<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติแม่น้ำโขง! เสนอรัฐทำข้อตกลงกับเจ้าของเขื่อนให้ปล่อยน้ำตามฤดูกาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.64 - เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ในหลายพื้นที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันหยุดเขื่อนโลก (International Day of Actions for Rivers, against Dams) โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำสายหลักของภูมิภาคคือแม่น้ำโขงและสาละวิน โดยที่พรมแดนไทย-ลาว บริเวณคอนผีหลง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กลุ่มรักษ์เชียงของ และเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ชูป้ายภาษาไทย จีน และอังกฤษ ซึ่งมีเนื้อหาโดยรวมให้คืนธรรมชาติให้แก่แม่น้ำโขง ซึ่งถูกควบคุมโดยเขื่อนมาตลอดกว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ และผู้ร่วมก่อตั้งสภาประชาชนลุ่มน้ำโขง กล่าวว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันเห็นว่าผลกระทบจากเขื่อนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยในจีน 11 เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงสร้างปัญหาให้คนท้ายน้ำ ซ้ำร้ายยังมีเขื่อนเพิ่มขึ้นในแม่น้ำโขงตอนล่าง เกิดผลกระทบรุนแรงจนนักวิชาการหลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่า แม่น้ำโขงเป็นกลายเป็นสีคราม ใส ระดับน้ำขึ้นลงไม่ปกติ เกิดจากเขื่อน ดังนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าเขื่อนเป็นอันตรายต่อแม่น้ำโขง รัฐบาลซึ่งมีตัวแทนอยู่ในกลไกสร้างความสมดุลแม่น้ำโขงต้องขับเคลื่อนให้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์กล่าวว่า ที่เราอยากเห็นคือควาแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ถ้าเราไม่ช่วยกันจริงจัง เรื่องเขื่อนก็ถูกลดปัญหา ดังนั้นภาครัฐควรยกระดับให้ถูกจุด เช่น การแก้ไขให้มีการปล่อยน้ำให้ถูกต้องตามฤดูกาลเพื่อบรรเทาปัญหาเพื่อให้ธรรมชาติอยู่ได้ โดยรัฐต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยกับเจ้าของเขื่อนให้ชัดเจน หากปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่ไปเรื่อยก็แก้ไม่ตรงจุด ควรมีข้อตกลงให้ชัดเจนในการปล่อยน้ำ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการหารือกันจริงจัง ทำให้กลายเป็นปัญหามาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โลกนี้ทั้งใบไปดูซิ แต่ละแม่น้ำใหญ่ๆ มีเขื่อนกั้นเกือบหมดแล้ว กลายเป็นความรุนแรงจากผลกระทบ ในวันหยุดเขื่อนนี้ เราจึงต้องการให้แม่น้ำโขงต้องได้รับการแก้ไข ฟื้นฟู ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของแม่น้ำ ต้องหยุดสร้างเขื่อนได้แล้ว เช่น ในแม่น้ำสาละวิน ตอนนี้ยังไม่มีเขื่อนก็ไม่ควรเกิดเขือนอีกแล้ว เพราะถ้าเกิดอีก ภูมิภาคนี้ตายแน่ &amp;nbsp;สถานการณ์เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกจะรุนแรงยิ่งเพราะแม่น้ำทั้งสองสายเป็นแม่น้ำที่สำคัญมากของภูมิภาค ในวันหยุดเขื่อน เราอยากให้คนทั้งโลกเข้าใจว่าเขื่อนต้องหยุด ไม่งั้นถึงกาลหายนะ&amp;rdquo;ครูตี๋ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวอีกว่า อยากเสนอว่า 1. เขื่อนที่มีอยู่ต้องถูกจัดการให้ลดผลกระทบต่อแม่น้ำมากที่สุด อันไหนใช้งานไม่ได้ก็เอาออก หรือแก้ไขการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับระบบนิเวศและฤดูกาล 2. เขื่อนไม่สมควรสร้างเพิ่มขึ้นอีก เพราะหากแม่น้ำไหลเป็นไปตามฤดูกาล ระบบนิเวศก็จะกลับคืนมา ความอุดมสมบูรณ์ก็จะกลับมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนตอนผมเด็กๆ คิดว่าปลาแม่น้ำโขงไม่มีวันหมดเพราะเยอะไปหมด แต่ตอนนี้ปลาหายไปหมด เราเห็นผลที่เกิดจากเขื่อน เป็นการทำลายแบบเหลือเชื่อ เขากักน้ำทั้งสายจนฤดูน้ำหลากหายไป เมื่อก่อนทุกๆปีต้องมีน้ำโขงไหลเอ่อเข้าแม่น้ำสาขา ระดับน้ำทรงอยู่ระยะหนึ่ง ทำให้ปลาเข้าไปวางไข่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่เมื่อเขากักน้ำไว้ ทำให้ไม่มีน้ำเอ่อ ทุกอย่างเลยหมดสิ้น เพราะระบบนิเวศถูกทำลาย&amp;rdquo;นายนิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่อำเภอเชียงของ ในแม่น้ำโขงยังมีการจัดกิจกรรมอีก 2 จุด คือ จ.