<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดสืบพยานคดี &#039;เสธ.หยอย&#039; กับพวกเอี่ยวยิงถล่ม กปปส. ลั่นไม่กังวลให้มันจบที่รุ่นเรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.1581/2563 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ท.มนัส เปาริก หรือ เสธ.หยอย อายุ 71 ปี อดีตรองแม่ทัพภาค 3 และนายวัฒนา หรือศิวะ ทรัพย์วิเชียร อายุ 57 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร และผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22 พ.ย. 2556 -24 พ.ย.2560 พล.ท.มนัส และ นายวัฒนา จำเลยที่ 1-2 กับพวกที่ยังหลบหนี ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร โดยเป็นสมาชิกคณะบุคคลรวมตัวกันเป็นองค์กรลับ ปกปิดวิธีดำเนินการ มีความคิดเห็นทางการเมืองอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพื่อให้กลุ่ม กปปส. ยุติหรือเลิกการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลขณะนั้น โดยมีการประชุมวางแผนที่จะก่อเหตุอย่างลับๆ โดยมีนายจักรภพ เพ็ญแข (หลบหนี) สนับสนุนด้านการเงิน และจัดส่งอาวุธมาให้จำเลยทั้งสองเพื่อนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกใช้ก่อเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จำเลยยังร่วมกันครอบครองอาวุธปืนสงครามฯ เครื่องยุทธภัณฑ์ อาทิ ปืนเล็กกลรัสเซียน ปืนเล็กกล เอ็ม.16 พร้อมเครื่องกระสุน ระเบิดสังหาร แบบอาร์จีดี-5 จำนวน 30 ลูก ลูกระเบิดยิง 50 ลูก และอื่นๆ&amp;nbsp;เหตุเกิดที่เขตลาดพร้าว, ห้วยขวาง และมีนบุรี กรุงเทพฯ, อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ที่อื่นเกี่ยวพันกัน&amp;nbsp;โดยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้พนักงานอัยการโจทก์, พล.ท.มนัส และนายวัฒนา จำเลยที่ 1-2 พร้อมทนายความเดินทางมาศาล&amp;nbsp;พนักงานอัยการโจทก์ได้แถลงขอส่งบัญชีพยานและจะนำพยานโจทก์เข้าสืบ จำนวน 14 ปาก ใช้เวลา 4 นัด ส่วนใหญ่เป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้ และพนักงานสอบสวนคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกันในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและอยุธยา, เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนท้องที่เกิดเหตุ, เจ้าพนักงานตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด, ชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และนายก อบต.ท้องที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;ขณะที่ทนายความจำเลยที่ 1-2 แถลงจะนำพยานเข้าสืบหักล้าง รวมจำนวน 11 ปาก ใช้เวลา 3 นัดครึ่ง&amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต โดยกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก วันที่ 3 ส.ค. 2564 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง พล.ท.มนัส หรือ เสธ.หยอย เปิดเผยว่า ตนและทนายความมาตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานตามขั้นตอน ซึ่งจะเริ่มสืบพยานฝ่ายจำเลยวันที่ 10 ส.ค. 2564 ขอให้สื่อมวลชนร่วมฟังและติดตามคดีนี้ด้วย ซึ่งตนให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ส่วนตัวไม่มีความกังวลใดๆ อย่างไรก็ให้มันจบที่รุ่นเรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79537</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอั้งยี่ซ่องโจร, ครอบครองอาวุธปืนสงคราม, พล.ท.มนัส เปาริก, ยิงถล่ม กปปส., อดีตรองแม่ทัพภาค 3, เสธ.หยอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7abffb45834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้วงลึกเปลี่ยนของกลางล้มคดี  บทพิสูจน์มืออาชีพ &#039;สพฐ.ตร.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องเป็นราวที่น่าสนใจ หลังจาก พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว รองผู้บังคับการ (รอง ผบ.ก.) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 จ.สุราษฎร์ธานี ทำหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบการทุจริตเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนของกลางคดีฆาตกรรม เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อ พ.ต.อ.สาธิต แจ้ง พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ รอง ผบช.สพฐ. ขณะดำรงตำแหน่ง ผบก.ศพฐ.10 แต่กลับถูกกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ โดยถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธปืนสงคราม สุดท้ายอัยการไม่ฟ้อง มีเรื่องราวที่น่าสนใจยิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจาะลึกเรื่องราวดังกล่าวพบว่า เรื่องแรก ปัญหาการเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนของกลางคดีฆาตกรรมที่ พ.ต.อ.สาธิตได้ร้องเรียนว่า พล.ต.ต.ปรีดีไม่ได้ดำเนินการนั้น มีข้อเท็จจริงว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงใน ศพฐ.10 ยะลา ในปี พ.ศ.2554 ซึ่ง พล.ต.ต.ปรีดีได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ เดือน ต.ค.2555 จึงไม่ทราบเรื่องราวนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำร้องเรียน พล.ต.ต.ปรีดีได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยได้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบของ ตร. โดยออกคำสั่งที่ 5/2558 ลงวันที่ 8 ม.ค.2558 ตั้งกรรมการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดตามคำร้องเรียนของ พ.ต.อ.สาธิต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และต่อมาได้สรุปว่า เรื่องดังกล่าวมีมูลความผิดตามที่ร้องเรียนจริง จึงได้เสนอต่อ ผบช.