<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยียวยา‘ม.33’4กิจการปล่อยกู้ร้านอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ไฟเขียว 2.5 พันล้านบาทเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในเขต กทม.และปริมณฑลรวม 6 จังหวัด พร้อมเคาะมาตรการสินเชื่ออิ่มใจ &amp;nbsp;สั่งออมสินปล่อยกู้ 2 พันล้านอุ้มร้านอาหาร-เครื่องดื่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายอนุชา &amp;nbsp;บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนครปฐม, &amp;nbsp;นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) &amp;nbsp;กรอบวงเงินจำนวน 2,519.38 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ นายจ้างและผู้ประกันตน มาตรา 33 ใน 4 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง, &amp;nbsp;กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร, กิจการศิลปะ &amp;nbsp;ความบันเทิงและนันทนาการ และกิจการกิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้ 1.นายจ้างที่อยู่ในฐานข้อมูลประกันสังคม ณ วันที่ 28 มิ.ย. 64 หรือนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.- 30 ก.ค.64 จำนวน 41,940 ราย โดยจะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน สูงสุดไม่เกิน 200 คนต่อแห่ง 2.ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน &amp;nbsp;663,916 ราย จะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 2,000 &amp;nbsp;บาทต่อคน ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างมากกว่า 1 ราย ให้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเพียงครั้งเดียวในอัตรา 2,000 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวิธีการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรณีบุคคลธรรมดาและผู้ประกันตนมาตรา 33 จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ &amp;nbsp;เฉพาะการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน กรณีนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานประกันสังคมจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากตามที่นายจ้างแจ้ง หรือตามวิธีการอื่นๆ ที่กระทรวงแรงงานกำหนด โดยเริ่มโอนเงินเยียวยาครั้งแรกภายในวันที่ 23 ก.ค.64 และโอนเงินซ้ำทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 &amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมเร่งลงทะเบียนนายจ้าง และให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างของนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ในช่วงวันที่ 29 มิ.ย.-30 ก.ค.64&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการสินเชื่ออิ่มใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ ผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นร้านจำหน่ายแบบถาวร เช่น ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า, &amp;nbsp;ร้านอาหารที่เปิดในห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์, ภัตตาคาร, ร้านที่มีลักษณะเป็นบูธ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่เป็นร้านแบบเคลื่อนที่ได้ เช่น หาบเร่, แผงลอย, รถเข็น เป็นต้น ที่มีรายได้ลดลง ให้มีสภาพคล่องเพียงพอ ลดการพึ่งพาสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงหรือสินเชื่อนอกระบบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักเกณฑ์โครงการคือ ธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุด 100,000 บาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี &amp;nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก และขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลชดเชยความเสียหายที่เกิดจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไม่เกินร้อยละ &amp;nbsp;50 ของสินเชื่อที่อนุมัติทั้งหมด 2,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินจะเริ่มดำเนินการให้บริการสินเชื่อจนถึงอนุมัติเต็มวงเงินสินเชื่อ หรือถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวคาดว่า มาตรการสินเชื่ออิ่มใจจะช่วยเหลือผู้ประกอบร้านอาหารและเครื่องดื่มได้ไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;40,000 ราย เฉลี่ยรายละ 50,000 บาท ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการจากที่ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงใช้บริการภายในร้าน หรือเปลี่ยนพฤติกรรมจากการนั่งรับประทานอาหารที่ร้านเป็นการซื้ออาหารกลับ รวมทั้งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน ที่กำหนดให้ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มเปิดดำเนินการเฉพาะนำกลับไปบริโภคที่อื่นให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นร้านแบบเคลื่อนที่ได้ เช่น หาบเร่, แผงลอย, รถเข็น เป็นต้น สามารถเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อผ่อนปรนของรัฐบาลที่มีอยู่ ได้แก่ มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงิน &amp;nbsp;10,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน &amp;nbsp;ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 หรือโครงการอื่นๆ ที่ธนาคารออมสินดำเนินการเอง เช่น สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน, สินเชื่อ Street Food &amp;nbsp;เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา กลุ่มสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศไทย นำโดยนายนนทเดช &amp;nbsp;บูรณะสิทธิพร ตัวแทนชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง &amp;nbsp;ผับ บาร์ และนายธัญญ์นิธิ ปภัสสุรีย์โชติ ตัวแทนชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยศิลปินนักร้องหลากหลายวง อาทิ วงไททศมิตร, ทรีแมนดาวน์ (Three Man &amp;nbsp;Down), Klear, Safeplanet, เอ้ The Voice ยื่นหนังสือถึง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย &amp;nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอมาตรการผ่อนปรนและมาตรการเยียวยาให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ครม.ไฟเขียว 2.5 พันล้าน, ปริมณฑล, ผู้ประกันตนมาตรา 33, สั่งออมสินปล่อยกู้ 2 พันล้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยานายจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd34d85c471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
