<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ซานต้าตู่&#039;แจกของขวัญปีใหม่63&#039;เว้นค่าทางด่วน-ลดดอกเบี้ยโรงจำนำ-ตรึงราคาค่าไฟ-น้ำมัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.62- ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงโครงการของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชน ประจำปี 2563ว่า ในวันนี้มีมติครม.อนุมัติโครงการของขวัญปีใหม่ดังกล่าวของกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงคมนาคม ให้มีการยกเว้นค่าผ่านทาง 4 เส้นทาง ได้แก่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน-บางพลี และตอนพระประแดง-บางแค ช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน และยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในทางพิเศษบูรพาวิถีและทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.62 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 3 ม.ค. 2563 เวลา 24.00 น. เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ให้ส่วนลดค่าผ่านทางพิเศษสำหรับระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ ร้อยละ 5 ต่อเที่ยว ทุกด่านเก็บค่าผ่านทาง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มดำเนินการต่อจากการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษฯ หลังเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการให้ชำระค่าผ่านทางโดยจำหน่ายคูปองในราคาถูกแทนการชำระด้วยเงินสดสำหรับทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. เป็นต้นไป ต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน สนามบินสุวรรณภูมิ ให้ยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ ณ ลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน C และจัดรถชัตเติลบัสสายพิเศษเพิ่มเติม ส่วนดอนเมืองให้บริการที่จอดรถโดยไม่คิดค่าบริการในบริเวณที่กำหนด จำนวน 3 จุด รวม 450 คัน ให้บริการรับ-ส่งระหว่างจุดจอดรถยนต์กับอาคารผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง จำหน่ายบัตรโดยสารราคาพิเศษ &amp;ldquo;Weekday Vacation&amp;rdquo; โดยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ราคาเริ่มต้น 1,300 บาท การเพิ่มเที่ยวบินสายการบินไทยสมายล์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ขยายเวลาเปิดให้บริการรถไฟฟ้า ได้แก่ รถไฟฟ้า Airport Rail Link ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.เวลา 05.30 น. ถึงวันที่ 1 ม.ค.เวลา 02.00 น. ส่วนรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) เปิดตั้งแต่เวลา 06.00น.-02.00น. รวมไปถึงขยายเวลาให้บริการอาคารและลานจอดรถของ MRT ทั้ง 2 สาย เปิด เวลา 05.00น.-03.00 น.ขณะที่การคมนาคมทางน้ำ มีโครงการสูงวัยได้สิทธิลดหย่อนค่าโดยสารเฉลี่ยร้อยละ 50 โดยให้แสดงบัตรประชาชนเพื่อขอรับสิทธิ กิจกรรมล่องเรือสวดมนต์ข้ามปีภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;เจ้าท่าพาล่องสายชล สวดมนต์ภาวนาข้ามปี&amp;rdquo; จำนวน 1 ลำ โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ จำนวน 200-300 ราย ในวันที่ 31 ธ.ค.62 นอกจากนี้ยังมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกของประชาชน อาทิ ตรวจเช็กสภาพรถ ปรับปรุงห้องสุขาภายในสถานีขนส่งหมอชิต 2 จัดทำแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;นำทาง (NUMTANG)&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กระทรวงมหาดไทย จำนวน 9 โครงการ อาทิ สถานธนานุบาลทั่วไทย พร้อมใจลดอัตราดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 0.25 ต่อเดือน จากเดิมร้อยละ 0.50 เงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท คิดอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน จากเดิมร้อยละ 1.25 ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 29 ก.พ.63 จัดระเบียบสายสื่อสารทั่วไทย ระยะทางรวม 10,020 กิโลเมตร บริการและอำนวยความสะดวกประชาชนโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนใบเดียว ไม่ต้องใช้สำเนาเอกสาร ให้บริการ 59 หน่วยงานใน 214 งานบริการ &amp;nbsp;ปรับปรุงการให้บริการรังวัดเฉพาะรายในสำนักงานที่ดินทั่วประเทศให้นัดรังวัดได้ภายใน 50 วัน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานรังวัดได้ทุกขั้นตอน ตลาดนัดเทศบาลคุณภาพมาตรฐานทั่วไทย 742 แห่ง สนับสนุนพืชผลทางการเกษตรปลอดสารพิษ เฝ้าระวังสารปนเปื้อน เปิดสวนสาธารณะลอยฟ้า หรือพระปกเกล้าสกายปาร์ค จุดแลนด์มาร์ก แห่งใหม่ของกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงพลังงาน 3 โครงการ ได้แก่ 1.ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน B 10 และ E 20 ลง 1 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 25ธ.