<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดใจครม.สัญจร!ภาคเอกชนขอ&#039;บิ๊กตู่&#039;ซ้ำที่เชียงใหม่อีกรอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61- &amp;nbsp; นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวภายหลังการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ภาคเอกชนพอใจกับผลการประชุมร่วมกับนายกฯ และคณะรัฐมนตรี เพราะนายกฯ จะได้รับฟังปัญหาและข้อเสนอของภาคเอกชนในพื้นที่ ส่วนใครจะมองว่าเป็นเรื่องของการหวังผลทางการเมืองหรือไม่ ภาคเอกชนไม่อยากให้น้ำหนักกับเรื่องนี้มากนัก เพราะเห็นว่า เมื่อนายกฯ มาประชุมทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการต่างๆ ที่ถูกผลักดันออกมา และถูกบรรจุในแผนของกระทรวงต่างๆ เพื่อนำไปดำเนินการแล้ว หากไม่มีนายกฯ มาประชุมภาคเอกชนก็ไม่รู้ว่าจะเสนอการพัฒนาพื้นที่กับรัฐบาลผ่านทางช่องทางไหน &amp;nbsp;โดยผลที่เกิดขึ้นจากการเดินทางมาประชุมร่วมกัน หลายโครงการถูกผลักดันออกมา บรรจุในแผนของกระทรวง และบางโครงการก็ร่นเวลาให้เร็วขึ้น นับเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่อยากให้นายกฯ ทำต่อคือ อยากให้ไปประชุมกลุ่มจังหวัดที่จังหวัดเชียงใหม่สักครั้ง เพราะที่ผ่านมานายกฯ ยังไม่เคยไปประชุมรูปแบบนี้เลย ไม่เหมือนที่เชียงราย นายกฯ มาประชุมแล้ว 2 ครั้ง รวมทั้งนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เนื่องจากเชียงใหม่เป็นคนละกลุ่มจังหวัดกัน เพราะอยู่ในกลุ่มเหนือตอนบน 1 มีเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ซึ่งตัวเองคิดว่า ถ้านายกฯไม่ไป อาจจะเป็นประเด็นทำให้คนคิดกันได้ว่า ทำไม ครม.ชุดนี้ไม่ไป&amp;rdquo;นายวิโรจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า การประชุมร่วมกับภาคเอกชนครั้งนี้ นายกฯ ยังได้ขอความร่วมมือภาคเอกชนได้ไปร่วมทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยไม่อยากให้สนใจถึงเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในการทำโครงการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้รู้ถึงตัวโครงการที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ ซึ่งตลอดรัฐบาลนี้ได้เดินทางมายังพื้นที่ภาคเหนือแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งก็อนุมัติโครงการไปแล้วหลายโครงการ ส่วนการประชุม ครม.สัญจรแต่ละจังหวัดในช่วงนับจากนี้ แม้ถึงช่วงเวลาที่กฎหมายเลือกตั้งได้ประกาศออกมาแล้ว ภาคเอกชนก็อยากให้มีการประชุม ครม.เหมือนเดิม หรือปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่นก็ได้ตามความเหมาะสม เพราะต้องการให้นายกฯ ลงมารับทราบปัญหาต่างๆจากในพื้นที่ด้วยหูของนายกฯ เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบข้อเสนอของภาคเอกชนทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งเกิดเหตุการณ์นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่ จำนวน 13 คน พลัดหลงภายในถ้ำหลวง จนเป็นเหตุการณ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจและจดบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์ดังกล่าว และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จึงขอรับการสนับสนุนการศึกษาออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณถ้า การศึกษาความเหมาะสมการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวถ้าหลวง-ขุนน้ำนางนอนและชุมชนโดยรอบ การจัดทำแผนการบริหารจัดการ และขอรับการสนับสนุนการปรับปรุงส่วนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ถนนทางเข้า ที่จอดรถ และห้องสุขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้สนับสนุนการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวเวียงหนองหล่ม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีตำนานเมืองล่ม พื้นที่กว่า 