<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดฉุดอสังหาขาลง ครึ่งปีแรก 64 ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่หดวูบ 32%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;7 กันยายน 2564 นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ในปี 2564 นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังประสบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งค่อนข้างรุนแรงมากขึ้นและยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติลงเมื่อไร ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย และภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยของทั้งประเทศ
ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้สำรวจภาคสนามถึงสภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 27 จังหวัดที่สำคัญ โดยพบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของอุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มีจำนวนหน่วยเพียง 29,775 หน่วย ลดลงร้อยละ -32.0 และมีมูลค่า 118,667 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -37.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ในกลุ่มโครงการอาคารชุดมีการชะลอตัวลงมากกว่าโครงการบ้านจัดสรร โดยโครงการอาคารชุดเข้าใหม่ในพื้นที่ 27 จังหวัด มีจำนวนประมาณ 8,769 หน่วย รวมมูลค่า 28,918 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -46.0 และ ร้อยละ -53.3 ตามลำดับ ในขณะที่โครงการบ้านจัดสรรเข้าใหม่มีจำนวนหน่วยประมาณ 21,006 หน่วย มูลค่ารวม 89,749 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -23.9 และร้อยละ -29.6 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงของอุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่เช่นนี้ ส่งผลต่อภาพรวมของอุปทานที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่มีการขายในตลาดพื้นที่ 27 จังหวัด ณ ครึ่งปีแรกปี 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 328,657 หน่วย มูลค่ารวม 1,446,276 ล้านบาท จำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -5.7 มูลค่าลดลงร้อยละ -6.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ไม่เพิ่มเติมสินค้าใหม่เข้ามาในตลาดมากนัก แต่จะเน้นการระบายสินค้าเดิมที่มีอยู่ออกไป เพื่อสร้างสภาพคล่องในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในภาวะที่ยังมีการระบาดของ COVID-19 ทำให้กำลังซื้อของผู้ที่ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัย และความสนใจในการซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง หรือเพื่อการลงทุนมีการชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเจนจากยอดขายที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในภาพรวม ที่พบว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2564 มีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ประมาณ 45,895 หน่วย มูลค่า 195,803 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ -14.3 และ -14.7 ตามลำดับ โดยเป็นโครงการบ้านจัดสรรขายได้ใหม่ 27,489 หน่วย มูลค่า 124,219 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -22.6 และร้อยละ -20.7 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่โครงการอาคารชุดขายได้ใหม่ 18,406 หน่วย มูลค่า 71,583 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 ส่วนมูลค่าลดลงร้อยละ -1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 สำหรับการที่อาคารชุดขายได้ใหม่มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะในปี 2563 มีฐานที่ต่ำมาก นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราดูดซับในภาพรวมลดลงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ยอดขายใหม่จะขายได้น้อยลง แต่ผลจากการที่อุปทานเข้าใหม่ในตลาดน้อยลงนั้น ส่งผลให้จำนวนหน่วยเหลือขายลดลงตามไปด้วย โดย ณ ครึ่งแรกปี 2564 มีที่อยู่อาศัยเหลือขายจำนวน 282,762 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 1,250,473 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -4.1 และร้อยละ -4.9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนับได้ว่าเป็นการลดแรงกดดันของภาวะหน่วยเหลือขายในตลาดให้ลดความรุนแรงลง และสะท้อนว่าตลาดมีการปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ส่งสัญญาเตือนตลาดมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115936</URL_LINK>
                <HASHTAG>2564, ครึ่งปีแรก, ตลาดอสังหาริมทรัพย์, ติดลบ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2c7f1d4048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปลื้มครึ่งปีแรกส่งออกอาหาร 441,000 ล้านบาท ลุยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอาหารไทยมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น สาเหตุหลักเนื่องจากการดำเนินการเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีการดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนในรูปแบบ กรอ.พาณิชย์ พร้อมคอยกำกับติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่จะกระทบเศรษฐกิจไทย ทำให้ล่าสุดประเทศไทยสามารถส่งออกสินค้าอาหาร ไม่รวมน้ำตาล มูลค่ากว่า 441,014 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก คือระหว่างมกราคม &amp;ndash; มิถุนายน 2564 โดยมีสินค้าประเภทผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่เข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารทะเลสด แช่เย็นแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป ไก่สดแช่แข็ง และแปรรูป และเครื่องดื่มทุกชนิด ที่ส่งออกมากที่สุดตามลำดับ
&amp;nbsp;
&amp;quot;จากการระบาดโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่ระบาดไปทั่วโลกตอนนี้นั้น ทำให้ตลาดโลกมีความต้องการสินค้าอาหารที่ปลอดภัย ได้คุณภาพ และมุ่งตอบโจทย์ข้อกังวลทางด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ในประเด็นนี้นั้น ท่านรองนายกฯ จุรินทร์ มีวิสัยทัศน์ที่ได้เตรียมรองรับความต้องการดังกล่าวตั้งแต่โรคโควิดระบาดตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ได้เสนอการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารไทยให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภคทั่วโลก ในรูปแบบหนังสือรับรอง COVID-19 Prevention Best Practice สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าอาหาร โดยมีการลงนามความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย&amp;rdquo; นางมัลลิกา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 โดยนายจุรินทร์เป็นประธานสักขีพยานนั้น กรมประมงได้ออกหนังสือรับรองดังกล่าวให้แก่โรงงานอาหารทะเลแช่เย็นและแช่แข็ง และโรงงานผลิตอาหารทะเลกระป๋อง ให้กับโรงงานผู้ส่งออกแล้ว กว่า 237 โรงงานแล้ว นอกจากนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรียังติดตามการสร้างการตระหนักรับรู้ และตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าสินค้าอาหารไทยมีคุณภาพ และปลอดภัยในทุกๆ ขั้นการผลิตและการจัดส่งถือมือผู้บริโภคภายใต้แคมเปญ &amp;lsquo;Thailand Delivers with Safety&amp;rsquo; ผ่านทูตพาณิชย์ที่เป็นเซลส์แมนประเทศ ซึ่งประจำการในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขอหนังสือรับรองดังกล่าวเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ สามารถติดต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนส่งออกไปยังผู้นำเข้าในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111821</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครึ่งปีแรก, มาตรฐานอาหารปลอดโควิด, ส่งออกอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610635e4e6ce7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
