<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมู่บ้านทะลุฟ้าไปต่อ! ปลุกม็อบ30มี.ค.ตะโกนไล่&#039;ประยุทธ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 64 - เพจ &amp;quot;UNME of Anachy&amp;quot; เครือข่ายม็อบหมู่บ้านทะลุฟ้า&amp;nbsp; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;สภาพหมู่บ้านทะลุฟ้า ณ ขณะนี้โดนเก็บกวาดเรียบร้อย เพื่อถ่ายรูปรวมคณะรัฐมนตรี... หน้าสนามหญ้าทำเนียบรัฐบาล ในวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2564 ปล.พบป้ายจากมิตรสหายท่านนึง เขียนตั้งไว้แสดงจุดยืนยันว่าหมู่บ้านทะลุฟ้าเคยอยู่ตรงนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ยังได้โพสต์ข้อความระดมมวลชนด้วยว่า &amp;quot;หมู่บ้านทะลุฟ้าไปต่อ! วันอังคาร 30 มีนาคม 2564 หน้าทำเนียบรัฐบาล ไปถ่ายรูปกับ ครม. ตะโกน &amp;ldquo;ประยุทธ์ออกไป&amp;ldquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ประยุทธ์, ทำเนียบฯ, บิ๊กตู่, ม็อบ, หมู่บ้านทะลุฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6060bb0010fd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดขุมทรัพย์6รมต. &#039;พิพัฒน์&#039;อู้ฟู่สุด5.4พันล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพัฒน์ รัชกิจประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีรัฐมนตรีที่จะต้องยื่นบัญชีใหม่ 7 คน โดย 6 คน ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินแล้ว เว้น น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่เพิ่งยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดอุทัยธานีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานป.ป.ช.จะกำหนดวันเปิดเผยต่อไป ส่วนที่เหลือเข้ามาตรา 105 วรรค 4 และวรรค 5 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่กำหนดว่าหากพ้นจากตำแหน่งและเข้ารับตำแหน่งภายใน 1 เดือน ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินแต่ป.ป.ช. แต่มีรัฐมนตรี 22 คนที่ยื่นเพื่อไว้เป็นหลักฐานต่อป.ป.ช.&amp;nbsp; แต่ ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นรัฐมนตรีคนใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนายปกรณ์ ศรีจันทร์งาม คู่สมรส มีทรัพย์สิน 1,400,015,154 บาท หนี้สิน 63,624,361 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,336,390,792 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนางกนกวรรณ 1,312,570,218 บาท และของนายปกรณ์ 87,444,935 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินใน จ.ปราจีนบุรี สระบุรี สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และย่านดอนเมือง กทม. ทั้งหมดรวม 295 รายการ มูลค่าถึง 1,321,232,850 บาท นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์และจักรยานยนต์ 14 รายการ ครอบครองทะเบียนประมูล 4 รายการ ซึ่งเป็นเลข 8899 จ.ปราจีนบุรี รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ พระเครื่อง งาช้าง 3 คู่&amp;nbsp; อาวุธปืน 3 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางธันยวีร์ ศรีอ่อน คู่สมรส มีทรัพย์สิน 97,204,912 บาท หนี้สิน 10,000,000 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 87,204,912 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 50 รายการ ที่อยู่ใน อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มูลค่ารวม 74,600,000 บาท นอกจากนี้ ยังแจ้งทรัพย์สินอื่นว่ามี อาวุธปืน 10 กระบอก มูลค่า 550,000 บาท นาฬิกา 7 เรือน 5 ล้านบาท กระเป๋า 5 ใบ 1.5 ล้านบาท ส่วนหนี้สิน 10,000,000 บาท เป็นเงินที่กู้จากพี่สาวคือ น.ส.