<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อจัดครม.สัญจรทุกเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เมินเสียงฝ่ายค้านให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หากศาลรัฐธรรมนูญรับตีความสถานะ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร-วิษณุ&amp;rdquo; ตอกย้ำไม่กังวล ยก &amp;ldquo;ผู้ตรวจการแผ่นดิน-กกต.&amp;rdquo; รับรองมาแล้ว &amp;ldquo;พท.-อนค.&amp;rdquo; ไม่ยอม &amp;nbsp;ลั่นต้องหยุดทำหน้าที่ &amp;quot;ลดาวัลลิ์&amp;quot; ไปไกลลากเหมืองทองคำมาเอี่ยว &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ตามราวี &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; จี้บิ๊กตู่ใช้มาตรา 44 ลงดาบ อ้างศาลไม่เคยบอกว่าไม่ผิด &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ผวาหนักเรื่อง ส.ส.นั่งเก้าอี้เทกระโถน เชื่อประชุม 9 ก.ค.น่าจะมีความชัดเจน ย้ำนโยบายเร่งด่วนแก้ปากท้อง ส่วนรัฐธรรมนูญเรื่องรอง นายกฯ จ่อประชุม ครม.นัดแรกทันทีหลังถวายสัตย์ปฏิญาณ เล็งจัด ครม.สัญจร-ตรวจราชการทุกเดือนต่อเนื่อง &amp;nbsp;ส่วนฝ่ายค้านมุ่งชำเรา รธน.เป็นเป้าหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่ามีความกังวลหรือไม่ กรณีการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ก่อนจะเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดภูเก็ต โดยยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเพียงเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าวประเด็นนี้เช่นกันว่า ไม่มีความกังวลในเรื่องนี้และยังสามารถทำงานได้อยู่ เชื่อว่าไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้เคยตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ย้ำเรื่องนี้ว่าไม่ได้มีผลอะไร แล้วแต่ศาลจะว่าอย่างไร เรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนที่มีความพยายามนำมาเปรียบเทียบกับกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ถูกยื่นให้ศาลพิจารณาเช่นกันนั้น ยืนยันว่าจะเปรียบเทียบได้อย่างไรในเมื่อศาลเป็นคนสั่ง และเรื่องนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยตรวจสอบมาก่อนแล้วเห็นว่าไม่ขัดจึงรับรายชื่อเอาไว้ได้ ขอให้ไปดูมาตรา 82 ที่ระบุว่าถ้ากรณีมีเหตุอันควรสงสัย ศาลจึงจะสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าไม่มีอะไรสงสัยก็รับเรื่องไว้แล้วดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นให้ถกเถียงกันต่อไปหรือไม่ หากผลวินิจฉัยออกมาทางใดทางหนึ่ง นายวิษณุกล่าวว่าไม่ทราบ ไม่รู้จะไปถกเถียงอย่างไรเพราะในเมื่ออำนาจเขาให้ศาลไว้ ศาลวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น อย่างกรณี 41 ส.ส.ศาลวินิจฉัยไว้ชัดเจนว่าที่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะอะไร และกรณีของนายธนาธรที่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะอะไร มันไม่ใช่เรื่อง 2 มาตรฐาน แต่เพราะมันมีเกณฑ์ของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่านายกฯ ได้ปรึกษาทางออกในเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่มี ยังไม่เคยพูดกัน ไม่มีอะไรเลย ไม่มีปัญหาหรอก ไม่มีความเดือดร้อน การทำอะไรที่อยู่ในเกณฑ์ในกติกานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และดำเนินไปได้ แต่ที่ไม่ถูกต้องคือการไปดึงเกมลงสู่ท้องถนน ตรงนี้แหละสำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าคิดว่าจะมีการดึงเกมลงสู่ท้องถนนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่ายังไม่เห็น
