<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพป.บุรีรัมย์เขต 3 ตั้งกก.สืบปมครูพละข่มขืนเด็กป.6 หากพบมีมูลจะพิจารณาสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สพป.บุรีรัมย์​ เขต 3 ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงครูพละข่มขืนลูกศิษย์ ป.6 &amp;nbsp;รวมถึง ผอ.และครูที่ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวครู ให้เสร็จภายใน 15 วัน หากพบมีมูลกระทำผิดจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ขณะชุดเฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. เตรียมลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง&amp;nbsp;ร่วมถกมาตรการป้องกันเกิดเหตุซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.63 - ความคืบหน้ากรณีที่​ผู้ปกครองนักเรียนหญิง ชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง ให้ดำเนินคดีกับนายกิตติภพ หรือครูบอย อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาพลศึกษา​ได้ล่อลวงลูกสาวไปกระทำชำเรา​ภายในบ้านครู​ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งส่งข้อความแชทบอกเด็กอย่าลืมกินยาคุม และข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร อีกทั้งยังมีการส่งตัวแทนครูในโรงเรียนไปเจรจากับผู้ปกครองของเด็กไม่ให้เอาเรื่องเพราะเกรงจะเสื่อมเสียชื่อเสียงโรงเรียน ต่อมาได้มีตัวแทนชาวบ้าน และพ่อแม่ ผู้ปกครองนักเรียน กว่า 100 คนได้เดินทางไปรวมตัวกันภายในบริเวณโรงเรียน เพื่อประท้วงขับไล่ ผอ.และครูชำนาญการอีก 2 คน เนื่องจากไม่พอใจที่ ผอ.และครู ได้ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวครูหื่นรายนี้เพราะถือเป็นการช่วยเหลือปกป้องคนผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด​ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ในฐานะต้นสังกัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ทั้งประเด็นที่ผู้ปกครองแจ้งความกล่าวหาว่าครูกระทำชำเรานักเรียนชั้น ป.6 &amp;nbsp;ถึงแม้ว่าจะเป็นครูอัตราจ้าง และลาออกจากโรงเรียนไปแล้วก็ตาม แต่เหตุเกิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียน รวมถึงสืบข้อเท็จจริงกรณีที่ผู้ปกครอง​ และ​ชาวบ้าน​ประท้วงเรียกร้องให้ย้าย ผอ.และครู ที่ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวครูบอยที่ถูกกล่าวหา และมีส่วนในการไปเจรจาไกล่เกลี่ยให้ยุติเรื่อง&amp;nbsp;โดยการสืบข้อเท็จจริงก็จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็วไม่เกินภายใน 15 วัน เมื่อผลสืบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ หากพบว่ามีมูลทางคณะกรรมการก็จะพิจารณาดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกรณีที่ผู้ปกครองและชาวบ้านเรียกร้องให้ย้าย ผอ.และครูนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ในทันทีต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ซึ่งก็ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่​ทางชุดเฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) จาก สพฐ. ก็เตรียมลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงในกรณีที่เกิดขึ้นในวันนี้ พร้อมร่วมหารือมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72086</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูข่มขืนเด็กนักเรียน, ครูหื่น, จังหวัดบุรีรัมย์, สพป.บุรีรัมย์ เขต 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f167bb428ac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครองฮือไล่ ผอ.ใช้ตำแหน่งประกันตัวครูหื่นชำเราเด็ก ป.6 แฉซ้ำมีนักเรียนถูกลวนลามหลายคนแต่เรื่องเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ปกครอง และชาวบ้าน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ฮือประท้วงไล่ ผอ.