นุชจรีย์ ศรีอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย คู่สมรส มีทรัพย์สิน 5,436,758,409 บาท หนี้สิน 225,983,525 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,210,774,883 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายพิพัฒน์ 5,340,393,760 บาท และของนางนาที 96,364,648 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน จำนวน 18 รายการ มูลค่า 5,117,898,030 บาท อาทิ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด บริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด บริษัท อาร์ดี เกษตร พัฒนา จำกัด บริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ยังมีเงินฝาก 1,705,632 บาท ที่ดิน 32,777,100 บาท ส่วนหนี้สินมาจากเงินกู้ธนาคารหรือสถาบันทางการเงินอื่น 224,671,829 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายพิพัฒน์ ยังแจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่น 170 รายการ อาทิ จตุคามรามเทพ แว่นเล็ก ปี 2530 จตุคามรามเทพ แว่นใหญ่ ปี 2530&amp;nbsp; พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย 2 ล้านบาท พระนางพญา 2 องค์ รวม 1.7 ล้านบาท หลวงปู่ทวด เบตง 2.5 ล้านบาท หลวงปู่ทวดปี 2497 1.5 ล้านบาท สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ 1 ล้านบาท อาวุธปืน 4 กระบอก นาฬิกาหรู 4 เรือน กระเป๋าแบรนด์เนม 29 ใบ แหวนเพชร ชุดเครื่องประดับไข่มุก นาฬิกาหรู ปากกายี่ห้อหรู ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับที่นางนาที ยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ที่แจ้งไว้ว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,674,631,835 บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของนางนาที 71,597,609 บาท และของนายพิพัฒน์ 4,603,034,225 บาท พบว่า ทรัพย์สินของนายพิพัฒน์และนางนาทีเพิ่มขึ้น 762,126,574 บาท ซึ่งมาจากเงินลงทุนในบริษัท 2 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และนางกัลยา บุญญามณี คู่สมรส มีทรัพย์สิน 121,141,055 บาท หนี้สิน 38,593 บาท ทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 121,102,461 บาท เป็นทรัพย์ของนายนิพนธ์ 53,540,064 บาท และเป็นของนางกัลยา 67,600,991 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินใน อ.เมืองสงขลา อ.จะนะ อ.เทพา อ.ระโนด จ.สงขลา มูลค่ารวม 57,810,650 บาท มีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 47,441,375 บาท อาทิ บ้านที่ย่านลาดกระบัง มูลค่า 28,000,000 บาท บ้านที่ อ.เมืองสงขลา 9,061,250 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน มีทรัพย์สิน 149,131,970 บาท ไม่มีหนี้สิน ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน 84,564,822 บาท และรายการทรัพย์สินอื่นที่แจ้งไว้ 68 รายการ มูลค่ารวม 60,630,000 บาท อาทิ พระพุทธรูปโบราณ พระเครื่อง ทองคำแท่ง กำไลเพชร นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ยื่นได้แจ้งว่า มีเครื่องประดับสตรีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจี้ทับทิมรูปหัวใจล้อมเพชร เข็มกลัดเพชร สร้อยข้อมือ ต่างหูทับทิมและเพชร สร้อยคอทับทิมและเพชร ต่างหูเพชรเม็ดเดียว เข็มกลัดเพชรรูปกล้วยไม้ จี้พลอยล้อมเพชร สร้อยคำบุษราคัมล้อมเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม และ น.ส.รัชดา จาติกวณิช คู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 81,489,725 บาท มีหนี้สินรวม 849,359 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 80,640,366 บาท โดยเป็นเงินฝากในบัญชีของ น.ส.รัชดา จำนวน 37,015,689 บาท ขณะที่ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นสิทธิและสัมปทาน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงเงินลงทุนที่เป็นหลักทรัพย์ในบริษัท บางแสนวิลล่า จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์ ปตท จำกัด ส่วนหนี้สิน 849,359 บาท มาจากเงินเบิกเกินบัญชีของ น.ส.รัชดา ส่วนรายการทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ ได้แก่ พระเครื่อง 5 องค์ ซึ่งระบุว่าประเมินค่าไม่ได้ สร้อยคอทองคำ นาฬิกายี่ห้อหรู และอาวุธปืน 2 กระบอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุมทรัพย์, ครม.บิ๊กตู่, ครม.ประยุทธ์, ป.ป.ช., เปิดบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e389f31d91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.