ค.62 &amp;ndash; 10ม.ค.63 2.ตรึงราคาน้ำมันทุกประเภทเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ระหว่างวันที่ 25ธ.ค.62 &amp;ndash; 2ม.ค.63 และ3.ตรึงราคาค่าไฟฟ้า โดยคงอัตราค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บเดือน ม.ค. &amp;ndash; เม.ย.63 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จำนวนหลายโครงการ อาทิ เข้าชมฟรีแหล่งเรียนรู้ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 36 จังหวัด 113 แห่ง ระหว่างวันที่31ธ.ค.62 &amp;ndash; 1ม.ค.63 แจกเมล็ดพันธุ์ไม้มีค่า กล้าไม้ และพันธุ์กล้วยไม้ฟรี รับคืนซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจลดมลพิษจากรถโดยสารประจำทาง รถยนต์ และจักรยานยนต์ ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ จัดเร่งที่ดินอยู่อาศัย หรือทำกกกินในพื้นที่ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ ตามมติครม. โคครงการแก้ไขปัยหาขยะ อนุรักษ์ และฟื้นฟูแหล่งน้ำ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวัญปีใหม่, ครม.บิ๊กตู่, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191224/image_big_5e01d2e724770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดขุมทรัพย์6รมต. &#039;พิพัฒน์&#039;อู้ฟู่สุด5.4พันล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพัฒน์ รัชกิจประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีรัฐมนตรีที่จะต้องยื่นบัญชีใหม่ 7 คน โดย 6 คน ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินแล้ว เว้น น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่เพิ่งยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดอุทัยธานีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานป.ป.ช.จะกำหนดวันเปิดเผยต่อไป ส่วนที่เหลือเข้ามาตรา 105 วรรค 4 และวรรค 5 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่กำหนดว่าหากพ้นจากตำแหน่งและเข้ารับตำแหน่งภายใน 1 เดือน ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินแต่ป.ป.ช. แต่มีรัฐมนตรี 22 คนที่ยื่นเพื่อไว้เป็นหลักฐานต่อป.ป.ช.&amp;nbsp; แต่ ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นรัฐมนตรีคนใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนายปกรณ์ ศรีจันทร์งาม คู่สมรส มีทรัพย์สิน 1,400,015,154 บาท หนี้สิน 63,624,361 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,336,390,792 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนางกนกวรรณ 1,312,570,218 บาท และของนายปกรณ์ 87,444,935 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินใน จ.ปราจีนบุรี สระบุรี สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และย่านดอนเมือง กทม. ทั้งหมดรวม 295 รายการ มูลค่าถึง 1,321,232,850 บาท นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์และจักรยานยนต์ 14 รายการ ครอบครองทะเบียนประมูล 4 รายการ ซึ่งเป็นเลข 8899 จ.ปราจีนบุรี รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ พระเครื่อง งาช้าง 3 คู่&amp;nbsp; อาวุธปืน 3 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางธันยวีร์ ศรีอ่อน คู่สมรส มีทรัพย์สิน 97,204,912 บาท หนี้สิน 10,000,000 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 87,204,912 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 50 รายการ ที่อยู่ใน อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มูลค่ารวม 74,600,000 บาท นอกจากนี้ ยังแจ้งทรัพย์สินอื่นว่ามี อาวุธปืน 10 กระบอก มูลค่า 550,000 บาท นาฬิกา 7 เรือน 5 ล้านบาท กระเป๋า 5 ใบ 1.5 ล้านบาท ส่วนหนี้สิน 10,000,000 บาท เป็นเงินที่กู้จากพี่สาวคือ น.ส.นุชจรีย์ ศรีอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย คู่สมรส มีทรัพย์สิน 5,436,758,409 บาท หนี้สิน 225,983,525 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,210,774,883 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายพิพัฒน์ 5,340,393,760 บาท และของนางนาที 96,364,648 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน จำนวน 18 รายการ มูลค่า 5,117,898,030 บาท อาทิ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด บริษัท อาร์ดี เกษตร พัฒนา จำกัด บริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ยังมีเงินฝาก 1,705,632 บาท ที่ดิน 32,777,100 บาท ส่วนหนี้สินมาจากเงินกู้ธนาคารหรือสถาบันทางการเงินอื่น 224,671,829 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายพิพัฒน์ ยังแจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่น 170 รายการ อาทิ จตุคามรามเทพ แว่นเล็ก ปี 2530 จตุคามรามเทพ แว่นใหญ่ ปี 