<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สานพลังสังคม-ชุมชน” ฝ่าวิกฤตโควิด !! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ผู้สูงอายุจากชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตเทศบาลนครขอนแก่นกับคูปอง &amp;lsquo;ปันกัน&amp;rsquo; ใช้ซื้ออาหารและของจำเป็นในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp; ส่งผลทำให้มีการปิดโรงงาน&amp;nbsp; ห้างร้าน&amp;nbsp; มีคนตกงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะความหิวไม่เคยปรานีใคร..!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;ครัวชุมชน&amp;rsquo; จึงผุดขึ้นมาหลายแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีทั้งคนตกงาน&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; คนชรา&amp;nbsp; เด็กๆ ที่กินไม่อิ่มท้อง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกินในชุมชน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นแกง&amp;nbsp; ผัด&amp;nbsp; ต้ม&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ขนมจีน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หรือแล้วแต่กำลังทุน&amp;nbsp; วัตถุดิบที่มี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ปันกันอิ่ม&amp;nbsp; แบ่งกันกินยามยาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผุสดี&amp;nbsp; ปั้นเลิศ&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา &amp;nbsp;เขตประเวศ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ อาศัยอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนอยู่ในที่ดินสาธารณะ&amp;nbsp; มีทั้งหมด 67 ครอบครัว&amp;nbsp; ประมาณ 300 คน&amp;nbsp; เกือบทั้งหมดมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หากินไปวันๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; มีรายได้วันละ 300-500 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากโควิดตั้งแต่ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เพราะหลายครอบครัวมีคนตกงาน&amp;nbsp; มีรายได้น้อยลง &amp;nbsp;ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; ชุมชนจึงหาทางช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; โดยนำเอาพืชผักต่างๆ ที่ปลูกบนที่ดินว่างในชุมชน (ปลูกก่อนโควิด&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา) เช่น&amp;nbsp; บวบ&amp;nbsp; น้ำเต้า&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; ฟักทอง&amp;nbsp; ผักกาด&amp;nbsp; ผักเคล&amp;nbsp; ผักน้ำ&amp;nbsp; ข่า&amp;nbsp; ตะไคร้&amp;nbsp; กะเพรา&amp;nbsp; โหระพา&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; มะเขือ&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มาแจกจ่ายไปทำกับข้าว&amp;nbsp; แต่ก็ไม่พอ&amp;nbsp; แจกจ่ายไม่ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พอดีช่วงนั้น&amp;nbsp; มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวง พม.&amp;nbsp; พอช. มีโครงการสนับสนุนให้ชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; จัดทำครัวชุมชนเพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกิน&amp;nbsp; ชุมชนได้รับเงินสนับสนุน 1 แสนบาทจึงเอามาทำครัว&amp;nbsp; แต่แจกจ่ายไปชุมชนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กันอีก 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; เป็นกับข้าวต่างๆ&amp;nbsp; แต่ทำได้ 8 ครั้งก็หมดงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผุสดีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ครัวปันอิ่มที่ชุมชนเฟื่องฟ้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์โควิดที่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงวันนี้&amp;nbsp; เธอบอกว่า&amp;nbsp; ทุกครอบครัวก็ยังลำบากอยู่&amp;nbsp; คนที่เคยขายของในตลาดก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง&amp;nbsp; เพราะหากมีแม่ค้าพ่อค้าคนใดติดโควิด&amp;nbsp; ตลาดจะต้องถูกปิด&amp;nbsp; ทำมาหากินไม่ได้อีก&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีคนนั่ง&amp;nbsp; แต่ยังมีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการทำครัวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิพุทธิกา&amp;nbsp; และ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ) มอบงบประมาณสนับสนุนการทำครัวชุมชนในปีนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนก็เอาผักสวนครัวที่ปลูกมาทำอาหาร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟักต้มไก่&amp;nbsp; คะน้า-บวบ-เอามาผัด&amp;nbsp; ฟักทองเอามาแกงไก่-ผัดไข่&amp;nbsp; ชะอมชุบไข่ทอด&amp;nbsp; แกงส้ม&amp;nbsp; น้ำพริก&amp;nbsp; ผักลวก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หมุนเวียนกันไป&amp;nbsp; ทำให้คนในชุมชนมีอาหารกิน&amp;nbsp; เด็กๆ กินอิ่มก็ไม่งอแง&amp;nbsp; ยิ้มหัวได้ทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ปีนี้เราจะทำให้ครัวชุมชนเดินไปได้ตลอด&amp;nbsp; เราจึงทำ &amp;lsquo;ครัวปันอิ่ม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ขายกับข้าวราคาถูก&amp;nbsp; ถุงละ 20 บาท&amp;nbsp; ถุงนึงจะใหญ่กว่าร้านข้าวแกงทั่วไป&amp;nbsp; ข้าวให้ฟรีไม่อั้น&amp;nbsp; และแจกฟรีสำหรับคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เด็กๆ&amp;nbsp; หรือครอบครัวไหนไม่มีเงินเราก็ให้ฟรีๆ ทั้งข้าวและกับ&amp;nbsp; เราช่วยกันทำขายอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; มีกับข้าว 5-6 อย่าง&amp;nbsp; บางครอบครัวจะซื้อเอาไปใส่ตู้เย็นกินได้ทั้งอาทิตย์&amp;nbsp; คนนอกชุมชนรู้ข่าวก็มาซื้อ&amp;nbsp; ครั้งนึงจะขายได้ประมาณ 2-3 พันบาท&amp;nbsp; ขายได้เงินไม่มาก&amp;nbsp; เพราะเราไม่ได้กะจะเอากำไร&amp;nbsp; ถือว่าช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; แบ่งปันกันกิน&amp;nbsp; ข้าวเปล่าเราก็ให้ฟรี&amp;nbsp; พอให้มีเงินมาหมุนเวียน&amp;nbsp; ถ้าทำแจกฟรีคงจะได้ไม่กี่ครั้ง&amp;nbsp; แต่ถ้าทำขายแบบนี้&amp;nbsp; เราจะช่วยกันได้ตลอดไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;เธอบอกถึงอนาคตของครัวปันอิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช่แต่จะเป็นเพียงผู้รับ&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ ยังใช้ที่ว่างในชุมชนที่พอเหลืออยู่&amp;nbsp; ปลูกสมุนไพรเพื่อป้องกันและรักษาโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ปลูกรวมแล้วกว่า 