อ้าย&#039;ป้อง&#039;ครม.บิ๊กตู่&#039;ปมถวายสัตย์ทุกอย่างจบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62- ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) จ.นครนายก พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 1 กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนว่า &amp;nbsp;ไม่ใช่ ไม่จริง เช่นเดียวกับทหารเมื่อไปรายงานตัวจะผิดหรือถูกก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา หากผิดก็ต้องสั่งให้พูดใหม่ แต่ท่านพระราชทานพระบรมราโชวาทก็จบแล้ว ก็ว่ากันไปเรื่อย ฝ่ายค้านก็ต้องหาเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.บุญเลิศกล่าวถึงอายุการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ว่า เชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ยาว เพราะตั้งใจอยู่แล้ว จะมาอยู่ประเดี๋ยวประด๋าวได้อย่างไร เพราะพึงเลือกตั้งมา แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือพวกเดียวกัน และรัฐบาลต้องทำให้ดี ถ้าทำดีอยู่ยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าให้คะแนนนายกรัฐมนตรีในการแถลงนโยบายของรัฐบาลและชี้แจงคำถามของฝ่ายค้านอย่างไรบ้าง พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า รัฐบาลทหารต้องได้คะแนนมากอยู่แล้ว 9.5 &amp;nbsp;ส่วน ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่านายกไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้นั้น ตนเห็นว่าเป็นคาเรคเตอร์ เกลือก็ต้องเค็ม น้ำตาลก็ต้องหวาน ถ้าใจดี สุขุม ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเป็นตัวของตัวเองเมื่อเวลา สำหรับที่ฝ่ายค้านโจมตีตั้งแต่เริ่มต้นนั้น เป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายค้านมาเชียร์รัฐบาลก็เจ๊ง ฝ่ายค้านก็ต้องค้าน ค้านตั้งแต่เริ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ประยุทธ์, ถวายสัตย์, พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d478476940fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039; หยาม &#039;ครม.ประยุทธ์2/1&#039; คุณภาพต่ำกว่า &#039;ครม.ยิ่งลักษณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชัน &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;นี่น่ะหรือคือการปฎิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ที่เผด็จการรัฐประหาร คสช. ใช้อ้างในการยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรายชื่อรัฐมนตรีของรัฐบาลประยุทธ์ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว บอกได้คำเดียวคุณภาพโดยรวมต่ำกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่เผด็จการรัฐประหารประยุทธ์ไปแย่งยึดอำนาจมาเสียอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ประยุทธ์, คุณภาพรัฐมนตรี, รายชื่อคณะรัฐมนตรี, รายชื่อรัฐมนตรี, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ใหม่ถวายสัตย์ฯกลางเดือนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ประยุทธ์ประชุมอำลาแล้ว ก่อนถ่ายรูปทิ้งทวนเป็นที่ระลึก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ย้ำถวายสัตย์ปฏิญาณกลางเดือนนี้แน่ เตรียมปฐมนิเทศรัฐมนตรีชุดใหม่ แจงพร้อมนำนโยบายทุกค่ายมามัดรวม เพราะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ สนธิรัตน์ชี้นโยบายร่างแรกเสร็จแล้ว เตรียมถกพรรคร่วมวางคิวความสำคัญ &amp;ldquo;ลุงตู่-ลุงป้อม&amp;rdquo; ประสานเสียงไม่สนใจแม้ววางมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.ค. ถือเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้าย โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อถามว่ารอเจอหน้ากันตอน ครม.ชุดหน้าเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่วันนี้ได้มีการถ่ายรูป ครม.ร่วมกัน ส่วนงานของ ครม.ชุดปัจจุบันยังมีอะไรที่ไม่สำเร็จ และต้องสานต่อใน ครม.