2530&amp;nbsp; พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย 2 ล้านบาท พระนางพญา 2 องค์ รวม 1.7 ล้านบาท หลวงปู่ทวด เบตง 2.5 ล้านบาท หลวงปู่ทวดปี 2497 1.5 ล้านบาท สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ 1 ล้านบาท อาวุธปืน 4 กระบอก นาฬิกาหรู 4 เรือน กระเป๋าแบรนด์เนม 29 ใบ แหวนเพชร ชุดเครื่องประดับไข่มุก นาฬิกาหรู ปากกายี่ห้อหรู ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับที่นางนาที ยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ที่แจ้งไว้ว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,674,631,835 บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของนางนาที 71,597,609 บาท และของนายพิพัฒน์ 4,603,034,225 บาท พบว่า ทรัพย์สินของนายพิพัฒน์และนางนาทีเพิ่มขึ้น 762,126,574 บาท ซึ่งมาจากเงินลงทุนในบริษัท 2 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และนางกัลยา บุญญามณี คู่สมรส มีทรัพย์สิน 121,141,055 บาท หนี้สิน 38,593 บาท ทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 121,102,461 บาท เป็นทรัพย์ของนายนิพนธ์ 53,540,064 บาท และเป็นของนางกัลยา 67,600,991 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินใน อ.เมืองสงขลา อ.จะนะ อ.เทพา อ.ระโนด จ.สงขลา มูลค่ารวม 57,810,650 บาท มีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 47,441,375 บาท อาทิ บ้านที่ย่านลาดกระบัง มูลค่า 28,000,000 บาท บ้านที่ อ.เมืองสงขลา 9,061,250 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน มีทรัพย์สิน 149,131,970 บาท ไม่มีหนี้สิน ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน 84,564,822 บาท และรายการทรัพย์สินอื่นที่แจ้งไว้ 68 รายการ มูลค่ารวม 60,630,000 บาท อาทิ พระพุทธรูปโบราณ พระเครื่อง ทองคำแท่ง กำไลเพชร นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ยื่นได้แจ้งว่า มีเครื่องประดับสตรีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจี้ทับทิมรูปหัวใจล้อมเพชร เข็มกลัดเพชร สร้อยข้อมือ ต่างหูทับทิมและเพชร สร้อยคอทับทิมและเพชร ต่างหูเพชรเม็ดเดียว เข็มกลัดเพชรรูปกล้วยไม้ จี้พลอยล้อมเพชร สร้อยคำบุษราคัมล้อมเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และ น.ส.รัชดา จาติกวณิช คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 81,489,725 บาท มีหนี้สินรวม 849,359 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 80,640,366 บาท โดยเป็นเงินฝากในบัญชีของ น.ส.รัชดา จำนวน 37,015,689 บาท ขณะที่ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นสิทธิและสัมปทาน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงเงินลงทุนที่เป็นหลักทรัพย์ในบริษัท บางแสนวิลล่า จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ ปตท จำกัด ส่วนหนี้สิน 849,359 บาท มาจากเงินเบิกเกินบัญชีของ น.ส.รัชดา ส่วนรายการทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ ได้แก่ พระเครื่อง 5 องค์ ซึ่งระบุว่าประเมินค่าไม่ได้ สร้อยคอทองคำ นาฬิกายี่ห้อหรู และอาวุธปืน 2 กระบอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุมทรัพย์, ครม.บิ๊กตู่, ครม.ประยุทธ์, ป.ป.ช., เปิดบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e389f31d91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 00:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัดแบ่งเค้กเรียบร้อยแล้ว!เปิดโควต้า&#039;เก้าอี้รมต.&#039;พรรคร่วมรัฐบาลพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62 - มีรายงานว่าการจัดตั้งรัฐบาลเวลานี้ ทางฝั่งของพรรคพลังประชารัฐรอเพียงการประกาศการนับคะแนนและรับรองผลส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อย่างเป็นทางการ จากนั้นจะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลทันที โดยเวลานี้แกนนำของพรรคพลังประชารัฐเชื่อว่าคะแนนเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลและโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีมีถึง 256 เสียงแล้ว โดยการจัดโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีเวลานี้ ถูกแบ่งเป็นหลายส่วนประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัดส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.คาดว่าจะมี 4 ที่นั่งหลักในกระทรวงสำคัญ คือ เก้าอี้นายกฯของพล.อ.ประยุทธ์ เก้าอี้รมว.กลาโหมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เก้าอี้รมว.มหาดไทยของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และเก้าอี้รองนายกฯด้านเศรษฐกิจของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ จะถูกแบ่งโควต้าออกเป็นของ กลุ่ม 4 อดีตรัฐมนตรี กลุ่มสามมิตร และกลุ่มกทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันที่ &amp;nbsp;9 พ.