นครพนม และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โดยกลุ่มคนฮักน้ำของ จัดกิจกรรมค่ายศิลปะและธรรมชาติให้แก่เยาวชนในพื้นที่ รวมประมาณ 30 คน มีการวาดรูป ทำงานศิลปะ และเรียนรู้ความสำคัญของแม่น้ำโขง ซึ่งเด็กๆ ได้นั่งเรือไปนอนค้างริมแม่น้ำโขง และมีผู้ใหญ่เล่าเรื่องราวแม่น้ำโขง ปลาบึก และวิถีที่สั่งสมมาหายชั่วอายุคน จากนั้นตอนเช้าได้ล่องเรือไปยังเก้าพันโบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส.คำปิ่น อักษร ผู้ประสานงานกลุ่มคนฮักน้ำของ กล่าวว่าได้เลือกพื้นที่เก้าพันโบกเป็นสถานที่จัดกิจกรรมและประกาศเจตนารมณ์ปกป้องแม่น้ำโขง เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ทราบว่ามีการเข้ามาขุดเจาะหินบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างเขื่อนบ้านกุ่ม บนพรมแดนไทย-ลาว ซึ่งชาวบ้านและนักอนุรักษ์ได้คัดค้านมาโดยตลอดเนื่องจากผลกระทบจะรุนแรงและกว้างขวาง สิ่งจำเป็นที่ต้องเรียกร้อง คือ ขอหลักประชาธิปไตยให้แก่แม่น้ำโขง ต้องมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนริมโขง และเยาวชน โดยไม่มีเส้นพรมแดนมาปิดกั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ลุ่มน้ำสาละวิน องค์กรชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเช่นเดียวกัน ทั้งฝั่งไทยและพม่า โดยฝั่งไทย ที่บ้านสบเงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีการรวมตัวของชาวบ้าน จากพื้นที่ป่ารอยต่อ 3 จังหวัดภาคเหนือ คือ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และ อ.สบเมย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมพิธีกรรมบวชป่าและสืบชาตาแม่น้ำยวม-เงา เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการสร้างเขื่อน-ผันน้ำยวมสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ในการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ซึ่งมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฝั่งลุ่มน้ำสาละวิน ในรัฐกะเหรี่ยง พม่า ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีการรวมตัวของชาวกะเหรี่ยงกว่า 1,000 &amp;nbsp;คน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ไม่เอาเขื่อน ต่างแต่ชุดกะเหรี่ยง มีการอ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนปกป้องแม่น้ำสาละวิน โดยยืนยันว่าประชาชนสามารถร่วมอนุรักษ์แม่น้ำได้ โดยมีอุทยานสันติภาพสาละวิน เป็นรูปแบบในการร่วมสร้างประชาธิปไตยในการจัดการทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์เชียงของ, ครูตี๋-นิวัฒน์  ร้อยแก้ว, จังหวัดเชียงราย, นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว, วันหยุดเขื่อนโลก, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f148ee2c40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ระเบิดแก่งโขง&quot; จุดจบมหานทีนานาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่น้ำโขง มหานทีที่หล่อเลี้ยงคนลุ่มน้ำโขงเผชิญโครงการพัฒนาที่เสี่ยงทำลายระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามปัดฝุ่นเดินหน้าโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง เพื่อเปิดทางให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่จากประเทศจีนมุ่งหน้าสู่แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาวสะดวกขึ้น ยังเป็นที่จับตามองของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดจนชาว อ.