ชุดหน้าหรือไม่นั้น ก็ไม่ทราบ ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้อวยพรให้ทุกคนไปทำหน้าที่ที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้ พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่ได้อยู่ร่วมกันมาตลอด และบอกว่าหากใครมีปัญหาอะไรก็สามารถโทรศัพท์มาพูดคุยปรึกษาหารือได้ ซึ่งทุกคนต่างยกมือไหว้อำลา ก่อนที่นายกฯ จะชวนทุกคนไปถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเป็นที่ระลึก พร้อมมอบเหรียญเงินรัชกาลที่ 10 ที่จัดทำโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ กล่าวขอบคุณและบอกว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถึงแม้ต่อไปไม่ได้ทำงานให้ ครม.แล้ว แต่ทุกคนสามารถช่วยเป็นที่ปรึกษาให้นายกฯ ได้ตลอด มีอะไรก็เสนอแนะเข้ามา โดยในวันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ ได้ลาประชุม จึงเหลือรัฐมนตรีร่วมประชุมและถ่ายภาพร่วมกันทั้งสิ้น 15 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.15 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.นัดสุดท้ายว่า หลายคนคงอยากถามว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อ ครม.ชุดใหม่เมื่อใด ขอให้ใจเย็นๆ นิดหนึ่ง เพราะคงเร็วๆ นี้ ส่วนขั้นตอนต่อไปจะเป็นการทำเรื่อง ขอวันเวลาในการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เชื่อว่าคงไม่เกินกลางเดือนนี้ ขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ผมตั้งใจคุยกับคณะรัฐมนตรีสักครั้งหนึ่งก่อน เหมือนการปฐมนิเทศ พบปะหารือ โดยวางแผนไว้ว่าหลังพิธีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ข้อสำคัญต้องพิจารณาร่วมกันในเรื่องนโยบายของรัฐบาล&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ใช้นโยบายทุกพรรค
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้มีการหารือเรื่องนโยบายในระดับของพรรคการเมืองต่างๆ ไปบ้างแล้วว่าจะมีความสอดคล้องกันอย่างไร ไม่ใช่เขียนแค่ของตัวเองอย่างเดียว ซึ่งทำไม่ได้ ต้องเป็นนโยบายของพรรคการเมืองทั้งหมด โดยให้เอานโยบายของพรรคฝ่ายค้านมาดูด้วยว่ามีเรื่องใดที่ตรงกันบ้าง ซึ่งบางอย่างก็ทำไปบ้างแล้ว แต่อาจได้ไม่มากเท่าที่ต้องการ หรือที่หาเสียงกันมา ซึ่งก็เห็นใจอยู่ แต่เมื่อเราเป็นรัฐบาลแล้วทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณ เพราะเรามีหลายพรรคการเมืองที่รวมกัน เชื่อมั่นว่าทุกพรรคการเมืองรักชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ยืนยันว่าได้เอานโยบายของทุกพรรคมาดู ทั้งของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพราะถือว่ารัฐบาลเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งต้องดูแลเรื่องเหล่านี้ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ที่สำคัญที่สุด จะทำอย่างไรให้งบที่ใช้จ่ายด้านบุคลากรนั้นน้อยลง จึงได้สั่งการให้ ก.พ.และ ก.พ.ร.ไปพิจารณาแผนบรรจุข้าราชการประจำปีใหม่&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการวิจารณ์ว่าการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าส่งผลต่อนโยบายนั้น ยืนยันว่าไม่มีผลอะไร เพราะได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว หน่วยงานต่างๆ สามารถใช้งบประมาณปี 2562 ได้ก่อน เพราะมีการตั้งงบประมาณไว้ไม่เกิน 50% ของวงเงินงบประมาณปี 2562 ทั้งนี้ ไม่ห่วงว่าฝ่ายค้านจะตีรวนเรื่องดังกล่าว เพราะคนที่จะเสียผลประโยชน์คือประเทศและประชาชน ดังนั้นใครที่คิดจะตีรวนในเรื่องนี้ขอให้ใคร่ครวญให้ดี และอยากบอกประชาชนว่า ทุกอย่างจะทำไม่ได้ทั้งหมด ถ้างบประมาณไม่ผ่าน จึงขอให้คำนึงผลประโยชน์ของชาติ อย่าให้เป็นประเด็นทางการเมืองมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เหนื่อย ชินแล้ว ผ่านมา 5 ปีแล้ว ถ้าจะมีก็ใจนี่แหละ เพราะอยากทำงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และคิดว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ที่สำคัญคนไทยด้วยกันเองต้องคำนึงถึงการพูดและการแสดงความคิดเห็น ทั้งในและต่างประเทศต้องนึกถึงคำว่าประเทศไทย เพราะเราเป็นประเทศอิสระมาช้านาน ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวในกระบวนการภายในของเรา โดยเฉพาะข้อกฎหมาย