ค. จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐเป็นครั้งแรกหลังจากงานราชพิธีในเวลา 11.00 น. ที่ชั้น 5 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งหากกกต.มีมติรับรองส.ส.บัญชีรายชื่อเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวันที่ 9 พ.ค.ว่าที่ส.ส.ในกลุ่มสามมิตรจะเข้ารายงานตัวเป็นส.ส.ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เกียกกาย ในเวลา 09.30 น. นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายอนุชา นาคาศัย นอกจากนี้ว่าที่ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจะเดินทางรายงานตัว ครบทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้ เพราะในวันที่14-15 พ.ค. พรรคพลังประชารัฐจะมีการสัมมนาส.ส.ของพรรคทั้งหมดอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเพื่อแนะแนวและทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ที่โรงแรมเดอะซายน์ พัทยา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ผู้ที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี คือ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์กทม. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลางเป็นต้น ส่วน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสานอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะรับตำแหน่งหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พรรคร่วมอื่นๆอย่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์จะได้พรรคละประมาณ 6 เก้าอี้ทั้งรมว.และรมช.คละเคล้ากันไป ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้ 1 เก้าอี้รมว.และ1 รมช. นอกจากนี้ยังมีส่วนของพรรคเล็กที่จะรวมกลุ่มกันมาเพื่อต่อรองเก้าอี้ด้วย ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นางนาที รัชกิจประการ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตรและนายนภินทร ศรีสรรพางค์ แกนนำพรรค ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา คือ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคและนายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังรอการเลือกผู้นำพรรคให้เสร็จสิ้นก่อน โดยพรรคพลังประชารัฐเชื่อว่า มติของพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ และที่ผ่านพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าโดยมติพรรค ไม่เคยมีงูเห่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.บิ๊กตู่, จัดตั้งรัฐบาล, รัฐบาลพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebe4a89a3f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลประยุทธ์ 4ปี สอบผ่าน ประชาชนชี้บ้านเมืองสงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ปีผลงาน นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา สอบผ่าน &amp;nbsp;22% มองว่าทำงานดีมาก และอีกเกือบ 50% มองว่าทำงานค่อยข้างดี มีเพีบง9.53% ที่ทำงานไม่ดี ผลงานเด่นคือ ทำประเทศเรียบร้อย สิ่งที่บกพร่องคือต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ส่วนรัฐมนตรีในทีม ที่คนมองว่าทำงานดีที่สุด คือ นายสมคิด ตามมาด้วย วิษณุ&amp;nbsp; บิ๊กป้อมไม่ติด 1 ใน 5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในการทำงานครบรอบ 4 ปี ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; &amp;nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;4 ปี ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 &amp;ndash; 23 สิงหาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา &amp;nbsp;และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,291 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp; จันทร์โอชาและคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา พบว่า ประชาชน ร้อยละ 22.15 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ดีมาก เพราะ มีการแก้ไขปรับเปลี่ยนระบบการบริหารงานได้ดี มุ่งหวังพัฒนาประเทศ และพร้อมจะช่วยเหลือประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่า มีผลงานหลายอย่างที่ประสบความสำเร็จและเห็นเป็นรูปธรรม เช่น บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้น ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 48.96 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯได้ค่อนข้างดี เพราะ มีความชัดเจนในการบริหาร มีนโยบายช่วยเหลือประชาชน เอาจริงเอาจังและมีความเป็นผู้นำ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ทำงานดี บริหารบ้านเมืองได้ดี ไม่วุ่นวาย สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งลงได้ ร้อยละ 18.28 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ค่อยดี