เชียงแสนและ อ.เชียงของ เนื่องจากมีความคิดเห็นต่างๆ ที่มองว่าโครงการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อแม่น้ำโขง&amp;nbsp; ทำลายวิถีชีวิตประชาชนที่พึ่งพาน้ำโขงในการหาอยู่หากิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวทีเสวนาเรื่อง &amp;quot;ระเบิดแก่งโขงมหานทีรอวันอวสาน&amp;quot; ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียวและสื่อสิ่งแวดล้อม จัดโดยสถาบันลูกโลกสีเขียวและสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งได้หยิบยกประเด็นระเบิดแก่งแม่น้ำโขงที่อยู่ในกระแสความสนใจมาพูดคุย ทั้งยังบอกเล่าการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง จากการสร้างเขื่อนของจีน ส่งผลให้ระบบนิเวศน้ำโขงขาดสมดุล ซึ่งในการเสวนามีผู้สนใจฟังจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียว ผู้ ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงร่องน้ำโขงมานานบอกว่า เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือแม่น้ำโขงจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการศึกษาร่างมาตรการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการ มีชาวบ้านส่วนหนึ่งเข้าร่วมประชุมกับทางกลุ่มรักษ์เชียงของ และชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการก็ตกใจกับโครงการที่จะเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อปลายปี 2562 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประชุมร่วมกับ 4 ประเทศมี ไทย จีน พม่า และลาว และให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า จีนรับฟังข้อกังวลของชาวไทย ลาว พม่า ว่ายอมยกเลิกโครงการระเบิดเกาะแก่งแล้ว ซึ่งสร้างความสับสนให้กับประชาชนไม่มีสิ้นสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะทางหนึ่งให้ข่าวหยุดโครงการ แต่อีกทางหนึ่งเดินหน้าจัดเวที ทำให้ต้องจับตาดูจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะถ้าระเบิดแก่งน้ำโขงในช่วง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระบบนิเวศเสียหายแน่นอน ส่วนคณะกรรมาธิการลุ่มน้ำโขงเป็นองค์กรร่วมระหว่างรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติไม่มีอำนาจลงมติใดๆ จึงถือเป็นจุดอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; จีนจะระเบิดแก่งโขงเพื่อเปิดทางให้เรือสินค้าเข้าสู่ไทยลาวและพม่าได้ง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้จีนระเบิดเกาะแก่งบริเวณพรมแดนพม่ากับลาวไปแล้ว แต่มาติดร่องน้ำที่คอนผีหลง ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ใน อ.เชียงของ เป็นจุดที่จีนอยากระเบิดออก ทั้งที่มีทางเลือกขนส่งทางถนนเราสร้างถนนสาย R3A เชื่อมไทยลาวและจีนตอนใต้ส่งเสริมเศรษฐกิจแล้ว ยังมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงอีกเส้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่ไม่มีทางอื่น ทำไมไม่ใช้ให้คุ้มค่ากับการลงทุน&amp;quot; ฐิติพันธ์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียวบอกด้วยว่า &amp;quot;ครูตี๋-นิวัฒน์&amp;nbsp; ร้อยแก้ว&amp;quot; ผู้ปกป้องแม่น้ำโขงในนามกลุ่มรักษ์เชียงของ&amp;nbsp; เคยเปรียบเทียบการสร้างทำนบบนน้ำโขงทำให้แม่น้ำไม่สามารถทำหน้าที่ตามระบบนิเวศของตัวเองได้ เทียบกับการทุบเขื่อนทิ้ง พบว่าภายใน 30 ปี ระบบนิเวศอาจฟื้นคืนมา ขณะที่การระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงถ้าเอาโขดหินออกแล้วกลับคืนไม่ได้ สื่อความล่มสลายได้ชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฐิติพันธ์ บอกด้วยว่า ได้เขียนบทความเรื่องการระเบิดแก่งโขงมหานทีรอวันอวสาน ตีพิมพ์เดือนสิงหาคมปี 2560 ในนิตยสารสารคดี และได้รางวัลลูกโลกสีเขียว