ถ้ามันใช่ ก็พอรับได้ แต่ถ้าไม่ใช่ แล้วพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือน ก็อย่าทำให้ประเทศเสียหาย ทำให้ความเชื่อมั่นลดน้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เราได้รับการยอมรับจากต่างประเทศพอสมควร เพราะเห็นจากผลงานและการปฏิบัติหน้าที่มาตลอด 5 ปี หลายอย่างเราทำได้ดี ถือเป็นการปฏิรูปที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานาน ต่างประเทศเขาพอใจตรงนี้ แต่คนของเราเองอาจไม่เข้าใจว่ามีการปฏิรูปแล้วหรือยัง เพราะการปฏิรูปการเมืองไม่ใช่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของพรรคการเมืองและนักการเมืองต้องมีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของตัวเองด้วย ขอร้องว่าอย่าใช้เวทีสภามาเป็นเรื่องด้อยค่าหรือล้มรัฐบาล ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชน เพราะถือว่าสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ทุกอย่างก็พัฒนาต่อไปไม่ได้ การที่รัฐบาลกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ประเทศด้านต่างๆ นั้น ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ แต่สืบทอดการแก้ไขปัญหาที่ทุกคนมีส่วนร่วม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณจะแถลงนโยบายได้เมื่อใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะทำงานประสานงานพรรคร่วมในการจัดทำนโยบายรัฐบาล กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างนโยบายว่า ร่างแรกเสร็จแล้ว และ 1-2 วันจะนำเข้าที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหารือให้นโยบายนำมาปฏิบัติได้จริง ซึ่งทุกนโยบายไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รวมไปถึงนโยบายกัญชาเสรี ต้องพูดคุยให้เห็นพ้องร่วมกันในรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเราหารือกับพรรคร่วมเสร็จได้นโยบายร่วมกันแล้ว ได้งบประมาณที่จะนำไปใช้แล้ว ก็จะนำไปสู่แผนปฏิบัติการ เรียงลำดับว่าอะไรจะเป็นเรื่องเร่งด่วนของพรรคของรัฐบาลที่จะทำ เร็วๆ นี้น่าจะได้กรอบทั้งหมด&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. ที่พรรค พปชร. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. หนึ่งในทีมทำงานร่างนโยบายรัฐ รับข้อเสนอจากตัวแทนพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่สอดคล้องกับนโยบายของพรรค โดยนายกอบศักดิ์กล่าวขอบคุณในข้อเสนอของพรรคร่วม และระบุว่าพรรคจะนำไปพิจารณาต่อไป
สนธิรัตน์จูบปากสามมิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะปัญหารอยร้าวในพรรค พปชร. ซึ่งบรรยากาศในการประชุม ส.ส.ประจำสัปดาห์เป็นไปอย่างชื่นมื่น ต่างจากสัปดาห์ก่อนอย่างมาก โดยก่อนการประชุม นายสนธิรัตน์ได้เข้าไปพูดคุยกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งคาดว่าจะปรับความเข้าใจกันหลังเกิดข้อพิพาทเรื่องโควตา รวมถึงการขับไล่ให้พ้นเก้าอี้เลขาฯ พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น การปรากฏตัวของนายสนธิรัตน์ ยังถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ที่มีปัญหาเรื่องโควตา และการล่าชื่อขับไล่ โดยนายสนธิรัตน์ระบุว่า ไม่มีอะไรชี้แจง เรื่องก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องปกติในการทำงาน ที่มีสมาชิกหลากหลาย มีอะไรก็รับฟังกัน ถือเป็นเรื่องในบ้าน ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมองหน้ากันได้ตามปกติหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มองได้ตามปกติ คนทำงานกันก็คุยกัน ไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างจบไปหมดแล้ว &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวกับคนที่มีปัญหาด้วยหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คุยกันแล้วไม่ต้องห่วง และเมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ข่าวก็มีมาตลอดเวลา ในส่วนของตนเองยืนยันว่ายังทำงานได้ และยังทำอยู่ทั้งการประสานนโยบายก็ยังทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความชัดเจนของบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะสรุปให้ชัดในการประชุม ส.