เพราะการทำงานยังมีจุดบกพร่อง เศรษฐกิจไม่ดี ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ รัฐบาลไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และมีการปกป้องพวกพ้อง ร้อยละ 9.53 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ ไม่ดีเลย เพราะ บ้านเมืองยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม &amp;nbsp; &amp;nbsp; การบริหารงานต่าง ๆ ล่าช้า ไม่สามารถทำตาม Road map ได้ มีการเลือกพวกพ้อง ไม่มีความเสมอภาค และเศรษฐกิจย่ำแย่ และร้อยละ 1.08 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า เมื่อรวมสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า ทำงานได้ค่อนข้างดีและดีมาก พบว่า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ทำงานได้ไม่ค่อยดี จนถึงระดับไม่ดีเลย มีสัดส่วนลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงลักษณะการทำงานในรอบ 4 ปี ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในด้านต่าง ๆ พบว่า ด้านอุดมการณ์ในการทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.46 ระบุว่า มีอุดมการณ์และความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน รองลงมา ร้อยละ 18.90 ระบุว่า ไม่มีอุดมการณ์ คิดแต่จะทำงานเพื่อรักษาอำนาจของตนเองและ คสช. เท่านั้น และร้อยละ 3.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ &amp;nbsp;ระบุว่า มีอุดมการณ์เพิ่มขึ้น ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ไม่มีอุดมการณ์ มีสัดส่วนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความกล้าตัดสินใจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.61 ระบุว่า มีความกล้าตัดสินใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ ขณะที่ ร้อยละ 19.60 ระบุว่า ไม่มีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ และร้อยละ 2.79 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า มีสัดส่วนของ &amp;nbsp;ผู้ที่ระบุว่า มีความกล้าตัดสินใจเพิ่มขึ้น ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ไม่มีความกล้าตัดสินใจ มีสัดส่วนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบุคลิกภาพผู้นำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.52 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร รองลงมา ร้อยละ 15.10 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย ร้อยละ 8.29 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบก้ำกึ่ง ทั้งผู้นำแบบประชาธิปไตยและผู้นำแบบทหาร และร้อยละ 2.09 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหารมีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย &amp;nbsp; และมีบุคลิกภาพผู้นำแบบก้ำกึ่ง ทั้งผู้นำแบบประชาธิปไตยและผู้นำแบบทหาร มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.93 ระบุว่า มีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ ขณะที่ ร้อยละ 29.13 ระบุว่า &amp;nbsp;ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ และร้อยละ 2.94 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า มีสัดส่วนของ &amp;nbsp;ผู้ที่ระบุว่า มีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน มีสัดส่วนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.19 ระบุว่า การทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่ ร้อยละ 29.28 ระบุว่า การทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ และร้อยละ 10.53 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า มีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า การทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้เพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า การทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านข้อเสนอแนะที่อยากให้ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดิน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.48 ระบุว่าเป็นเรื่อง เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่ หนี้สินของประชาชน และราคาพืชผลทางการเกษตร รองลงมา ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็นเรื่อง การทำงานของภาครัฐ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาลและมีกลไกป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และการใช้อำนาจโดยมิชอบ ร้อยละ 9.91 ระบุว่าเป็นเรื่อง การให้บริการของภาครัฐ ต้องสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ชีวิตประชาชน ร้อยละ 4.03 ระบุว่าเป็นเรื่อง การปลดล็อคทางการเมือง จัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็นเรื่อง ระบบบริหารงานบุคคลที่สามารถดึงดูด