<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล้นงบคนจนกว่าครึ่งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกงเงินคนจนลามกว่าครึ่งประเทศ ป.ป.ท.แฉผลการตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 76 &amp;nbsp;ศูนย์ พบความผิดปกติ 44 จังหวัด งบประมาณ 97 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของงบศูนย์ อยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 32 จังหวัด ผวจ.ขอนแก่นสั่งสอบเชิงลึกปมโกงคนจนเพิ่มหลัง พมจ.สอบมูลเหตุจูงใจเสร็จแล้ว &amp;nbsp;ขณะที่ ผอ.เขตการศึกษาฯ นครพนมตั้ง กก.สอบสวน ผอ.โรงเรียนคลิปฉาวกล่อมชาวบ้านช่วยปกปิดข้อมูล ด้านเจ้าตัวยังล่องหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า การดำเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี &amp;nbsp;พ.ศ.2560 จำนวน 76 ศูนย์ และศูนย์ที่ได้รับงบประมาณตั้งแต่ 1 ล้านบาท จำนวน 37 ศูนย์ มีชุดปฏิบัติการ 15 ชุด กรอบระยะเวลาภายในวันที่ 31 พ.ค.61 สำหรับจังหวัดที่ตรวจสอบพบความผิดปกติแล้ว 24 &amp;nbsp;จังหวัด คือ 1.ขอนแก่น 2.เชียงใหม่ 3.บึงกาฬ 4.หนองคาย 5.สุราษฎร์ธานี 6.ตราด 7.น่าน 8.สระแก้ว &amp;nbsp;9.อุดรธานี 10.สระบุรี 11.พระนครศรีอยุธยา 12.กระบี่ 13.ตรัง 14.ร้อยเอ็ด 15.ยะลา 16.พัทลุง 17.ชุมพร 18.สุรินทร์ 19.อ่างทอง 20.พิษณุโลก 21.ชัยภูมิ 22.บุรีรัมย์ 23.สงขลา และ 24.นราธิวาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง 7 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น, เชียงใหม่, บึงกาฬ, หนองคาย, สุราษฎร์ธานี, ตราด และน่าน นอกจากนี้ได้พบความผิดปกติการใช้จ่ายงบประมาณในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาอีก 20 จังหวัด ประกอบด้วย 1.มหาสารคาม 2.ลำพูน 3.นครราชสีมา 4.อำนาจเจริญ 5.ยโสธร 6.อุบลราชธานี 7.นครพนม 8.กาฬสินธุ์ 9.พิจิตร 10.ราชบุรี 11.มุกดาหาร 12.ลำปาง &amp;nbsp;13.เชียงราย 14.แม่ฮ่องสอน 15.ตาก 16.อุทัยธานี 17.สตูล 18.ลพบุรี 19.หนองบัวลำภู และ 20.นครปฐม ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการตรวจสอบศูนย์จำนวน 76 ศูนย์ สามารถสรุปพบความผิดปกติจำนวน 44 จังหวัด &amp;nbsp;งบ 97,842,000 บาท คิดเป็นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณศูนย์ และอยู่ระหว่างตรวจสอบ จำนวน 32 จังหวัด งบ 25,317,000 บาท คิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณศูนย์ ส่วนพฤติการณ์ที่ปรากฏคือปลอมเอกสารทั้งหมด ซึ่งผู้มีรายชื่อไม่ได้รับเงินเลย, ปลอมเอกสารบางส่วน คือผู้มีรายชื่อไม่ได้รับเงินเลยและผู้มีรายชื่อไม่ได้รับเงินบางส่วน, ผู้ได้รับเงินเป็นผู้ไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับเงินสงเคราะห์ และมีการนำเงินมาให้ผู้มีรายชื่อในช่วงเวลาที่ทำการตรวจสอบ และมีการแจ้งผู้มีรายชื่อว่าหากมีการตรวจสอบให้บอกว่าได้เงินครบถ้วน ซึ่งได้มีการสอบถ้อยคำเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินคดีต่อไป&amp;quot; พ.ต.ท.วันนพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ว่าจากการที่ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ทำการร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช.เกี่ยวกับการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยโรคเอดส์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น จนกระทั่ง ป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบมูลความผิดในการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว ทั้งยังคงมีการขยายผลสอบสวนการดำเนินการตามโครงการของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในอีกหลายจังหวัด โดยที่จังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นควบคู่กับการทำงานของ ป.ป.ท. โดยมอบหมายให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น หรือ พมจ.ขอนแก่น เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมุ่งเน้นแนวทางการสอบสวนไปที่มูลเหตุจูงใจที่ทำให้นางพวงพยอม จิตรคง ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นตัดสินใจทำการทุจริตดังกล่าว ซึ่งความคืบหน้าการสอบสวนล่าสุด ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนได้สรุปเรื่องและรายงานให้ทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการสอบสวนในส่วนของจังหวัดที่แต่งตั้งขึ้นมานั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกในหลายๆ มิติ และจะเป็นข้อมูลร่วมกับ ป.ป.ท.ในการสืบหาข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมมากที่สุด โดยการสอบสวนในส่วนมูลเหตุจูงใจนั้น พมจ.ได้ส่งข้อมูลมาแล้ว และขณะนี้ได้สั่งให้คณะกรรมการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมอีก 2 ประเด็น&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นกล่าวอีกว่า การสั่งสอบสวนเพิ่มเติมใน 2 ประเด็นประกอบด้วย การตรวจสอบข้อระเบียบในการสั่งจ่ายเงินให้ชาวบ้านของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น รายละ 2,000 บาทนั้น &amp;nbsp;ใช้คำว่าไม่เกิน 2,000 บาท หรือระบุชัดเจนว่าต้องรายละ 2,000 บาท และอีกประเด็นคือให้ตรวจสอบดูว่ามีบุคคลอื่น หรือเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ที่อยู่ภายใต้อำนาจการดูแลของ ผวจ.ขอนแก่น มีส่วนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานต่างๆ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งด้วยหรือไม่ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปข้อมูลทั้งหมดได้ในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจสอบข้อมูลของจังหวัดนั้น เป็นข้อมูลที่ ป.ป.ท.และ พมจ.ได้ดำเนินการแบบคู่ขนาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรอบคอบมากที่สุด หากพบว่ามีข้าราชการในส่วนที่ ผวจ.ขอนแก่นกำกับดูแลอยู่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงาน ป.ป.ท.ตรวจสอบพบมีการทุจริตการเบิกจ่ายเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม โดยมีชาวบ้านผู้เสียหายจำนวน 564 ราย ที่มีการเบิกจ่ายเงินรวม 12 &amp;nbsp;อำเภอหรือทั้งจังหวัด เป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท แต่เกิดปัญหาเนื่องจากมีการจ่ายเงินไม่ครบตามความเป็นจริง ซึ่ง ป.ป.ท.ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนมและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังได้มีการนำหลักฐานคลิปวิดีโอและเสียงที่ชาวบ้านบันทึกเป็นหลักฐาน กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนเพียงหลวง 10 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม &amp;nbsp;ออกมาหารือชาวบ้านเพื่อให้ช่วยปกปิดข้อมูล ให้ชาวบ้านช่วยยืนยันว่ามีการรับเงินครบตามจำนวน &amp;nbsp;อันเป็นหลักฐานสำคัญที่ ป.ป.ท.จะได้นำไปประกอบการดำเนินคดีในฐานความผิดให้การสนับสนุนการทุจริต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนเพียงหลวง 10 บ้านเทพนิมิตร หมู่ที่ 9 ต.หนองซน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากนายหลักชัย วงษ์หมอก ผอ.โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนได้เปิดการเรียนการสอนตามปกติตั้งแต่ชั้นอนุบาล-ป.6 แต่ไม่พบตัว ผอ.โรงเรียนแต่อย่างใด สอบถามครูที่สอนได้ความว่าเพิ่งออกไปเมื่อสักครู่โดยไม่ได้บอกว่าไปที่ไหน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม ตั้งอยู่บ้านภูเขาทอง ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับนางสุคนธ์ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการศูนย์ แต่ไม่พบมีเพียงเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คนยังทำงานปกติ โดยให้ข้อมูลว่า ผอ.ไม่อยู่ไปราชการที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นายประสงค์ สุภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 2 &amp;nbsp;นครพนม เปิดเผยว่าหลังมีข่าวกรณีชาวบ้านถ่ายคลิปผู้อำนวยการโรงเรียนเพียงหลวง 10 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนการทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ เบื้องต้นตนได้พูดคุยสอบถามไปยังเจ้าตัว คือ นายหลักชัย วงษ์หมอก ผอ.โรงเรียนแล้ว ทราบว่าไม่มีเจตนาสนับสนุนโกงเงินคนจน แต่เป็นการพูดคุยหารือกับชาวบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่าเข้าข่ายความผิดจะมีการเอาผิดทางวินัยตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมายืนยันว่าผู้บริหารโรงเรียนท่านนี้ไม่เคยมีปัญหาในการทำงาน และเป็นโรงเรียนตัวอย่างด้วย จึงต้องรอผลการสืบสวนข้อเท็จจริง&amp;quot; นายประสงค์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครึ่งประเทศ, ทุจริตเงินผู้ยากไร้, พม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa69866c3623.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
