<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตู่’ยํ้าครม.ไม่ยุบสภา ขอโฟกัสเจ้าภาพจัดเอเปกปี65 มติพท.ไล่‘ศรัณย์วุฒิ-พรพิมล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำใน ครม.ยังไม่ยุบสภา ขอโฟกัสงานยักษ์เจ้าภาพเอเปกก่อน &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยเตรียมเรียก กกต.หารือสัปดาห์หน้ารับเป็นเจ้าภาพแก้กฎหมายลูก ยอมรับยุบสภาตอนนี้ไร้ปัญหา แต่ยุบหลังรัฐธรรมนูญใหม่ใช้วุ่นแน่ โดยเฉพาะเรื่องนับคะแนน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ทุบโต๊ะ เอาอยู่ พปชร.ไร้คลื่นลม จัดการได้หมดไม่อย่างนั้นจะเป็นหัวหน้าพรรคทำไม &amp;ldquo;สุชาติ-ชัยวุฒิ&amp;rdquo; ประสานเสียงเรื่อง &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;rdquo; ขี้ปะติ๋ว ธรรมดาของคนหมู่มากย่อมมีความคิดเห็นหลากหลาย พท.ลงมติท่วมท้นขับ &amp;ldquo;ศรัณย์วุฒิ-พรพิมล&amp;rdquo;
เมื่อวันอังคารที่ 12 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เห็นนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาระบุว่าพรรค พปชร.เตรียมยกร่าง ทั้งนี้ผู้ที่จะเสนอกฎหมายได้มี 2 ประเภทคือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ส.ส. โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของ กกต. ทั้งนี้ หากพรรค พปชร.ดำเนินการเรื่องดังกล่าวก็อาจเกิดปัญหาขึ้น เพราะการเลือกตั้งกระทบกับทุกพรรค ดังนั้นพรรค พปชร.ต้องไปสอบถามพรรคต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าเห็นชอบกับร่างที่เสนอหรือไม่ ไม่เช่นนั้นมันร่วมหัวลงโลงกันไม่ได้ เดี๋ยวจะล่มในรัฐสภา หรือต่างคนต่างยกร่างเสนอกันเองก็ได้ แต่ในส่วนของรัฐบาล ครม.มีมติไปแล้วให้สอบถาม กกต.ว่าจะรับทำเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าส่งมารัฐบาลจะเป็นผู้เสนอสภา&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ภายในสัปดาห์นี้ได้เชิญเลขาธิการ กกต.มาพบเพื่อหารือและสอบถามว่าจะดำเนินการหรือไม่ หรือจะให้ ส.ส.เขาทำ ถ้า กกต.จะทำไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร ทำเมื่อไหร่ เพราะต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 แตกต่างจากการยกร่างของ ส.ส.ที่ไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนดังกล่าว และ กกต.จะนำเสนอรัฐบาลเพื่อนำเข้าสภาได้เมื่อใด ซึ่งแน่นอนต้องทำภายหลังรัฐธรรมนูญมีการประกาศใช้เสียก่อนถึงจะเสนอได้ แต่ถ้าเตรียมทุกอย่างไว้ในมือ เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศก็เสนอสภาได้เลย&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หาก กกต.ดำเนินการเรื่องนี้ ร่างของ กกต.จะเป็นร่างหลักใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากร่างของ กกต.ยังฟังความคิดเห็นอยู่ แต่ร่างของ ส.ส.เข้าสู่สภาได้ และประธานสภาฯ บรรจุเป็นวาระก็จะได้พิจารณาก่อน เพราะร่างของรัฐบาลตามไปไม่ทัน ดังนั้นไทม์ไลน์ตรงนี้สำคัญ จึงต้องเชิญเลขาฯ กกต.มาหารือ แต่เมื่อแก้ไม่มาก ก็ไม่น่าจะใช้เวลานาน และรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาร่วมกันในที่ประชุมรัฐสภา ใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน และความจริงก็ไม่น่าถึง เมื่อทำเสร็จก็ต้องส่งให้ กกต.ดูอีกครั้ง ส่วนจะให้ระบุตอนนี้ว่าต้องใช้เวลากี่เดือนนั้นยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นว่ามีกี่มาตรา และหากกฎหมายผ่านก็ต้องมีขั้นตอนเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายอีก 3 เดือน&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเช่นนี้ต้องใช้เวลาอีกนานถึงจะมีความพร้อมในการเลือกตั้งได้ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;อันนั้นสื่อพูด ไม่รู้ เก่งสรุปได้ขอให้คะแนน สรุปเป็นใช่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า หากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว แต่กฎหมายลูกยังไม่มีผลบังคับใช้ เกิดยุบสภาขึ้นมาแล้วจะใช้กฎหมายอะไร นายวิษณุยอมรับว่า ต้องยึดตามรัฐธรรมนูญ แต่คงยุ่ง ไม่รู้จะนับคะแนนแบบไหน แต่ก็มีทางออก ซึ่งคิดไว้แล้วแต่ไม่บอก ทุกสถานการณ์สามารถเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันยอมรับว่าถ้าวันนี้ยุบสภาโดยที่รัฐธรรมนูญยังไม่ใช้ถือว่าง่ายกว่า