สร้างและรักษาคนดีคนเก่งไว้ในภาครัฐได้ ร้อยละ 2.71 ระบุว่าเป็นเรื่อง โครงสร้างภาครัฐกะทัดรัด ปรับตัวได้เร็วและระบบงานมีผลสัมฤทธิ์สูง ร้อยละ 2.09 ระบุว่าเป็นเรื่อง ระบบข้อมูลภาครัฐมีมาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงกัน ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็นเรื่อง กำลังคนภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสมและมีสมรรถนะสูง พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ร้อยละ 5.34 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ การคมนาคม การส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ การบังคับใช้กฎหมาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฎิรูปองค์กรตำรวจและองค์กรส่วนท้องถิ่น ขณะที่บางส่วนระบุว่า การพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ และร้อยละ 18.59 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความประทับใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.88 ระบุว่า ประทับใจในการทำงานของ นายสมคิด &amp;nbsp;จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 48.80 ระบุว่าเป็น นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 ร้อยละ 48.49 ระบุว่าเป็น นายวีระศักดิ์ &amp;nbsp;โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 4 ร้อยละ 47.02 ระบุว่าเป็น พลเอก อนุพงษ์ &amp;nbsp;เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และร้อยละ 46.09 ระบุว่าเป็น พลตำรวจเอก อดุลย์ &amp;nbsp;แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16162</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.บิ๊กตู่, นิด้าโพล, ผลงาน4ปีรัฐบาลคสช., ผลสำรวจความคิดเห็น, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, วิษณุ  เครืองาม, สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b820b8023898.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋าเปรม&#039;แข็งแรงดี  11 เม.ย.เปิดบ้านสี่เสาฯให้พร&#039;ครม.บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ อนุญาติเปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ให้นายกรัฐมนตรีนำรองนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าอวยพรวันปีใหม่ไทย เนื่องในเทศการสงกรานต์ วันที่ 11 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักมูลนิธิรัฐบุรุษ เปิดเผยว่า พล.อ.เปรม มีสุขภาพแข็งแรงดี ส่วนการเข้าโรงพยาบาลที่ผ่านมา เพื่อไปตรวจสุขภาพตามวงรอบเท่านั้น ซึ่งแพทย์ได้แนะนำให้ออกงานลดลงจากเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.บิ๊กตู่, บ้านสี่เสาเทเวศร์, ประธานองคมนตรี, ป๋าเปรม, พล.อ.เปรม, เปิดบ้าน, ให้พร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab87a70b3fac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.สัญจร&#039;บิ๊กตู่&#039;เตือนหน่วยงานรัฐใช้งบประมาณต้องเกิดประโยชน์สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 6 มี.ค.61- ที่โรงแรมดุสิตธานี จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/ 2561 ระหว่างวันที่ 5-6 มี.ค. จากนั้นนายกฯเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง 2 &amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย จ.เพชรบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.สมุทรสาคร และจ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนล่าง 2 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายในการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯว่า การลงพื้นที่ที่ผ่านมาได้รับฟังและทราบปัญหาความต้องการของประชาชน รวมถึงได้มีโอกาส พบปะกับประชาชนและแรงงานคนไทยและแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีเพื่อพบปะกับประชาชนอย่างทั่วถึงในการสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจต่อโครงการไทยนิยม ยั่งยืน &amp;nbsp;ซึ่งต่อไปการเสนอขอรับงบประมาณดำเนินโครงการของประชาชน ต้องดูตามความเหมาะสม คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดต่อการใช้งบประมาณ และให้สอดคล้องกับรายได้ของประเทศด้วย ทั้งนี้ในการเลือกตั้ง สว.