<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มเงินเยียวยา ธปท.ลุยหมอหนี้ ปัดรีด‘คนละครึ่ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ขยายกรอบวงเงินเพิ่มเป็น 77,785 ล้านบาท เยียวยาผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด &amp;nbsp; อนุมัติวงเงิน 2,909 ล้านบาท สำหรับโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก 1,766 โครงการ ในพื้นที่ 10 จังหวัด &amp;quot;แบงก์ชาติ&amp;quot; ลุยเปิดเว็บไซต์ &amp;ldquo;หมอหนี้เพื่อประชาชน&amp;rdquo; เพิ่มช่องทางช่วยเหลือลูกหนี้ เจาะกลุ่มรายย่อย-เอสเอ็มอี &amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; ปัดต้อน &amp;quot;ร้านคนละครึ่ง&amp;quot; จ่ายภาษี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 30 สิงหาคม &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ว่า ครม. อนุมัติขยายกรอบวงเงินเพิ่มจำนวน 44,314.0550 ล้านบาท เป็นจำนวน &amp;nbsp;77,785.0600 ล้านบาท จากเดิม &amp;nbsp;33,471.0050 ล้านบาท สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด รวม 9,385,930 คน ได้แก่ ผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1,436,171 คน และผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวน 7,949,759 คน อัตราการให้ความช่วยเหลือ 5,000 บาท/คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการขยายระยะเวลาให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 ในพื้นที่ 3 จังหวัด ให้สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนรายใหม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 1-24 สิงหาคม &amp;nbsp;และพื้นที่ 16 จังหวัด ให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนรายใหม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 4-24 สิงหาคม ที่ผ่านมา รวมทั้งขยายการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ 13 จังหวัด เพิ่มเติม 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 2,909,015,572 บาท สำหรับดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 3 จำนวน 1,766 โครงการ ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ แพร่ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย ร้อยเอ็ด สุรินทร์ อำนาจเจริญ พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เกิดการจ้างงาน 29,765 คน และมีผู้ที่ได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 3,535,704 คน หรือไม่น้อยกว่า 8,354 ครัวเรือน รวมทั้งยังเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานและคุณภาพของสินค้า ทักษะความรู้ในการประกอบอาชีพ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการฟื้นตัวและพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจในหมู่บ้านและชุมชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ 1,766 โครงการ ครอบคลุม 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1.กลุ่มพัฒนาสินค้า ท่องเที่ยวบริการและการค้า จำนวน 2 โครงการ 2.กลุ่มยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร &amp;nbsp;จำนวน 28 โครงการ 3.กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน จำนวน 14 โครงการ และ 4) กลุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชน จำนวน 1,722 โครงการ &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,766 โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. กระทรวงการคลัง บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันจัดตั้ง &amp;quot;โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน&amp;quot; อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นช่องทางให้คำแนะนำความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างครบวงจร ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.2564 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และข้อแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้อย่างครบวงจรทั้งในส่วนของลูกหนี้รายย่อยและลูกหนี้ธุรกิจเอสเอ็มอี โดยลูกหนี้จะได้รู้วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ การเตรียมตัวก่อนพบเจ้าหนี้ ได้รับคำแนะนำ และมาตรการช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐ ที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งได้สำรวจธุรกิจตัวเองเพื่อปรับแผนธุรกิจได้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่จะร่วมโครงการแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มลูกหนี้รายย่อย สามารถเรียนรู้แก้ไขปัญหาหนี้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ เพื่อหาข้อมูลแก้ไขปัญหาหนี้ ประเมินสุขภาพทางการเงิน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบคำถามต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ และกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการความช่วยเหลือเชิงลึก ให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งจะขอข้อมูลรายละเอียดธุรกิจ การเงิน และภาระหนี้ เมื่อลงทะเบียนสำเร็จก็จะได้รับการติดต่อให้ไปพบหมอหนี้ภายใน 5-7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลูกหนี้ที่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถติดต่อขอคำแนะนำเชิงลึกเพิ่มเติมจากทีมหมอหนี้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs บสย. (บสย. FA Center) สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสมาคมธนาคารไทย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;quot; นางธัญญนิตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ชี้แจงกรณีที่มีสื่อออนไลน์รายงานว่านายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ระบุมีข้อกังวลเรื่องภาษีของผู้ค้าขาย เนื่องจากกรมสรรพากรส่งแบบประเมินภาษีปี 2563 ให้พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาล เช่น คนละครึ่ง แต่ได้รับในปี 2564 ทำให้เข้าใจผิดว่าถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังว่า ยืนยันว่าการที่กรม ส่งหนังสือไปแจ้งเตือนผู้ประกอบการ ไม่ได้มีเป้าหมายจะเรียกเก็บภาษีจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลโดยเฉพาะแต่อย่างใด โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นการแจ้งเตือนผู้ประกอบการว่าท่านมีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ เท่านั้น และไม่ได้เป็นการประเมินภาษีแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสมหมายกล่าวว่า ในการประกอบกิจการในปี พ.ศ.2563 ผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะประกอบกิจการที่เข้าร่วมโครงการของรัฐหรือไม่ หากผู้ประกอบการมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ก็มีหน้าที่ต้องนำรายได้มายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียเงินได้บุคคลธรรมดาภายในวันที่ 31 มี.ค.2564 ซึ่งกรมสรรพากรได้ขยายเวลาการยื่นแบบฯ ไปเป็นวันที่ 30 มิ.ย.2564 เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องของผู้ประกอบการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรมสรรพากรได้ทำการส่งจดหมายแจ้งเตือนผู้เงินได้ให้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่ให้หลงลืม เพื่อผู้ประกอบการจะได้ไม่มีภาระเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม กรณียื่นแบบภาษีเงินได้ล่าช้ากว่ากำหนด โดยการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการประเมินตัวเองของผู้ประกอบการ ซึ่งมีหน้าที่นำรายได้ที่ได้รับจากการประกอบการกิจการมายื่นเสียภาษีตามข้อเท็จจริง&amp;quot; นางสมหมายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กรมสรรพากรได้พัฒนากระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการจดทะเบียน ยื่นแบบภาษี ชำระภาษี และคืนภาษี ทุกขั้นตอนผ่านระบบ Tax from Home ซึ่งเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากร w ww.rd.go.th.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ขยายกรอบวงเงินเพิ่ม, ช่วยเหลือลูกหนี้, นายธนกร วังบุญคงชนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c988af3b8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
