<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำสวยเองที่บ้าน..ไม่ต้องง้อคลินิก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อล็อคดาวน์นี้ยังอีกยาวไกล ชาวออฟฟิศยัง Work from home ประชุมกันรัวๆ อยู่ที่บ้าน นักเรียน นักศึกษานั่งเรียนออนไลน์อยู่หน้าจอ ใครต่อใครหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำกิจกรรมในบ้านกันเป็นหลักเพื่อความปลอดภัยและหยุดการแพร่เชื้อโรคระบาดโควิด-19 สำหรับสายบิวตี้ที่รักและดูแลใส่ใจตัวเองแม้ช่วงนี้จะไม่ได้ออกไปเผยผิวใสที่ไหน ถึงจะรอดจากแสงแดด แสงยูวี แต่ก็ไม่รอดพ้นแสง Blue light ภัยเงียบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนต่างๆ&amp;nbsp; ครั้นจะไปสถาบันเสริมความงามเจ้าประจำให้ช่วยเสกสวยแบบปุ๊บปั๊บก็ยังทำไม่ได้เพราะปิดบริการชั่วคราวอยู่&amp;nbsp; ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ชวนมาปฏิบัติภารกิจซ่อมผิวสวย กู้ผิวพัง เปิดผิวใส ไม่ง้อคลินิกไปด้วยกันในแบบง่ายๆ ทำได้ที่บ้านด้วยตัวเอง ถ้าพร้อมแล้วไม่เริ่มกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครีมบำรุง งานผิวต้องรอดต้องบำรุงอย่างให้ขาด ผลิตภัณฑ์เซรั่ม ครีมบำรุง เดย์ครีม ไนท์ครีม เป็นไอเท็มหลักในการเติมน้ำเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยมีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกใช้ได้ตามสภาพปัญหาผิวของแต่ละคน รีบไปหามาบำรุงกันไว้ช่วงนี้แหละมีเวลาเติมครีมบำรุงผิวได้เยอะเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครีมกันแดด ต่อให้หยุดกักตัวเองอยู่กับบ้าน แต่บอกแล้วว่ายากที่จะรอดพ้นแสง Blue light จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนต่างๆ ทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวก่อให้เกิดริ้วรอยได้ทั้งนั้น กฎเหล็กของสายบิวตี้เลิฟเวอร์จึงต้องทาผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างสม่ำเสมอทุกวันห้ามลืมเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;วิตามินคอลลาเจน ถ้ามาตรการล็อคดาวน์ยังทำให้ไม่สามารถไปหาคุณหมอเพื่อเติมเต็มคอลลาเจน โปรตีนโครงสร้างหลักที่มีหน้าที่ป้องกันการเสื่อมสภาพของผิว ให้ผิวนุ่มสวย เรียบเนียน ลดริ้วรอย ดูอ่อนกว่าวัยได้เหมือนเช่นเคย เราก็ต้องหาตัวช่วย ซึ่งนอกจากการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนแล้ว เดี๋ยวนี้ก็มีทั้งครีมบำรุง ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนที่มีคุณภาพได้มาตรฐานผ่านการรับรองมากมาย แถมแต่ละยี่ห้อยังเพิ่มเติมวิตามินตัวอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างผิวสวยได้อีก เพียงศึกษาวิธีการใช้ครีมบำรุง และวิธีการรับประทานอย่างถูกต้อง เท่านี้ผิวเราก็รอดสวยใสได้อีกยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไฟเบอร์ แน่นอนว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะการรับประทานอาหารพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ จะช่วยเพิ่มกากใยอาหารซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เมื่อระบบขับถ่ายมีความสมดุล ก็จะทำให้ผิวพรรณสดใส สุขภาพดีอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สุดท้ายนี้อย่าลืมเพิ่มโอโซน เพราะแม้จะบอกว่าแม้จะหลบอยู่แต่ในพื้นที่จำกัดไม่ออกไปไหนผิวก็พังได้อยู่ดี เพราะแม้แต่ควันธูปที่จุดลอยอบอวลในห้องก็เป็นหนึ่งในอาวุธร้ายทำลายผิวสวยได้เช่นกัน ดังนั้นช่วงนี้อาจหาเครื่องฟอกอากาศเล็กๆ หรือตั้งน้ำเปล่าสักแก้ววางไว้ในห้องเพื่อให้อากาศไม่แห้งจนเกินไป รวมทั้งช่วยปกป้องระบบทางเดินหายใจและปอดของเราให้ปลอดภัยจากควันและมลพิษต่างๆ ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112442</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blue light, Work from Home, ครีมกันแดด, ครีมบำรุง, ทำสวย, ที่บ้าน, ภารกิจซ่อมผิวสวย, ราชประสงค์, ล็อคดาวน์นี้ยังอีกยาวไกล, วิตามินคอลลาเจน, ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก, สายบิวตี้, ไฟเบอร์, ไม่รอดพ้นแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d25f47e99c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะนำ 3 วิธีเลือกคลีนซิ่งลดสิวฉบับบิวตี้บล็อกเกอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เพราะด้วยคุณสมบัติเด่นของคลีนซิ่งที่สามารถลบเครื่องสำอาง, ครีมกันแดด รวมไปถึงสิ่งสกปรกต่างๆ บนใบหน้าได้อย่างหมดจด ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเห็นสาวๆ หลายคนใช้ไอเทมดังกล่าวกันเป็นประจำทุกครั้งก่อนล้างหน้า