<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.จับมือ พอช.แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนกรุงเทพฯ ภายในปี 2565  นำร่อง 14 เขต  194 ชุมชน  36,815  ครัวเรือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสกลธี ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม. (นั่งที่ 4 จากซ้าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร/ กทม.จับมือ พอช. และภาคีเครือข่ายแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนในกรุงเทพฯ ให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2565&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการแก้ไขปัญหาทั้งเมือง/เขต&amp;nbsp; เริ่มนำร่องที่เขตยานนาวา&amp;nbsp; ก่อนขยายไป 14 เขต&amp;nbsp; รวม 194 ชุมชน&amp;nbsp; 36,815 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; และพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2560-2579) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; รับผิดชอบดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 1,050,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีวิสัยทัศน์&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ย.) ที่ห้องประชุมรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; &amp;ldquo;คนจน กทม. มีที่อยู่อาศัยที่ดีและมั่นคงถ้วนหน้าปี 2565&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีนายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม.เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp; มีผู้บริหารสำนักงานเขต&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; และผู้แทนชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 500 คน&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และการเสวนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รองผู้ว่า กทม.ชมนิทรรศการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม. กล่าวว่า&amp;nbsp; นโยบายการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยถือเป็นเรื่องใหม่ของกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; โดย กทม.ได้รับนโยบายจากรัฐบาลในช่วงปลายปี 2561&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยครบถ้วนทุกคนภายในปี 2579&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ กทม.ได้เริ่มดำเนินไปแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขกฎระเบียบหลายอย่างเพื่อให้เอื้อต่อการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การรับจดทะเบียนชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเดิมต้องมีจำนวน 100 หลังคาเรือนขึ้นไป&amp;nbsp; แต่ระเบียบใหม่ไม่ต้องถึง 100&amp;nbsp; หลังคาเรือนก็สามารถจดทะเบียนเป็นชุมชนได้&amp;nbsp; เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จาก กทม.&amp;nbsp; คาดว่าภายในต้นปี 2563 สามารถใช้ระเบียบใหม่นี้ได้&amp;nbsp; นอกจากนี้สำนักการโยธาฯ กทม.ได้ออกแบบบ้านราคาไม่เกินหลังละ 150,000 บาทเพื่อให้ประชาชนได้นำไปใช้สร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้ว่า กทม.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครจะร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันพัฒนาที่อยู่อาศัยของคนจนใน กทม.ให้มีที่อยู่อาศัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคงถ้วนหน้าภายในปี 2565&amp;nbsp; โดยจะเริ่มนำร่องในพื้นที่ 14 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตคลองเตย&amp;nbsp; &amp;nbsp;คันนายาว&amp;nbsp; &amp;nbsp;จตุจักร&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp; ดุสิต&amp;nbsp; บางกะปิ&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางซื่อ&amp;nbsp; ประเวศ&amp;nbsp; ยานนาวา&amp;nbsp; วัฒนา&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลองสามวา&amp;nbsp; บางบอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเขตราชเทวี&amp;nbsp; โดยคาดว่าจะมีประชาชนนับแสนครัวเรือนที่ยังไม่มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; กทม.จึงพยายามแก้ไขปัญหานี้&amp;nbsp; เพื่อให้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ ได้รับสิทธิและเป็นพลเมืองเต็มขั้น&amp;nbsp; และจะดำเนินการต่อไปให้ครบทั้ง 50 เขตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2579&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรรณ ผอ.พอช. (ที่ 4 จากซ้าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง&amp;nbsp; หากแก้ไขเพียงหน่วยงานใดเพียงหน่วยงานเดียวคงจะสำเร็จได้ยาก&amp;nbsp; โดยจะต้องมีภาคีเครือข่ายมาร่วมมือกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; เพราะเป็นคนในพื้นที่จึงรู้ปัญหาดีกว่า&amp;nbsp; และรู้ว่าจะแก้จากจุดไหนไปจุดไหน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาทั้งเมือง&amp;nbsp; ไม่ใช่ทำเป็นจุด&amp;nbsp; หรือทำเป็นโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายเมืองยานนาวา&amp;nbsp; ที่มาร่วมกันแก้ไขปัญหาทั้งเมือง&amp;nbsp; โดยฝ่ายนโยบายต้องให้การสนับสนุน&amp;nbsp; และบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทเป็นสะพานในการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.