<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทน ร้อง &#039;กมธ.&#039; สอบสลายม็อบ เพื่อไทยแนะนายกฯย้ายบ้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.45 น. &amp;nbsp;ที่รัฐสภา คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายยศวริศ ชูกล่อม เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการกฎหมายและสิทธิมนุษยชน คณะกรรมาธิการตำรวจ และคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฏร เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ(คฝ.)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยศวริศ กล่าวว่า การชุมนุมของประชาชนเป็นไปโดยสันติ แต่ทุกครั้งการชุมนุมของประชาชนเจ้าหน้าที่กลับใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมโดยไม่เป็นไปตามหลักสากล ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางระดมยิงเข้าใส่ประชาชนอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมจำนวนมาก คณะไทยไม่ทนฯ จึงเรียกร้องให้ทางกมธ. ดำเนินการ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขอให้ประธานกมธ.ดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ. ส่งรายงานปฏิบัติการณ์การสลายการชุมนุมเพื่อชี้แจงให้สังคมได้รับรู้ว่ามีเหตุผลใดที่ใช้ความรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอให้ประธานกมธ.ดำเนินการช่วยเหลือผู้ถูกจับกุมและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของคฝ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอให้ประธานกมธ.ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับผู้สั่งการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่กระทำการเกินกว่าเหตุต่อประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมและให้คฝ.หยุดใช้ความรุนแรง และ4.ขอให้ประธานกมธ.เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของประชาชนทุกกลุ่มเพื่อเป็นการป้องปรามและหยุดยั้งเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการชุมนุมของประชาชนในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.กฎหมายฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจการตรวจสอบของกมธ.ฯซึ่งการประชุมของกมธ.ในวันที่ 25 สิงหาคม เวลา 09.30 น. ได้นัดผบ.ตร.มาชี้แจงกรณีการสลายการชุมนุม ดังนั้น ขอเชิญคณะไทยไม่ทนฯสามารถส่งตัวแทนเข้ามารับฟังการประชุมวันดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และรองประธานกรรมาธิการการตำรวจ กล่าวว่า เหตุทั้งหมดจะไม่เกิด หากพล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่เมื่อยังไม่ลาออก กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปพบ ท่านก็ไม่ให้พบ ดังนั้นท่านควรย้ายบ้านพักจากค่ายทหารในกทม. ไปอยู่ในค่ายทหารจังหวัดลพบุรีหรือกาญจนบุรี ก็ได้ จะได้เป็นการช่วยเหลือชาวแฟลตดินแดง ไหนๆท่านมักประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์อยู่แล้วหากมีเหตุจะต้องเข้ามาทำงานในกทม. ค่อยนั่งเฮลิคอปเตอร์มาทำงานก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้นายกฯสงสารประชาชน สงสารชาวบ้านที่ทำมาหากินแถวนั้น ชาวบ้านที่พักแถวแฟลตดินแดงบ้าง เช่นเดียวกับงบประมาณ ขอเสนอว่า หากจะนำมาซื้อแก๊สน้ำตา หรือกระสุนยางนั้น ควรเปลี่ยนเป็นซื้อวัคซีนมาให้กับตำรวจและครอบครัวตำรวจจะดีกว่า เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนได้ทำงานเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิดเหมือนกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายครูมานิตย์กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้องกลุ่มไทยไม่ทนนั้น อีก1-2อาทิตย์ จะทำหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตัวแทนกลุ่มไทยไม่ทน มาชี้แจงให้รายละเอียดต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่กรรมาธิการตำรวจ ที่จะต้องรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114366</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, สลายม็อบ, เพื่อไทย, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_61249bfa05c4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ตำรวจ&#039; สรุปเหตุชุมนุมบานปลาย ซัดจนท.