทน &amp;nbsp;โดยทุกคนสามารถแสดงออกโดยใช้มาตรการทางสังคมในรูปแบบต่างๆ ส่งเสียงไปให้ถึงทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา รวมถึงเครือข่ายผู้สนับสนุน กลุ่มทุนที่หล่อเลี้ยงอุ้มชู และเนื่องในโอกาสครบรอบ 7 ปีรัฐประหาร คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงจะจัดเวทีไทยไม่ทนออนไลน์ โดยให้มีการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง 9 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 22-30 พฤษภาคมนี้ เพื่อชี้ให้เห็นผลพวง 7 ปีรัฐประหาร และผลกระทบต่อสังคมไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครป., ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072d9a40d25a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาครป.&#039; เมินหมายเรียกพรก.ฉุกเฉิน จี้รัฐบาลหยุดใช้ประชาชนเป็นเหยื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เมษายน 2564 นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยเปิดเผยว่า &amp;nbsp;วันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปส่งหมายเรียกตามทะเบียนบ้านที่ต่างจังหวัดตามความผิดฐานละเมิด พรก.ฉุกเฉิน ต้องหาว่า &amp;quot;ร่วมกันชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัด ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อันเป็นการฝ่าฝืน ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง การห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 5 ออกตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคงไม่ไปรายงานตัวและขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ที่บ้านก็ปฏิเสธไม่มีใครรับหมายและยืนยันสิทธิที่ถูกรัฐบาลละเมิดในครั้งนี้ แม้แต่คำร้องทุกข์กล่าวโทษยังเป็นความเท็จ หาว่าผมร่วมกับพวกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า &amp;quot;กลุ่มสามัคคีประชาชน เพื่อประชาธิปไตย&amp;quot; แต่ตนไปร่วมกับ &amp;quot;กลุ่มสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย&amp;quot; ต่างหาก แค่จัดเวทีอภิปรายสาธารณะ ขึ้นเวทีพูดเชิงวิชาการให้ความรู้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีการคัดกรองผู้เข้าร่วมตามมาตการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ไม่มีคนติดโควิดจากที่ชุมนุมเพราะใส่หน้ากากกันทุกคน ส่วนคนที่ติดติดมาจากตึกไทยคู่ฟ้า มีใครเอาผิดรัฐมนตรีเหล่านั้นหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วยังใช้ประชาชนเป็นเหยื่อ การฟ้องผู้จัดการสถานบันเทิง 2 แห่งให้ติดคุก 2 เดือนข้อหาพรก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.สถานบริการ &amp;nbsp;นั้นคือการจับประชาชนเป็นเหยื่อ ให้เอกชนเป็นแพะรับบาปให้กับการใช้อำนาจฉ้อฉลบกพร่องของรัฐบาล โดยที่ผู้ใช้อำนาจมิชอบไม่เคยรับความผิดเลย การระบาดจากสนามมวย และบ่อนการพนันมีผู้มีอำนาจใดรับผิดบ้าง ร้านอาหาร สถานบันเทิง ทำตามประกาศของรัฐบาลมาโดยตลอด พอคณะรัฐมนตรีเดือดร้อนกลับพากันไปกดดันตำรวจให้หาแพะเซ่นสังเวยแทน ถ้าบริหารบ้านเมืองกันแบบนี้ในประเทศเกาหลี-ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีของเขาคงกระโดดหน้าผาหนีความอับอายตายหลายร้อยรอบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเรียกร้องให้ประชาชน พี่น้องแรงงาน คนทำงานกลางคืน นักดนตรี สถานประกอบการ ร้านอาหารทั้งหลายรวมตัวกันฟ้องกลับรัฐบาลบ้าง ว่ามีความผิดฐานละเว้น ม.157 และบริหารจัดการวัคซีนล่าช้าจนกระทบต่อเศรษฐกิจเสียหายร้ายแรง นอกจากนั้นยังละเมิดสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และละเมิดสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศอีกหลายข้อ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหลายต้องอย่าเลือกปฏิบัติเอาใจผู้มีอำนาจอย่างเดียว เดี๋ยวจะมีความผิดทั้งขึ้นทั้งล่องด้วย รู้กันอยู่ว่าบางคนชอบกินเหล้าจอนนี่วอคเกอร์ บางคนชอบกินเบียร์ช้างเบียร์สิงห์ ส่วนคนบาปไม่ล้างมือบางคนก็ได้แต่ตบทรัพย์เพื่อนในวงการ สื่อมวลชนควรตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลอย่างเต็มที่ ก่อนพวกเขาจะย่ำยีและกอบโกยประเทศนี้จนพังไม่เป็นท่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครป., เมธา มาสขาว, เมินหมายเรียกพรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072d9a40d25a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงเสวนา&#039;ครป.&#039;สิ้นหวังระบอบ3ป.7ปีพาชาติติดหล่มยิ่งกว่าเผด็จการทักษิณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.64-คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) จัดเสวนาหัวข้อ &amp;quot;ชำแหละ 7 ปี พล.อ.ประยุทธ์ พาชาติติดหล่ม?&amp;quot; ที่อนุสรณ์สถาน14 ตุลา สี่แยกคอกวัว &amp;nbsp;กรุงเทพฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีวิทยากร &amp;nbsp;รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธาน ครป. &amp;nbsp;และอาจารย์คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว. พ.ต.อ. วิรุฒน์ ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสถาบันเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม(สป.ยธ.) &amp;nbsp;รศ. ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร จากคณะรัฐประศาสนศาสตร์(นิด้า) นายบุญแทน &amp;nbsp;ตันสุเทพวีรวงศ์ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
รศ.ดร.พิชาย &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ครองอำนาจมา7 ปีอาจเรียกว่าติดหล่มน้อยไป เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ทำการเมืองย้อนยุคก่อนปี 40 และ ไกลไปถึงยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ &amp;nbsp;โดยโครงสร้าง &amp;nbsp;ที่เหมือนกันคือ ส.ว. คือให้อำนาจเลือกนายกฯ &amp;nbsp;เหมือน รธน. 2521 &amp;nbsp;กลับมาที่รัฐบาลนี้เรียกว่าระบอบ 3ป. &amp;nbsp;ที่บริหารอำนาจเรียกว่าคณาธิปไตย &amp;nbsp;บริหารเป็นไปตามความปรารถนา ของ 3 ป. ทำให้เป็นปรารถนาของประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ความปรารถนาของคนอื่นๆหมดสิ้นไป และ การทำให้ 3 ป. สมปรารถนา ก็คือกลไก ส.ว. และ มีพรรคสไตล์มาเฟีย &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีลูกพี่ดูแลลูกน้องที่เป็น ส.ส. และ ใช้เงินทุนขับเคลื่อนโดยปราศจาก อุดมการณ์ทางการเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่นการตั้งครม.