และครูไม่พอใจที่ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวครูหื่น​ กระทำชำเราลูกศิษย์ ป.6 ทั้งพยายามไกล่เกลี่ยให้จบเรื่อง​ ถือเป็นการปกป้องคนผิด ผู้ปกครองบางคนถึงกับร้องไห้ห่วงลูกหลาน​ หวั่นตกเป็นเหยื่อ &amp;nbsp;แฉซ้ำมี นร.ถูกลวนลามหลายคน​ แต่เรื่องเงียบไม่มีการลงโทษ ขณะ ผอ.ล่องหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 -&amp;nbsp;ตัวแทนชาวบ้าน และพ่อแม่ ผู้ปกครองนักเรียนจาก 5 หมู่บ้านในพื้นที่&amp;nbsp;อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;กว่า 100 คน​ ได้เดินทางมารวมตัวกันภายในบริเวณโรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลหนองโสน&amp;nbsp;อำเภอนางรอง&amp;nbsp;เพื่อประท้วงขับไล่ ผอ.และครูชำนาญการอีก 2 คน เนื่องจากไม่พอใจที่&amp;nbsp;ผอ.และครูได้ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวนายกิตติภพ หรือ &amp;ldquo;ครูบอย&amp;rdquo; อายุ 33 ปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นครูสอนวิชาพละที่ตกเป็นผู้ต้องหากระทำชำเรา ด.ญ.ชั้น ป.6&amp;nbsp;ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตัวเอง ออกมาจากเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชาวบ้านและผู้ปกครองเกรงว่า​ ครูบอย ซึ่งได้รับการประกันตัวออกมาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&amp;nbsp;หรือข่มขู่ผู้เสียหายและครอบครัวให้เกิดความหวาดกลัว ทั้งไม่พอใจที่ ผอ. ส่งตัวแทนครูไปเจรจากับผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหาย เพื่อให้ยุติเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการช่วยเหลือปกป้องคนผิด โดยไม่นึกถึงความรู้สึกของผู้ปกครองและตัวเด็กที่ถูกกระทำเลย&amp;nbsp;จึงได้พากันมาประท้วงเรียกร้องให้ ผอ.ยุติการทำหน้าที่ในโรงเรียน&amp;nbsp;และร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนด้วย ทั้งเกรงว่าจะเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทองจันทร์ คุ้นเคย อายุ 58 ปี&amp;nbsp;กล่าว​ทั้งน้ำตาว่า&amp;nbsp;ตนเองมีลูกสาวเรียนอยู่โรงเรียนแห่ง​&amp;nbsp; หลังทราบข่าวเรื่องครูมีพฤติกรรมชอบลวนลามถึงขั้นกระทชำเราเด็กแบบนี้ ก็เป็นห่วงลูกสาวมาก กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก&amp;nbsp;แล้วอยากจะถามว่าครูในโรงเรียนทำผิดแล้วทำไม ผอ.ถึงต้องปกป้องคนผิด &amp;nbsp;ถึงขั้นใช้ตำแหน่งประกันตัวออกมา ก็อยากให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียหายด้วย หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ชาวบ้านผู้ปกครองก็จะพากันไปร้องเรียนมูลนิธิปวีณาและนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสงวน รัตนาพิวัฒน์ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;บอกว่าโรงเรียนแห่งนี้ตั้งมาเกือบ 100 ปีแล้ว​ ไม่เคยมีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้และที่ตัวแทนชาวบ้าน พร้อมผู้ปกครองนักเรียน มารวมตัวในวันนี้เพราะไม่พอใจที่ทาง ผอ. และครูบางคนใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัว&amp;nbsp;และรับไม่ได้ที่ส่งตัวแทนครูไปเจรจาไกล่เกลี่ยให้ผู้ปกครองเด็กผู้เสียหาย ถือเป็นการปกป้องคนทำผิด&amp;nbsp;จึงอยากให้ ผอ.พิจารณาตัวเองย้ายออกจากโรงเรียนแห่งนี้&amp;nbsp;แล้วคนกระทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย และเยียวยาผู้เสียหายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน​ นางชนาภา&amp;nbsp;(ขอสงวนนามสกุล)&amp;nbsp;อายุ 33 ปี&amp;nbsp;หนึ่งในผู้ปกครองบอกว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมาหลานสาวของตนเองก็เคยมาเล่าให้ฟังว่า&amp;nbsp;เคยถูกครูบอยเรียกเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;แล้วพยายามลวนลามด้วยการหอมแก้มและกอดจูบ&amp;nbsp;แต่ก็มีคนช่วยเหลือจึงไม่ได้ถูกลงโทษอะไร&amp;nbsp;แต่ในใจก็อยากให้ครูคนนี้ลาออก เพราะกลัวจะมากระทำกับหลานสาวและนักเรียนคนอื่นอีก กระทั่งล่าสุดครูบอยก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.