ส.เลยหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า จะเริ่มหารือกัน ทุกอย่างต้องทำเป็นขั้นตอน เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายใน ไม่ยากอะไร อย่ากังวลใจ แต่ละพรรคมีวิธีการทำงานไม่เหมือนกัน ส่วนตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองอื่นๆ ยังไม่ถึงเวลาพิจารณา เพราะยังไม่โปรดเกล้าฯ ครม.ลงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่นั้น นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นายวิษณุอธิบายบิดเบือนมาตลอดว่า คสช.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่หน่วยงานบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งผิดถนัด เพราะหลักฐานที่ควรพิจารณาโยงไปว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ 1. พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหัวหน้า คสช. &amp;nbsp;และ 2.คำสั่งของ คสช.ที่ออกมาทั้งหมดเป็นคำสั่งในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ดังนั้นจึงเสนอหลักฐานทั้งสองอย่างนี้ให้สังคมและนายวิษณุนำไปพิจารณา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวเช่นกันว่า นายวิษณุพูดเหมือนรู้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญล่วงหน้า หรือต้องการชี้นำคำวินิจฉัยกรณีความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เพราะการอ้างมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยจงใจไม่พูดถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ชี้ชัดว่าหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้พฤติกรรมของนายวิษณุมีเหตุอันควรสงสัย ทั้งนี้ แม้ กกต.จะเป็นองค์กรที่มีอำนาจเต็มในการพิจารณาคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ แต่เมื่อบางประเด็นในข้อวินิจฉัยดังกล่าวขัดหรือแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกา ไม่ถือว่าเป็นเหตุอันควรสงสัยเลยหรือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ามติ กกต.ถือเป็นที่สุดก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่ทุกอย่างต้องไปจบที่ศาล แล้วคำพิพากษาศาลฎีกาจะถูกเพิกเฉย ไม่แม้แต่จะนำมาสงสัยได้อย่างไร ถ้าพูดให้ถึงที่สุดการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ยิ่งมีเหตุอันควรสงสัย ทั้งเรื่องแบ่งเขต สูตรคำนวณคะแนน ความล่าช้าเรื่องการเปิดผลคะแนนแต่ละหน่วย แม้กระทั่งการพิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ ดูเหมือนว่าฝ่ายเสียประโยชน์จะอยู่ตรงข้ามรัฐบาล ส่วนที่ได้ประโยชน์คือฝ่ายสืบทอดอำนาจหรือไม่&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;ldquo;พี่ป้อม-น้องตู่&amp;rdquo;เมินแม้ว
ขณะที่นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ส่งเรื่องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีเห็นว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 วรรคสองหรือไม่ ว่าเรื่องนี้มีการอ้างถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือรัฐสภา ซึ่งต้องฟังข้อเท็จจริงและความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะมีหนังสือไปยังประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ชี้แจงกลับมา ซึ่งปกติผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะให้ชี้แจงกลับมาภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังมีการแสดงความคิดเห็นถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะวางมือทางการเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไปถามเขาสิ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวทำนองเดียวกันว่า ต้องไปถามนายทักษิณ ถามตนเองคงไม่รู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายทักษิณวางมือจริง จะส่งผลดีต่อทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ท่านอยู่ต่างประเทศ ความจริงก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรอยู่แล้ว ส่วนจะมีตัวแทนที่จะเดินเกมทางการเมืองต่อหรือไม่นั้น ไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อย้ำถามว่า หากนายทักษิณต้องการซุ่มเงียบเพื่อหวังที่จะเดินเป็นเกมทางการเมืองต่ออย่างลับๆ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ สื่อคิดอย่างไรก็เขียนไปอย่างนั้นแหละ และเมื่อถามอีกครั้งว่า คิดว่านายทักษิณจะวางมือทางเกมการเมืองจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่คิดอะไรทั้งนั้น ไม่เคยคิดว่านายทักษิณจะวางมือหรือไม่วางมือ เพราะไม่เกี่ยวกับตนเอง ทั้งนี้ เมื่อถามว่าแล้ว พล.