<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รร.สารสาสน์ฯ อ้างไม่ไปไกล่เกลี่ยผู้ปกครอง 24 ราย เพราะเรียกร้องสูงเกินไป ก่อนหน้าคืนค่าเทอม ให้เด็กเรียนฟรี 1ปี ไปแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10พ.ย.63- โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ได้ส่งเอกสารไปยังสือต่างๆ เพื่อชี้แจงกรณีที่ไม่ได้ไปประชุมเจรจา ไกล่เกลี่ยกรณีพี่เลี้ยงทำร้ายทำร้ายเด็ก ตามคำเชิญของสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 10 พ.ย.63 ความว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ขอเชิญให้ผู้ประกอบกิจการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เข้าประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งกรณีครูพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยโรงเรียนฯ ได้ทำหนังสือลงวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ แจ้งว่าโรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ไม่เข้าร่วมประชุมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนฯ ขอชี้แจงว่า โรงเรียนฯ ได้ระบุชัดเจนในหนังสือดังกล่าวว่า โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ไม่เข้าร่วมประชุมเพราะไม่ประสงค์จะให้เกิดความสับสนหรือล่าช้าหากต้องมีการเริ่มต้นกระบวนการในการหาข้อมูล การเจรจา หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องใหม่ เนื่องจากนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ โรงเรียนฯ ประสานงานกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย จังหวัดนนทบุรี อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องมาตลอด ได้มีการให้ข้อมูล การเชิญผู้ปกครองของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบมาพูดคุย และได้คืนเงินค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าพบแพทย์ รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมไปแล้วส่วนหนึ่ง ตลอดจนดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนฯ ได้ดำเนินการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทำร้ายเด็กนักเรียนอีก โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน การออกมาตรการพัฒนาครูและบุคลากร การเข้มงวดในการปฎิบัติตามระเบียบของโรงเรียนที่ห้ามครูและบุคลากรลงโทษเด็กนักเรียนอย่างไม่มีเหตุผลและรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนฯ ยกเว้นค่าเล่าเรียน ๑ ปี ให้แก่นักเรียนชั้นอนุบาลทุกคนรวมประมาณ &amp;nbsp;๓๑๐ คน โดยคืนเงินค่าเทอมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในเทอมแรกทั้งหมด และไม่เก็บค่าเล่าเรียนในภาคเรียนต่อไป รวมทั้งไม่เก็บเงินค่าเรียนพิเศษ มูลค่าของการดำเนินการดังกล่าวเบื้องต้นเป็นเงินประมาณ ๑๑,๓๒๘,๘๒๘ บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีที่นักเรียนที่ได้รับผลกระทบต้องเข้าพบจิตแพทย์ โดยในเบื้องต้นได้ขอให้ผู้ปกครองสำรองเงินจ่ายไปก่อน และนำใบเสร็จมาเบิก ซึ่งนับจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนได้ชำระค่าพบจิตแพทย์ให้แก่ผู้ปกครองของนักเรียนจำนวน ๓ &amp;nbsp;ราย ที่ส่งเอกสารค่ารักษาพยาบาลมาให้กับทางโรงเรียนแล้ว รวมเป็นเงิน ๒๒,๓๖๖ บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนฯ ยินดีที่จะเยียวยาจิตใจนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ และได้ประสานงานรวมทั้งกำหนดวันไกล่เกลี่ยร่วมกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย จังหวัดนนทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี โรงเรียนเห็นว่าค่าเสียหายที่ผู้ปกครองทั้ง ๒๔ รายเรียกร้องมานั้นมีมูลค่าสูง จึงเห็นควรที่จะให้ศาลสถิตยุติธรรมเป็นผู้กำหนด เพื่อความเหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาเกือบ ๖๐ ปีที่โรงเรียนฯ เปิดดำเนินการมานั้น ไม่เคยเกิดกรณีเช่นนี้มาก่อน ทางโรงเรียนเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์นี้ &amp;nbsp;เราพร้อมที่จะรับผิดชอบ ด้วยตระหนักว่านักเรียนเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหว เป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีค่ามากต่อประเทศชาติในอนาคต โรงเรียนฯ ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุข้อยุติที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย ยุติผลกระทบที่อาจเกิดแก่ตัวนักเรียน และให้มั่นใจว่านักเรียนที่ได้รับผลกระทบทุกรายจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม &amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงโรงเรียนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการศึกษาและดูแลสถานศึกษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83486</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สำนักงานอัยการสูงสุด, ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, รร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab7e0ec7b66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุก 195 วัน &#039;พี่เลี้ยงจุ๋ม&#039; ทำร้ายเด็กอนุบาล 7 คดี นัดสืบพยานคดีแพ่ง 23 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.63 - ที่ศาลแขวงนนทบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการศาลแขวงนนทบุรี เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือจุ๋ม อดีตครูพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เป็นจำเลย ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ และข้อหากระทำหรือละเว้นการกระทำที่ก่อให้เกิดการทารุณต่อเด็ก กรณีทำร้ายเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลซึ่งปรากฏเป็นข่าวดังช่วงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ (2 พ.ย.) ศาลได้อ่านคำพิพากษารวม 7 สำนวน หมายเลขดำ 4091-4097/2563 ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพทั้งหมด ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 15 วัน ในทุกคดี (ประกอบด้วยสำนวนที่ 2 และ 4 สำนวนละ 2 กระทง คุกสำนวนละ 30 วัน กับสำนวนที่ 7 จำนวน 5 กระทง รวมจำคุก 75 วัน นอกนั้นสำนวนที่ 1, 3, 5-6 สำนวนละ 1 กระทง คุกสำนวนละ 15 วัน) เมื่อรวมโทษจำคุกจำเลยทุกคดีแล้ว รวมทั้งสิ้น 195 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำร้องเรื่องขอสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ที่ผู้เสียหายทั้ง 7 คดี ได้ยื่นคำร้องขอให้ จำเลยชดใช้เงินแต่ละคดีไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ศาลได้กำหนดให้นัดสืบพยานส่วนแพ่ง วันที่ 23 ธ.ค. 2563 นี้ เวลา 09.00 - 16.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา น.ส.อรอุมา จำเลย ใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นเงินสดยื่นคำร้องขอประกันตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องขอประกันตัวแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทุกคดี โดยมีคดี 4 สำนวน หมายเลขดำ 4091,4093,4095,4096/2563 ตีราคาประกันละ 8,000 บาท (หลักทรัพย์เดิม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีหมายเลขดำ 4092, 4094/2563 ที่จำคุก 2 กระทง ตีราคาประกันสำนวนละ 10,000 บาท และคดีหมายเลขดำ 4097/2563 ที่จำคุก 5 กระทง ตีราคาประกัน 21,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, ศาลแขวงนนทบุรี, สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์, อรอุมา ปลอดโปร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5f9fcc7f0d2eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครอง นักเรียนสารสาสน์ฯสัมภาษณ์&quot;โหนกระแส&quot;เปลี่ยนใจ ขอฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5ล้าน ลูกถูกครูพี่เลั้ยงทำร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ต.ค.63-แม่่ลี่ แม่ของน้องต้นข้าวและต้นหอม ฝาแฝด นักเรียนอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ หนึ่งในเด็กนักเรียนที่ถูกครูพี่เลี้ยง &amp;nbsp;ของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ทำร้าย ได้กล่าวในรายการ &amp;ldquo;โหนกระแส&amp;rdquo; ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 12.35 น. ช่อง 33&amp;nbsp; โดยหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรในรายการ ตอนหนึ่งว่า จากที่ตนได้เห็นคลิปวีดีโอ กรณีการทำร้ายเด็กของพี่เลี้ยงจุ๋ม ตนจึงได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มผู้ปกครอง จึงพบว่า