ถึงแม้คลีนซิ่งจะมีข้อดีมากมาย แต่ถ้าหากใครที่เป็นสิวอยู่แล้วและเผลอไปเลือกใช้คลีนซิ่งผิดประเภท แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราหวังไว้ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น วันนี้เราจึงได้ลองรวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญในการเลือกคลีนซิ่งลดสิวมาให้สาวๆ ทุกคนได้ลองไปอ่านเพิ่มเติมกัน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะเป็นยังไง ถ้าพร้อมแล้ว ลองตามไปดูกันได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;สังเกตสภาพผิวของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจสำคัญของการเลือกคลีนซิ่งลดสิวคือการลองย้อนกลับมาสังเกตตัวเองว่าปกติแล้วผิวของเรามีสภาพแบบไหน สำหรับใครที่ผิวมัน แน่นอนว่าสิ่งที่หลายคนมักประสบพบเจอ คงหนีไม่พ้นความมันส่วนเกินบนใบหน้าซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว ในเมื่อความมันมักมาคู่กับคนผิวมันอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำเลยก็คือการมองหาคลีนซิ่งที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมและไม่ทำให้หน้ามันไปกว่าเดิม ได้แก่ คลีนซิ่งแบบน้ำ ส่วนประเภทของคลีนซิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงเลยก็คือ คลีนซิ่งแบบเจลและแบบออยล์ ในขณะเดียวกันหากใครที่เป็นคนผิวแพ้ง่าย ทางที่ดีควรมองหาคลีนซิ่งที่มีปราศจากของสารก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น แอลกอฮอล์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;หลีกเลี่ยงสารบางประเภทที่มีอยู่ในคลีนซิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;นอกเหนือไปจากการเลือกคลีนซิ่งลดสิวให้เหมาะกับสภาพผิวแล้ว อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญที่เราควรจะใส่ใจไม่แพ้กันได้แก่การหลีกเลี่ยงสารบางประเภทที่มีอยู่ในตัวคลีนซิ่ง เนื่องจากสารประเภทนี้มักก่อให้เกิดอาการระคายเคืองรวมไปถึงการอุดตันบริเวณรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของเกิดสิว โดยตัวอย่างของสารที่คนทุกสภาพผิวควรเลี่ยง ได้แก่ สารในกลุ่มซัลเฟตและสารกันเสียในกลุ่มพาราเบน รวมไปถึงน้ำหอม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ทดลองด้วยการซื้อคลีนซิ่งไซส์เล็กมาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะเกิดอาการแพ้หลังจากลองใช้คลีนซิ่งลดสิวที่ใครหลายคนบอกปากต่อปากกันว่าดี ในเมื่อสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นแบบนี้ ดังนั้นวิธีเลือกคลีนซิ่งให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการลองซื้อผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กมาใช้งานเพื่อสังเกตดูว่าหลังจากเราลองทาบริเวณที่มีสภาพผิวใกล้เคียงกับผิวหน้าอย่างหลังหูหรือข้อพับไปแล้ว ร่างกายของเราได้ส่งสัญญาณของอาการแพ้ เช่น ผดหรือรอยแดง หลังใช้งานไปแล้ว 48 ชั่วโมงหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครีมกันแดด, คลีนซิ่ง, บิวตี้บล็อกเกอร์, เครื่องสำอาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffebf53a52ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 วิธีเช็กครีมกันแดดติดทนนานที่สายรักสวยรักงามต้องรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;จริงๆ แล้วการเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UVA และ UVB เพียงอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอกับการใช้งานในเมืองไทย เพราะเราอย่าลืมไปว่า นอกจากอากาศที่ร้อนแล้ว บ้านเราโดยทั่วไปยังมีฝนตกบ่อยรวมไปถึงมีความชื้นในอากาศสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครีมกันแดดหลุดลอกหลังจากทาไปได้ไม่นาน ในเมื่อครีมกันแดดทั่วไปไม่สามารถรับมือกับสภาพอากาศของบ้านเราได้เช่นนี้ ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือการเลือกครีมกันแดดติดทนนานที่สามารถกันได้ทั้งน้ำและเหงื่อในเวลาเดียวกัน พอถึงตรงนี้หลายคนคงจะสงสัยกันใช่ไหมล่ะว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากันแดดแบบไหนมีคุณสมบัติดังกล่าว ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราได้รวบรวม 3 วิธีเช็กครีมกันแดดติดทนนานมาให้ทุกคนได้ลองไปศึกษากัน ส่วนจะมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;Water resistant&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;สำหรับใครที่กำลังมองหาครีมกันแดดติดทนนานที่มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวของเราจากรังสี UVA และ UVB