ใช้ความรุนแรง ยั่วยุม็อบให้บันดาลโทสะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ การตำรวจ สภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า ได้ติดตามตามข่าว เรื่องของการปะทะระหว่างผู้เรียกร้องประชาธิปไตยกับตำรวจ 2-3 ครั้งที่ผ่านมาเห็นว่า เหตุที่เกิดทำท่าจะบานปลาย เพราะทางฝ่ายตำรวจ มีข้อสังเกต&amp;nbsp;4 ประการ ที่ดำเนินการอยู่พอสรุปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการปฎิบัติหน้าที่ เช่น จับผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องสงสัยได้ แทนที่จะควบคุมคุมขังแต่กลับทำร้าย ผู้ไปเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ปฎิบัติไม่เป็นไปตามหลักสากล ของการปราบฝูงชน เช่น ไปแอบอยู่บนที่สูงแล้วใช้ปืนสระสุนปลอมยิงลงมา ใช้แก๊สจากที่สูงยิงลงมา เสมือนการดักทำร้าย ใช้ปืนจ่อถึงแม้จะเป็นกระสุนปลอม แต่หากอาจพลาดถึงแก่ชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยั่วยุ ให้กลุ่มผู้เรียนร้องเกิดความโกรธ ความเกลียดชัง ทำให้บันดาลโทสะ เกิดการปะทะ ไม่มีประโยชน์กับการกระทำทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.อยากให้ปฎิบัติตามหลักสากลที่นานาอารยะประเทศที่เจริญแล้ว พึงปฎิบัติกับกลุ่มผู้เรียนร้องอย่างเคร่งครัด เพราะกลุ่มผู้เรียกร้องอาจนำไปฟ้องร้องต่อศาลอาญา จะมีปัญหาต่อตัวเองและครอบครัวในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้เรียกร้อง ก็อยากให้หลีกเลี่ยงต่อการปะทะ และไม่ควรมีเครื่องทุ่นแรงที่ไม่พึงประสงค์นำเข้าไป&amp;nbsp;ผู้เรียกร้องไม่ได้มีเจตนาที่จะไปปะทะกับตำรวจ เพียงแต่เขาเรียกร้องให้นายกฯลาออกด้วยเหตุผลที่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายครูมานิตย์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการตำรวจไม่อยากเห็นตำรวจไปเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจและปฎิบัติที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ จึงได้หารือกันกับกรรมาธิการหลายท่าน โดยเฉพาะนายวิสุทธิ์ ไชยอรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากรรมาธิการฯ จะเชิญท่าน ผบ.ตร , ผบช.น และฝ่ายเรียกร้อง มาร่วมแลกเปลี่ยนหาทางออกร่วมกัน และโดยเฉพาะวิธีการปราบฝูงชน ทั้งเรื่องของการใช้รถจีโน่กับการผสมสารเคมี เรื่องของการใช้อาวุธปืนใช้กระสุนแต่ละครั้งเท่าใด เรื่องการฉีดแก๊สน้ำตาว่า ใช้กันอย่างไร เช่น ยืนยิงจากที่สูงลงมา และที่สำคัญท่านนายกได้สั่งการมาอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางกรรมาธิการไม่อยากเห็นความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเยาวชน ชึ่งดีไม่ดีเป็นลูกหลานของข้าราชการตำรวจ เพียงเพราะความมุทะลุของคนชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113076</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตำรวจ, ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, พรรคเพื่อไทย, ม็อบ10สิงหา, ม็อบ7สิงหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114c4c10a495.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายแค้นไม่เลิก ตามขยี้เยียวยา ผู้กระทบ&#039;โควิด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำพรรคเพื่อไทยซัดรัฐบาลปล่อย ปชช.ถูกไวรัสโควิดรุมตามยถากรรม แถมฝุ่นพิษซ้ำเติม โวย &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ-ครม.