เด็กในห้องเรียนมีการกล่าวถึงลูกของตนว่าถูกทำร้ายด้วยการตี &amp;nbsp;ตนจึงต้องการที่จะดูวีดีโอวงจรปิด เมื่อเห็นแล้ว พบว่าน้องถูกทำร้ายจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรก น้องต้นหอมต้องการน้ำดื่ม จึงขอกับครู ปรากฏว่าครูตีที่บริเวณหลังเด็กและลากเข้ามุม จากนั้นไม่ทราบว่าครูคนดังกล่าวกระทำอะไรกับเด็กอีก เนื่องจากใช้ตัวบัง แต่เห็นว่ามีใช้มือตบบริเวณข้างหูจนเด็กหัวฟาดไปอีกฝั่ง &amp;nbsp;ส่วนน้องต้นข้าว ตื่นนอนขึ้นมาแล้วร้องไห้ ครูใช้ตัวกด พร้อมชี้หน้าให้หยุดร้อง จับเด็กฟาดกับที่นอน โดยขณะนี้น้องทั้งคู่ มีการร้องไห้เวลากลางคืนตลอด และมีพฤติกรรมก้าวร้าวใส่กันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแม่ตุ๊กตา แม่น้องมิน กล่าวว่า ลูกของตน ถูกทำร้ายทั้งสิ้น 3 ครั้ง คือ น้องเดินร้องไห้เข้าห้อง สักพักครูก็กึ่งลากกึ่งกระชากไปที่บริเวณหลังห้อง แต่ปรากฎว่าเด็กยังไม่หยุดร้อง ครูจึงลากเปลี่ยนที่ และใช้ไม้บรรทัดที่ตนมั่นใจว่าไม่ใช่พลาสติกอย่างแน่นอนตีที่บริเวณขาเด็ก อีกทั้งยังมีการกระชากหัวเด็กด้วย จากนั้นมีครูอีกคนเดินมาอุ้มน้อง ในคลิปที่ตนเห็น คือ ครูคนดังกล่าวหยิบถุงดำออกมาจากถังขยะสีชมพูและให้เด็กอยู่ในถังขยะ ต่อมา น้องมินทำนมหก ครูจึงรีบเดินเข้ามาจับเด็กกระแทกลงกับพื้นและใช้มือถูนมที่หกและกดหัวเด็กลง จากนั้นลากเด็กไว้มุมเดิม และครูอีกคนเดินเข้ามา &amp;nbsp;ตนเชื่อว่ามาทำร้ายเด็ก และมีการหยิบถุงดำคลุมหัวเด็กเข้าออก ซึ่งขณะนี้น้องมินมีการนอนผวา นอนร้องไห้และมีอารมณ์รุนแรง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ตนและแม่รี่ได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแม่พิ้งค์ กล่าวว่า ตนถือเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่ลูกได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ดังนั้นจากเดิมที่ผู้ปกครองบางคนต้องการจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 2 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ตนต้องการฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 5 ล้านบาท และผู้ปกครองทุกคนยืนยันที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายตามจำนวนนี้ เนื่องจาก ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้กระทบต่อจิตใจเด็ก อีกทั้งยังมีผู้ปกครองคนหนึ่งบอกว่า การดูแลลูกทำได้ยากขึ้น เพราะเด็กควบคุมไม่ได้และไม่สามารถพาออกไปไหนข้างนอกได้ แต่ยังไม่มีการเจรจา ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่ได้มีการติดต่อ หรือ ดำเนินการอะไรทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์, โหนกระแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7afa2b3035a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กนกวรรณ&quot; จวกปธ.สารสาสน์ &quot;ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่น่านับถือ&quot;เล็งแก้กม. กำกับรร.เอกชน ป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.63-นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับกรณีครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กนักเรียนอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ &amp;nbsp;ในรายการ &amp;quot;เรื่องลับมาก &amp;quot;ทางช่องเนชั่นทีวี หมายเลข &amp;nbsp;22 ที่ออกอากาศทุกจันทร์-ศุกร์ เวลาประมาณ 15.00น. โดยมีดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นพิธีกรในรายการ &amp;nbsp;ได้ซักถามปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เสรี:สิ่งที่เจ้าของโรงเรียนพูดเขาเลือกครูที่หน้าตา ต้องไปขูดหินปูน รู้สึกยังไงกับคำแถลงการณ์แบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ : สิ่งที่ท่านพูด เป็นสิ่งที่รับไม่ได้หรอกค่ะ ทั้งสังคมที่ปรากฎชัด ดิฉันเองไม่ต้องไปตัดสินแล้ว และโดยส่วนตัว หลังจากการรับฟังที่ท่านพูด ท่านเป็นผู้ใหญ่ ดิฉันไหว้ท่านก่อนด้วยความเคารพนับถือ เราคนไทยนะคะอาจารย์ แตสิ่งที่ท่านแสดงออก คำพูดของท่าน ท่านไม่ใช่ผู้่ใหญ่ที่น่านับถือ และก็ไม่มีความสง่างาม ไม่เหมาะสม ที่จะจัดการศึกษา ดิฉันมอบหมายเลขา กช.(สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน )ส่งมาหารือ มอบหมายให้ประสานงาน เชิญให้ผู้มีอำนาจ มาหารือกัน มาหามาตรการที่เหมาะสม การประสานงานก็ให้ลูกชาย ลูกสาวมา ดิฉันก็ถามยืนยันว่า คนที่มาต้องเป็นคนที่มีอำนาจอย่างถูกต้องนะ &amp;nbsp; มาแล้วเราต้องเดินหน้า &amp;nbsp;เพราะคำตอบที่ได้เราจะต้องแถลงให้ประชาสชนและคนทั้งประเทศ ได้รับทราบรับรู้ &amp;nbsp;เป็นสิ่งที่จำเป็น จะมาแบบอะไรว่างเปล่าไม่ได้ &amp;nbsp;ในช่วงายวันนั้น ประชาชนจำนวนมาก &amp;nbsp;แม้แต่ผู้ปกครองที่ไม่ได้มีลูกอยู่ในห้องเรียนนั้นน ก็วิตกกังวล ดิฉัน ก็ต้องแก้สถานการณ์ &amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่เอากระดาษ เอ 4 หลายใบ ไปให้ผู้ปกครองเขียนข้อให้ปรับปรุง ให้เขียนเลยค่ะ ลงลายมือชื่อ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ แล้วให้ถ่ายเอกสาร &amp;nbsp;มอบให้ตัวแทนทางรร. ฝ่ายกม.โรงเรียน &amp;nbsp;และถือคึนละชุด และให้การบ้านไป คุณต้องกลับไปทำเจรจา สิ่งใดที่ทำได้เลย ทำเลย สิ่งใดที่ต้องแถลงต้องยึดตามบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี :มีอยู่ประเด็นฟังแล้่วตกใจมาก &amp;nbsp;มาเพราะอยากได้เงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ: ท่านพูดไม่ถูก เป็นคำพูดไม่ให้เกียรติผู้ปกครอง ไม่ต้องอะไรมากหรอกอาจารย์ &amp;nbsp;อย่างอื่นที่เราไปทำเล็กๆน้อย เหมือนเราขับรถชน เกิดอุบัติเหตุ &amp;nbsp;คู่กรณีของเราเป็นมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;คนยากคนจน ผิดถูกยังไง เราต้องแสดงน้ำใจก่อน แล้วเขาเป็นผูู้บริหาร เป็นเจ้าของโรงเรียน ทำไมไม่มีน้ำใจ เราเป็นคนไทยต้องแสดงน้ำใจ ดิฉันคิดว่า เป็นความอัดอั้น เหมือนเกิดกรณีต่างๆ เกิดในสังคม ที่มีการเรียกเงินไป แต่จริงๆไม่อยากได้ เอาเงินไปบริจาคต่อ เมื่อเป็นอย่างนี้ ถูกกระทำแบบนี้ๆ ก็สมควรเรียกไปก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี :มีอยู่เรื่องหนึ่ง ท่านบอกตัวท่านเองเป็นครูอายุ 18 ไม่เคยมีใบอนุญาติเลย รมต.คิดว่าอย่างไร คนที่เป็นครูบาอาจารย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ : ใบประกอบวิชาชีพมันเกิดทีหลังนะคะ แต่วิญญาณรวามเป็นคนครู ต้องมีจิตสำนึกก่อน &amp;nbsp;มีหัวใจ จิตสำนึกความเป็นครูสำคัญกว่า การมีใบอนุญาตไม่ได้บ่งบอกคุณเป็นครูของแผ่นดิน ให้คนมากราบไหว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี: ครูของเขา 400 กว่าคน บอกมีใบอนุญาตไม่ถึง 200 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ : ดิฉันได้เรียนกับพี่น้องประชาชน ดิฉันได้มอบให้เลขาคุรุสภา พร้อมฝ่ายกฎหมายไป แจ้งความร้องทุกข็กล่าวโทษ ถ้าเกิดเจอพบใหม่อีก และตอนนี้ฮาร์ดดิส อยู่กับผู้กำกับสน..ชัยพฤกษ์ และทางตำรวจ ให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกให้ผู้ปกครองอย่างมาก ผู้ปกครองท่านไหนอยากไปท่านให้เบอร์ ไปพบ ประสานงานได้เลย &amp;nbsp;ถ้าเกิดเหตุแบบนี้อีก ดำเนินคดีได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี :ผ่านมาหลายวัน รู้สึกกรณีทำความผิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆจำนวนคนก็เพิ่ม สถานการณ์ก็เพิ่ม เป็นแบบนี้ ทางศธ. จะจัดการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ : วันนี้ ปลัดศธ.ท่านใหม่ ดิฉันปรึกษาหารือกับท่านและข้าราชการ &amp;nbsp;มารวบรวมความคิด และเรื่องระเบียบ แน่นอนอยืนยัน ว่าไม่ใช่ศธ.คุยกันเอง แต่ ทางกระทรวงสาะารณสุข(สธ.)ก็มาด้วย วันแรก เย็นวันนั้น ดิฉันโทรหาไปปลัดศธ. และท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรองนายกฯ บอกว่า เราต้องทำควบคู่กัน และท่านอนุทิน บอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ไลน์มาบอกว่า ทำดีแล้ว ให้ทำให้ดีที่สุด &amp;nbsp;ท่านรมว.ว่าการ ฯ ก็ห่วงใย ลงไปที่โรงเรียนเอง &amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ก็ให้กำลังใจ &amp;nbsp;บอกว่าทำดีแล้ว พวกเราทำงานร่วมกันสองกระทรวง เราเยียวยาให้ผู้ปกครอง ทางกระทรวงสาธารณสุข เยียวยาเรื่องจิตใจ &amp;nbsp;เพื่อให้สังคมได้เห็นเราทำถึงไหน และในแง่จิตเวช ทิศทางไปทางไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร . เสรี: เขาบอกว่าคนไม่มีใบอนุญาติ ไม่ใช่ครู เป็นเพียงพี่เลี้่ยง เห็นท่านรมต.