อีกทั้งยังสามารถป้องกันไม่ให้เนื้อครีมหลุดลอกเมื่อโดนน้ำหรือเหงื่อ ครีมกันแดด water resistant นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ เพราะปกติแล้วครีมกันแดดประเภทดังกล่าวสามารถปกป้องผิวของเราได้นานถึง 40 นาที หากลงเล่นในน้ำ หรือมากกว่านั้นหากผิวหนังของเราสัมผัสแค่เหงื่อ นอกจาก water resistant แล้ว ในปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายยังได้มีการออกแบบกันแดดประเภท Very water resistant ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้องรังสี UVA และ UVB ได้อย่างยาวนานถึง 80 นาที ออกมาอีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;กันแดด Water resistant ต่างกับกันแดด water proof&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ถึงแม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่อย่างไรก็ตามกันแดดทั้งสองประเภทนี้กลับมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากครีมกันแดดติดทนนานที่จะได้รับตรา Water resistant นั้น ปกติแล้วจะต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการจริง แต่ในขณะที่กันแดด Water proof นั้นในทางสากลจะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรอง แต่ทางผู้ผลิตมักเลือกที่จะใช้คำดังกล่าวด้วยเหตุผลด้านการตลาดซึ่งในบางทีก็อาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;เข้าใจหลักการของ SPF และ PA&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;วิธีเลือกครีมกันติดทนนานนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ หากเราเข้าใจความหมายของคำว่า SPF และ PA โดยคำแรกหมายถึงค่าที่บ่งบอกว่าครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวของเราได้มากกว่าเดิมกี่เท่า เช่น ปกติผิวหนังของเราอาจจะทนแดดได้ 15 นาทีก่อนจะเริ่มไหม้ ซึ่งการเลือกใช้กันแดดที่มีคุณสมบัติ SPF 30 นั้นจะช่วยยืดระยะเวลาให้ผิวของเราสามารถทนแดดได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม 30 เท่า เช่น จากแต่เดิมเราอาจจะทนแดดได้เพียง 15 นาทีก็กลายเป็น 450 นาที (15x30) เป็นต้น ส่วน PA คือค่าที่ระบุถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ยิ่ง + มากเท่าไรก็ยิ่งป้องกันรังสี UVA ได้ดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;เป็นยังไงกันบ้างกับสาระน่ารู้เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกครีมกันแดดติดทนนานที่เราหยิบมาฝากกัน ก่อนจากกันไปเราอยากจะบอกทุกคนว่า นอกจากการมองหาครีมกันแดดจะเป็นเรื่องจำเป็นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรละเลยเช่นกันได้แก่การหลีกเลี่ยงกันแดดที่มีส่วนผสมของสารที่อาจทำให้แพ้ได้ เช่น วัตถุกันเสีย น้ำหอม และเบนโซฟีโนน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครีมกันแดด, ป้องกันรังสี UVA, รังสี UV</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb3e586e173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 วิธีเช็กครีมกันแดดติดทนนานที่สายรักสวยรักงามต้องรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;จริงๆ แล้วการเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UVA และ UVB เพียงอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอกับการใช้งานในเมืองไทย เพราะเราอย่าลืมไปว่า นอกจากอากาศที่ร้อนแล้ว บ้านเราโดยทั่วไปยังมีฝนตกบ่อยรวมไปถึงมีความชื้นในอากาศสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครีมกันแดดหลุดลอกหลังจากทาไปได้ไม่นาน ในเมื่อครีมกันแดดทั่วไปไม่สามารถรับมือกับสภาพอากาศของบ้านเราได้เช่นนี้ ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือการเลือกครีมกันแดดติดทนนานที่สามารถกันได้ทั้งน้ำและเหงื่อในเวลาเดียวกัน พอถึงตรงนี้หลายคนคงจะสงสัยกันใช่ไหมล่ะว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากันแดดแบบไหนมีคุณสมบัติดังกล่าว ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราได้รวบรวม 3 วิธีเช็กครีมกันแดดติดทนนานมาให้ทุกคนได้ลองไปศึกษากัน ส่วนจะมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;Water resistant&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;สำหรับใครที่กำลังมองหาครีมกันแดดติดทนนานที่มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวของเราจากรังสี UVA และ UVB อีกทั้งยังสามารถป้องกันไม่ให้เนื้อครีมหลุดลอกเมื่อโดนน้ำหรือเหงื่อ ครีมกันแดด water resistant นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ เพราะปกติแล้วครีมกันแดดประเภทดังกล่าวสามารถปกป้องผิวของเราได้นานถึง 