โยง &amp;#39;เหมืองทองคำ&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ปมปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอชื่อเป็นนายกฯ ในวันสมัครรับเลือกตั้งในขณะที่เป็นหัวหน้า คสช.ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ โดยหลักแล้ว กกต.ไม่ควรตอบรับให้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ &amp;nbsp;เพราะขัดรัฐธรรมนูญ แต่ได้ปล่อยให้เหตุการณ์ล่วงเลยมาถึงวันที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรยื่นคำร้องของ ส.ส.ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ซึ่งที่ผ่านมาหลายฝ่ายได้นำเสนอข้อเท็จจริงหลายประการมาแสดงต่อสังคม ยืนยันความเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เช่น การที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาระบุว่าการที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุกฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หรือประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.หลายฉบับ ระบุชัดแจ้งว่า คสช.ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินหลังจากยึดอำนาจ รวมถึงคำสั่งปิดเหมืองทองคำอัคราไมนิ่งก็ทำในนามเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ นอกจากนี้หัวหน้า คสช.และ คสช.ยังได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเท็จจริงเหล่านี้ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เข้าลักษณะมีเหตุอันควรสงสัยได้แล้ว จึงควรต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการที่นายวิษณุบอกว่าไม่ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเป็นการตีความสถานะไม่เกี่ยวกับการทุจริตเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การออกคำสั่งปิดเหมืองทองอัคราไมนิ่งใช้อำนาจในสถานะใด หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายดังกล่าวเป็นการส่วนตัวและ กกต.ก็ไม่มีสิทธิ์เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ มาตั้งแต่ต้น&amp;rdquo; นางลดาวัลลิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค.กล่าวเช่นกันว่า ที่นายวิษณุระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวนั้นผิด เพราะคนละมาตรากัน การส่งคำร้องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ 110 ส.ส.จาก 7 พรรคการเมืองนั้นใช้ช่องทางตามมาตรา 170 ที่กำหนดให้ใช้มาตรา 82 &amp;nbsp;โดยอนุโลมด้วย ซึ่งศาลอาจสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ว่าจะร้อง ส.ส., ส.ว., นายกฯ และคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.) เกณฑ์การพิจารณาก็ต้องเหมือนกันหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดตั้ง ครม.นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงสั้นๆ ถึงตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ว่าไม่มีความชัดเจน ส่วนกรณีคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรค พปชร.ที่มีรายชื่อนั่ง รมว.แรงงานนั้น ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะตรวจสอบให้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร.กล่าวเรื่องนี้ว่า วันนี้ยังเร็วไปที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะยังไม่ทราบเลยว่าใครจะได้เป็นรัฐมนตรีบ้าง แต่ส่วนตัวเชื่อว่านายกฯ จะตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ และยังเร็วไปที่จะตอบว่าท่านไหนมีคุณสมบัติครบหรือไม่ครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์เพื่อทักท้วงกรณีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวจะเป็นรัฐมนตรีมีความไม่เหมาะสม โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า นายอุตตมมีส่วนในการปล่อยกู้ให้กลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร ซึ่งแม้นายอุตตมจะชี้แจงไม่ผิด แต่การพิจารณาเรื่องนี้ว่าถูกหรือผิดนั้นควรพิจารณาจากพยานหลักฐานและคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นหลัก และที่ผ่านมา คสช. เคยใช้มาตรา 44 ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในกรณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกรณีเช่นนี้หลายครั้ง จึงควรนำมาพิจารณาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเจตนาการยื่นหนังสือครั้งนี้คืออะไร ในเมื่อคณะกรรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไม่ชี้มูลว่านายอุตตมมีความผิด และมีมติตีตกข้อกล่าวหาไปแล้ว นายเรืองไกรตอบว่าคำกล่าวหาที่ คตส.