บอกว่าไม่มีในระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ : ไม่มีในระบบ เขาไม่เรียกพี่เลี้ยงว่าเป็นครู เป็นคำที่เรียกกันเอง &amp;nbsp; คือคนที่เจ้ามาปฎิบัติหน้าที่นี้ได้ต้องขอ ใบอนุญาต ทางโรงเรียนต้องติดต่อขอกับคุรภสภา ในการที่จะดูแลนักเรียน โรงเรียนมีความผิดค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี และถ้าผิดขนาดนี้ ศธ.มีอำนาจเข้าไปสั่งปิดโรงเรียนได้ไหม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนกวรรณ: ในเรื่องการดูแลจะมีระบบ สั่งการอะไรต่างๆ &amp;nbsp;แต่เราคิดถึงผู้เรียนก่อน สงสารเด็ก ถ้าเราจะจัดการปุ๊ปปับ ๆเนี่ย ไม่ได้ ตอนนี้ที่เราทำคือ ณ เวลานี้ ปลัดกระทรวงกำลัง เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ไปหาที่เรียนก่อน ดิฉันสั่งไปว่า ดูหาโรงเรียนที่แวดล้อม &amp;nbsp;หลักสูตรตรงกัน และดูจำนวนนักเรียนแต่ละที่เป็นยังไง และโรงเรียน.หลักสูตรพิเศษแบบนี้ จริงๆ &amp;nbsp;ต้องขอ ให้เรมว.ศธ. เป็นคนเซ็นอนุมัติ &amp;nbsp;แต่ดูแล้ว โรงเรียนทำเกิน นี่ก็ผิดอีก &amp;nbsp;เราต้องไปดูว่า จำนวนนักเรียนต่อห้องของโรงเรียนใกล้เคียงได้มาตรฐาน เราก็จะไปขอให้เด็กเข้าไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี :นร.3,800 คน สำรวจรร.โดยรอบติดว่ามีโรงเรียนไหน มีหลักสูตรคล้ายคลังกันจะรองรับได้ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ:&amp;nbsp; คิดว่าระยะ 10กม.ใกล้ๆ น่าจะม เท่าที่พูดคุยผู้ปกครองส่วนหนึ่งเขามี โรงเรียนในใจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี :เท่าที่ดำเนินการตามกม. ดำเนินคดีอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;กนกวรรณ:ดคีอาญา ผู้ไม่มีใบอนุญาตเป็นครู และผู้ไม่มีความชอบธรรม คุณสมบัติที่จะทำการสอน และคุรุสภาเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี และ สช.ศธ.จะดำเนินการ ขั้นตอนเกี่ยวคดีอาญา เราเดินหน้าต่อ สิ่งใดที่ปรากฎว่าเป็นความผิด ก็จะดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี :ตอนนี้เ เห็นบอกว่าชายชุดดำไปปรากฎหน้ารร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ : เราก็แจ้งตร.ไป แต่ดิฉันก็ไม่แน่ใจ เพราะเป็นข่าว ทางศธ. ขอความร่วมมือไปทางตร.ท่านผู้กำกับ บอกว่า ถ้ามีสถานการณ์อะไร &amp;nbsp;มีตร.ดูแลทุกเรื่อง &amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นแค่ข่าวลืออย่างเดียว ก็อาจสร้างความไม่สบายใจให้สังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.เสรี :มีคนบอกว่าเรื่องเกิด 20กว่าปี &amp;nbsp;เคยมีการร้องเรียนเงียบหายไป ถ้าไม่เกิดเรื่องครูจุ๋ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กนกวรรณ :ดิฉันให้ความสำคัญ &amp;nbsp;รับฟังปัญหา รับฟังความเห็นประชาชน จากลูกๆเบาวชน &amp;nbsp;ตอนนี้ ดิฉันเป็นแม่โอ๊ะ ของลูกๆ ไปแล้ว เมื่อประเด็นนี้มา อะไรที่เป็นปัญหาเราก็ไล่เรียงกันไป &amp;nbsp;เราได้เห็นพ.ร. บ. การศึกษาเอกชน &amp;nbsp;กฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ที่ต้องยึดโยงกับกม.หลัก เรามาดู กม.หลักสิ่งใด ต้องแก้ไขปรับปรุงได้ ต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่บนไป &amp;nbsp;หลายสิ่งแก้ไขไปแล้ว แต่เมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ ถือว่าวิกฤติเป็นโอกาส &amp;nbsp;ให้ต้องแก้ไขเพื่อให้เกิดสิ่งที่เหมาะสม และต้องเป็นการป้องปราม สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ วิลาวัลย์, ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, รร.สารสาสน์วิเทศศึกษา, รายการเรื่องลับมาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75a06b9f933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot; ไม่วิจารณ์การให้สัมภาษณ์ &quot;ประธานเครือรร.สารสาสน์ &quot;ยันศธ.ต้องยึดระเบียบมาตรฐานการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ต.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชน (สช.) ก็ลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งตนทราบว่า ขณะนี้ ศธ.