100 กระถาง&amp;nbsp; ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรเก็บไปทำยาได้แล้ว&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะช่วยกันเอามาตากแห้ง&amp;nbsp; แล้วส่งไปให้ &amp;lsquo;ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน&amp;rsquo; นำเอาไปบดบรรจุใส่แคปซูล&amp;nbsp; เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนต่างๆ ที่จัดทำครัวปันอิ่มโดยการสนับสนุนของมูลนิธิพุทธิกาเช่นเดียวกับชุมชนเฟื่องฟ้าฯ แล้ว 13 ชุมชนในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 7,792 ครัวเรือน &amp;nbsp;กระจายความช่วยเหลือได้ 28,033 คน&amp;nbsp; บางชุมชนขายอาหารราคาอิ่มละ 9-10 บาท&amp;nbsp; หรือสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp; 20 บาท&amp;nbsp; เป็นการช่วยเหลือจุนเจือกันในยามยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; เป็นหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน&amp;nbsp; มีสถาบันการศึกษา&amp;nbsp; โรงพยาบาลขนาดใหญ่&amp;nbsp; มีย่านธุรกิจการค้าที่คึกคักเฟื่องฟูมาช้านาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็มีชุมชนผู้มีรายได้น้อยกระจายอยู่รอบเมือง&amp;nbsp; มีคนทุกข์ยาก&amp;nbsp; ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะเช่าบ้าน&amp;nbsp; ต้องยึดเอาพื้นที่สาธารณะเป็นที่พักพิง&amp;nbsp; (ปัจจุบันมีประมาณ 120 คน)&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดนี้&amp;nbsp; พวกเขาต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้านงเยาว์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กงภูเวศน์ &amp;nbsp;ประธานชุมชนเหล่านาดี 12&amp;nbsp; ตั้งอยู่ริมทางรถไฟในเขตเทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 มีทั้งหมด 135 ครอบครัว&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างรายวัน&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างในตลาด&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อย ๆ&amp;nbsp; เมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; จึงคิดเรื่องทำอาหารขายให้คนในชุมชนเพื่อช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ขายในราคาถูก&amp;nbsp; จานละ 15 บาท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยวไก่&amp;nbsp; ข้าวมันไก่&amp;nbsp; ข้าวไข่เจียว&amp;nbsp; และอาหารตามสั่ง&amp;nbsp; เริ่มทำตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราขาย 15 บาท&amp;nbsp; แต่กินอิ่มเท่ากับคนอื่นขาย&amp;nbsp; 30 บาท&amp;nbsp; คนนอกชุมชนก็มากินได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เราก็ให้กินฟรี&amp;nbsp; คนที่รู้ข่าวก็มาสนับสนุน&amp;nbsp; เอาเงินมาช่วยให้ทำอาหารแจก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนที่ตกงานในชุมชน&amp;nbsp; แม่บ้านที่ว่างงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราก็ให้มาช่วยกันทำครัว&amp;nbsp; หั่นผัก&amp;nbsp; ช่วยล้างจาน&amp;nbsp; พอให้มีรายได้วันละ 100-200 บาท&amp;nbsp; แล้วแต่ใครทำน้อย&amp;nbsp; ทำมาก&amp;nbsp; แต่ก็ช่วยให้มีรายได้&amp;nbsp; คนกินก็จะได้กินของถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกันไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;ป้านงเยาว์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการจุดประกายของป้านงเยาว์&amp;nbsp; ทำให้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนและต่อยอดไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบางในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; พอช. เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กลุ่ม Hugtown เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนรูปแบบการช่วยเหลือมีหลากหลาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟนำพืชผักที่ปลูกมาแจกจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่นจัดตรวจคัดกรองเชื้อโควิดและฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนไร้บ้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนคูปองปันกัน&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการคูปองปันกัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น (พมจ.) และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในภาวะวิกฤตจากการตกงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายในเมืองขอนแก่นประมาณ&amp;nbsp; 300-500 คน&amp;nbsp; ให้มีเงินจับจ่ายซื้ออาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะจัดสรรคูปองอาทิตย์ละ 100 บาทให้แก่กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้นำไปซื้ออาหารและสินค้าจำเป็น&amp;nbsp; และยังช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียนด้วย&amp;nbsp; โดยมีชุมชนเข้าร่วม 11 ชุมชน&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; ร้านค้าเข้าร่วมรับคูปอง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 26 ร้าน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการ &amp;lsquo;สร้างพื้นที่สะสมอาหาร&amp;rsquo; &amp;nbsp;ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการจ้างงานกลุ่มคนไร้บ้านให้ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช็ดถูราวสะพานคนเดินข้าม&amp;nbsp; ให้ค่าตอบแทนวันละ 300 บาท&amp;nbsp; จ้างงานไปแล้วประมาณ 100 คนโดย พอช.สนับสนุนงบประมาณ 300,000 บาท&amp;nbsp; และ พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; 360,000 บาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ศูนย์พักคอยรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการช่วยเหลือเรื่องปากท้องดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 ยังร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp; ขอใช้พื้นที่บริเวณสถานีรถไฟชั่วคราวที่อยู่ใกล้ชุมชนจัดทำศูนย์พักคอยในชุมชน (Community&amp;nbsp; Isolation) หรือ CI เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่หนัก&amp;nbsp; เพื่อแบ่งเบาภาระของทางโรงพยาบาล&amp;nbsp; โดย CI แห่งนี้ใช้ห้องต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของสถานีรถไฟ&amp;nbsp; ปรับปรุงเป็นห้องพักสำหรับผู้ติดเชื้อหรือกักตัวดูอาการ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 7 ห้อง&amp;nbsp; รองรับได้ 14 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