&amp;quot; ไม่ให้ความสำคัญมาตอบกระทู้เงินเยียวยา-กู้โควิด ชงเร่งปรับวงเงินทั้ง 9 แสนล้าน ช่วย SMEs ก่อนเจ๊งหมด &amp;quot;ลูกสาวชูวิทย์&amp;quot; ร่วมทีม &amp;quot;สร้างไทย&amp;quot; ลงพื้นที่ย่านลาดพร้าวช่วยชาวบ้าน &amp;quot;สุดารัตน์&amp;quot; วอนรัฐบาลเยียวยาผู้ยากไร้ทุกครอบครัว &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ลั่นหาก &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; แก้ปัญหาไม่ได้ก็ต้องออกไป เชื่ออีกไม่นาน ปชช.จะขับไล่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีค่าฝุ่นพิษทั่ว กทม.และปริมณฑล 33 พื้นที่อยู่ในขั้นวิกฤติหนักทะลุ 121 มคก./ลบ.ม.ว่า นอกจากรัฐบาลจะปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มหันตภัยโรคร้ายตามยถากรรม ในขณะที่ประชากรของประเทศเพื่อนบ้านทยอยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ในประเทศไทยยังคงต้องรอต่อไป ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่รัฐบาลประกาศให้การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.62 จนบัดนี้ล่วงเลยมาเกือบ 2 ปีเต็มแล้ว กลับไม่เห็นการแก้ไขอะไรที่เป็นรูปธรรม นอกจากปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 จะไม่ได้หายไปแล้ว กลับมีปริมาณสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนเหมือนตายผ่อนส่งเพราะต้องจำใจสูดอากาศพิษเข้าไปทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากยังปล่อยให้ฝุ่นพิษมีปริมาณวิกฤติแบบนี้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่าระหว่างการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กับปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 กรณีใดจะมากกว่ากัน รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนเป็นรูปธรรมและรายงานผลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกวันนี้ถูกโควิดรุม ฝุ่นพิษสุม หลายปัญหา ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้านเฉยๆ &amp;nbsp;สองสัปดาห์ และหากทำได้แค่นั้นร้อยนายกฯ ก็แก้ไม่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีการจ่ายเงินเยียวยาว่า จากการตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ในสภา นายกฯ ไม่มาตอบ ทั้งยังไม่ได้มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดมาตอบ ซึ่งเรื่องที่อยากถามคือ &amp;nbsp;ทำไมครั้งนี้จึงจ่ายเพียง 3,500 จำนวน 2 เดือน ขณะที่ครั้งที่แล้วให้ 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน นอกจากนี้เรารู้สึกว่าการจ่ายเงินเหตุใดจึงมีความยากลำบาก ต้องจ่ายผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ และไม่จ่ายเป็นเงินสด คนไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือจะทำอย่างไร แล้วเหตุใดเงินประกันสังคมตามมาตรา 33 จึงไม่สามารถนำมาใช้ได้ รวมถึงข้าราชการก็ไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ ที่ผ่านมาเงินกู้ที่ ครม.กู้มาเพื่อแก้ปัญหาโควิด ท่านเอาไปใช้อะไรบ้าง แล้วหมดหรือยัง เพราะยังไม่เห็นความคืบหน้าจากส่วนใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์กล่าวว่า การเยียวยาครั้งนี้ค่อนข้างสับสนพันกันไปมากับกลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่ได้รับการดูแลอีก เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้ตนรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่การอภิปรายต่อไป เมื่อนายกฯ และรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับสภา ตนจึงเสนอผ่านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ... ว่าขอให้เพิ่มการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 6 เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี อย่างน้อยต้องเคยผ่านการเป็น ส.ส.มา 1 สมัย เพื่อให้เขาเห็นความสำคัญและเข้าใจการทำงานของสภา
ปรับวงเงิน 9 แสนล้านช่วย SME