ชั้น ป.6&amp;nbsp;จึงอยากให้เอาผิดกับครูคนดังกล่าวจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด น.ส.เพชรรัตน์&amp;nbsp;ภูมาศ&amp;nbsp;นายอำเภอนางรอง &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายโชคอนันต์&amp;nbsp;วิชัยเลิศ รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ก็ได้เดินทางมายังโรงเรียนบ้านดังกล่าว พร้อมเรียกตัวแทนผู้ปกครองเข้าไปพูดคุยเสนอข้อเรียกร้อง และหาข้อยุติภายในห้องประชุมของโรงเรียน&amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นทาง สพป.บุรีรัมย์​ เขต 3 ชี้แจงว่า​ นายกิตติภพ หรือครูบอยเป็นครูอัตราจ้าง&amp;nbsp;เมื่อกระทำความผิดก็ได้ลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว&amp;nbsp;แต่กรณีที่เหตุเกิดในบริเวณโรงเรียน&amp;nbsp;ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการขั้นตอน&amp;nbsp;ส่วนคดีอาญาก็เป็นหน้าที่ของทางตำรวจที่จะดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72022</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูข่มขืนเด็กนักเรียน, จังหวัดบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f157143657b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พักใช้ตั๋วครู 7 ราย มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับนักเรียน  รวมครูข่มขืนนักเรียนม.2ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15พ.ค.63-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวภายหลังการประชุม กมว.ว่า ที่ประชุมมีมติพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของข้าราชการครู 6 ราย และพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 รายรวม 7 รายเป็นเวลา 60 วัน ประกอบด้วย กรณีข้าราชการครูที่ร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.มุกดาหาร จำนวน 5 ราย และครูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีพฤติกรรมแชทพูดคุยกับนักเรียนหญิงชั้น ม.5 เชิงชู้สาว จำนวน 1 ราย รวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง จ.เพชรบูรณ์ที่มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับนักเรียนในห้องเรียน จำนวน 1 ราย ขณะเดียวกัน กมว.ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งหากผลสอบข้อเท็จจริงสรุปว่าข้าราชการทั้ง 7 รายกระทำความผิดจริงก็จะต้องถูกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันทีไม่สามารถไปสมัครเป็นข้าราชการครูที่โรงเรียนแห่งไหนได้อีก รวมถึง กมว.จะขึ้นแบลคลิสต์ห้ามเป็นครูตลอดชีวิต &amp;nbsp;เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้ที่คนเป็นครูมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมส่งหนังสือตักเตือนครูที่แสดงความเห็นโพสต์ให้กำลังใจกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพครูจำนวน 5 รายที่ถูกกล่าวโทษว่าร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีที่ จ.มุกดาหารด้วย เนื่องจากครูจะต้องคำนึงกาลเทศะว่าเวลาไหนควรทำอะไร ซึ่งที่สำคัญจะต้องคำนึงถึงความเป็นครูและทำให้สังคมยอมรับ โดยการส่งหนังสือตักเตือนครั้งนี้จะเป็นกรณีตัวอย่างให้ครูทั่วประเทศได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของครู ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนของครูทั้ง 5 รายกมว.ต้องขอรอดูผลการสอบสวนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก่อนว่าผู้บริหารโรงเรียนกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ อีกทั้งมีส่วนรู้เห็นหรือช่วยเหลือกลุ่มครูทั้ง5 รายหรือไม่ ซึ่งหากพบมีความผิดจริง กมว.จะนำมาพิจารณาโทษอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66008</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมว., ครูข่มขืนเด็กนักเรียน, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, พักใบอนุญาตตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe43f84aeec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้ามล&#039; สุดอึ้งเด็กนร.หญิงบอกไม่มีใครในโรงเรียนห่วงใยแม้แต่คนเดียว หลังไปแจ้งความถูกครูรุมโทรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีครู 5 คนและศิษย์เก่า 2 คนร่วมรุมโทรมเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 และ ม.4 ที่โรงเรียนบ้านดงมอนวิทยาคม จังหวัดมุกดาหาร ล่าสุด นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็กและเยาวชนและครอบครัว ลงพื้นที่บ้านดงมอน และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร เพื่อพูดคุยกับเด็ก และครอบครัวผู้เสียหาย ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเด็กถูกละเมิดมานาน มีความบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ หากปล่อยให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติยิ่งเป็นการซ้ำเติม จึงต้องเข้าช่วยเหลือให้เด็กปลอดภัย เข้มแข็งจนให้ข้อมูลหลักฐานที่หนักแน่น และเข้าถึงความเป็นธรรมให้เร็วที่สุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทิชา กล่าวว่า ภารกิจที่สำคัญคือ อยากจะมาคุยกับน้อง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ที่กล้าหาญออกมาเพื่อที่จะสื่อสารกับสังคมว่า ตลอดเวลาเขาถูกครูละเมิดทางเพศ สำหรับป้าอยากให้นิยามนี่คือ ความกล้าหาญของเด็ก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน เพราะว่าคนที่ละเมิดเขามีอำนาจเหนือเขา ที่สำคัญเขาน่าจะตกอยู่ในความกังวลใจ และกลัวตลอดเวลา เมื่อเขาตัดสินใจออกมา เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ เพื่อยืนยันว่าเขากล้าหาญมาก ที่ทำให้เรื่องพวกนี้ ถ้าหากว่าเขาไม่ออกมาก็เป็นไปได้สูงมากที่ผู้ใหญ่กลุ่มนี้จะไปกระทำกับคนอื่นๆ ด้วยความฮึกเหิม ที่ผู้ใหญ่กลุ่มนี้แผ่ขยายออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นที่ใครหาว่า เขาเป็นเด็กไม่ดี ถูกประจาน หาว่าเด็กประจานโรงเรียน ตอนนี้มีคนส่งสัญญาณทางโทรศัพท์ เขาตัดสินใจไม่ใช้โทรศัพท์แล้ว ตอนนี้เพื่อน ๆ อาจจะด่ามา ซึ่งเราจะเปลี่ยนความรู้สึกให้เขาว่า ไม่ประจานโรงเรียน จะเป็นผู้ใหญ่กลุ่มนั้นมากกว่า เวลาเด็กเป็นผู้ถูกกระทำเขาจะสับสน คิดว่าตัวเองแย่อยู่แล้ว ให้รู้ว่าหนูกล้าหาญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้เด็กอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กอยู่ เพื่อให้คดีสามารถที่จะดึงเอาข้อเท็จจริงออกมา และปัจจัยที่เด็กจะเข้าไปอยู่คุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นด้วย และเปิดทางเอาไว้ และอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาพบเด็กแล้ว&amp;nbsp;ถ้าเด็กได้ย้ายออกจากบ้านพักของเขา และเข้าไปอยู่ในความคุ้มครองพยาน ขบวนการที่จะสู่สืบพยาน สอบสวนและสืบพยาน มันจะไม่มีแวดล้อมอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เด็กก็จะอยู่นิ่ง และก็การเรียงไทม์ไลน์ เดือน ปี พ.ศ. สถานที่มันจะค่อยไหลออกมา ซึ่งความแม่นจำขนาดนี้ มันจะทำให้คดีขึ้นสู่ศาลไม่มีข้อโต้แย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเด็กยังอยู่ในที่นี้ไม่ปลอดภัย หรืออยู่ในที่ถูกรบกวน ถูกแทรกแซง ถูกข่มขู่ โอกาสที่เด็กจะให้ปากคำอย่างแม่นยำอย่างเต็มที่ มันอาจจะไม่มีหลังจากนี้ไป หวังว่าการติดสินใจของ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครอบครัวคือการเข้าสู่การคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เรื่องทั้งหมดนี้เราตัดสินใจแทนครอบครัวเขาไม่ได้ วันนี้เราบอกกับครอบครัวว่า เป้าหมายที่จะต่อสู้คืออะไร คือสู้เอาคนผิดมาลงโทษ สู้เพื่อให้คนที่ละเมิดสิทธิเหลือจำนวนที่น้อยลง คนที่ทำก็ติดคุกไป จะทำใหม่ก็ต้องไม่กล้าทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่าถ้าให้ชนะได้ ต้องมีขบวนการที่แน่นพอสมควร วันนี้ (14 พ.