ตู้ทำการภายในสถานีรถไฟชั่วคราวขอนแก่นนำมาปรับปรุงเป็น CI

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อดิเรก&amp;nbsp; แสงใสแก้ว &amp;nbsp;นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย&amp;nbsp; ในฐานะจิตอาสาที่มีบทบาทสนับสนุนการจัดวางระบบ CI &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ศูนย์พักคอยในชุมชน&amp;nbsp; หรือ CI &amp;nbsp;มีความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยที่ยังมีอาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในสถานะสีเขียว&amp;nbsp; โดยผู้ป่วยจะต้องลงทะเบียนกับ สปสช.เพื่อรับยาและเวชภัณฑ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์และพยาบาลจะดูแลผู้ป่วยผ่านระบบ telemedicine หรือให้คำแนะนำการรักษาตัวผ่านโทรศัพท์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;CI จึงเปรียบเสมือนกับโครงการแก้มลิงเพื่อพักคอยน้ำ&amp;nbsp; ไม่ให้น้ำท่วม&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะมีผู้ป่วยสีเขียวที่ต้องเข้าไปรอการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; และถ้ารักษาช้าหรือรู้ตัวว่าติดเชื้อช้าก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp; เชื้อก็จะแพร่กระจายได้มากขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;อดิเรกเปรียบความสำคัญของ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกว่า&amp;nbsp; การจัดตั้ง CI ในชุมชนนั้น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนจะต้องชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp; และท้องถิ่น&amp;nbsp; เพราะบางคนอาจกลัวว่า CI จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำให้เกิดการต่อต้าน&amp;nbsp; ต้องมีการจัดวางระบบเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp; ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การวางเตียงควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการไอ จาม&amp;nbsp; นำสารคัดหลั่งที่มีเชื้อมาแพร่กระจาย&amp;nbsp; พื้นห้องควรทำความสะอาดได้ง่าย&amp;nbsp; ไม่มีรอยแยกหรือแตกเพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องมีระบบระบายอากาศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบพักน้ำ&amp;nbsp; โดยเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนระบายน้ำทิ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องอาบน้ำ&amp;nbsp; ห้องสุขาควรแยกจากกัน&amp;nbsp; จำนวน 1 ห้องต่อผู้ป่วย 10 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เน้นการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ชุมชนมีอยู่หรือสินค้ามือสองมาปรับปรุงเป็นอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อความประหยัด &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การทำห้องความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงออกจากผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp; ซึ่งหากเป็นระบบแบบโรงพยาบาลอาจใช้งบประมาณนับล้านบาท&amp;nbsp; หากชุมชนทำเองอาจใช้เงินเพียง&amp;nbsp; 8,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง ใช้ศูนย์เด็กเล็กที่ปิดชั่วคราวทำ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ร่วมกับ พอช. สนับสนุนการจัดตั้ง CI ในชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้จัดตั้งแล้วใน 8 ชุมชน &amp;nbsp;และกำลังทยอยจัดตั้งอีกหลายแห่ง &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ชุมชนคลองลัดภาชี&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; ชุมชนคลองลำนุ่น&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ชุมชนตึกแดง&amp;nbsp; เขตบางซื่อ ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งหมดเป็น CI ขนาดเล็กตามสภาพของชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ที่ทำการชุมชนหรือศูนย์เด็กเล็กมาปรับปรุง&amp;nbsp; รองรับผู้ติดเชื้อได้ประมาณ&amp;nbsp; 5-20 คน&amp;nbsp; แต่บางแห่งอาจรองรับได้มากกว่านี้ตามสภาพพื้นที่&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณแห่งละ 50,000-150,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็นการสานพลังสังคมและชุมชนเพื่อฝ่าวิกฤตโควิดไปด้วยกัน !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116918</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, Telemedicine, กลุ่ม Hugtown, กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน, คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน, ครัวชุมชน, ครัวปันอิ่ม, จังหวัดขอนแก่น, ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน, ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา, ชุมชนเหล่านาดี 12, ปันกันอิ่ม  แบ่งกันกินยามยาก, ป้านงเยาว์   กงภูเวศน์, ผุสดี  ปั้นเลิศ, พมจ., พมจ.ขอนแก่น, พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพุทธิกา, ศูนย์พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, สร้างพื้นที่สะสมอาหาร, สสส., สานพลังสังคม-ชุมชน, อดิเรก  แสงใสแก้ว, เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น, เครือข่ายสลัมสี่ภาค, เทศบาลนครขอนแก่น, โครงการคูปองปันกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142f4a656b9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก ‘ครัวชุมชน’ ในสถานการณ์โควิด สู่การสร้างแหล่งอาหารชุมชนคนจนเมืองและชนบท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผลผลิตจากแปลงผักชุมชนเมือง เขตประเวศ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ และธนาคารไก่ที่ตำบลท้อแท้&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ครัวชุมชน&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ครัวกลาง&amp;rsquo; เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนเมืองที่มีประชาชนคนยากจนอาศัยอยู่&amp;nbsp; พวกเขาส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยที่ทำงานรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างในร้านอาหาร&amp;nbsp; สถานบริการต่างๆ หรือขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เมื่อต้องถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; พวกเขาจึงรวมตัวกันจัดทำครัวชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกินในยามที่ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนรอย &amp;lsquo;ครัวชุมชน&amp;rsquo; ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร&amp;nbsp; เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ครั้งแรกเมื่อวันที่&amp;nbsp; 26 มีนาคม 2563 &amp;nbsp;ส่งผลให้มีการปิดแหล่งชุมนุมผู้คน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; สถานบรรเทิง&amp;nbsp; แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีการควบคุมการเดินทาง&amp;nbsp; การขนส่งผู้โดยสาร&amp;nbsp; ทั้งทางรถยนต์และเครื่องบิน&amp;nbsp; ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง&amp;nbsp; เพราะทำให้มีประชาชนที่ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยที่ทำงานรับจ้างอยู่ในเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้&amp;nbsp; กลุ่มคนจนในเมือง&amp;nbsp; ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด&amp;nbsp; ได้รวมตัวช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง &amp;nbsp;เรื่องอาหารการกิน&amp;nbsp; โดยจัดทำครัวกลางขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายอาหารในชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; รวม 44&amp;nbsp; ครัว&amp;nbsp; และจังหวัดนนทบุรี 3&amp;nbsp; ครัว&amp;nbsp; รวมอาหารกว่า 120,000 กล่อง/ชุด&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีที่ต่างจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์ฟื้นฟูคนไร้บ้าน (กรุงเทพฯ เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี) เป็นการช่วยเหลือกันในยามยากที่คนจนหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ที่มีความพร้อมจัดทำครัวชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกินในชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งเผื่อแผ่ไปยังชุมชนใกล้เคียงด้วย&amp;nbsp; โดยมีภาคเอกชน&amp;nbsp; ห้างร้านต่างๆ ร่วมนำข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสด-แห้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งแอลกอฮอล์เพื่อทำเจลล้างมือมามอบให้แก่ชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมที่ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มเปิดครัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมเป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; จากนั้นจึงขยายไปยังชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; รวมทั้งในต่างจังหวัด&amp;nbsp; ตลอดช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยชุมชนที่จัดทำครัวขึ้นมา&amp;nbsp; จะมีแม่ครัวอาสาและลูกมือมาช่วยกันทำอาหารสารพัดอย่าง&amp;nbsp; ทั้งต้ม&amp;nbsp; ยำ&amp;nbsp; แกง&amp;nbsp; ผัด&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ก๋วยจั๊บ&amp;nbsp; ราดหน้า&amp;nbsp; กระเพาะปลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แล้วแต่ว่าใครมีฝีมือทางไหน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังนำพืชผักที่ชุมชนปลูกมาทำอาหารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธุ์โสม&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชุมชนต่างๆ ในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; จำนวน 20 ชุมชน&amp;nbsp; รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง (ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551) ขึ้นมาในปี 2556 เพื่อทำกิจกรรมพัฒนาชุมชนร่วมกัน&amp;nbsp; เมื่อมีสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ จึงให้สมาชิกแต่ละชุมชนสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบผู้เดือดร้อนประมาณ&amp;nbsp; 1,300 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจึงจัดทำครัวชุมชนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจัดทำข้าวกล่องแจกครั้งละ 400-500 กล่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้งบประมาณเริ่มแรกจากกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เงินสนับสนุนจากสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 130,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงได้รับงบประมาณสมทบจาก พอช.&amp;nbsp; เอามาทำครัวชุมชน&amp;nbsp; ทำเจลล้างมือ&amp;nbsp; และทำหน้ากากผ้าแจกจ่ายกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อเลี้ยงปลาดุกที่ชุมชนรุ่งมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำครัวกลางจะช่วยแก้ปัญหาได้เฉพาะหน้า&amp;nbsp; แต่ไม่ยั่งยืน&amp;nbsp; เราจึงคิดว่าชุมชนควรจะสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; เพราะเรามีพื้นที่ว่างอยู่แล้ว&amp;nbsp; เป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 400 ตารางวา&amp;nbsp; เริ่มปลูกผักตั้งแต่เดือนมีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผักบุ้ง&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผักกาด&amp;nbsp; บวบ&amp;nbsp; ถั่วฝักยาว&amp;nbsp; แตงกวา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นผักอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์อีก 6 บ่อ&amp;nbsp; เอามาทำอาหารและแจกให้ครอบครัวที่ยากลำบากเอาไปทำกินในครอบครัว&amp;nbsp; ตอนนี้แจกไปแล้วหลายรอบ&amp;nbsp; พอหมดก็จะปลูกใหม่&amp;nbsp; ปลาดุกก็เลี้ยงใหม่&amp;nbsp; 3 เดือนเอามาทำอาหารได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;นอกจากที่ชุมชนรุ่งมณีแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนอื่นๆ ที่นำผลผลิตจากชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผักสวนครัวที่ชุมชนปลูก&amp;nbsp; นำมาทำอาหารและแจกจ่ายให้แก่ครอบครัวที่มีฐานยากจนได้เอาไปกินในยามยากโดยไม่ต้องซื้อหา&amp;nbsp; และยังเป็นการสร้างแหล่งอาหารในระยะยาวของชุมชนด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคง 133 เขตบางบอน &amp;nbsp;ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู&amp;nbsp; เขตสาธร&amp;nbsp; และชุมชนในจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ใช่เพียงแค่ข้าวห่อเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการจัดทำครัวชุมชนในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และนนทบุรี&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; จนถึงช่วงปลายเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; เป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp; 2 เดือน&amp;nbsp; จนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp; รัฐบาลควบคุมได้ &amp;nbsp;จึงมีมาตรการผ่อนคลายต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้มากขึ้น&amp;nbsp; รวมทั้งวงจรธุรกิจที่หยุดชะงักได้ขับเคลื่อนต่อไป&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จัดทำครัวชุมชนและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงได้จัดเวทีสรุปบทเรียนการจัดทำครัวชุมชนเมื่อต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนชุมชนต่างๆ เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีการจัดทำครัวชุมชนทั้งหมดในพื้นที่ 22 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และ 2 เทศบาลในจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; รวม 47 ครัว&amp;nbsp; ทำอาหารแจกจ่ายทั้งหมด&amp;nbsp; 124,333 กล่อง/ชุด (จากเป้าหมาย 118,094 กล่อง/ชุด)&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการตั้งตู้ปันสุข&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 17 ตู้&amp;nbsp; มีพื้นที่ปลูกผัก&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 10 ชุมชน&amp;nbsp; และได้รับเงินบริจาคจากมูลนิธิ&amp;nbsp; บริษัท&amp;nbsp; ภาคเอกชน&amp;nbsp; ทั้งหมด 467,269 บาท&amp;nbsp; นำไปสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; รวม 462,881 บาท&amp;nbsp; ยอดคงเหลือ 4,388 บาท&amp;nbsp; (นำไปจัดตั้งกองทุนสู้ภัยพิบัติ)&amp;nbsp; และช่วยเหลือผู้เดือดร้อน/ยากไร้ 1,800 รายใน 17 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;ผู้แทนชุมชนบ้านมั่นคง 133&amp;nbsp; เขตบางบอน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชุมชนมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางบอนอยู่แล้ว&amp;nbsp; จึงนำเงินกองทุนสวัสดิการมาช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกแมส&amp;nbsp; เจล&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; เมื่อทำครัวชุมชนจึงได้ทำอาหารแจกสมาชิกในเขตบางบอน&amp;nbsp; รวม 12 ชุมชน 33 กลุ่ม&amp;nbsp; กลุ่มที่ตกขอบเราก็เข้าไปช่วยเหลือ&amp;nbsp; เข้าถึงทุกกลุ่ม&amp;nbsp; มีความภูมิใจที่ได้ได้ดูแลช่วยเหลือผู้ยากไร้&amp;nbsp; ได้เห็นครอบครัวมีความสุข&amp;nbsp; ได้กินข้าวร่วมกันจากอาหารของเรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left: 0in;&quot;&gt;ผู้แทนชุมชนพูลทรัพย์&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; เล่าประสบการณ์ว่า&amp;nbsp; การทำครัวชุมชนทำให้เกิดทีมงานช่วยเหลือดูแลกัน&amp;nbsp; ได้สำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ได้ข้อมูลผู้พิการ&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส&amp;nbsp; เพื่อจะให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp; แม่ครัวได้พูดคุยกันมีความสนุก&amp;nbsp; ประทับใจในการทำงาน&amp;nbsp; ได้กินข้าวร่วมกัน&amp;nbsp; แบ่งปันอาหารให้ชุมชนข้างเคียง&amp;nbsp; เมื่อก่อนไม่เคยมีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วย&amp;nbsp; ครัวชุมชนได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่หน่วยงานเข้าไม่ถึง&amp;nbsp; คนทำงานทุกคนเหนื่อยมาก&amp;nbsp; แต่ก็มีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เวทีสรุปบทเรียนยังได้ข้อสรุปร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เกิดการร่วมแรง&amp;nbsp; ร่วมใจ&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; เชื่อมร้อยเครือข่ายคนจน และชุมชน&amp;nbsp; ทำให้เกิดความรัก&amp;nbsp; ความสามัคคี&amp;nbsp; ชาวชุมชนเกิดกำลังใจ&amp;nbsp; มีความภูมิใจ&amp;nbsp; แสดงพลังเครือข่ายชุมชนให้สังคมได้เห็น&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เป็นผู้จัดการปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเปลี่ยนจากผู้รับเป็นผู้ให้&amp;nbsp; เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส&amp;nbsp; เปลี่ยนกิจกรรมชั่วคราวเป็นความยั่งยืน&amp;nbsp; เพราะหลายชุมชนมีแผนที่จะทำเรื่องอื่นๆ ต่อไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; ไว้เป็นแหล่งอาหารของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ชุมชนที่ยังไม่เคยมีการจัดตั้งกองทุนหรือกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; ก็มีแผนจะจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อเป็นกองทุนสำหรับเอาไว้ช่วยเหลือกันในยามเดือดร้อน&amp;nbsp; หรือรวมกลุ่มกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในระดับเขต&amp;nbsp; เพื่อรวมกลุ่มกันพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เพราะมี พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 รองรับ&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนที่กำลังถูกไล่รื้อก็มีแผนที่จะรวมกลุ่มเพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left: 0in;&quot;&gt;สมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สังคมไทยมีโครงสร้างชุมชนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่&amp;nbsp; ดูแลเฝ้าระวังกันเอง&amp;nbsp; สมัยก่อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp; คนไทยก็เยียวยากันด้วยครัวกลางหรือครัวชุมชน&amp;nbsp; ตั้งกลุ่มช่วยเหลือกันก็เริ่มจากครัวกลาง&amp;nbsp; ครั้งนี้เกิดภัยพิบัติโควิด&amp;nbsp; ชุมชนต่างๆ จึงจัดทำครัวขึ้นมา&amp;nbsp; โดยใช้หลักการว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ครัวของชุมชนโดยชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทำกันได้เอง&amp;nbsp; แต่ละครัวก็จะมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp; ทำให้เกิดความรักสมัครสมาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;ครัวกลาง&amp;nbsp; ความหมายมันไม่ใช่เพียงแค่ข้าวห่อเดียว&amp;nbsp; แต่น้ำใจการยื่นมือเข้าช่วยเหลือกันในยามยากนี้มีค่ามากนัก&amp;nbsp; เพราะได้ช่วยเหลือแบ่งปันยามยาก&amp;nbsp; และเป็นเรื่องที่น่าดีใจ&amp;nbsp; เวลาที่เกิดเรื่องร้ายๆ เราจะเห็นคนที่ลำบากยากไร้&amp;nbsp; ช่วยเหลือ&amp;nbsp; เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; ดูแลกัน&amp;nbsp; ทำให้คนจนลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้เงินน้อย&amp;nbsp; แต่ทำได้มาก&amp;nbsp; เกิดผลที่ยิ่งใหญ่&amp;nbsp; เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อยอดสร้างแหล่งอาหารระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้จะเริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp; แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อชุมชนและครอบครัวผู้มีรายได้น้อยยังไม่จางหาย&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงจัดทำโครงการ &amp;lsquo;พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ฟื้นฟูชุมชนจากวิกฤตโควิด-19&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณให้ชุมชนต่างๆ นำไปจัดทำโครงการเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; มีระบบกองทุนรองรับ&amp;nbsp; และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตในชุมชนเมือง 300 เมือง/เครือขาย&amp;nbsp; และชนบท 1,500 ตำบล&amp;nbsp; รวมงบประมาณ 144.25 ล้านบาท&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธุ์โสม&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนเมืองในกรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนรวมทั้งหมดประมาณ 47 เครือข่ายๆ ละ 200,000-300,000 บาท (ตามจำนวนสมาชิกชุมชน) ส่วนใหญ่นำมาจัดทำโครงการสร้างแหล่งอาหารมั่นคงในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกผักต่างๆ&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำอาหารและแจกจ่ายให้แก่ครอบครัวที่ยากจน&amp;nbsp; เป็นการสร้างแหล่งอาหารระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางที่มีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; มีพื้นที่ปลูกผักและเลี้ยงปลา 1 ไร่&amp;nbsp; แต่พื้นที่เท่านี้คงจะไม่พอแจกจ่ายกันทั้งหมด&amp;nbsp; เราจะแจกให้เฉพาะครอบครัวที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; และยังมีโครงการซื้อข้าวจากชาวนาที่ยโสธรและนครปฐม&amp;nbsp; เพื่อนำมาขายราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp; มีกำไรเราก็จะนำมาเข้ากองทุน&amp;nbsp; เพื่อเอาไปเป็นทุนในการสร้างแหล่งอาหารต่อไป&amp;nbsp; และหากเกิดโควิดระบาดขึ้นมาใหม่&amp;nbsp; เราได้เตรียมแผนรองรับเอาไว้แล้ว&amp;nbsp; เพราะที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ในการป้องกัน&amp;nbsp; ดูแลช่วยเหลือกันอยู่แล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงเวทย์&amp;nbsp; พูลหน่าย&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลท้อแท้ &amp;nbsp;อ.วัดโบสถ์&amp;nbsp; จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สภาฯ ได้รับงบสนับสนุนจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 45,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำโครงการ &amp;lsquo;ธนาคารไก่&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยซื้อไก่พันธุ์ไข่ที่พร้อมจะให้ไข่ (อายุ 4 เดือนขึ้นไป)&amp;nbsp; มอบให้แก่ครัวเรือนที่มีฐานะยากจนหรือด้อยโอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; 25 ครอบครัวๆ ละ 8 ตัว&amp;nbsp; โดยเพิ่งแจกไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เพื่อให้แต่ละครอบครัวมีไข่กินตลอดปี&amp;nbsp; อย่างน้อยวันละ 5 ฟอง&amp;nbsp; และให้ครอบครัวที่นำไก่ไปเลี้ยง&amp;nbsp; คืนไข่เข้ากองทุนตัวละ 10 ฟอง&amp;nbsp; (รวม 80 ฟองต่อ 1 ครอบครัว&amp;nbsp; หรือคืนเป็นเงินฟองละ 3 บาท)&amp;nbsp; ภายในระยะเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลุงเวทย์กับธนาคารไก่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อไปเราจะเอาเงินจากกองทุนมาซื้อพ่อพันธุ์&amp;nbsp; แม่พันธุ์ไก่&amp;nbsp; เพื่อฟักไข่เอง&amp;nbsp; แล้วนำไปแจกจ่ายครอบครัวอื่นๆ ให้เอาไปเลี้ยง&amp;nbsp; วันหนึ่งจะมีไข่กินอย่างน้อย 4-5 ฟอง&amp;nbsp; หรือหากเลี้ยงเพิ่มให้เยอะก็ทำเป็นอาชีพเสริมได้&amp;nbsp; ไก่ตัวหนึ่งจะให้ไข่ได้ 2-3 ปี&amp;nbsp; เมื่อหมดไข่ก็ขายหรือเอาไปทำอาหาร&amp;rdquo;&amp;nbsp; ลุงเวทย์&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลท้อแท้บอกถึงการหมุนเวียนสร้างแหล่งอาหารจากไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เป็นตัวอย่างการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส...จากพิษโควิด-19 และเศรษฐกิจตกต่ำ&amp;nbsp; จากครัวชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องเฉพาะหน้า...สู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชนเมืองและชนบทในระยะยาว&amp;nbsp; และหากเกิดการระบาดของโควิดรอบใหม่...ชุมชนต่างๆ เหล่านี้ก็เตรียมพร้อมที่จะรับมือ&amp;nbsp; !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75124</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ครัวชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f6b1fa96f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ครัวชุมชน’ คนจนเมืองในสถานการณ์โควิด-19 “ไม่ใช่เพียงแค่ข้าวห่อเดียวเท่านั้น  แต่ความหมายมันมากกว่านั้น” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp; รัฐบาลมีมาตรการยับยั้งป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส&amp;nbsp; มีการปิดห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; ห้างร้าน&amp;nbsp; และร้านอาหารต่างๆ&amp;nbsp; ที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งมีการประกาศเคอร์ฟิวส์&amp;nbsp; ทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนโดยทั่วไป&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนยาก&amp;nbsp; คนจน&amp;nbsp; ผู้มีรายได้น้อยที่ทำงานรับจ้าง&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; ต้องถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้&amp;nbsp; กลุ่มคนจนในเมือง&amp;nbsp; ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด&amp;nbsp; ได้รวมตัวช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เรื่องอาหารการกิน&amp;nbsp; โดยจัดทำครัวกลางขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายอาหารในชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; รวม 44 &amp;nbsp;ครัว&amp;nbsp; และจังหวัดนนทบุรี 3 &amp;nbsp;ครัว&amp;nbsp; รวมอาหารกว่า 120,000 กล่อง/ชุด&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีที่ต่างจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค &amp;nbsp;รวมทั้งศูนย์ฟื้นฟูคนไร้บ้าน (กรุงเทพฯ เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี) เป็นการช่วยเหลือกันในยามยากที่คนจนหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รวมน้ำใจสู้ภัยโควิด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจไปทุกหย่อมย่าน&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนจนเมืองซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; หรือหากินเป็นรายวัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลูกจ้างร้านอาหาร&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า&amp;nbsp; หลายคนต้องถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; ปิดงานกระทันหัน&amp;nbsp; ขาดเงิน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จึงสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ที่มีความพร้อมจัดทำครัวชุมชนขึ้นมาเพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกินในชุมชน&amp;nbsp; โดยมีภาคเอกชน&amp;nbsp; ห้างร้านต่างๆ ร่วมนำข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสด-แห้ง&amp;nbsp; ผักสด&amp;nbsp; รวมทั้งแอลกอฮอล์เพื่อทำเจลล้างมือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มนิสิตเก่า น้องใหม่จุฬาฯ รุ่น 2514 เครือข่ายเพื่อนปลูกเพื่อนกิน บริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด &amp;nbsp;Tesco Lotus บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด &amp;nbsp;บริษัทหยั่นหว่อหยุ่น&amp;nbsp; บริษัท เอช เค ฟาร์มาซูติคอล&amp;nbsp; มูลนิธิพุทธรักษา &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมที่ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมเป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; จากนั้นจึงขยายไปยังชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี &amp;nbsp;รวมทั้งในต่างจังหวัด&amp;nbsp; โดยชุมชนที่จัดทำครัวขึ้นมา&amp;nbsp; จะมีแม่ครัวอาสาและลูกมือมาช่วยกันทำอาหารสารพัดอย่าง&amp;nbsp; ทั้งต้ม&amp;nbsp; ยำ&amp;nbsp; แกง&amp;nbsp; ผัด&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ก๋วยจั๊บ&amp;nbsp; ราดหน้า&amp;nbsp; กระเพาะปลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แล้วแต่ว่าใครมีฝีมือทางไหน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังนำผลผลิตของชุมชนมาทำอาหารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธุ์โสม&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชุมชนต่างๆ ในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; จำนวน 20 ชุมชน&amp;nbsp; รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง (ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551) ขึ้นมาในปี 2556 เพื่อทำกิจกรรมพัฒนาชุมชนร่วมกัน&amp;nbsp; เมื่อมีสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ จึงให้สมาชิกแต่ละชุมชนสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบผู้เดือดร้อนประมาณ&amp;nbsp; 1,300 คน&amp;nbsp; จากนั้นจึงจัดทำครัวชุมชนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจัดทำข้าวกล่องแจกครั้งละ 400-500 กล่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้งบประมาณเริ่มแรกจากกองทุนสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;เงินสนับสนุนจากสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 130,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงได้รับงบประมาณสมทบจาก พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำครัวกลางจะช่วยแก้ปัญหาได้เฉพาะหน้า&amp;nbsp; แต่ไม่ยั่งยืน&amp;nbsp; เราจึงคิดว่าชุมชนควรจะสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; เพราะเรามีพื้นที่อยู่แล้วเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 400 ตารางวา&amp;nbsp; จึงเริ่มปลูกผักตั้งแต่เดือนมีนาคม&amp;nbsp; มีผักบุ้ง&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp; เป็นผักอินทรีย์&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์อีก 6 บ่อ&amp;nbsp; เอามาทำอาหารแจกกันกิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;นอกจากที่ชุมชนรุ่งมณีแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนอื่นๆ ที่นำผลผลิตจากชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผักสวนครัวที่ชุมชนปลูก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ &amp;nbsp;ชุมชนบ้านมั่นคง 133 เขตบางบอน &amp;nbsp;ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู&amp;nbsp; เขตสาธร&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;เป็นการสร้างแหล่งอาหารในระยะยาว&amp;nbsp; แม้ว่าสถานการณ์โควิดจะผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลงผักที่ชุมชนรุ่งมณีและชุมชนเฟื่องฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ใช่เพียงแค่ข้าวห่อเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการจัดทำครัวชุมชนในเขตกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และนนทบุรี&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน&amp;nbsp; จนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp; รัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้มากขึ้น&amp;nbsp; รวมทั้งวงจรธุรกิจที่หยุดชะงักได้ขับเคลื่อนต่อไป&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จัดทำครัวชุมชนและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงได้จัดเวทีสรุปบทเรียนการจัดทำครัวชุมชนเมื่อวันที่&amp;nbsp; 8 กรกฏาคมที่ผ่านมาที่สถาบันฯ โดยมีผู้แทนชุมชนต่างๆ เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่า &amp;nbsp;มีการจัดทำครัวชุมชนทั้งหมดในพื้นที่ 22 เขตในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และ 2 เทศบาลในจังหวัดนนทบุรี &amp;nbsp;รวม 47 ครัวทำอาหารแจกจ่ายทั้งหมด&amp;nbsp; 124,333 กล่อง/ชุด (เป้าหมาย 118,094 กล่อง/ชุด)&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการตั้งตู้ปันสุข&amp;nbsp; รวมทั้งหมด &amp;nbsp;17 ตู้ &amp;nbsp;พื้นที่ปลูกผัก &amp;nbsp;เพาะเห็ด&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 10 ชุมชน&amp;nbsp; และได้รับเงินบริจาคทั้งหมด 467,269 บาท&amp;nbsp; นำไปสนับสนุนชุมชนรวม 462,881 บาท&amp;nbsp; ยอดคงเหลือ 4,388 บาท&amp;nbsp; (นำไปจัดตั้งกองทุนสู้ภัยพิบัติ)&amp;nbsp; และช่วยเหลือผู้เดือดร้อน/ยากไร้ 1,800 รายใน 17 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครัวที่ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู&amp;nbsp; เขตสาธร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;ผู้แทนชุมชนบ้านมั่นคง 