40 นาที หากลงเล่นในน้ำ หรือมากกว่านั้นหากผิวหนังของเราสัมผัสแค่เหงื่อ นอกจาก water resistant แล้ว ในปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายยังได้มีการออกแบบกันแดดประเภท Very water resistant ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้องรังสี UVA และ UVB ได้อย่างยาวนานถึง 80 นาที ออกมาอีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;กันแดด Water resistant ต่างกับกันแดด water proof&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ถึงแม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่อย่างไรก็ตามกันแดดทั้งสองประเภทนี้กลับมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากครีมกันแดดติดทนนานที่จะได้รับตรา Water resistant นั้น ปกติแล้วจะต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการจริง แต่ในขณะที่กันแดด Water proof นั้นในทางสากลจะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรอง แต่ทางผู้ผลิตมักเลือกที่จะใช้คำดังกล่าวด้วยเหตุผลด้านการตลาดซึ่งในบางทีก็อาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;เข้าใจหลักการของ SPF และ PA&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;วิธีเลือกครีมกันติดทนนานนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ หากเราเข้าใจความหมายของคำว่า SPF และ PA โดยคำแรกหมายถึงค่าที่บ่งบอกว่าครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวของเราได้มากกว่าเดิมกี่เท่า เช่น ปกติผิวหนังของเราอาจจะทนแดดได้ 15 นาทีก่อนจะเริ่มไหม้ ซึ่งการเลือกใช้กันแดดที่มีคุณสมบัติ SPF 30 นั้นจะช่วยยืดระยะเวลาให้ผิวของเราสามารถทนแดดได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม 30 เท่า เช่น จากแต่เดิมเราอาจจะทนแดดได้เพียง 15 นาทีก็กลายเป็น 450 นาที (15x30) เป็นต้น ส่วน PA คือค่าที่ระบุถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ยิ่ง + มากเท่าไรก็ยิ่งป้องกันรังสี UVA ได้ดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;เป็นยังไงกันบ้างกับสาระน่ารู้เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกครีมกันแดดติดทนนานที่เราหยิบมาฝากกัน ก่อนจากกันไปเราอยากจะบอกทุกคนว่า นอกจากการมองหาครีมกันแดดจะเป็นเรื่องจำเป็นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรละเลยเช่นกันได้แก่การหลีกเลี่ยงกันแดดที่มีส่วนผสมของสารที่อาจทำให้แพ้ได้ เช่น วัตถุกันเสีย น้ำหอม และเบนโซฟีโนน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครีมกันแดด, ป้องกันรังสี UVA</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb3e586e173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกครีมกันแดดอย่างไรให้ปกป้องผิวได้ครอบคลุมเต็มประสิทธิภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ครีมกันแดด หนึ่งในอาวุธประจำกายที่ใช้ต่อสู้กับแสงแดดและรังสียูวีที่คอยทำร้ายผิวอยู่เป็นประจำในทุกๆ วัน และเพื่อการปกป้องผิวอย่างดีที่สุด การเลือกครีมกันแดดไม่ว่าจะเป็นกันแดดสำหรับทาหน้าหรือทาตัวก็ตาม การเลือกครีมกันแดดที่ดีนั้นไม่ควรจะเลือกแค่ครีมที่มีค่า SPF สำหรับป้องกันรังสี UVA, UVB เพียงอย่างเดียว แต่ควรที่จะต้องมองหาครีมที่มีประสิทธิภาพในการดูแลผิวของเราได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ สถานการณ์ วันนี้เราจึงอยากที่จะพาทุกคนไปดูเทคนิคดีๆ ในการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิวของเรามากที่สุด เพื่อให้การเลือกซื้อนั้นตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปกป้องผิวได้ครอบคลุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือการเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากรังสี UVA นั้นจะทำร้ายผิวเรา เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังทุกประเภทอีกด้วย ส่วนรังสี UVB นั้นจะทำให้ผิวไหม้ แสบ และทำให้เกิดรอยคล้ำบนผิวหน้าและผิวกายได้ ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถดูแลผิวได้อย่างครอบคลุมจะช่วยให้ผิวของเราห่างไกลจากริ้วรอยและมะเร็งผิวหนัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เลือกครีมกันแดดที่มีค่า PA+++ และ SPF 50 ขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เพราะว่าการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า PA+++ นั้น จะเป็นตัวช่วยในการปกป้องผิวจากรังสีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรมีค่า SPF 50 ขึ้นไป ซึ่งค่า SPF จะเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB อีกด้วย ซึ่งการเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดรอยแดง ผิวแสบ ผิวไหม้ และโรคผิวหนังที่อาจจะเกิดขึ้นจากแสงแดดได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อย่าลืมว่าต้องเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนนั้นจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญในการเลือกครีมกันแดดอย่างมาก เพราะส่วนผสมของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดนั้นก็จะมีส่วนผสมที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมีผิวที่แพ้ง่าย ก็ควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม วัตถุกันเสีย ไปจนถึงส่วนผสมที่ตัวเองแพ้อีกด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผดผื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เลือกให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;และอย่างสุดท้ายที่ไม่ควรลืมเลยก็คือการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับนักกีฬา คนที่แต่งหน้าเป็นประจำ หรือกิจกรรมต่างๆ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดให้กับผิวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งจะไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะผิวและลดการอุดตันของผิวได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78606</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครีมกันแดด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6da298d7db4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงปะการัง &#039;ปาเลา&#039; ผ่านกฎหมายห้ามใช้ครีมกันแดด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ปาเลา&amp;quot; ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านกฎหมายห้ามใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องปะการัง โดยจะเริ่มมีผลในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MATT RAND (THE PEW CHARITABLE TRUSTS/AFP/File)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาเลาเป็นประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างไปทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ราว 500 กิโลเมตร ได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแหล่งดำน้ำสวยที่สุดในโลก แต่รัฐบาลปาเลากังวลว่า การมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกับปะการัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประธานาธิบดีทอมมี เรเมเงเซา ของปาเลา เผยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า สารเคมีที่พบในครีมกันแดดส่วนใหญ่เป็นพิษต่อปะการัง แม้จะใช้ในปริมาณที่ไม่มาก เนื่องจากปาเลามีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งดำน้ำและการชมปะการังด้วยการใช้สน็อกเกิล การมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้กังวลในเรื่องสารเคมีจากครีมกันแดดมากมายที่จะปนเปื้อนในมหาสมุทร รัฐบาลปาเลาจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้มลพิษเข้าสู่สิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงได้ผ่านกฎหมายห้ามใช้ครีมกันแดด โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายห้ามครีมกันแดดที่ปาเลาประกาศใช้ ห้ามนำเข้าหรือขายครีมกันแดดทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวที่นำครีมกันแดดเข้าประเทศจะต้องโดนยึด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐฮาวายประกาศใช้กฎหมายห้ามครีมกันแดดที่เป็นพิษต่อปะการังเช่นกัน แต่กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครีมกันแดดส่วนใหญ่มีสารเคมี ได้แก่ ออกซิเบนโซน, ออกโตครายลีน และพาราเบนส์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อปะการัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2552 ปาเลาเป็นประเทศแรกของโลกที่ประกาศเขตอนุรักษ์ฉลามและห้ามทำประมงเชิงพาณิชย์ในน่านน้ำ และปีที่แล้วเริ่มใช้ &amp;quot;คำปฏิญาณปาเลา&amp;quot; ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องลงนามในหนังสือเดินทางว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อมเมื่อเดินทางเข้าประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21194</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครีมกันแดด, ปะการัง, ปาเลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdb0de0834a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