ค.) ทางครอบครัวจะให้คำตอบ จะบังคับไม่ได้ มาในฐานะของคนที่อยากเห็นสังคมไทย อยากให้เด็กๆมีชีวิตที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในโรงเรียน พูดถึงเหตุผลหลักการต่าง ๆ เด็กและครอบครัวเข้าใจเป้าหมายที่ชัดเจน คนที่ไปนั่งคุยด้วย เห็นเป้าหมายชัดเจนการตัดสินใจก็แม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทิชา กล่าวว่า สิ่งที่ดีที่สุดในขบวนการยุติธรรมในครั้งนี้คือ เข้าไปอยู่ในความคุ้มครอง ออกจากทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด ไปอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งตอนนี้ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครอบครัวเข้าใจเหตุผลแล้ว เข้าใจเป้าหมายในการต่อสู้แล้ว เหลือการตัดสินใจ ซึ่งก็ให้เวลา ถ้าตัดสินใจแล้วก็ส่งสัญญาณมาบอกเรา ทางรัฐมนตรียุติธรรมส่งสัญญาณชัดว่า ยินดีให้ความคุ้มครอง ทางเด็ก ๆ ยังสับสน ยังรู้สึกไม่กล้า ไม่รู้จะไปทางไหนพูดกันให้ชัด มีข้อดีข้อเสีย ราคาที่เราต้องจ่ายเราออกมา ถ้าเราออกมาสู้ไม่ชนะ ทั้ง ๆ ที่เราถูกละเมิด มันจะเสียของ เสียขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางกรมคุ้มครองสิทธิคุยกับเด็กว่าจะไปเรียนที่ไหน ซึ่งเป็นที่ที่ลงตัวที่สุด ซึ่งตรงนี้เป็นดุลยพินิจร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐ เขาจะเลือกที่ไหนเป็นเซฟเฮ้า คุ้มครองพยาน เหลือแต่ว่าการตัดสินใจของครอบครัว&amp;nbsp; สิ่งที่น้องยังกังวลอยู่ของแต่ละคน คือน้องน้องไม่เข้าใจว่า เวลาเขาไปอยู่แบบนี้ เขาจะทำอย่างไร คนที่ผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ บางที่ก็กังวลใจ ไม่ค่อยเข้าใจ ผู้ใหญ่ก็จะอธิบาย งานคุ้มครองพยานมีรายละเอียดพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางยุติธรรมตั้งทนายฟ้องร้องทั้งโรงเรียน ทั้งกระทรวงนั้นจริงๆเห็นด้วยกับเหตุการณ์&amp;nbsp;มันสะท้อนให้เห็นชัดเลยว่ากลไกของรัฐหลายส่วนเพิกเฉยต่อเรื่องราวความทุกข์เด็ก ๆ เป็นเวลายาวนาน ทำไมทุกคนถึงได้เงียบ ทำไมเรื่องนี้ไม่เข้าที่ประชุม ต้องแก้ปัญหาในระดับองค์กรเล็กๆก่อน ถ้าแก้ไขไม่ได้ จะยื่นมือออกจากความช่วยเหลือจากใคร มันไม่มีสิ่งนี้เลย ได้ถามเด็กๆว่าในเวลาที่หนูออกมาแจ้งความ และเป็นข่าวในขณะนี้ มีครูคนไหนเข้ามาแสดงความรู้สึกห่วงใยหนูสักคนไหม คำตอบคือไม่มีแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากตั้งคำถามถึง ผอ.โรงเรียน ในฐานะคนรับผิดชอบองค์กร ทำไมเราไม่อ่อนไหวกับเรื่องราวเหล่านี้ แม้นรู้ระแคะระคายก็จะทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่คอยว่าเป็นแค่ข่าวลือแล้วก็จบ ถ้ามันเป็นเรื่องจริงมันต้องทำอะไรต่อ มันแสดงถึงความไม่มีประสิทธิภาพของครูผู้นำองค์กร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว รวมถึงที่ตำรวจมีคัดค้านการประกันตัว จริงๆมันต้องไปตามหลักกฏหมาย คือว่าเขาเข้ามามอบตัว เขาก็ได้สิทธิการประกันตัว ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงไม่เข้ามามอบตัวได้ทันทีทันควัน เขารู้ได้อย่างไรว่าเขาแจ้งความ เรื่องของเขามาถึงตำรวจ เขาชิงมามอบตัว เพื่อให้ได้ประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนเหล่านั้นมาไม่ถูก มันเป็นการต่อสู้ของคนที่มีอำนาจมากกว่าอำนาจน้อยอย่างแท้จริง ทั้งหมดเขาใช้สิทธิตามกฎหมาย ถ้าหากคุณละเมิดมันก็มีการต่อสู้ อยากให้เด็กได้พิสูจน์ความจริงนี้อีก แต่ถ้าจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเด็กเข้าไปอยู่ในความควบคุมปัจจัยแวดล้อมได้ คือการคุ้มครองพยานไม่ใช้ให้เด็กไปเรียนที่บ้าน ให้เด็กไปเรียนหนังสือ ให้เด็กไปโน่นนี่นั่นตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางทิชา กล่าวอีกว่า จริงๆ ตอนนี้คนที่อยู่แวดล้อมตัวเด็ก ต้องทำให้เด็กว่าเขายังทำให้มีค่าอยู่ การผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น