พร้อมสะกิดนายกฯ เอง
นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม มอบหมายให้ดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ว่า ยังไม่มีคำตอบอะไร นายกฯ มอบหมายให้ไปดูเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ดูและยังไม่ต้องทำอะไรในเวลานี้ รวมถึงนายกฯ ยังไม่มีกำหนดให้แจ้งผลการศึกษาเวลาใด ให้เฉยๆ ไปก่อน และเมื่อยังไม่ได้แจ้งผลกับนายกฯ จะมาบอกสื่อได้อย่างไร&amp;nbsp;
พร้อมกันนี้ นายวิษณุได้กล่าวติดตลกว่า &amp;quot;หากเมื่อไหร่ถึงเวลาผมจะสะกิดนายกฯ ว่า &amp;quot;ครบแล้วครับ ไปเถอะ&amp;quot; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าประเด็นนี้ต้องชัดเจนก่อนการเสนอแคนดิเดตนายกฯ การเลือกตั้งครั้งต่อไปใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ และไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น&amp;nbsp;
เมื่อถามว่ากรณีที่นายกฯ ไปพูดที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าให้รอดูผลงานอีก 5 ปี หมายความว่าอย่างไร นายวิษณุตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้อธิบายในที่ประชุม ครม.ว่าไม่ได้หมายความว่าจะอยู่อีก 5 ปี กระแสที่ออกมาไปบิดเบือน สิ่งที่ท่านจะสื่อสารคือนโยบายต่างๆ ที่ได้ทำไปจะเห็นผลในอีก 5 ปี และสิ่งที่ท่านพูดถึงกรอบเวลา 5 ปีนั้น เป็นวงรอบของกรอบแผนปฏิรูป ไม่ได้ให้นับ 5 ปีจากปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ไม่มีแนวคิดในการยุบสภาในวันนี้ รัฐบาลเดินหน้าทำงานเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ปัญหาน้ำท่วม ส่วนที่พูดถึงการดำรงตำแหน่ง 5 ปี หมายความว่าขอให้ติดตามและดูผลงานการทำงานของรัฐบาลทั้งโครงสร้างพื้นฐานการลงทุน โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะส่งผลอย่างชัดเจนภายใน 5 ปี
นายธนกรยังกล่าวถึงความพร้อมเป็นนายกฯ อีกสมัยหรือไม่ และความเห็นกรณีการเสนอชื่อบุคคลอื่นในนาม พปชร.เป็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ แข่ง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่าไม่เห็นได้ยินกระแสข่าวดังกล่าวที่สื่อมวลชนสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สื่อมวลชนวิเคราะห์เอง ในเรื่องดังกล่าวนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ชี้แจงไปแล้ว ก็ถือว่าจบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ยืนยันว่ายังไม่มีแนวโน้มการยุบสภาหรือเลือกตั้งอะไรทั้งนั้น มีเพียงการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จึงขอให้หยุดเสนอข่าวที่ก่อให้เกิดความสับสนได้แล้ว&amp;rdquo;
มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในช่วงต้นของการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงกระแสข่าวยุบสภาและเลือกตั้งว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็อย่าเพิ่งไปวุ่นวายมาก&amp;nbsp;รัฐบาลจะทำงานช่วยเรื่องน้ำท่วมและโควิด-19 ก่อน ผมยืนยันว่าไม่มีแนวคิดเหมือนที่สื่อเล่นกัน 5 ปีที่ผมพูดหมายถึงจากผลงานที่ทำมาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งเรื่องอีอีซีที่ต้องใช้ระยะเวลาในการวางโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าผมจะอยู่ยาวอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี เดี๋ยวเอาไปตีความกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ในปี 2565 โดยจะรับไม้ต่อจากนิวซีแลนด์ในวันที่ 12 พ.ย.64 ว่า &amp;quot;ในรอบ 20 ปีจะวนมาถึงไทยครั้งหนึ่ง จึงอยากให้ทุกคนช่วยการสร้างความรับรู้ และอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ อยากให้โฟกัสเรื่องนี้เป็นพิเศษ ตอนนี้รัฐบาลเราต้องช่วยกัน ทำงานให้เต็มที่ ไม่ได้รีบไปเลือกตั้ง ที่ผ่านมาก็ทำงานดีแล้ว ตอนนี้เร่งสร้างผลงานให้ดีๆ ก่อน ต่อจากนั้นใครจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯ ได้พักผ่อนที่ห้องรับรองสีเหลือง พร้อมพูดคุยกับนายธนกร ขณะที่ พล.อ.ประวิตรได้เดินทางกลับออกไปก่อน จึงไม่มีภาพนายกฯ มาส่ง พล.อ.