ตีตกนั้นไม่ใช่คำสั่งชี้ขาดทางคดี การไม่สั่งฟ้องทำให้ศาลลงโทษไม่ได้ แต่เมื่อศาลตัดสินเมื่อวันที่ 26 แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องดำเนินการเอาผิดต่อ &amp;nbsp;แต่เหตุใดจึงไม่ทำ คำถามนี้ควรถูกถามมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อศาลฎีกาชี้แล้วว่ากรรมการบริหารทั้ง 5 คนมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศาลไม่ได้บอกตรงไหนเลยว่านายอุตตมไม่ผิด ดังนั้นไม่ว่า คตส.หรือแบงก์ชาติจะกล่าวหาหรือไม่กล่าวหา เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจาก 5 ท่าน ก็จำเป็นต้องดำเนินการ&amp;rdquo; นายเรืองไกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกรกล่าวเรื่องนี้ว่า นายอุตตมมีพยานหลักฐานที่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ และการที่ฝ่ายค้านหยิบเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเพราะต้องการดิสเครดิตนายอุตตม และที่สำคัญนายอุตตมพร้อมชี้แจงหากพรรค พท.ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ เนื่องจากที่ผ่านมานายอุตตมผ่านการสอบสวนทั้งจาก คตส., ป.ป.ช., คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), &amp;nbsp;ธปท.และสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติที่นายอุตตมจะถูกตรวจสอบ และถือเป็นที่น่าดีใจที่ฝ่ายค้านนำปัญหาเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในรัฐสภา ดีกว่าจะไปเคลื่อนไหวเรียกร้องบนถนน และเห็นว่าพรรคเพื่อไทยควรเอาเวลาไปติดตามจำเลยที่ 1 ให้กลับมารับโทษ ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตสมาชิกพรรค ทษช.กล่าวว่า ความไม่โปร่งใสในคดีปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยที่มีลายเซ็นอนุมัติ แต่อ้างว่าคัดค้านโดยยังไม่ปรากฏหลักฐานการคัดค้าน แล้วจะอธิบายได้อย่างไร การที่ไม่โดนฟ้องไม่ได้แปลว่าไม่ผิด แต่อาจเกิดจากการช่วยเหลือกันเป็นการเฉพาะเหมือนที่นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต อสส.ตั้งข้อสังเกตก็เป็นได้
น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่าเมื่อปี 2559 พล.อ.ประยุทธ์เคยตอบคำถามถึงการจัดการเลือกตั้งว่า ถ้าเลือกตั้งแล้วได้คนเฮงซวยกลับเข้ามาจะทำอย่างไร แต่จากนี้รายชื่อ ครม.ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายมีบุคคลที่มีประวัติที่ตามมาตรฐานของประชาชนส่วนใหญ่เรียกว่าคนเฮงซวยที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุไว้ รวมทั้งยังขัดมาตรฐานกฎหมาย จริยธรรม และรัฐธรรมนูญ ดังนั้นขอฝากถามว่าผู้ที่มีบุคคลสนับสนุนเป็นคนเฮงซวยในสายตาประชาชนส่วนใหญ่นี่เฮงซวยด้วยกันไหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบได้หรือยังว่าการได้คนเฮงซวยในสายตาประชาชนส่วนใหญ่มาสนับสนุนสืบทอดอำนาจแล้วจะทำอย่างไร
ถกแนวทางเก้าอี้เทกระโถน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อตัดสินใจว่าบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.หรือไม่ ว่าเรื่องนี้ที่ประชุม กก.บห.น่าจะมีการหารือกันจนได้ข้อสรุป ส่วนข้อกังวลหากรัฐมนตรีไม่ลาออกจากการเป็น ส.ส.จะกระทบการทำงานในสภาเนื่องมีเสียงปริ่มน้ำ เห็นว่ายังมีวิธีการอื่นที่สามารถบริหารจัดการได้ และขึ้นอยู่กับพรรค พปชร.แและพรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือร่วมกัน และเชื่อว่าวันนี้ ส.ส.ทุกคนรู้หน้าที่ตัวเองดี และทราบดีว่าสถานการณ์ทางการเมืองเป็นอย่างไร เชื่อว่าทุกคนจะมีระเบียบวินัย พร้อมทำหน้าที่ทุกครั้งที่มีการประชุมสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรค พปชร.ถึงการประชุม ส.ส.ของพรรคในวันอังคารที่ 9 ก.ค.ระบุว่าจะมี ส.ส.บางส่วนหยิบยกและสอบถามถึงความชัดเจนว่า ส.ส.สามารถไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ได้แก่ เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมีแนวทางหรือข้อสรุปเบื้องต้นหลังการประชุม ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องในพรรคได้พิจารณาข้อกฎหมายในประเด็นดังกล่าวแล้ว ถือว่าอันตรายที่ ส.