พฐ. เพื่อตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงต่อผู้เปลี่ยนปลอกกระสุนปืน โดยทำหนังสือเสนอไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2558 ตามหนังสือ ศพฐ.10 ที่ 0032 (13) 1/10434 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของ ผบช.สพฐ. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่ พ.ต.อ.สาธิตร้องเรียนว่า พล.ต.ต.ปรีดีได้กลั่นแกล้งแจ้งความตนเรื่องการครอบครองอาวุธปืนสงครามนั้น จุดเริ่มต้นของเรื่องดังกล่าวเริ่มจากการที่ สภ.กรงปินัง จว.ยะลา ได้ทำหนังสือที่ 0025.3 (12) 3 (ส)/2482 ลงวันที่ 7 ก.ค.2558 ถึง ศพฐ.10 ยะลา เพื่อทวงงานการตรวจอาวุธปืนที่ล่าช้า จำนวน 3 เรื่อง ซึ่ง สภ.กรงปินังได้ส่งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 แต่ สภ.กรงปินังได้รอผลตรวจพิสูจน์นานถึง 3 ปี ก็ยังไม่ได้รับผลเพื่อประกอบสำนวนคดีอาญา ซึ่งเป็นคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของ ศพฐ.10 ได้ทำการตรวจสอบแล้วปรากฏว่า งานค้าง 3 ปีดังกล่าวมีอยู่จริงจำนวน 2 เรื่อง เป็นของ พ.ต.อ.สาธิต เมื่อครั้งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้างานอาวุธปืน ศพฐ.10 ยะลา ส่วนอีก 1 เรื่องนั้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเพื่อตรวจสอบงานค้างเกี่ยวกับปืนของกลางยังมีอีกหรือไม่ ศพฐ.10 ยะลา จึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบห้องเก็บปืนของกลาง ตามคำสั่งที่ 289/2558 ลงวันที่ 14 ก.ค.2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวได้ตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบว่ายังมีงานปืนค้างเก่าอีกประมาณ 10 เรื่อง เป็นของ พ.ต.อ.สาธิตทั้งสิ้น โดยค้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2553-2555 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนสงครามอีก 4 กระบอก ที่ไม่ใช่ปืนทางราชการและปืนในคดี พล.ต.ต.ปรีดีจึงได้ตั้งคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ปืนสงครามดังกล่าวเป็นของผู้ใด เนื่องจากเป็นอาวุธปืนสงครามที่มิใช่ของทางราชการหรือปืนในคดี จะมีอยู่ในหน่วยราชการใดๆ มิได้ ประกอบกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุทำร้ายชีวิตตำรวจ ทหาร และพี่น้องประชาชนอยู่เป็นประจำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจสอบปรากฏว่า พยานบางส่วนให้การว่าเกี่ยวข้องกับ พ.ต.อ.สาธิต แต่เพื่อความชัดเจนและเป็นไปตามกฎหมาย พล.ต.ต.ปรีดีจึงได้มอบอำนาจให้ พ.ต.อ.ทนงค์ ทองประดับเพชร นวท.(สบ 5) ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา โดยแจ้งความแบบไม่ได้ระบุเจาะจงผู้หนึ่งผู้ใด (แม้กระทั่ง พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว) โดยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีหาผู้กระทำผิดต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบ สภ.เมืองยะลา ได้สอบปากคำ พ.ต.อ.สาธิตเป็นพยาน (ไม่ใช่ฐานะผู้ต้องหา) รวมถึงไม่ได้มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.สาธิตแต่อย่างใด และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามระเบียบของ ตร. พล.ต.ต.ปรีดีได้ส่งเรื่องที่ พ.ต.อ.สาธิตมีงานค้างตั้งแต่ปี 2553-2555 และการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในอาวุธปืนสงคราม ให้กับหน่วยเหนือ คือ สพฐ. กรุงเทพ เพื่อดำเนินการทางวินัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของ สพฐ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อเท็จจริงดังกล่าว เหตุการณ์เปลี่ยนปลอกกระสุนปืนปี 2554 และกรณีมีปืนสงครามนั้น ถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม พล.ต.ต.ปรีดี ก็ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งหากไม่ดำเนินการในเรื่องใดแล้ว จะเข้าข่ายละเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ไม่ได้กลั่นแกล้ง พ.ต.อ.สาธิตแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจในกรณีการเปลี่ยนปลอกกระสุนปืน ช่วยเหลือผู้กระทำผิดเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์นั้น มีข้อสังเกตว่า เหตุใดการสอบสวนลงโทษทางวินัยจึงเป็นไปอย่างล่าช้า ใช้เวลานานถึง 5 ปี และจนป่านนี้ก็ยังไม่มีการลงโทษทางวินัยผู้กระทำผิดแต่อย่างใด ทั้งที่เรื่องนี้เป็นการกระทำความผิดทางอาญาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปรีดี ได้พัฒนาระบบงานพิสูจน์หลักฐานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้วางระบบงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การตรวจปืน การตรวจลายนิ้วมือ ตามมาตรฐานสากลโลก คือ ISO 17020 สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย รวมถึงจัดทำระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ (FIDS) ขึ้น ทำให้สามารถคลี่คลายคดีความมั่นคงและคดีอาญาทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำมาตรฐานสากลเพื่อทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่าเท่าเทียมและการสะสางปัญหาภายใน สพฐ.จะสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือต่องานพิสูจน์หลักฐานของไทย ให้เป็นมืออาชีพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ &amp;quot;เหยื่อ&amp;quot; หรือผู้เสียหายได้แค่ไหน จึงต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7630</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การทุจริตเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนของกลางคดีฆาตกรรม, ครอบครองอาวุธปืนสงคราม, ถูกกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ, พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, ลงโทษทางวินัยจึงเป็นไปอย่างล่าช้า, ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5adccce7bbc76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
