<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว &#039;ครม.&#039;สั่งยืดเก็บVAT7%ต่ออีก2ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &amp;hellip;. (มาตรการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT) โดยให้คงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 7% สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณีที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ครม. ยังรับทราบมาตรการภาษีบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แก่ 1. ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ การนำส่ง และการชำระภาษีอากรผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เงินหรือสภาพคล่องอยู่ในมือประชาชนและผู้ประกอบการให้ยาวนานขึ้น และเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้งานบริการของภาครัฐให้ประชาชนสามารถติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางไปติดต่อ ณ สำนักงาน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการสาธารณะ เพื่อช่วยสนับสนุนให้ทุกคนอยู่บ้านภายใต้แนวคิด อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ของรัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีดังกล่าว จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้อยู่ในมือประชาชนและผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจประมาณ 181,221 ล้านบาท ได้แก่ การขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการฯ และชำระภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50 ภ.ง.ด.52 และภ.ง.ด.55) งบการเงิน และ Disclosure Form จากภายในวันที่ 3 ส.ค. 2564 ถึงวันที่ 22 ก.ย. 2564 ออกไปเป็นภายในวันที่ 23 ก.ย. 2564, ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการฯ และชำระภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2564 (ภ.ง.ด.51) จากภายในวันที่ 3 ส.ค. 2564 ถึงวันที่ 22 ก.ย. 2564 ออกไปเป็นภายในวันที่ 23 ก.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการฯ และชำระภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สำหรับปีภาษี 2564 (ภ.ง.ด.94) จากภายในวันที่ 8 ต.ค. 2564 ออกไปเป็นภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2564, ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการฯ และชำระภาษี ภาษีเงินได้ หัก ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 และภ.ง.ด.54) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30 และ ภ.พ.36) และภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) จากภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2564 ออกไปเป็นภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564 และวันที่ 29 ต.ค. 2564 และวันที่ 30 พ.ย. 2564 และวันที่ 30 ธ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังงดหรือลดเบี้ยปรับสำหรับกรณีที่ประชาชนและผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นแบบแสดงรายการฯ ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะภายในกำหนดเวลา หรือยื่นแบบแสดงรายการฯ ผิดพลาด สำหรับแบบที่ต้องยื่นภายในเดือนก.ย. - ธ.ค. 2564 ตามลำดับ โดยหากยื่นแบบฯ ภายใน 3 เดือน นับแต่พ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบฯ ที่ได้ขยายออกไปข้างต้นจะได้รับการงดหรือลดเบี้ยปรับ โดยงดเบี้ยปรับเมื่อชำระภาษีและเงินเพิ่มครบถ้วน และลดเบี้ยปรับในอัตราต่ำสุด 2% เมื่อชำระภาษีไม่น้อยกว่า 25% ของภาษีที่ต้องชำระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรมสรรพากรยังได้ลดค่าปรับทางอาญากรณีดังกล่าวให้เหลืออัตราต่ำสุด โดยหากมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ลดเหลือ 1 บาท หากมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ลดเหลือ 2 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากค่าปรับทางอาญาเป็นการเปรียบเทียบปรับแทนการฟ้องร้องดำเนินคดี จึงไม่อาจงดค่าปรับให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114361</URL_LINK>
                <HASHTAG>2ปี, ครม, ยืดภาษี VAT 7% ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092a89f3595f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! อนุมัติวงเงิน 13,500 ล้าน เยียวยาแรงงาน ผู้ประกอบการ 10 จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;21 กรกฎาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (20 ก.ค.64) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบอนุมัติวงเงินงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 13,500 ล้านบาท เพื่อเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากเดิม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ใน 9 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรงบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ สาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 นอกจากได้รับชดเชยเหตุสุดวิสัย 50% แล้วผู้ประกันตน ที่มีสัญชาติไทย จะได้รับการเยียวยา จากรัฐบาล เพิ่มเติม เป็นเงินอีกคนละ 2,500 บาท โดยโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนนายจ้างจะได้รับการเยียวยา จากรัฐบาล ตามจำนวนลูกจ้าง หัวละ 3,000 บาท สูงสุดลูกจ้างไม่เกิน 200 คน โดยนายจ้างบุคคลธรรมดา จะได้รับเงินโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน นายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลนายจ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่ม รวมทั้งนายจ้างผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงได้ออกมาตรการเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่ง มติ ครม.ดังกล่าวจะทำให้กลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ 10 จังหวัดได้รับการเยียวยา นายจ้างประมาณ &amp;nbsp;160,000 ราย เป็นเงิน 6.4 พันล้านบาท ส่วนลูกจ้างมีจำนวน 2.8 ล้านราย เป็นเงิน 7.1 พันล้านบาท โดยลูกจ้างและนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.64 เป็นต้นไป ทั้งนี้ คาดว่าลูกจ้างและนายจ้างในพื้นที่ 10 จังหวัดจะได้รับเงินเยียวยาในวันที่ 6 ส.ค.นี้ &amp;quot; นายสุชาติ กล่าวในท้ายสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110526</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม, ผู้ประกอบการ, สุชาติ ชมกลิ่น, อนุมัติงบ, เยียวยาแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a61f781c70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮครม.ไฟเขียวส่วนต่อขยายสายสีชมพู </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนการออกแบบและการก่อสร้างงานโยธา การจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้การบริการเดินรถไฟฟ้าและการซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ส่วนต่อขยายช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองสำหรับโครงการสายชมพูส่วนต่อขยายนี้เป็นข้อเสนอของผู้รับสัมปทานโครงการส่วนหลัก เชื่อมต่อสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 3 กม.โดยจะมี 2 สถานี ซึ่งลงทุนโดยผู้รับสัมปทานทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เตรียมความพร้อมในเรื่องของการลงนามในร่างสัญญา &amp;nbsp;โดยจะเรียนเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธี &amp;quot;นายศักดิ์สยาม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงมีนบุรี-แคราย ตามแผนจะเปิดให้บริการภายในเดือน ก.ย.65 และในส่วนต่อขยายพร้อมเปิดใช้บริการ ก.ย.67 โดยสองสถานีที่เปิดให้บริการไม่ทำให้ค่าโดยสารเกิน 42 บาท ส่วนราคาค่าโดยสาร อย่างไรก็ตามคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการในปีแรกจะมีผู้ใช้บริการ 199,000 ต่อวันต่อคน และจะมีผู้โดยสารใช้บริการ 1 ล้านคนต่อวันต่อคน ภายใน30ปีที่สิ้นอายุสัมปทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าาสำหรับแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ช่วงสถานีศรีรัช(ถนนแจ้งวัฒนะ) &amp;ndash; เมืองทองธานี &amp;nbsp; ระยะ 3 กม.วงเงิน 4,230 ล้านบาท เริ่มต้นจากถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณสถานีศรีรัชของสายสีชมพูสายหลัก วิ่งไปทางทิศตะวันตก และเลี้ยวขวาเข้าสู่เมืองทองธานีไปตามซอยแจ้งวัฒนะ &amp;ndash; ปากเกร็ด 39 แนวทางเดียวกันกับทางพิเศษอุดรรัถยา จนสิ้นสุดโครงการบริเวณทะเลสาบเมืองทองธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92511</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcee20fc0fb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;เตรียมสุดยอดเมนูกุ้ง หมึก ปลา เสิร์ฟครม. อังคารนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธันวาคม 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยเมนูอาหารทะเล พร้อมเสริฟคณะรัฐมนตรีวันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2563 ประกอบด้วย ต้มยำกุ้ง กุ้งเผา กุ้งผัดกะเพรา นอกจากเมนูกุ้งแล้วยังมีเมนูอาหารทะเลอย่างอื่นอีก เช่น ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ปลาหมึกผัดกะปิ ปลากะพงทอดน้ำปลา และข้าวผัดปู &amp;nbsp;โดยเมนูอาหารข้างต้นจะปรุงสุก จัดแยกเป็นเชตให้ ครม. และผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละท่านแยกกันทาน สำหรับวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารสั่งตรงมาจากทะเล และนำมาปรุงสุก ณ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนมั่นใจและหันมาบริโภคอาหารทะเล โดยเฉพาะกุ้งมากขึ้น พร้อมกล่าวยืนยันว่าโรคโควิด 19 ไม่ได้ติดต่อทางอาหาร แต่ติดจากคนสู่คน ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าว ขอให้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นล้างมือ และใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เชื่อว่าด้วยความรัก ความสามัคคี และความร่วมมือของคนไทยทุกคนจะทำให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม, อนุชา นาคาศัย, เมนูกุ้ง, เมนูอาหารทะเล, เสิร์ฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe80e76b70f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