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย อดีตรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมฯ และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาช่วยเหลือ &amp;nbsp;SMEs ยังไม่เพียงพอ วงเงิน 5 แสนล้านบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปล่อยกู้ผ่านธนาคารพาณิชย์ สามารถปล่อยกู้ได้เพียงกว่าแสนล้านบาทเท่านั้น ทั้งที่ยังมี ธุรกิจ SMEs เดือดร้อนอีกเป็นจำนวนมาก โดยถือว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลเพิ่งจะคิดแก้กฎระเบียบเพื่อผ่อนคลายการปล่อยกู้ให้ง่ายและสะดวกขึ้น เพื่อช่วยธุรกิจ SMEs ให้รอดได้ก่อนที่จะเจ๊งกันหมด ซึ่งต้องดูว่าจะช่วยธุรกิจใดบ้าง &amp;nbsp;ต้องพิจารณาว่าธุรกิจใดจะไปรอดหลังวิกฤตการณ์ไวรัสโควิดผ่านพ้นไปแล้ว อยากให้ปรึกษากับ ธปท.ในการปรับวงเงิน 4 แสนล้านบาทที่ ธปท.ตั้งไว้เพื่อซื้อพันธบัตรของเอกชน ให้มาปล่อยกู้ช่วยเหลือธุรกิจ SMEs เพิ่มขึ้น รวมเป็น 9 แสนล้านบาท เพราะวงเงิน 4 แสนล้านที่ตั้งใจซื้อพันธบัตรของเอกชนคงไม่ได้นำไปใช้ซื้อพันธบัตรของเอกชนแล้ว เพราะจะเป็นการช่วยเจ้าสัวและน่าจะผิดหลักการของ ธปท.เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวอีกว่า อยากให้มีมาตรการช่วยการจ้างงานเพื่อแก้ไขเรื่องการว่างงานที่จะเป็นปัญหาใหญ่ การเร่งให้มีการฉีดวัคซีนประชาชนให้ครบโดยเร็ว เพื่อาภาคธุรกิจจะได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าอย่างมาก การเจรจาเขตการค้าเสรีทั้งทวิภาคีและพหุภาคียังไม่มีความคืบหน้ามากนัก โดยเฉพาะกับประเทศหลักหลายประเทศ การพัฒนาแพลตฟอร์มของระบบราชการ หรือ digitalization ระบบรายการ ก็ต้องเร่งทำเช่นกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสร้างไทย นายบำรุง รัตนะ อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นำทีมคนรุ่นใหม่ อาสาสมัครกลุ่มสร้างไทยลงพื้นที่ชุมชนจันทราสุข ลาดพร้าว 87 เพื่อรับฟัง ปัญหาจากประชาชนคนตัวเล็ก และร่วมคิดร่วมแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากให้ประชาชน โดยที่มาในวันนี้ประกอบด้วย 1.นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยคอร์เนล และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด 2.น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ นักวางแผนนโยบายจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด 3.นายรณกาจ ชินสำราญ นักธุรกิจเจ้าของภัตตาคารมากุโระ 4.น.ส.ตระการตา กมลวิศิษฏ์ นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (บุตรสาวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์) 5.น.ส.เกณิกา ตาปสนันทน์ เจ้าของธุรกิจ Bambinista Salon 6.น.ส.ณิชกมล บัวงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในการออกเยี่ยมชุมชนครั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์พร้อมทีมอาสาได้ช่วยกันแจกข้าวสารที่กลุ่มสร้างไทยซื้อมาจากชาวนาที่ถูกกดราคาข้าวเปลือกเหลือเพียงกิโลกรัมละ 6-7 บาท เป็นการช่วยชาวนาให้ขายข้าวได้ราคาแพงขึ้น และนำข้าวนั้นมาช่วยผู้ที่เดือดร้อนจากพิษโควิดในกรุงเทพฯ
แก้ปัญหาไม่ได้ ปชช.จะขับไล่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ปัญหาที่ประชาชนในชุมชนจันทราสุขร้องเรียนก็คือปัญหาปากท้อง ที่ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ก่อนโควิด จนมาถึงการระบาดรอบ 2 การเยียวยาไม่ทั่วถึง คนที่ยากลำบากกลับไม่ได้รับการเยียวยา หลายรายถึงกับบ่นว่ากำลังจะอดตาย บางครอบครัวตกงานทั้งบ้าน ทีมอาสาของกลุ่มสร้างไทยจะได้เข้ามาช่วยทำเรื่องการพัฒนาสินค้าชุมชน ทั้งด้านคุณภาพ การดีไซน์ ตลอดจนการขายออนไลน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเอาใจช่วยรัฐบาลให้บริหารเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทมาสร้างเศรษฐกิจ ให้พลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ได้ และให้ไปถึงคนที่เดือดร้อนจริงๆ และขอเสนอให้เยียวยาผู้ยากไร้ทุกครอบครัว โดยใช้ข้อมูลจากสำนักงานเขตหรือชุมชน ที่มีข้อมูลผู้มีรายได้ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อปีอยู่แล้ว ไม่ได้ให้เงินจำนวนมาก แต่จะทำให้ชาวบ้านสามารถเลี้ยงตัวเองได้ &amp;nbsp; ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ทันที จึงอยากให้รัฐมีโครงการที่จะใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้จริง เพราะหากใช้ไม่ถูกจุดจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโดยรวมแย่ลง&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวในรายการพีซทอล์ก หัวข้อ &amp;quot;เมืองท่องเที่ยวร้าง เยียวยาเหลว อยู่ไปทำไม?&amp;quot; โดยระบุว่า สถานการณ์โควิด 19 ในรอบที่ 2 &amp;nbsp;นั้นกระทบมากกว่ารอบแรกทวีคูณ เพราะในรอบแรกพอจะมีเงินติดตัวกันอยู่บ้าง แต่ในรอบที่ 2 นั้นแทบไม่ทันตั้งหลัก &amp;nbsp;ตนได้พูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งที่ภูเก็ต เกาะสมุย เชียงใหม่ และอีกหลายๆ แห่ง ก็มีการอธิบายชัดเจนว่าคนไทยทยอยมาใช้บริการ กำลังที่จะลุกขึ้นยืนได้แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่ทันทีที่เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในรอบที่ 2 นั้น พังพินาศย่อยยับไปกับตา หลายโรงเเรมขึ้นป้ายปิดกิจการ บางแห่งติดป้ายขายกิจการ ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ ท้ายที่สุดก็อยู่ในมือของนายทุนต่างชาติ ยกตัวอย่างถนนข้าวสาร สภาพปัจจุบันเหมือนกับป่าช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากไม่สามารถฟื้นเมืองท่องเที่ยวที่ร้างอยู่ในขณะนี้ให้กลับมาสู่สถานการณ์ครึ่งหนึ่งของปกติ หรือ 30% ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ จะต้องทบทวนการจ่ายเยียวยาเป็นเงินสดให้ประชาชน เพื่อสร้างความสะดวกเกี่ยวกับการยังชีพ แต่ความที่รัฐไม่เข้าใจและไม่ยอมปรับตัว ขอเตือนไปยังรัฐบาลว่าความหายนะของแต่ละรัฐบาลไม่เคยพังด้วยเรื่องใหญ่ๆ และหากยังดึงดันก็เสมือนหาเรื่องฆ่าตัวตายเสียเอง &amp;nbsp;เมื่อทุกอย่างล้มเหลวตามลำดับ คำถามคือจะอยู่ต่อไปทำอะไร ความเป็นรัฐบาลหากแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนไม่ได้ ก็สิ้นสภาพความเป็นรัฐบาล หากมาเป็นผู้ปกครองประเทศนี้แล้วไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ คุณควรออกไปเสีย ถ้าไม่ออก ประชาชนก็จะต้องลุกขึ้นมาขับไล่ และผมเชื่อว่าอีกไม่นาน&amp;quot; นายจตุพรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี &amp;quot;10 ความสุข ในยุคโควิด-19&amp;quot; จำนวน &amp;nbsp;1,136 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 15-22 ม.ค. พบว่าอันดับ 1 การมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ 86.92% อันดับ 2 ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ทำกับข้าวกินเอง 75.22% อันดับ 3 ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเร่งรีบ 56.10% อันดับ 4 ได้ออกกำลังกาย หันมาดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น 29.81% อันดับ 5 ปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ ได้พัฒนาทักษะเทคโนโลยี 13.46% อันดับ 6 ยังมีงานทำ ยังไม่ถูกเลิกจ้าง 13.08% อันดับ 7 &amp;nbsp;รถไม่ค่อยติด เดินทางสะดวก 10.44% อันดับ 8 บุคลากรทางการแพทย์ของไทยทำงานได้ดี 8.18% อันดับ 9 ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย &amp;nbsp;5.03% อันดับ 10 ทรัพยากรธรรมชาติได้พัก เป็นการฟื้นฟู 1.89%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90893</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา ตันเทอดทิตย์, ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จตุพร พรหมพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d8b6a2d1cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เปิดหลักฐานฯยับยั้งกทม.