ได้มีการทำบันทึกความร่วมมือการแก้ไขปัญหาร่วมกับโรงเรียนสารสาสน์ฯแล้ว ซึ่งถือว่ามาตาการข้อสรุปต่างๆ ที่ออกมามีความเหมาะสม เพราะโรงเรียนพร้อมที่จะปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานทั้งระบบ เพื่อทำให้การศึกษาเอกชนมีการพัฒนาที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับกรณีที่สังคมมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้งโรงเรียนนั้น ผมขอไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะผมมีหน้าในการรักษากฎระเบียบ และมาตรฐานการศึกษาในทุกภาคส่วน ซึ่งหากพบว่ามีความผิดก็จะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ก่อโรงเรียนในเครือสารสาสน์ได้พูดถึงประเด็นการผ่อนผันต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งคุรุสภากำหนดเงื่อนให้ขอผ่อนผันการต่อใบอนุญาตฯได้ถึง 8 ปี ซึ่งมองว่าจะเป็นช่องว่างของคุรุสภาที่เราต้องปรับปรุงหรือไม่ รมว.ศธ. กล่าวว่า ตนได้พูดคุยเรื่องนี้กับคุรุสภาแล้ว ซึ่งเห็นด้วยที่ศธ.จะกลับมาทบทวนช่องโหว่เหล่านั้นและปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้การมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมีมาตรฐานในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, พิบูลย์ ยงค์กมล, รร.สารสาสน์วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f758359aed8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ย่องเงียบไปรร.สารสาสน์ตอนเย็น พบผู้บริหารด้วยตนเอง บอกห่วงจิตใจเด็ก ต้องรีบเยียวยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ย.63-ช่วงเย็นวันเดียวกัน ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. &amp;nbsp;ได้เดินทางไปยังโรงเรียนสารสาสน์ด้วยตนเองในช่วงบ่ายวันนี้ (30ก.ย.) โดยไปพบผู้บริหารของโรงเรียนเพื่อต้องการรับทราบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง หลังจากซักถามรายละเอียดกับผู้บริหารแล้ว เปิดเผยว่า กรณีที่เด็กๆ ระดับอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ถูกครูกระทำความรุนแรงในครั้งนี้ ตนเองมีความกังวล และมีความห่วงใยเด็กๆ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กๆ กลุ่มนี้ จะต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และเยียวยาทางด้านจิตใจเป็นการเร่งด่วน &amp;nbsp;และต่อเนื่องหากมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;วันนี้ ผมเดินทางมาพบผู้บริหาร เพื่อที่จะมาขอความเชื่อมั่น โดยผู้บริหารจะต้องหามาตรการเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจอย่างเหมาะสม&amp;rdquo; นายณัฏฐพล กล่าว และว่า &amp;nbsp;หลังจากศธ. &amp;nbsp;รับทราบเรื่องและปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนดังกล่าวแล้ว ทางศธ. และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ เลขา สช.ก็ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาในหลายแนวทางเป็นการเร่งด่วนแล้ว &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน โอกาสนี้ก็ได้ขอให้ทางโรงเรียนใช้โอกาสต่อจากนี้ ทำการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการภายในใหม่ทั้งหมด อีกทั้งได้รับการยืนยันว่า โรงเรียนจะให้ข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้บริหารโรงเรียนยืนยันในความจริงใจ ที่จะให้ข้อมูลต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่ตามที่เป็นข่าว หากผู้ปกครองมีข้อกังวล หรือมีความห่วงใยเรื่องอะไรที่ติดขัด และต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือ หรือผลักดันเพิ่มเติม ผมพร้อมและยินดี&amp;rdquo; นายณัฏฐพล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79130</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, รร.สารสาสน์วิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c678d36fdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รร.สารสาสน์ ตกลงคืนค่าเทอม ยืนยันพร้อมปรับปรุงโรงเรียนทุกข้อที่ร้องเรียน ตัวแทนรร.บอกเสียใจ แต่ยังอ้างปัญหาที่เกิดเป็นเรื่องตัวบุคคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ แถลงผลการหารือกับรร.สารสาสน์ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ย.63-เวลา 09.00 น.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) และนายพิสุทธิ์ ยงค์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสารสาสน์ ประชุมหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ จ.