20,000 ไร่ มีความหลากหลายทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรมโบราณล้านนา และวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวถ้าหลวง-ขุนน้ำนางนอน แม่สาย-เชียงแสน และการท่องเที่ยวชายแดน เส้นทางอาร์3เอ (ไทย-ลาว-เมียนมาร์)โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับไปดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อเสนอด้านอื่น ทั้งการพัฒนากว๊านพะเยาอย่างยั่งยืน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน เช่น การขอรับการสนับสนุนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร และเกษตรแปรรูปของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน2ขอให้มีการศึกษาความเหมาะสมการขยายระบบการขนส่งน้ามันทางท่อเชื่อมต่อจากจังหวัดลาปาง-จังหวัดแพร่ ระยะทาง 120 กิโลเมตร เช่นเดียวกับโครงการการพัมนาเส้นทางถนน และทางราง และการพัฒนาเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจรเชียงราย, นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ, ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ, รองประธานกรรมการหอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd8160381101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยอาการหนัก!อดีตส.ส.พะเยาเรียงหน้าถล่ม&#039;บิ๊กตู่&#039;สัญจรเหนือทำไม&#039;แม้ว&#039;แก้ปัญหาไว้หมดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61- &amp;nbsp; น.ส.อรุณี ชำนาญยา อดีตส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จ.พะเยา และได้กล่าวว่า เห็นใจคนพะเยาที่รัฐบาลก่อนๆไม่ได้ช่วยพัฒนาให้เจริญขึ้นเลยว่า อย่ามัวแต่โทษคนอื่น ตัวท่านยึดอำนาจประชาชนไปเกือบ 5ปีด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้แต่จะวิพากษ์วิจารณ์ยังไม่ได้ รัฐบาล คสช.ทำให้บ้านเมืองพัฒนาก้าวหน้า ประชาชนพะเยาอยู่ดีกินดีขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ อดีต ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย และอดีตรองประธานสภาฯคนที่สองกล่าวเพียงสั้นๆว่า รัฐบาลของท่านประยุทธ์อยู่มา 5 ปีช่วยอะไรพะเยาบ้าง ทำไมชาวพะเยาจนลงกว่าทุกรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;จ.พะเยาพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต ส.ส.พะเยาหลายสมัย ร่วมมือกับอดีต ส.ส.พะเยาทั้ง 3 เขต สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนให้รัฐบาลที่ผ่านมาได้รับรู้และเข้ามาช่วยพัฒนาเมืองพะเยา จนกระทั่งได้มีมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นแหล่งการศึกษาของเยาวชนพะเยาและเยาวชนไทยจากทั่วประเทศ มีวิทยาลัยเทคนิคเพิ่มที่อำเภอเชียงคำอำเภอปงและอำเภอดอกคำใต้ ปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและสตรียากจนก็ได้รับการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่องด้วยนโยบายแก้จนของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและนโยบายของพรรคเพื่อไทยมากที่สุดเพราะมีกองทุนหมู่บ้าน มีโครงการ30 บาทรักษาทุกโรค ราคายางพาราสูงถึง กก.ละ 100กว่าบาท ราคาข้าวก็สูงถึงเกวียนละ 15,000 บาท &amp;nbsp;แต่การพัฒนาหยุดชะงักทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจของทหาร วันนี้ในยุค รัฐบาลทหารของ คสช. ราคาผลผลิตการเกษตรทุกอย่างตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ถูกปฏิวัติ ได้บริหารประเทศต่อเนื่องครบ4ปี ชาวพะเยาจะไม่ยากจนอย่างทุกวันนี้แน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20999</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจรเชียงราย, พรรคเพื่อไทย, อดีตส.ส.พะเยา, อรุณี ชำนาญยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7cda5c7979.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