เริ่มทำบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นเวลา 15 ปี&amp;nbsp; พอช.ทำเรื่องบ้านมั่นคงได้ 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวมประมาณ&amp;nbsp; 10,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าทำได้เพียง 10 %&amp;nbsp; แต่หลังจากนี้จะทำได้เร็วขึ้น&amp;nbsp; เพราะมีหลายหน่วยงานมาร่วมกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; และจะทำเป็นเขต&amp;nbsp; ไม่ใช่ทำเป็นจุด&amp;nbsp; เริ่มนำร่อง 14 เขต&amp;nbsp; โดยจะชวนเขตที่อยู่ข้างเคียงมาเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและความยากจนไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระบวนการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เป็นการสร้างความรู้&amp;nbsp; และเป็นองค์รวม&amp;nbsp; ไม่ใช่จะทำเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่จะทำทุกมิติ&amp;nbsp; ทั้งเรื่องการพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; การสร้างรายได้&amp;nbsp; เรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ มาทำงานร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในทุกมิติ&amp;rdquo; นางสาวสมสุขกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสำลี&amp;nbsp; ศรีระพุก&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนเขตยานนาวา&amp;nbsp; กล่าวถึงรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตยานนาวาว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเขตยานนาวามีชุมชนแออัด 17 ชุมชน&amp;nbsp; อาศัยอยู่ในที่ดินต่างๆ เช่น&amp;nbsp; การรถไฟ&amp;nbsp; ที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ที่ดินเอกชน&amp;nbsp; และที่ดินวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคง&amp;nbsp; เพราะที่ดินมีราคาแพง&amp;nbsp; ตารางวาละประมาณ 2 แสนบาท&amp;nbsp; เจ้าของที่ดินต้องการนำที่ดินไปขายหรือพัฒนาโครงการ&amp;nbsp; ชุมชนจึงถูกไล่รื้อ&amp;nbsp; ไม่ต่อสัญญาเช่า&amp;nbsp; ชาวชุมชนต่างๆ จึงรวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการแต่งตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการเมือง&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; โดยมีหลายหน่วยงานมาร่วมกัน&amp;nbsp; มีผู้อำนวยการเขตยานนาวาเป็นประธานฯ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 2 ชุมชน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ชุมชนเชื้อเพลิง 2 จำนวน 149 ครัวเรือน&amp;nbsp; และชุมชนเย็นอากาศ 2 จำนวน 262 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุมชนที่จะเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจะต้องรวมตัวกัน&amp;nbsp; มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหา&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงทำเรื่องขอเช่าที่ดินอย่างถูกต้องกับกรมธนารักษ์หรือเจ้าของที่ดิน&amp;nbsp; โดยจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและสินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; เพื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; สร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; ทำให้คนจนสามารถอยู่อาศัยในเมืองได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสำลีกล่าวถึงกระบวนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตยานนาวา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รองผู้ว่าฯ มอบงบสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม. ได้มอบงบสนับสนุนจาก พอช.ให้แก่ผู้แทนเครือข่ายเมืองยานนาวาจำนวน 50,000 บาท&amp;nbsp; มอบงบสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่ชุมชนเชื้อเพลิง 2 ร่วมใจ (149 ครัวเรือน) จำนวน&amp;nbsp; 8.4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และชุมชนเย็นอากาศ 2 (262 ครัวเรือน) จำนวน 20 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในเขตยานนาวาแล้ว&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครจะร่วมมือกับ พอช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; ขยายการทำงานไปอีก 14 เขต&amp;nbsp; เพื่อเป็นโครงการนำร่อง&amp;nbsp; โดยมีแผนงานเบื้องต้นจำนวน&amp;nbsp; 10 เขต&amp;nbsp; จำนวน 194 ชุมชน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 36,815 ครัวเรือน&amp;nbsp; มีเป้าหมายให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2565&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.อนุมัติโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ ภาระสุวรรณ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde3a4c9bbba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะเคหะชุมชน แก้ปัญหาบุกรุก คนอยู่กับป่าได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.อนุมัติโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 2 เฟส 1 จำนวน 12 โครงการ 3,365 หน่วย &amp;nbsp;2.6 พันล้านบาท สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางทั้งใน กทม.