อ.ประวิตรจะวางมือด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเช่นกันว่า ไม่ทราบ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ประยุทธ์, ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย, หนังสือพิมพ์, เตรียมปฐมนิเทศรัฐมนตรีชุดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d249ece995a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.จวกครม.ทิ้งทวนอนุมัติงบ751ล้านให้รฟม. ขู่ฝ่ายค้านตรวจสอบแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค. 62 - นายชุมสาย ศรียาภัย รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ มีมติในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 2 ก.ค. อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ใช้งบกลาง 751 ล้านบาท เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินและก่อหนี้ผูกพันข้ามปี ในการจ้างที่ปรึกษาออกแบบ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ในการพัฒนาระบบไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมโยงระหว่างนครราชสีมา-หนองคาย&amp;nbsp; เนื่องจาก ครม.ประยุทธ์ มีรัฐมนตรีเหลือแค่เพียง 17-18 คน อีกทั้งเป็นช่วงปลายของรัฐบาล ไม่ควรมีมติในลักษณะสร้างภาระผูกพันทางการเงินให้กับหน่วยงานรัฐและประเทศ&amp;nbsp; ควรจะรอรัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณาตัดสินใจ
&amp;nbsp;
นายชุมสาย กล่าวว่า ขณะนี้มีรัฐมนตรีเหลือประมาณ 17-18 คน จากจำนวน 36 คน โดยหลักปฏิบัติ ครม.ชุดเดิมไม่ควรอนุมัติเงิน หรือโครงการที่มีลักษณะทิ้งทวน หรือสร้างภาระผูกพันทางการเงินให้กับประเทศ แต่ดูเหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สนใจ ไม่ว่าเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ สิ่งที่ ครม.ประยุทธ์ได้ทำไว้ในช่วงใกล้พ้นวาระ จะต้องถูกตรวจสอบจากพรรคฝ่ายค้าน และหากการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหายจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40063</URL_LINK>
                <HASHTAG>751ล้าน, ครม.ประยุทธ์, ชุมสาย ศรียาภัย, พท., รฟท., เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5139f260617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อ๋อย”แขวะตั้งครม.ประยุทธ์วุ่นไม่จบ เหตุต่อรองแย่งผลประโยชน์สูง ชี้ต้นเหตุจากการเลือกตั้งไม่ชอบธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 มิ.ย. 2562 &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ภาพของรัฐบาลซึ่งขณะนี้นอกจากใครๆก็รู้ว่าใช้กฎกติกาใช้แทรกแซงกระบวนการองค์กรอิสระ แทรกแซงสี่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ตลอดมาจนกระทั่งมาทำลายพรรคการเมืองและใช้อำนาจผลประโยชน์ต่างๆเข้าไปจัดการพรรคการเมืองมาได้ โดยโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีครม.ภาพการต่อรองแก่งแย่งผลประโยชน์กันสูงมาก ทำให้เห็นได้ว่ารัฐบาลนี้ยากที่จะปกครองบริหารประเทศ เพราะขาดความชอบธรรมอย่างรุนแรง ซึ่งตนเคยวิจารณ์ว่าถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นถึงแม้เต็มไปด้วยความไม่ชอบธรรม แต่การล้มของรัฐบาลก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าถ้ารัฐบาลมีเสียงเกินเกินหนึ่งในรัฐสภาก็ยังอยู่ได้ และยังนึกไม่ออกว่าจะมีพรรคไหนจะถอนตัวไม่ง่าย เพราะดูเหมือนว่าจะต้องเยียวยาตัวเองหรือถอนทุนกัน แต่มาในเวลานี้เมื่อเห็นภาพความขัดแย้งระหว่างพ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.