เนื้อหานำเสนอเรื่องราวแม่น้ำโขง แม่น้ำนานาชาติที่มียาวกว่า 4,900 กิโลเมตร ซึ่งโครงการระเบิดเกาะแก่งจะเกิดขึ้นใน 4 ประเทศ รวมระยะทาง 500-600 กิโลเมตร คิดเป็น 1 ใน 8 ของแม่น้ำโขงทั้งหมด หากปล่อยให้มีการปรับปรุงร่องน้ำต่อไป มองว่าแม่น้ำโขงจะไม่ใช่แม่น้ำโขงที่คนสองฝั่งแม่น้ำรู้จัก เพราะแม่น้ำจะเปลี่ยนแปลงไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คนเชียงของมีคำพูดต่อกันมาว่าหินอยู่กับต้า หมายถึงท่าเรือผาอยู่กับน้ำ สะท้อนผาหรือแก่งเป็นของคู่กับน้ำโขง ถ้าขาดไปก็ไม่เหมือนเดิม ชาวบ้านบอกแม่น้ำโขงจะเหมือนรูปหน้าของหญิงสาวที่ไม่มีคิ้ว ไม่มีรอยยิ้มอีกต่อไปแม้จะระเบิดเส้นทางเพียง 1 ใน 8 ของแม่น้ำทั้งสาย&amp;quot; ผู้เขียนเผยที่มาของชื่อระเบิดแก่งโขงมหานทีรอวันอวสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์ กรรมการตัดสินรางวัลลูกโลกสีเขียวกล่าวในเวทีเดียวกันว่า แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำของอุษาคเนย์ แต่ปล่อยให้ประเทศมหาอำนาจกำหนดทิศทางการขึ้นและลงของแม่น้ำโขงเพื่อเอื้อประโยชน์ในการเดินเรือ ทุกวันนี้สัตว์น้ำหลายชนิดหายไป และยังมีโครงการระเบิดแก่งที่เตรียมจะเกิดขึ้นอีก ประธานหอการค้าเชียงแสนเล่าให้ฟังว่า จีนเวลาล่องเรือสินค้าจะเปิดเขื่อนเพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะได้ไม่ติดแก่งและปลอดภัย ถ้าเรือสินค้าไม่แล่นก็ปิดเขื่อนแน่นอน ผลกระทบตกกับคนท้ายน้ำทั้งขึ้นทั้งล่อง นอกจากนี้ การระเบิดแก่งย้ายหินกระทบการประมงชาวบ้านใช้อุปกรณ์หาปลาแบบเดิมไม่ได้แล้ว&amp;nbsp; เพราะนิเวศแม่น้ำเปลี่ยนแปลงชุมชนริมน้ำโขงเสียรายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่วุฒิศานติ์ จันทร์วิบูล นักเขียนเจ้าของผลงาน &amp;quot;การกลับมาของนกนางนวล&amp;rdquo; กล่าวว่า ตนใช้งานเขียนสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเล่มนี้ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงและกิจกรรมที่สร้างผลกระทบต่อธรรมชาติ มีเนื้อหาเชื่อมโยงเรื่องเล่าขานของชาวเชียงของ บอกต่อกันมาอยู่เสมอว่าเมื่อใดที่มองเห็นนกนางนวลบินขึ้นมาจากปลายน้ำ นั่นหมายความว่าจะมีปลาบึกว่ายทวนแม่น้ำโขงขึ้นมาวางไข่ ตัวละครนกนางนวลบินไปต้นน้ำโขงเห็น 4 เขื่อนใหญ่ที่สร้างกั้นแม่น้ำ สื่อถึงว่าน้ำโขงกำลังเจอปัญหา ส่วนปลาบึกเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว อยากให้ผู้สนใจเรื่องแม่น้ำโขงได้อ่านส่วนโครงการระเบิดแก่งน้ำโขง เชื่อว่าจะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับระบบนิเวศ จากแม่น้ำจะกลายเป็นคลองส่งน้ำ มีประโยชน์เพียงทางน้ำไหล หรือแค่ให้เรือสินค้าแล่นผ่าน อยากให้การพัฒนาโครงการใดๆสอดคล้องกับวิถีชีวิตและไม่สร้างปัญหาให้คนรุ่นต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากเสวนาสีเขียวแล้ว สถาบันลูกโลกสีเขียวชวนชุมชนบุคคลที่อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยกายและใจตลอดจนกลุ่มเยาวชนงานเขียนและสื่อมวลชนที่มีผลงานอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า เป็นรูปธรรม&amp;nbsp; ส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 20 ตอนนี้ประเภทงานเขียนความเรียงเยาวชนและสื่อมวลชน ยังเปิดรับผลงานถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ นับเป็นอีกช่องทางกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33677</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการลุ่มน้ำโขง, ครูตี๋-นิวัฒน์  ร้อยแก้ว, ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล, ระเบิดแก่งแม่น้โขง, ระเบิดแก่งโขงมหานทีรอวันอวสาน, วุฒิศานติ์ จันทร์วิบูล, สถาบันลูกโลกสีเขียว, โครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb09a88f0dfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