ประวิตร เหมือนเช่นเคย และระหว่างเดินทางกลับขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายพร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กลุ่มช่างภาพและสื่อมวลชน พร้อมปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยชี้ไปที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงและตอบคำถามแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความขัดแย้งในพรรค หลังนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. วิพากษ์วิจารณ์นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร.ที่จะเข้ามามีบทบาทในพรรคว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีอะไร ผมตอบไปแล้วไม่มีอะไร ผมจัดการปัญหาได้ทั้งหมด ในพรรคของผม ผมต้องทำได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นหัวหน้าพรรคทำไม&amp;quot; เมื่อถามว่าจะต้องให้นายพีระพันธุ์เข้าไปสร้างความไว้วางใจกับสมาชิกพรรค พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส.ส.ในพื้นที่เป็นห่วงเรื่องการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นคนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เพราะเป็นคนดูด้วย ไม่ใช่ ร.อ.ธรรมนัสดูคนเดียว ต้องดูว่าจะเอาใคร และจะเป็นคนตัดสินใจว่าใครจะได้สมัครหรือไม่ได้สมัครอย่างไร เมื่อถามย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับ ส.ส.ทุกคนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;พุทโธ่ ถามได้ ถามอย่างนี้ถามได้อย่างไร&amp;quot;
ชี้ปัญหาพีระพันธุ์เรื่องเล็ก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน​ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสต่อต้านนายพีระพันธุ์ ว่าพรรคมี ส.ส.กว่า 100 คน ซึ่งทุกคนรับนโยบายและแนวทางจาก พล.อ.ประวิตรอยู่แล้ว และเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองทุกพรรคที่มีคนหลากหลายอยู่ภายในพรรค​ ซึ่งอาจคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่การที่จะเป็นพรรคการเมืองหรือสถาบันการเมืองต้องฟังหัวหน้าพรรคและนโยบายพรรคอยู่แล้ว​ ​ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็นได้อยู่แล้ว​ แต่สุดท้ายต้องจบที่แนวทางของหัวหน้าพรรค และเชื่อว่าจะไม่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นของบางคน​ ทุกวันนี้ทุกคนอยู่ในระบบประชาธิปไตย​ ต้องให้ในสิทธิการแสดงออก​ แต่สุดท้ายต้องยอมรับกฎเกณฑ์และกติกา​ รวมทั้งแนวคิดนโยบายของหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นไม่เป็นปัญหา ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ ในฐานะ กก.บห.พรรค พปชร. กล่าวในประเด็นนี้ว่า ควรให้โอกาสนายพีระพันธุ์ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนกระแสต่อต้านที่เกิดจากคนในพรรค เป็นเรื่องธรรมดา เพราะนายพีระพันธุ์ไม่ได้อยู่ในพรรค พปชร. บางคนจึงไม่รู้จัก ต้องให้เวลาในการปรับความเข้าใจและพูดคุยกัน คงจะดีขึ้น ส่วนกระแสข่าวที่นายพีระพันธุ์อาจถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ กรณี พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ไปต่อนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน สื่ออย่าไปคาดเดาอะไรเกินไป ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยกันว่าจะไปถึงตำแหน่งไหน อีกอย่างนายพีระพันธุ์เพิ่งจะเข้ามาทำงานร่วมกัน ต้องให้เวลาในการพูดคุยและทำความเข้าใจกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายพีระพันธุ์ก้าวเข้าพรรคก็เจอกระแสแบบนี้แล้ว จะทำงานราบรื่นได้หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า กระแสเกิดจากคนหลายคน และเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่เรื่องนี้เป็นเพียงแค่คนบางคนพูด สามารถฟังเป็นประเด็นได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนคิดเหมือนกันหมด ต้องใจเย็นๆ อย่าเพิ่งไปสรุป และเมื่อถามว่า ผู้ใหญ่ภายในพรรค พปชร.