ของประเทศกัมพูชาที่จะมีขึ้นนั้น ก็ขอให้ติดตามกันด้วย &amp;nbsp;เพราะเราไม่อยากให้ใครมีปัญหาทั้งสิ้น ทุกประเทศล้วนแต่อยู่ในอาเซียนด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสร็จแล้วนายกฯรับฟังข้อเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจแและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการน้ำ ประกอบด้วย โครงการบรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเพชรบุรี ระยะที่ 3 ฝั่งซ้ายตั้งแต่สะพานวัดจันทราวาส อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ความยาว 250 เมตร โดยนายกฯมีข้อสั่งการให้ทบทวนโครงการให้เกิดความเชื่อมโยงกับแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่โครงการสนับสนุนการปลูกและบำรุงป่าชายเลนทดแทนให้แก่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนงอกใหม่ ในท้องที่จังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp;โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันตก โครงการบริหารจัดการขยะจังหวัดสมุทรสาคร โดยนายกฯเห็นชอบในหลักการ และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลักประสานงานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และ Long stay นายกฯเห็นควรให้สร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ แล้วให้ขยายสู่กลุ่มจังหวัด สร้างจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวอย่างเชื่อมโยงในกลุ่มจังหวัดต่อไป และด้านการค้า การลงทุน และการค้าชายแดน ประกอบด้วย โครงการนครแห่งครัวโลก โครงการยกระดับจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯมีข้อสั่งการเรื่องโครงการนครแห่งครัวโลก โดยกำหนดความหมายให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร เป้าหมายคืออะไร รวมทั้ง คำนึงถึงความต้องการของตลาดด้วย ส่วนจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร นายกฯกล่าวว่าเรื่องดังกล่าวประเทศเพื่อนบ้านต้องเห็นชอบด้วย จึงจะสามารถดำเนินการได้ ซึ่งตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนอยู่ จึงขอให้เป็นไปตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจดีว่าทุกคนล้วนหวังดีต่อพื้นที่ของตนเอง แต่ขอให้เข้าใจถึงการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลด้วย ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลให้มากที่สุด เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และเพื่อพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.00 น. นายกฯเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/ 2561 ซึ่งการประชุมครั้งนี้ไม่มีครม.ขาดการประชุมแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.บิ๊กตู่, ครม.สัญจร, จังหวัดเพชรบุรี, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e0d4bb4456.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯนำทีมครม.สัญจรเมืองเพชร5-6มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.61- &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันที่ 5 &amp;ndash; 6 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่จ.สมุทรสาคร และจ.เพชรบุรี รวมถึงร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2561 &amp;nbsp;ที่จ.เพชรบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า กำหนดการวันที่ 5 มี.ค. นายกฯ จะเยี่ยมชมมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพแรงงาน ต.บางหญ้าแพรก และเยี่ยมชมบริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง และพบปะพนักงาน แรงงานของบริษัท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ เดินทางเยี่ยมชมองค์การสะพานปลาสมุทรสาคร เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินงาน และการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมการแจ้งเข้าออกของเรือประมงพาณิชย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นายกฯ เดินทางตรวจราชการที่ จ.เพชรบุรี เพื่อเยี่ยมชมโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และชมระบบบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะ รวมถึงเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนธนาคารปู แพปลา และพบปะผู้นำท้องถิ่นของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จากนั้นจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) และชมการสาธิตสกุลช่างเมืองเพชร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ เผยว่าวันที่ 6 มี.ค. ในช่วงเช้า นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่ห้องประชุมรอยัลดุสิต บอลลูมเอโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จ.เพชรบุรี จากนั้นเวลา 09.00 น. เป็นการประชุมครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ส่วนช่วงบ่ายเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชน ต.ไร่มะขาม อ.บ้านราด และพบปะประชาชน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไร่มะขาม เสร็จแล้ว
เดินทางกลับกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3986</URL_LINK>
                <HASHTAG>5-6 มีนาคม, ครม.บิ๊กตู่, ครม.สัญจร, จังหวัดเพชรบุรี, ประมง, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95322f33ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