มันไม่ใช่เป็นการผิดพลาดของเรา แต่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่แสวงประโยชน์กับเขา ต้องคุยกับเขาบ่อย ๆ ไม่ต้องตั้งคำถามว่าทำไมตัดสินใจแบบนั้น คงไม่พูดสิ่งนี้นั้นกับเด็ก คิดว่าบ้านพักได้ทำสิ่งนี้อยู่พอสมควรแล้ว สภาพจิตของเด็กคนนี้ยังกังวลใจอยู่บ้าน เป็นเรื่องปกติเดี่ยวจะค่อยๆคลี่คลาย เมื่อเขาเห็นว่าแนวทางความช่วยเหลือหลาย ๆ ช่องทาง เท่าที่ถามสภาพจิตใจดีขึ้น และมั่นใจขึ้น เมื่อมีผู้ใหญ่หลายคนเข้ามาช่วยเหลือเขา เขาก็มีกำลังใจขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูข่มขืนเด็กนักเรียน, จังหวัดมุกดาหาร, ทิชา ณ นคร, ป้ามล-ทิชา ณ นคร, รุมโทรม, โรงเรียนบ้านดงมอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebca83636378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบ ผอ.รร.ดงมอนฯ &quot; ปล่อยครู ข่มขืนนร./ครูตั้น&quot; เสียใจกับเหตุการณ์ ยันต้องทบทวนจรรยาบรรณคนมาเป็นครู /</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13พ.ค.63- นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. ในฐานะโฆษก ศธ. กล่าวว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)มีความเป็นห่วงกรณีเด็กนักเรียนหญิงชั้นม.2 &amp;nbsp;รร.ดงมอนวิทยาคม โดนครูชาย 5คนข่มขืน ที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นอย่างมาก และได้สั่งการมายังตนให้ติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และตนยืนยันว่าคดีนี้จะไม่ใช่มวยล้มต้มคนดูแน่นอน เพราะล่าสุดตนได้รับรายงานจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) มุกดาหารว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนในการเอาผิด 5 ครูที่ถูกกล่าวหา โดยครูบางคนได้รับสารภาพว่า ได้มีการจ่ายเงินให้กับเด็กจริง รวมทั้ง มีหลักฐานอื่นประกอบด้วย โดยคาดว่าคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหากผลสรุปว่ามีความผิด แน่นอนว่ามีโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการอย่างแน่นอน นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการไปยัง ศธจ.มุกดาหาร ให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนดงมอนวิทยาคม จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีพฤติกรรมบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ &amp;nbsp;หรือรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นภายในโรงเรียนนับปี โดยให้เร่งดำเนินการสืบสวนฯให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ และหากผลพบว่าบกพร่องต่อหน้าที่ก็ต้องพิจารณาโทษ และย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่น เพื่อความสบายใจของนักเรียน ผู้ปกครอง และคนในสังคมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า กรณีที่มีเพื่อนครูบางคนได้โพสต์ข้อความผ่านสังคมออนไลน์เพื่อให้กำลังใจครูที่ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน ทั้งยังแสดงความเห็นตำหนิเด็กนักเรียนนั้น ตนเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นเพื่อนครู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรับฟังเสียงของสังคมด้วย เรื่องการให้กำลังใจกันเป็นเรื่องไม่ผิดแต่ก็ควรทำเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่นำมาเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ หรือมากล่าวตำหนิใครเช่นนี้ อย่างไรก็ตามทราบว่าขณะนี้ทางต้นสังกัดได้ตักเตือนเพื่อนครูรายดังกล่าวแล้ว
ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. กล่าวว่าศธ. เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะมีการทบทวนการเข้ามาเป็นครู ต้องได้คนดี มีคุณธรรม และจรรยาบรรณของความเป็นครูอย่างแท้จริง พร้อมทั้งจะเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก ที่ผ่านมาอาจจะละเลยในหลายๆ เรื่องจนนำมาสู่ปัญหาที่ไม่คาดคิด แต่ต่อจากนี้ ศธ.จะต้องไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก ผู้บริหารสถานศึกษาต้องช่วยกันดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ศธ.ตั้งศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) แล้ว ศูนย์ดังกล่าวจะเข้ามาช่วยดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่ จึงขอให้นักเรียนและผู้ปกครองสบายใจได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูข่มขืนเด็กนักเรียน, จังหวัดมุกดาหาร, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ประเสริฐ บุญเรือง, รร.ดงมอนวิทยาคม, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df352328750a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งพักราชการครูพละข่มขืนเด็ก ม.1 หลังผลสอบพบผิดวินัยร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 -&amp;nbsp;จากกรณีผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวัดสิงห์ จ.ชัยนาท&amp;nbsp;พาลูกสาวเข้าร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกสาวที่ถูกครูวิชาพลศึกษา อายุ 40 ปี และเป็นโค้ชฝึกสอนนักกีฬาในโรงเรียนดังกล่าว&amp;nbsp;หลอกลวงพาไปข่มขืนภายในรถยนต์ถึง 3 ครั้ง โดยเหตุเกิดตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2561 กระทั่งล่วงเลยมาถึงเดือนธันวาคม 2561&amp;nbsp;แต่คดีไม่คืบหน้า ภายหลังผู้ก่อเหตุได้ประกันตัวในชั้นศาล ยังกลับไปก่อเหตุซ้ำอีก&amp;nbsp;ขณะที่ทางโรงเรียนและสำนักงานเทศบาลตำบลวัดสิงห์ ในฐานะต้นสังกัด กลับไม่มีการดำเนินการทางวินัยแต่อย่างใด ก่อนจะมีการเสนอข่าวออกไปถึงค่อยมีการสั่งย้ายครูไปช่วยราชการที่สำนักงานเทศบาลตำบลวัดสิงห์&amp;nbsp;ส่วนการดำเนินคดีก็มีความคืบหน้ามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด&amp;nbsp;นายปริญญา โพธิสัตย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดชัยนาท (ก.ท.จ.ชัยนาท)&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาความเห็นชอบสั่งพักราชการพนักงานครูเทศบาล&amp;nbsp; ตามการเสนอขอความเห็นชอบของเทศบาลตำบลวัดสิงห์&amp;nbsp;ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้เทศบาลตำบลวัดสิงห์มีคำสั่งพักราชการครูที่ก่อเหตุ เนื่องจากการสอบสวนข้อเท็จจริง มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.62 เป็นต้นไป&amp;nbsp;ขณะที่เทศบาลตำบลวัดสิงห์ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับครูคนดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เชษฐชัย เชษฐศิริ&amp;nbsp;ผกก.สภ.วัดสิงห์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการรวบรวมสำนวนคดี โดยในวันนี้ได้รับผลการตรวจร่างกายเด็กจากแพทย์โรงพยาบาลวัดสิงห์แล้ว ซึ่งจะนำไปประกอบในสำนวนคดี&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;แต่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาดว่าภายในวันที่ 11 ม.ค.นี้&amp;nbsp;จะสามารถส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กหญิง&amp;nbsp;ได้ย้ายลูกสาวออกจากโรงเรียนเดิม&amp;nbsp;โดยให้ลูกหยุดเรียนชั่วคราวและอยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยราชการ ขอให้ลูกไปเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่&amp;nbsp; เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบทางจิตใจ ส่วนสภาพจิตใจของเด็กหญิงเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีอาการซึมเศร้าบ้าง&amp;nbsp;ทางครอบครัวจึงต้องคอยดูแลกันอย่างใกล้ชิด และพาออกไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คลายความซึมเศร้าลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูข่มขืนเด็กนักเรียน, ครูวิชาพลศึกษา, จ.ชัยนาท, เด็กหญิงวัย12ปีถูกข่มขืน, เทศบาลตำบลวัดสิงห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c35e9a98c66c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