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีศึกษาธิการก็มาจากกลุ่มการเมืองไม่ได้มาจากความรู้ด้านการศึกษา อีกคนที่เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจละสังคม &amp;nbsp;(ดีอีเอส) เป็นตัวแทนกลุ่มทุนพลังงานยุคใหม่ จบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ได้จบจากราชภัฏ &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ไม่เกี่ยวกับความรู้ในกระทรวงดีอีเอส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังย้อนยุคเป็นการเมืองแบ่งขั้ว ที่รุนแรง ทำลายความเป็นมนุษย์ เกิดจากการบริหารที่ไม่ยอมแก้อะไรเลยในช่วงที่มีอำนาจ ทำให้เกิดความแตกแยกความคิดลงไปร้าวลึกยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และ มีแนวโน้มจะรุนแรง เพราะการปิดกั้นเสรีภาพแกนนำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;จู่โจมจับผู้ชุมนุม ผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเมืองแบบมาเฟีย และ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล นำความรู้สึก นำข้อมูล ไม่ให้ความเคารพความเป็นมนุษย์ และ ยังมีการตั้งข้อสังเกต สนับสนุนรัฐบาลพม่าอีกใช่หรือไม่ &amp;nbsp;สะท้อนจิตสำนึกเดียวกับรัฐบาลทหารพม่า ไม่แคร์สายตานานาชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งกว่าระบบทักษิณ เพราะระบอบประยุทธ์เรียกว่าระบบสมบูรณ์แบบเข้มข้นกว่าระบบสภาเผด็จการ อะไรที่ถูกเสนอมาในสภา หรือ กฎหมายที่เกิดจากประชาชน ฝ่ายค้านก็ถูกตีตกปิดโอกาสเสียงที่แตกต่าง ไม่เปิดพื้นที่ความคิดเห็นความเห็นต่าง และ ล่าสุดร่างรธน. ก็ไม่ประสงค์ให้แก้ไขเพราะ รธน. ปัจจุบันเอื้อประโยชน์กับระบอบ 3 ป. &amp;nbsp;ที่เปรียบเป็นจระเข้ขวางคลอง หรือ เป็นเรือขวางคลองซุเอซ ที่แก้ไขไม่ได้ &amp;nbsp;ซึ่งระบอบ 3 ป. นำไปสู่การเมืองสิ้นหวังจมลงไปสู่ทะเลไปเรื่อยๆ ภารกิจภาคประชาชนที่ยังมีความหวังกับการเมืองมีความจำเป็นหาหนทางให้ ระบอบ 3 ป.สิ้นอำนาจ และ ออกไปให้เร็วที่สุด&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรศ. ดร.วิวัฒน์ชัยกล่าวว่า ในทางวิชาการรัฐบาลประยุทธ์บริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ไม่มีความรู้ ใกล้ถึงจุดจนตรอกเป็นไพ่ใกล้หมดสำรับนับถอยหลังอายุของรัฐบาลได้เลย &amp;nbsp;เพราะก่อหนี้สินเยอะแยะจากการกู้ และมากกว่านายกฯคนอื่น 18 เท่าตัว &amp;nbsp;จากการบริหาร 7 &amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;ทำให้เศรษฐกิจยากจะฟื้นตัว &amp;nbsp;ติดหล่ม จมลึก โดยผลประโยชน์ไปอยู่กับนายทุนผูกขาด และเจ้าสัว ไม่เห็นหัวคนชั้นล่าง &amp;nbsp;ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกษิต กล่าวว่า 7 ปีของรัฐบาลประยุทธ์ ทำ 2เรื่องคือ &amp;nbsp;1.เมกะโปรเจคต่างๆ แต่ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่นโครงการอีอีซี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังไม่มีผลงาน และ มอบโครงการให้แก่ 2-3 ครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยไม่ประกวดราคา และ 2. เอาภาษีไปใส่โครงการประชานิยม ไม่นำไปสู่การสร้างงาน &amp;nbsp;แต่หวังผลทางการเมือง และทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น มหาศาล &amp;nbsp;จะบอกให้พล.อ.ประยุทธ์ หรือ 3 ป.ให้เปลี่ยนใจคงเป็นไปไม่ได้ แต่ขอให้ประชาชนชั้นกลาง และ ชั้นสูงตั้งสติ และสื่อมวลชนบางส่วน เลิกงมงายระบอบประยุทธ์นิยม &amp;nbsp;และ เลิกสนับสนุนยุติปกป้อง โดยออกมา ไล่ระบบประยุทธ์ออกไป &amp;nbsp;และ หันมาสร้างบ้านเมืองได้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรหนทางเดียวคือทำเหมือนสมัยพ่อขุนรามคำแหงให้ประชาชนถวายฎีกา นำความคิดเห็นของพวกเราสร้างรัฐสยามใหม่ ทำให้ ประเทศเป็นประชาธิปไตย เที่ยงธรรมในสังคม และ ประชาชนทั้งหมด60 ล้านกว่าคน มีส่วนร่วม มิใช่ผูกขาดจากกลุ่มคนไม่กี่คนอย่างทุกวันนี้ &amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รสนา กล่าวว่า ปัจจุบันการเมืองผูกขาดโดยทหาร ทั้งรัฐสภา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรตามรธน.ทั้งหลาย ไม่เห็นการถ่วงดุล &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 7 ปีรัฐบาลกลับทุ่มงบประมาณให้กลุ่มทุนผูกขาดไม่กี่ตระกูล &amp;nbsp;มีการหากิน &amp;nbsp;ระหว่าง รัฐทหาร ตำรวจ ทุนผูกขาด นักการเมือง และ กลไกตรวจสอบทำไม่ได้ &amp;nbsp;เช่น นาฬิกายืมเพื่อน แต่ ป.ป.ช. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบจริงหรือไม่ &amp;nbsp;ก็ยังไม่มีการริบนาฬิกา &amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ มีความผิดอะไร ซึ่งตนกำลังติดตามเรื่องนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีกรณีบอส นายวรยุทธ อยู่วิทยา &amp;nbsp;ขับชนตำรวจตาย ก็ไม่สามารถเอาคนผิดได้ และ มีหลักฐานคือเรื่องการเปลี่ยนแปลงความเร็วอีกด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือการเอื้อให้ทุนพลังงาน โดยไม่ยอมลดราคาให้ประชาชน หรือ ประเคนโครงการรถไฟฟ้าให้เจ้าสัว ทำให้ค่าโดยสารราคาแพง ซึ่งอย่างในต่างประเทศจะคิดราคาไม่เกินร้อยละ10 ของค่าแรงขั้นต่ำ นอกจากนี้ยังออกร่างกฎหมายมัดตราสังภาคประชาสังคม จะต้องไปขออนุญาตทำกิจกรรมแก่กระทรวงมหาดไทย ที่ทำลายการตรวจสอบ และ ขอให้ยกเลิกร่างกฎหมายฉบับนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไทย ก่อนปี &amp;nbsp;2557 ก็สร้างความเดือดร้อนอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพราะตำรวจเป็นเนื้อเดียวกับกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;และหวังว่าการยึดอำนาจ ตั้งแต่ปี 2557 &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แต่บัดนี้ยังมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นแต่การเล่นเกม ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุด อย่างเช่นร่างกฎหมายของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ &amp;nbsp;เป็นประธาน ก็ปฏิรูปที่แท้จริง &amp;nbsp;แต่ นายกฯ ก็ไม่นำเข้าพิจารณาไปไม่ถึง &amp;nbsp;เพราะถูกตำรวจเปลี่ยนแปลงร่างกฎหมาย ตัดสาระสำคัญต่างๆ จนกลายเป็นร่างพ.ร.บ.ตำรวจฉบับลักไก่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญแทน &amp;nbsp;กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตเรื่องการขนข้าวให้พม่า อาจถูกมองสมคบคิดกับรัฐบาลพม่าที่ฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยม 450 กว่าศพ &amp;nbsp;อาจถูกโจมตีจากนานาชาติ ร่วมกันละเมิดสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แตกต่างจาก รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ สมัยเป็นนายกฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังเคยประณามรัฐบาลพม่า ที่ใช้ความรุนแรงแก่ประชาชน ทั้งที่เป็นผู้นำจากรัฐประหารเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ที่ผ่านมาสิทธิมนุษยชนรัฐบาลนี้ไม่เคยใส่ใจ รัฐบาลประยุทธ์บอก ประชาชนจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง &amp;nbsp;แต่เป็นประชาชนถูกกระทืบ ขณะที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ่อน ส่วย หวย ซ่อง &amp;nbsp;ซื้อขายตำแหน่ง เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลทำอะไรอยู่ ไม่แก้ไข &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายบุญแทน กล่าวว่า ขณะที่ผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้น รัฐก็ไม่สามารถจัดการปัญหา แต่ใช้อำนาจ อาทิ มาตรา112 และ กฎหมายอื่นๆ จัดการ ใช่พร่ำเพรื่อ สร้างความร้าวฉานรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลทำเหมือนรักสถาบัน แต่เป็นการทำลายสถาบันใช่หรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือเป็นจุดอันตราย นำไปสู่หายนะ &amp;nbsp;หากผู้นำประเทศยังไม่สำนึก ไม่มีจริยธรรม จะทำให้ประชาชนมีจริยธรรมได้อย่างไร &amp;nbsp;ทางออกคือให้นายกฯลาออก &amp;nbsp;เพราะมิเช่นนั้น จะกลายเป็น ทรราชหากมีการนองเลือดเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97552</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ชำแหละ 7 ปี พล.อ.ประยุทธ์ พาชาติติดหล่ม?&quot;, ครป., เสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_60604aa7ad9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯครป.ผิดหวังอย่างแรง &#039;ครม.บิ๊กตู่ 2/4&#039; สถาปนาระบอบอำนาจนิยมไม่ต่างพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.64 - นายเมธา มาสขาว &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แสดงความคิดเห็นต่อการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าผิดหวัง ครม. พล.อ.ประยุทธ์ 2/4 ชุดใหม่ เพราะไม่มีอะไรใหม่ในการเมืองเก่า โควตารัฐมนตรีเป็นไปตามมุ้งการเมืองในพรรค ตัวแทนกลุ่มใครก็ได้ไปเป็นรัฐมนตรีทั้งๆ ที่ยังไม่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ แค่นามสกุลดังเท่านั้น แต่ก็ดีตรงที่มีผู้หญิงเป็นรัฐมนตรีกับเขาบ้าง 20 ปีมานี้เราได้รัฐมนตรีตามโควต้ากลุ่มการเมืองแบบเก่า เป็นการเมืองแบบไร่หมุนเวียนอำนาจของกลุ่มการเมือง ระบอบประยุทธ์จึงไม่ต่างจากระบอบทักษิณเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ระบอบประยุทธ์น่ากลัวกว่าก็ตรงที่สร้างระบอบอำนาจนิยมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี ใช้อำนาจควบคุมกองทัพ ตำรวจและระบบราชการ โดยเอานายทุนมาเป็นหุ้นส่วนในรัฐบาลอย่างโจ่งแจ้ง ไม่สนการผูกขาดทางการค้าหรือว่าการขายทรัพยากรส่วนรวมไปให้เอกชนหาประโยชน์ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่รัฐมนตรีบางคนเคยบริหารธุรกิจที่หากินกับไฟฟ้าประปาอากาศมาก่อน บางคนที่คอยเป็นกระเป๋าเงินให้จอมพลที่คุมพรรคก็ล้วนสะสมความมั่งคั่งแบบก้าวกระโดด กลายมาเป็นคนรวยอันดับต้นๆ ของประเทศได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ประเทศไทยกลายเป็นระบอบอำนาจนิยม ด้วยการขยาย พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไปเรื่อยๆ เพื่อใช้อำนาจพิเศษ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้นายตำรวจทหารระดับสูง หาผลประโยชน์จากการคอร์รัปชันและเศรษฐกิจนอกระบบมากมาย รวมถึงทุจริตเชิงนโยบายและการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ป.ป.ช.ทำงานได้ช้ามากและแทบไม่ตรวจสอบผู้มีอำนาจเลย นักการเมืองและรัฐมนตรีสีเทาหลายคนร่ำรวยผิดปกติขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะมีการตรวจสอบถ่วงดุลตามกลไก สร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาล รัฐบาลที่ชอบธรรมต้องยกเลิก พรก.