133&amp;nbsp; เขตบางบอน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชุมชนมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเขตบางบอนอยู่แล้ว&amp;nbsp; จึงนำเงินกองทุนสวัสดิการมาช่วยเหลือสมาชิก &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจกแมส &amp;nbsp;เจล &amp;nbsp;ข้าวสาร &amp;nbsp;อาหารแห้ง &amp;nbsp;เมื่อทำครัวชุมชนจึงได้ทำอาหารแจกสมาชิกในเขตบางบอน &amp;nbsp;รวม 12 ชุมชน 33 กลุ่ม &amp;nbsp;กลุ่มที่ตกขอบเราก็เข้าไปช่วยเหลือ &amp;nbsp;เข้าถึงทุกกลุ่ม &amp;nbsp;มีความภูมิใจที่ได้ได้ดูแลช่วยเหลือผู้ยากไร้&amp;nbsp; ได้เห็นครอบครัวมีความสุข&amp;nbsp; ได้กินข้าวร่วมกันจากอาหารของเรา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเชียร แสงพลอย&amp;nbsp; จากชุมชนบ้านมั่นคงเจริญชัยนิมิตใหม่&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; มีความประทับใจเรื่องการทำครัวกลาง &amp;nbsp;โดยทำ&amp;nbsp; 8 ครั้ง&amp;nbsp; แจกครั้งละ 500 ชุด &amp;nbsp;บางวันแจก 3 ชุมชน&amp;nbsp; แต่ชุมชนไหนที่มีคนเยอะก็แจกชุมชนเดียว&amp;nbsp; จากการทำกิจกรรมได้พบชาวบ้านที่ถูกไล่รื้อก็ได้มอบอาหารจากครัวชุมชนให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนชุมชนพูลทรัพย์&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; เล่าประสบการณ์ว่า &amp;nbsp;การทำครัวชุมชนทำให้เกิดทีมงานช่วยเหลือดูแลกัน &amp;nbsp;ได้ข้อมูลผู้พิการ&amp;nbsp; ด้อยโอกาส &amp;nbsp;&amp;nbsp;แม่ครัวได้พูดคุยกันมีความสนุก &amp;nbsp;ประทับใจในการทำงาน ได้กินข้าวร่วมกัน &amp;nbsp;แบ่งปันอาหารให้ชุมชนข้างเคียง &amp;nbsp;เมื่อก่อนไม่เคยมีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วย &amp;nbsp;ครัวกลางได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่หน่วยงานเข้าไม่ถึง &amp;nbsp;คนทำงานทุกคนเหนื่อยมาก &amp;nbsp;แต่ก็มีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน&amp;nbsp; บอกว่า &amp;nbsp;ชุมชนมีสมาชิกประมาณ 700 คน &amp;nbsp;บุกรุกริมคลองมักกะสัน &amp;nbsp;บางบ้านไม่มีเงินจะซื้อหม้อหุงข้าว &amp;nbsp;บางบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ &amp;nbsp;ได้ถุงยังชีพมา ก็หุงต้มไม่ได้ &amp;nbsp;จึงขอของในถุงยังชีพมาหุงต้มให้ &amp;nbsp;โดยขอความช่วยเหลือจากวัดใกล้ๆ &amp;nbsp;พอได้งบครัวกลาง &amp;nbsp;จึงตั้งครัวกลางขึ้น &amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆ ก็นำสิ่งของบริจาคมาช่วยเหลือ&amp;nbsp; เป็นสิ่งดีๆ ที่ชุมชนได้รับในช่วงที่มีสถานการณ์ถูกไล่รื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ครัวกลางที่ชุมชนบ้านครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีสรุปบทเรียนยังได้ข้อสรุปร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;เกิดการร่วมแรง&amp;nbsp; ร่วมใจ &amp;nbsp;ร่วมทำ&amp;nbsp; เชื่อมร้อยเครือข่ายคนจน และชุมชน &amp;nbsp;ทำให้เกิดความรัก&amp;nbsp; ความสามัคคี&amp;nbsp; ชาวชุมชนเกิดกำลังใจ&amp;nbsp; มีความภูมิใจ&amp;nbsp; แสดงพลังเครือข่ายชุมชนให้สังคมได้เห็น&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้รับผลกระทบ &amp;nbsp;เป็นผู้จัดการปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเปลี่ยนจากผู้รับเป็นผู้ให้&amp;nbsp; เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส&amp;nbsp; เปลี่ยนกิจกรรมชั่วคราวเป็นความยั่งยืน&amp;nbsp; เพราะหลายชุมชนมีแผนที่จะทำเรื่องอื่นๆ ต่อไป&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; ไว้เป็นแหล่งอาหารของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ชุมชนที่ยังไม่เคยมีการจัดตั้งกองทุนหรือกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; ก็มีแผนจะจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อเป็นกองทุนสำหรับเอาไว้ช่วยเหลือกันในยามเดือดร้อน&amp;nbsp; หรือรวมกลุ่มกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในระดับเขต&amp;nbsp; เพื่อรวมกลุ่มกันพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เพราะมีกฎหมายรองรับ (พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551)&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนที่กำลังถูกไล่รื้อก็มีแผนที่จะรวมกลุ่มเพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคงโดย พอช.จะให้การสนับสนุน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารจากครัวชุมชนบ้านมั่นคงสวนพูลแบ่งปันไปให้ชุมชนอื่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;สมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สังคมไทยมีโครงสร้างชุมชนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ &amp;nbsp;ดูแลเฝ้าระวังกันเอง &amp;nbsp;สมัยก่อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ &amp;nbsp;คนไทยก็เยียวยากันด้วยครัวกลาง &amp;nbsp;ตั้งกลุ่มช่วยเหลือกันก็เริ่มจากครัวกลาง&amp;nbsp; ครั้งนี้เกิดภัยพิบัติโควิด &amp;nbsp;ตอนแรกมีแรงคัดค้านเรื่องครัวกลาง &amp;nbsp;เพราะมองว่าคนสามารถอยู่บ้านได้ &amp;nbsp;แจกข้าวสารอาหารแห้งดีกว่า &amp;nbsp;แต่ทาง พอช. เห็นว่าครัวกลางมีประโยชน์มากกว่า &amp;nbsp;โดยใช้หลักการว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครัวของชุมชนโดยชุมชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทำกันได้เอง &amp;nbsp;แต่ละครัวก็จะมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;ทำให้เกิดความรักสมัครสมาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ครัวกลาง&amp;nbsp; ความหมายมันไม่ใช่เพียงแค่ข้าวห่อเดียว&amp;nbsp; แต่น้ำใจการยื่นมือเข้าช่วยเหลือกันในยามยากนี้มีค่ามากนัก&amp;nbsp; เพราะได้ช่วยเหลือแบ่งปันยามยาก &amp;nbsp;และเป็นเรื่องที่น่าดีใจ &amp;nbsp;เวลาที่เกิดเรื่องร้ายๆ เราจะเห็นคนที่ลำบากยากไร้ &amp;nbsp;ช่วยเหลือ &amp;nbsp;เอื้ออาธรณ์ซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;ดูแลกันและกัน &amp;nbsp;ทำให้คนจนลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้เงินน้อย &amp;nbsp;แต่ทำได้มาก&amp;nbsp; เกิดผลที่ยิ่งใหญ่ &amp;nbsp;เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่&amp;nbsp; ขอให้เชื่อมั่นในพลังแล้วเดินหน้าต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;



&amp;nbsp;


</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครัวชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f081c4897883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