ต้องออกมาปรามเพื่อไม่ให้เกิดภาพความขัดแย้ง นายชัยวุฒิกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงการเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ว่านำเรื่องการทำโพลมาให้ดู ไม่มีอะไร เรื่องนี้เป็นปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เราประชุมหารือและทำมาก่อนโควิด-19 ระบาด และทุกพรรคมีการทำโพล เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับปรุงการทำงานของ ส.ส.และพรรคเช่นกัน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่เวลานี้ต้องการให้ ส.ส.ลงพื้นที่ จะได้รู้ความต้องการประชาชน และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการนำไปตัดเกรด ส.ส.ว่าจะส่งหรือไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยหน้าตามที่มีกระแสข่าว เพราะต้องดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้งสมัยหน้า หากแก้กติกาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะมีผลกับ ส.ส.และพรรค หากเราไม่ไปสำรวจความเห็น ไม่รู้ความต้องการของประชาชน ส.ส.ไม่ลงพื้นก็จะสะท้อนผลในการเลือกตั้ง เพราะเที่ยวนี้จะเป็นการเลือกคนกับเลือกพรรค เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ&amp;rdquo; นายไผ่ ระบุ&amp;nbsp;
ท่วมท้นไล่ 2 ส.ส.แหกมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. พร้อม กก.บห.พรรคประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็น ตามที่คณะกรรมการวินัยจริยธรรมของพรรคส่งผลสรุปกรณี 2 ส.ส.พรรคเพื่อไทยโหวตสวนมติพรรค โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. แถลงผลประชุมว่า การประชุมร่วมกันของ กก.บห.พรรคและ ส.ส.เพื่อไทย มีวาระลงมติขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค โดยการประชุมครั้งนี้ มีผู้ร่วมประชุม 143 คน มาใช้สิทธิ์ออกเสียง 135 คน โดยผลคะแนนเสียง 3 ใน 4 คือ 108 คน ผลการลงคะแนนกรณีนายศรัณย์วุฒิ สมาชิกเห็นด้วยกับมติกรรมการบริหารพรรค 131 คน ไม่เห็นด้วย 2 คน บัตรเสีย 2 ใบ กรณี น.ส.พรพิมล สมาชิกเห็นด้วย 134 คน ไม่เห็นด้วย 1 คน จากการลงคะแนน ถือว่ามีมติให้ทั้ง 2 คน พ้นจากสมาชิกพรรค มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. เป็นต้นไป หลังการลงคะแนนพรรคจะแจ้งให้ ส.ส.ทั้ง 2 คนรับทราบมติ และแจ้งไปยัง กกต. ซึ่งทั้ง 2 คนสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายใน 30 วัน&amp;nbsp;
ด้านนายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะขอไปสรุปรวบรวมข้อมูลประมาณ 1 วัน แล้วจะมาแถลงรายละเอียดให้สื่อมวลชนทราบ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีพรรคอื่นมาทาบทามให้ไปอยู่ด้วยนั้น ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งมีการชี้แจงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการต่อไป
มีรายงานว่า นางพรพิมลมีแนวโน้มที่จะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มคนรักประชาธิปไตยปทุมธานีกว่า 20 คน เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมคลิปการปราศรัยของผู้ที่คาดว่าเป็นผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ถึงนายสมพงษ์ เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ปทุมธานี เขตคูคต โดยระบุว่านักการเมืองรายนี้มีประวัติเป็นอริกับคนเสื้อแดงใน จ.ปทุมธานี เป็นบุคคลที่เป็นแกนนำ กปปส.ตัวพ่อของปทุมธานี เคยขึ้นเวทีปราศรัยด่าทออดีตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยอย่างรุนแรง พรรคจะจัดส่งบุคคลท่านนี้ลงสมัครในนามพรรค เกรงว่าคนในพื้นที่จำนวนมากจะเกิดการต่อต้านและไม่ยอมรับ เพราะมีประวัติที่ขัดแย้งกันมา ถือว่าเป็นภัยต่อประชาชนในพื้นที่ หากพรรคให้เกียรติประชาชนพื้นที่ จ.ปทุมธานี ขอให้พรรคได้ทบทวนเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่กลุ่มคนรักประชาธิปไตยปทุมธานี มายื่นหนังสือคัดค้าน คาดว่าน่าจะเป็นนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พท.เมื่อเดือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 และสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ส่วนวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ให้เป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ยังไม่ยุบสภา, นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61444fd7effd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