ปริมณฑลและภูมิภาค 11 จว. ไฟเขียว 5 แนวทางแก้ปัญหาชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภท โวเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลพยายามปรับให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีการบุกรุกมากกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พ.อ.อธิสิทธ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุดที่ 2 ระยะที่ 1 จำนวน 3,365 หน่วย ประกอบด้วย 1.โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนเชิงสังคม 10 โครงการ จำนวน 3,094 หน่วย วงเงิน &amp;nbsp;2,231.392 ล้านบาท 2.โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนเชิงพาณิชย์ 2 โครงการ จำนวน 271 &amp;nbsp;หน่วย วงเงิน 381.491 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโครงการดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเสมอภาค สร้างโอกาสการเข้าถึงสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางในพื้นที่กลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้ 26,101-38,300 บาทต่อเดือน และในพื้นที่ภูมิภาค สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้ประมาณ 59,701 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้ &amp;nbsp;59,701 บาทต่อเดือนขึ้นไป และพื้นที่ภูมิภาค สำหรับครัวเรือนที่มีรายได้ 34,701 บาทต่อเดือน ให้มีที่อยู่อาศัยที่มีมาตรฐาน พร้อมระบบสาธารณูปโภค ในรูปแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว และทาวน์โฮม จำนวน 2 ชั้น ในพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ (กคช.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโครงการเชิงสังคมมีราคาขายต่อหน่วยระหว่าง 650,000-850,000 บาทใน 10 จังหวัด ได้แก่ &amp;nbsp;1.ฉะเชิงเทรา 362 หน่วย 2.สุพรรณบุรี 322 หน่วย 3.นครนายก 498 หน่วย 4.เพชรบุรี 328 หน่วย 5.ลพบุรี 188 หน่วย 6.สิงห์บุรี 224 หน่วย 7.ศรีสะเกษ 328 หน่วย 8.สกลนคร 278 หน่วย 9.ชุมพร 338 &amp;nbsp;หน่วย และ 10.ปัตตานี 228 หน่วย สำหรับโครงการเชิงพาณิชย์มีราคาขายต่อหน่วยอยู่ที่ 1.8-2.2 ล้านบาท ได้แก่ 1.สมุทรปราการ 184 หน่วย 2.ศรีสะเกษ 87 หน่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบหลักการในเรื่องพื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ (ทุกประเภท) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่เข้าบุกรุกในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนต่างๆ ซึ่งมีสาระสำคัญในการวางกรอบบริหารจัดการประชาชนในกลุ่มดังกล่าว 5 แนวทาง ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3-5 ก่อนมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.41 โดยให้หน่วยงานจัดสรรที่ดิน และให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) อนุญาตให้อยู่อาศัยได้ และใช้ประโยชน์ทำกินแบบแปลงรวมไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 30 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3-5 หลังมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 &amp;nbsp;มิ.ย.41 โดยอนุญาตให้อยู่อาศัยได้และทำกินแบบแปลงรวมได้ แต่ต้องปลูกป่าเพื่อเศรษฐกิจอย่างน้อยร้อยละ 50 ของพื้นที่ รวมถึงต้องดูแลรักษาไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 3 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่กลุ่มน้ำชั้นที่ 1-2 ก่อนมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 &amp;nbsp;มิ.ย.41 ให้เจ้าหน้าที่จัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น ควบคุมการใช้ที่ดินภายใต้การอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงห้ามบุกรุกและขยายพื้นที่ให้มากกว่าเดิม และไม่ใช้ที่ดินให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 4 ชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ทั้งก่อนและหลังหลังมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.41 ให้มีการสำรวจการครอบครองสิทธิว่าได้เข้ามาอยู่และใช้พื้นที่จริงสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การอนุญาตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ให้คณะทำงานสำรวจและนำแนวทางต่างๆ รวมถึงนำภาพถ่ายทางอากาศมาประกอบการพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และกลุ่มที่ 5 ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน ให้ทำการสำรวจตรวจสอบการครอบครองพื้นที่ โดยให้จัดทำข้อมูลจำแนกตามรูปแบบการใช้ประโยชน์ จัดการชี้แจงให้ประชาชนที่อยู่รับทราบถึงวัตถุประสงค์ต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลมีการปรับให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ โดยเราพยายามให้ประชาชนกับป่าสงวน ฯ หรือป่าอนุรักษ์อยู่ร่วมกันได้ในแนวทางทั้ง 5 กลุ่มนี้ เพื่อเข้าไปบริหารจัดการให้ประชาชนเข้าไปใช้พื้นที่ป่าอย่างเหมาะสม ไม่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ มากกว่าเดิม&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22859</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอยู่กับป่าได้, ครม.อนุมัติโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย, ประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง, หนังสือพิมพ์, เคหะชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc08b182e61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