ส.จะไปเป็นข้าราชการการเมือง เพราะอาจถูกตีความได้ว่าเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 และ 185 แม้ก่อนหน้านี้นายวิษณุจะระบุว่ารัฐธรรมนูญอนุญาตให้เป็นข้าราชการการเมืองได้ ไม่เกี่ยวกับการขัดกันของผลประโยชน์ เพราะเป็นเรื่องสถานะ และรัฐธรรมนูญส่งเสริมให้เป็นจึงเป็นคนละเรื่องกับผลประโยชน์ทับซ้อนก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) &amp;nbsp;เดินทางเข้าพบนายวิษณุโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และกล่าวหลังเข้าพบว่ามาหารือทั้งเรื่องกฎหมาย วิธีการดำเนินการเกี่ยวกับคำสั่ง คสช.ที่จะยกเลิกว่ามีทั้งหมดกี่ฉบับ ที่กำลังหมดไปมีกี่ฉบับ ที่ยังมีผลอยู่กี่ฉบับ ที่ยังคงอยู่เพราะอะไร และที่ถูกยกเลิกไปแล้วเพราะอะไร และต้องทำอย่างไร จะแยกแยะอย่างไร เพราะถ้าให้สภาทำต้องใช้เวลาเยอะ และหากมันหลุดออกไปแล้วจะไปต้องใช้ 3 วาระและแก้ยาก เพราะใช้เสียงในสภาเยอะ และเรื่องนี้พรรค อนค.ก็ยื่นเข้ามาด้วย ดังนั้นเราไม่ต้องรอให้เขาขอแก้หรอก เราแก้ไปเลยเพราะดูแล้วไม่จำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคำสั่ง คสช.บางส่วนที่ต้องใช้ขั้นตอนทางสภานิติบัญญัติยกเลิกด้วย จึงต้องมาปรึกษา ทั้งนี้คำสั่ง คสช.ทั้งหมดมีกว่า 450 ฉบับ สิ้นสุดไปแล้วจำนวนมาก และอีกไม่กี่วันนี้ก็ทราบว่าจะมีการยกเลิกคำสั่งอีก ทั้งนี้จากการหารือในส่วนที่ต้องไปยกเลิกในสภาถือว่าแทบจะไม่มีเลย อาจมีไม่ถึง 10 ฉบับ ซึ่งจะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมวิปรัฐบาลด้วย โดยได้กำหนดประชุมวิปรัฐบาลทุกวันจันทร์ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกรกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำกรอบนโยบายของรัฐบาล ว่าพรรคได้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จไปแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างเร่งหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป และเชื่อว่าทุกนโยบายที่พรรคนำไปใช้ในการหาเสียงจะถูกขับเคลื่อน ส่วนอะไรจะเป็นนโยบายเร่งด่วนก็ต้องพิจารณาร่วมกันต่อไป ซึ่งตอนนี้ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาปากท้องก่อน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำ แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องหารือร่วมกันในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 9 ก.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดสุดท้ายของรัฐบาล คสช. นอกจากนี้ในส่วนของการเตรียมการเพื่อต้อนรับรัฐบาลและ ครม.ชุดใหม่นั้น ล่าสุดฝ่ายกองการสถานที่ทำเนียบรัฐบาล ได้จัดเตรียมห้องรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี และห้องโฆษกรัฐบาลที่จะเข้ามารับหน้าที่ใหม่ พร้อมกันนี้ได้เตรียมห้องในตึกภักดีบดินทร์ไว้สำหรับให้ ครม.ชุดใหม่ถ่ายรูปเพื่อทำบัตรประจำตัวรัฐมนตรีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์มีความตั้งใจและมีดำริที่จะประชุม ครม.ชุดใหม่ทันทีหลังการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งจะเป็นช่วงค่ำในวันเดียวกันซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้มีดำริให้เจ้าหน้าที่และกระทรวงมหาดไทยเตรียมการลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการทันที หลังการแถลงนโยบายต่อสภาที่จังหวัดยะลาในต้นเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) และการตรวจติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลนั้น กำหนดให้มีเช่นเดิมเหมือนรัฐบาลประยุทธ์ 1 คือ 1 เดือนจะมีประชุม ครม. 1 ครั้ง และการลงพื้นที่ของนายกฯ เพื่อตรวจติดตามงานตามนโยบายรัฐบาล 1 ครั้ง