กับนักการเมืองบางส่วนในพรรคพลังประชารัฐแล้วก็ทำให้เห็นว่าบางทีรัฐบาลนี้ก็อาจจะอยู่ได้สั้นกว่าที่เคยคาดการณ์เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า รัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่มีที่มาจากความไม่ชอบธรรม ได้รวบรวมเอาปัญหาความไม่ถูกอยู่ในตัวเองเต็มไปหมด ในการจัดครม.มองเป็นการต่อรองกันด้วยผลประโยชน์เป็นหลัก โดยที่ต่างฝ่ายต่างอาจจะมองไม่เห็นความจำเป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะเห็นว่าตัวเองมีกองทัพและมีส.ว. 250 เสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ ทำให้ถือไพ่เหนือกว่าคนอื่น และต้องการได้คนของตัวเอง และพรรคการเมืองอื่นเห็นว่ารัฐบาลก็ต้องมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่ง แต่ขณะนี้มีเสียงปริ่มน้ำอย่างมาก จึงทำให้เห็นว่าในส่วนของพรรคการเมืองก็มีความสำคัญต่อรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ ถ้าขาดพรรคการเมืองหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในพรรคการเมืองใหญๆก็จะทำให้รัฐบาลนี้ล้ม เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องต่อรองเอาสิ่งที่ต้องการให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการต่อรองนี้ไม่มีการพูดเรื่องนโยบายเลย และจริงๆแล้วไม่ได้พูดถึงความเหมาะสมของตัวบุคคลแต่เป็นเรื่องที่ดูตามความใกล้ชิดอิทธิพลบารมีของบุคคลในแต่ละฝ่าย เท่ากับว่าเป็นรัฐบาลที่เราจะสะสมความไม่ชอบธรรมเต็มไปหมด แล้วกำลังเป็นรัฐบาลที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนและไม่ได้ถือว่าการแก้ปัญหาประเทศเป็นสำคัญ เมื่อรัฐบาลนี้มีเสียงปริ่มน้ำ ทำให้คนเหตุว่า ความขัดแย้งเต็มไปหมดอย่างนี้จะทำให้คนเห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่มีเสถียรภาพเลย แต่ถ้าจะคิดว่ารัฐบาลนี้จะล้มยังไง ซึ่งก็แปลกที่ว่ายังไม่ทันตั้งได้ คนก็พูดคือว่าจะล้มยังไงแล้ว ตามธรรมชาติของรัฐบาลในระบบรัฐสภา มันจะล้มก็มักจะเกิดจากการที่มีความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล จนทำให้รัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคต่างๆที่มาร่วมส่วนใหญ่ต้องการเยียวยาภาพพจน์ที่ไปตะบัดสัตย์ ไม่ได้ไปแก้ปัญหาให้ประชาชน และยังต้องพยายามฟื้นตัวเองในเรื่องของทุนรอน เพราะใช้จ่ายกันไปมาก โอกาสที่พรรคร่วมจะถอนตัวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาอีกมากพอสมควร แล้วต้องมีเหตุจูงใจมากพอด้วยที่จะถอนตัว แต่พรรคพลังประชารัฐเองซึ่งเป็นแกนหลักก็มาเกิดปัญหาความไม่พอใจต่อตำแหน่งและการไม่รักษาคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์เลยกลายเป็นปัญหาให้พรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งอาจจะเป็นเหตุหนึ่งกลับไปสู่รัฐบาลนี้จะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าพล.อ.ประยุทธ์จะแก้ปัญหาระหว่างตัวเองกับพรรคพลังประชารัฐอย่างไรที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์จะแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างตนเองกับในพรรคพลังประชารัฐอย่างไรและในระยะปานกลางจะทำอย่างไรที่จะประนีประนอมพรรคร่วมรัฐบาลอื่นไว้ให้ได้แต่ทั้งหมดนี้น่าเศร้าใจตรงที่ว่ามันไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับนโยบายและการแก้ไขปัญหาประเทศ มีแต่เรื่องจะทำให้รัฐบาลอยู่ได้อย่างไร หลักการที่สำคัญคือการต่อรองผลประโยชน์กันเป็นหลัก ถามว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ปล่อยให้เกิดสภาพแบบนี้โดยที่ยังไม่สรุปเรื่องครม.เป็นเพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังสนุกสนานกับการใช้อำนาจในฐานะนายกฯที่ทาจากการรัฐประหาร และอำนาจของคสช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39805</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งไม่ชอบธรรม, การแก่งแย่งอำนาจกันเอง, ครม.ประยุทธ์, จาตุรนต์ ฉายแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cbabe5792.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