ฉุกเฉินแล้วใช้อำนาจปกติ แก้ปัญหาโครงสร้างที่มิชอบแล้วกระจายอำนาจสร้างการเมืองใหม่ปฏิรูปประเทศ แต่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คิดเปลี่ยนแปลงแก้ไขเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเมธา กล่าวว่า ตอนนี้การจ่ายส่วยสะพัดมากในแต่ละสถานี สถานประกอบการ ร้านอาหาร ไนท์คลับผับบาร์และสถานบันเทิง คำสั่งรัฐบาลให้เปิดได้ถึงห้าทุ่มทำให้ถ้าใครอยากเปิดเกินเวลาก็ต้องจ่ายส่วยเพื่อไปปิดตีสองตีสาม เหมือนเป็นใบอนุญาตให้ตำรวจฉวยโอกาสหารายได้อย่างโจ่งแจ้ง รวมถึงการอนุญาตให้ตั้งด่านตรวจเมาไม่ขับเริ่มนับ 1 เมษา มีมาตรการอะไรรองรับว่าจะไม่มีทุจริตสินบน การสนับสนุนโครงสร้างเศรษฐกิจสีเทาแบบนี้ ผมเห็นว่านายกรัฐมนตรีไปไม่รอดแล้ว ขาดคุณธรรมแล้ว และพยายามที่จะสร้างระบอบอำนาจนิยมที่มี 3 นายพลเป็นศูนย์กลาง คุมรัฐ คุมพรรค คุมมวลชน วางแผนเป็นรัฐบาลยาวไปโดยไม่สนใจอนาคตของลูกหลาน ถือว่าเป็นนายกที่ล้มเหลวในการปฏิรูปมา 7 ปี จนประเทศติดหล่ม &amp;nbsp;ไม่ควรให้อยู่ครบวาระเพื่อทำความเสียหายให้บ้านเมืองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากเตือนรัฐบาลและผู้รับใช้ว่า ไม่มีความลับในโลกสมัยใหม่ ใบเสร็จอาจถูกเก็บไว้ในอากาศ เทคโนโลยี ระบบคลาวด์และดาวเทียม ล้วนเก็บข้อมูลไว้ได้หมดไม่ต่างจากบิ๊กดาต้าที่รัฐบาลกำลังทำ ตำรวจปราบม็อบก็ระวังจะมีคดีในอนาคตทั้งศาลไทยและศาลอาญาระหว่างประเทศ อย่าพยายามรับใช้ระบอบอำนาจนิยมโดยหลงผิดเป็นชอบจนชีวิตขาดคุณงามความดี เพราะวันหนึ่งอาจโดนลอยแพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯครป. กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ พยายามจะรักษาระบอบอำนาจนิยมผ่านรัฐธรรมนูญ 2560 ไปอีกอย่างน้อย 2 สมัย ดังที่ปล่อยให้ ส.ว.โหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ทั้งๆ ที่รัฐบาลเคยแถลงต่อรัฐสภาว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ยังปล่อยให้มีการขัดขวางการประชามติ ทั้งๆ ที่คณะรัฐมนตรีมีอำนาจตามมาตรา 166 อยู่แล้ว หรือจะใช้กฎหมายประชามติปี 2552 ก็ย่อมทำได้เลยไม่ต้องรอกฎหมายใหม่ ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีสั่ง ส.ว.ได้ &amp;nbsp;แต่เพราะไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตนเองจะสูญเสียอำนาจ จึงสกัดยับยั้งทุกวิถีทาง ทั้งๆ ที่ทางออกจากความขัดแย้งทั้งหมด คือการเปิดทางให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น วันนี้นายกรัฐมนตรีคือใจกลางปัญหา รัฐบาลและพรรคร่วมต้องหาคนใหม่ที่สามารถปรองดองสังคมที่แตกแยกได้มาทำหน้าที่ โดยนายกฯ ต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร ผมในฐานะผู้ประสานงานเครือข่าย 30 องค์กรประชาธิปไตยจึงได้จัดเวทีไทยไม่ทนร่วมกับญาติวีรชนพฤษภา 2535 ขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่สมาคมนักข่าว เพื่อสามัคคีประชาชนระดมความเห็นภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองอย่างสันติ ไม่ติดหล่มจมปลักกับรัฐบาล 3 ป.อีกต่อไป และประเทศไทยจะต้องไม่เป็นเหมือนพม่า ที่บ้านเมืองย่อยยับเพราะอีลิทเพียงกลุ่มเดียว&amp;quot; นายเมธา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97219</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ครป., ปรับครม., เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605bf226de6b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