พุ่งเป้าแก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคเพื่อไทยวิป 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน โดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ตัวแทนจากพรรค พท.กล่าวหลังประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือกัน 3 กรอบใหญ่ &amp;nbsp;คือ 1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะสนับสนุนให้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นรู้ จากนั้นให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเข้าชื่อกันมากกว่า 50,000 ชื่อ ซึ่งจะแก้รัฐธรรมนูญตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จะไม่ใช้แนวทางอื่น 2.การทำงาน ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน โดยจะจัดงานเสวนา และผลิตคอนเทนต์ออกสื่อทางเลือกใหม่ช่องทางต่างๆ โดยจะได้เห็นหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคมาแสดงวิสัยทัศน์การทำงานของแต่ละพรรค ซึ่งกลางเดือนนี้น่าจะเริ่มได้ และจะเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมด้วย รวมทั้งเวทีนักวิชาการให้ความรู้ประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีกิจกรรมให้ผู้นำฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคลงไปพบพี่น้องประชาชนด้วย เริ่มจากพื้นที่ตลาดสด และ 3.การตั้งคณะกรรมการวิสามัญติดตามการทำร้ายผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากระบวนการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมเข้าชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเริ่มได้เมื่อไหร่ นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรค อนค.กล่าวว่า ภาคประชาสังคมเริ่มแล้ว ส่วน 7 พรรคฝ่ายค้านเราเมื่อมีการล่ารายชื่อมาครบแล้วเราจะทำการสนับสนุนต่อในสภา ซึ่งเราจะผลักดันให้เกิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ทวีตข้อความโอกาสครบรอบวันเกิด 70 ปี ว่าจะทานข้าวกับลูกหลานในบ้านที่ดูไบ ไม่จัดนอกอาคารรองรับคนที่จะเดินทางไปอวยพรวันเกิดเหมือนทุกปี ว่าเป็นการส่งสัญญาณที่เป็นบวกสำหรับการเมืองไทยว่า นายทักษิณอาจคิดอย่างจริงจังเรื่องการตัดสินใจวางมือทางการเมืองในทางพฤตินัย เพราะที่ผ่านมากว่าสิบปีในต่างแดน แม้นายทักษิณไม่มีสิทธิ์ทำงานการเมืองในทางนิตินัยแล้ว &amp;nbsp;แต่ยังคงมีบทบาทครอบงำพรรคการเมือง วางเกมทางการเมืองที่ส่งผลต่อระบบการเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงคิดว่าถ้านายทักษิณตกลงปลงใจที่จะเลิกยุ่งเกี่ยวทางการเมืองก็จะเป็นคุณูปการต่อประเทศไทยในการลดความขัดแย้งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในทางกลับกันเมื่อนายทักษิณเลิกเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมืองแล้ว พรรคการเมืองทุกพรรคควรดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามระบบ ไม่ยุยงปลุกปั่นหรือบิดเบือนข้อมูลใดๆ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองจนเพิ่มความขัดแย้งใหม่ในสังคม ขณะเดียวกันรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งเป็นผู้ถืออำนาจต้องบริหารประเทศด้วยความถูกต้องชอบธรรม ยึดหลักธรรมาภิบาล ส่วนเรื่องไหนที่สังคมเคลือบแคลงสงสัยรัฐบาลควรมีคำตอบที่ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะยิ่งรัฐบาลมีความชอบธรรมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีกำแพงพิงหลังจากประชาชนที่เข้มแข็งมากเท่านั้น&amp;rdquo; นพ.ระวีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งเงื่อนไขกับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ว่าต้องไม่ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกหากจะให้ตำรวจเข้าไปคุ้มครองว่า ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานมาว่าจ่านิวได้กลับบ้านแล้ว ซึ่งความหมายของไม่ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น คือไม่ให้จ่านิวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40470</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร, ครม.สัญจร-ตรวจราชการทุกเดือนต่อเนื่อง, นโยบายเร่งด่วนแก้ปากท้อง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d2359713dfbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