ฝังหวัดนนทบุรี ซึ่งใช้เวลาในการหารือประมาณ 3 ชั่วโมง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โดยนางกนกวรรณ กล่าภายหลังการหารือว่า ที่ประชุมเพื่อร่วมหาทางออกกับเจ้าของโรงเรียน ซึ่งมีข้อสรุปว่า โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์กับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทำบันทึกความร่วมมือ ดังนี้ คือ ในกรณีที่ผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานเรียนต่อในโรงเรียน ห้องเรียนที่เกิดเหตุ และห้องเรียนที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก สภ. ชัยพฤกษ์ ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ พร้อมคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ปีการศึกษา2563 ให้กับนักเรียนทุกคนที่อยู่ในห้อง หากผู้ปกครองจ่ายเงินแล้ว โรงเรียนจะดำเนินการคืนให้ โรงเรียนจะเร่งดำเนินการติดกล้องวงจรปิดมุมต่างๆ ให้ครบถ้วนและให้มีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ผู้ปกครองสามารถนั่งดูได้ที่โรงอาหาร และหากห้องเรียนใดที่ผู้ปกครองตกลงกันได้โรงเรียนจะจัดให้มีระบบออนไลน์ &amp;nbsp;โรงเรียนต้องจัดทำป้ายชื่อครู แสดงภาพถ่าย เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของครูทุกคน หน้าห้องเรียนทุกห้อง และเผยแพร่ในเว็บไซด์ของโรงเรียน โรงเรียนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในทางการแพทย์ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ ของนักเรียนที่ถูกกระทำหรือได้รับผลกระทบในห้องเรียนที่เกิดเหตุเต็มตามจำนวนที่จ่ายจริง ตามคำรับรองของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ให้โรงเรียนจัดให้มีนักจิตวิทยาไว้สำหรับเยียวยานักเรียนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะมีการประเมินและส่งผลการประเมินให้กับผู้ปกครองทราบทุกภาคเรียน และได้ทำความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตเพื่อเข้ามาฟื้นฟูและเยียวยาให้กับนักเรียน และครู โดยด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ให้โรงเรียนอนุญาตให้ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตรวจสอบสุขอนามัย ห้องเรียน ห้องน้ำ ห้องนอน โดยต้องขออนุญาตและแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ธุรการก่อน ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการรบกวนกิจกรรมการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตของนักเรียน ให้โรงเรียนจัดอาหารกลางวันให้นักเรียนตามหลักโภชนาการ โดยจะแจ้งรายการอาหารให้ผู้ปกครองทราบล่วงหน้าเป็นรายสัปดาห์ จัดให้มีบริการอาหารอย่างเพียงพอและทั่วถึง ตลอดทั้งเพิ่มเวลาในการรับประทานอาหารจาก 30 นาทีเป็น 40 นาที ให้โรงเรียนจัดให้มีการคัดกรองด้านสุขภาพจิต ให้แก่ครูไทยและครูต่างชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ให้โรงเรียนจัดระบบรถรับ-ส่งนักเรียนให้มีที่นั่งเพียงพอ และให้มีการติดตั้งกล้องเฉพาะตู้ที่นั่งโดยสารเพื่อดูแลความปลอดภัยและเหตุอันไม่สมควรที่จะเกิดระหว่างเดินทาง และรายงานจำนวนเด็กนักเรียนที่ขาด ลา มา สาย ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองประสงค์จะย้ายบุตรหลานไปเรียนต่อที่อื่นให้โรงเรียนพร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดทำเอกสารการส่งตัวให้แก่นักเรียนที่ประสงค์จะขอย้ายให้แล้วเสร็จมอบให้ผู้ปกครองภายใน 1 วัน และโรงเรียนคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ในปีการศึกษา 2563 &amp;nbsp;โดยโรงเรียนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในทางการแพทย์ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ ของนักเรียนที่ถูกกระทำหรือได้รับผลกระทบในห้องเรียนที่เกิดเหตุเต็มตามจำนวนที่จ่ายจริง ตามคำรับรอง ของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนค่าชดเชยหรือค่าบำรุงขวัญ โรงเรียนจะเร่งดำเนินการให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนพิจารณาและจะแจ้งให้ทราบความคืบหน้าโดยด่วนต่อไป&amp;rdquo;รมช.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;
รมช.ศธ.กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ตนยังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกับกับติดตามการแก้ปัญหากรณีโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้แทนกรมสุขภาพจิต กระทรวงสารธารณสุข ผู้แทน สช. นิติกรสำนักงานปลัดกระทรวง ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนศึกษาธิการจังหวัด เป็นคณะทำงาน มีอำนาจหน้าที่ติดตามการแก้ปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งนักเรียนและผู้ปกครองตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว อย่างไรก็ตามโรงเรียนยืนยันว่าจะเร่งให้มีผู้อำนวยการตัวจริงโดยเร็วที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิสุทธิ์ ตัวแทนรร.สารสาสน์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ต่อมาในเวลา 12.00 น.นายพิสุทธิ์ ตัวแทนผู้ถือใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสารสาสน์ แถลงเปิดใจว่า เราทุกคนมีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;เรื่องนี้เกิดจากความผิดพลาดของเราเอง ตนไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ซึ่งคลิปเหตุการณ์พี่เลี้ยงจุ๋มทำร้ายเด็กถือเป็นการกระทำที่ผิดจุดประสงค์และนโยบายของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมากว่า 56 ปีของการก่อตั้งโรงเรียนเครือสารสาสน์เราต่อต้านการบูลี่ และการทำร้ายร่างกาย โรงเรียนสารสาสน์เป็นโรงเรียนแรกที่เริ่มนโยบายต่อต้านการบูลี่ในประเทศไทยเราเป็นสมาชิกของสมาคมใหญ่ที่ต่างประเทศด้วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อผิดพลาดในตัวบุคคล และมันมีเหตุการณ์สับสนเกิดขึ้นจากสื่อสารเรื่องข้อมูล &amp;nbsp;โดยตนยอมรับไม่ปฎิเสธความรับผิดชอบ และต้องยอมรับตรงๆว่าครู ผู้บริหาร ที่อยู่ในโรงเรียนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อกริยาของผู้ปกครอง &amp;nbsp;เพราะเราไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการปัญหา &amp;nbsp;ซึ่งข้อบกพร่องเหล่านี้ในอนาคตเราจะจัดการแก้ไขใหม่ด้วยการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนที่โรงเรียน และจะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมให้ความช่วยเหลือนักเรียน ผู้ปกครอง ทุกฝ่ายจะได้รับความยุติธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิสุทธิ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ผู้ก่อตั้งโรงเรียนในเครือสารสาสน์นายพิบูลย์-นางเพ็ญศรี ยงค์กมลมีเจตนารมย์ของการสร้างโรงเรียนจากการรักในวิชาชีพ เราบริสุทธิ์ใจ เราเป็นครู ดังนั้นเรารู้สึก รักเด็ก ห่วงใยเด็ก และรู้สึกในฐานะเป็นพ่อ ซึ่งตนเองก็มีลูกสาวได้ดูคลิปที่เกิดขึ้นแล้วมีความรู้สึกเดียวกับผู้ปกครองทุกๆคน พวกเราเจ็บที่หัวใจว่ามันเกิดขึ้นในโรงเรียนสารสาสน์ได้อย่างไร ดังนั้น จะต้องรีบแก้ไข แต่เราไม่แก้ตัว ไม่โทษกันเอง จะมาพิจารณาระบบของโรงเรียน การอภิบาลของโรงเรียนในเครือทั้งหมด รวมถึงแก้ไขทุกเรื่องที่ผู้ปกครองร้องเรียนเราจะให้ความใส่ใจ จะไม่ปฎิเสธความรับผิดชอบ ตรงกันข้าม จะแก้ไขมองตัวเอง เหมือนที่เราเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ผู้ก่อตั้งโรงเรียนให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าวจนเกิดความเข้าใจผิดนั้น เจ้าของโรงเรียนไม่ได้มีเจตนาที่จะสื่อสารให้สังคมเข้าใจผิด และเจ้าของโรงเรียนยืนยันที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างยุติธรรมกับผู้ปกครองและนักเรียน ดังนั้นขอให้ผู้ปกครองมั่นใจได้เลยว่าปัญหาทุกอย่างได้รับการคลี่คลายอย่างเร็วที่สุด &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้แต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาน์ราชพฤกษ์ตัวจริงแล้ว ซึ่งผู้อำนวยการคนใหม่จะให้คำตอบกับผู้ปกครองทุกเรื่อง พร้อมกับการแก้ไขปัญหาต่างๆให้เสร็จสิ้นภายใน 1 วันทันที ส่วนพี่เลี่ยงเด็กเล็กที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูนั้นเราจะสร้างระบบคัดกรองประสิทธิภาพคนที่จะมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงใหม่ ทั้งนี้ทางคณะผู้บริหารโรงเรียนเครือสารสาสน์ทุกคนไม่มีอะไรจะฝากถึงผู้ปกครอง มีแต่คำขอโทษและไม่ขอแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ วิลาวัลย์, ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, รร.สารสาสน์วิเทศศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7445891a5b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