เก็บเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท/เที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.64 &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ &amp;nbsp;และนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรื่อง &amp;ldquo;เปิดหลักฐานฯ เด็ด ยับยั้งการขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และเรื่องเงินเยียวยาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายยุทธพงศ์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. ได้ประกาศว่า วันที่ 16 ก.พ.นี้ จะขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ซึ่งวันนี้สถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจ ประชาชนกำลังเดือดร้อน การที่มาขึ้นค่าโดยสารสุงสุด 104 บาทต่อเที่ยว ซึ่งหากไปกลับจะเป็นเงิน 208 บาท แต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนกรุง 331 บาท วันนี้เขาจะอยู่ได้อย่างไรและถามว่าผู้ว่ากทม. คิดได้อย่างไรในการให้เหตุผลว่า ถ้าไม่ขยายสัมปทานออกไป 40 ปี ก็ต้องมีมติครม. สั่งไม่ให้กทม.ขึ้นค่าโดยสาร อย่างไรก็ต้องขึ้นค่าโดยสาร ทั้งยังท้าให้ฟ้องป.ป.ช. ได้เลยไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ต้องดำเนินการเนื่องจากกทม. เป็นหนี้บีทีเอสอยู่ เช่นนี้เหมือนเอาประชาชนคนกรุงเทพฯมาเป็นตัวประกัน และเป็นการซ้ำเติมวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ จึงไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำไมยังอยู่เฉยและไม่มีการเรียก พล.ต.อ. อัศวินไปพูดคุยเพื่อหาทางยับยั้งไม่ใหขึ้นค่าโดยสาร และเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้จะเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคพท.ในครั้งนี้ต่อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการถามว่า เหตุใดจึงเอาข้อมูลมาแถลงเปิดก่อนนั้น เนื่องจากพรรคพท. และพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 25 ม.ค.เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา และคาดว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหลัง 16 ก.พ. ถ้าพรรคเพื่อไทย รอจะไม่ทันการ เพราะจะมีการขึ้นค่าโดยสารไปก่อน ดังนั้น เราจึงหาวิธีการยับยั้งความเดือดร้อนของประชาชนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่มีปัญหาคือ กทม.การรับโอนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว คือเขียวเหนือและเขียวใต้ มาจากกระทรวงคมนาคม โดยเป็นหนี้รฟม. 51785 ล้านบาท พล.ต.อ.อัศวิน จึงได้มีการออกข้อบัญญัติ กทม.เรื่องการกู้เงินเพื่อให้ในการโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พ.ศ.2561 เพื่อกู้เงินไปจ่ายแต่ จนถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปี ยังไม่ทำอะไรเลย ไม่มีการกู้เงินสักบาท และมาใช้วิธีการขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งเรื่งนี้เคยเข้าครม. ไปแล้ว และครม.ก็อนุมัติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกู้เงินมาให้กทม. เพื่อใช้หนี้รฟม. แปลว่ากทม. เตรียมการเรื่องเป็นหนี้อยู่แล้ว และมีแหล่งเงินที่จะไปจ่ายคืนให้รฟม.อยู่แล้วด้วย เหตุใดจึงไม่ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มติครม. ยังกำหนดให้กทม.บริหารจัดการรายได้ตั้งงบประมาณให้เพียงพอต่อการชำระหนี้ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และพิจารณาค่าโดยสารให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ ซึ่งเป็นมติตั้งตั้งแต่ปี 61 จึงถามว่าเหตุใดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่ากทม. จึงไม่ปฎิบัติตาม ทั้งนี้เรื่องหนี้ 5 หมื่นกว่าล้านนี้ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่ากทม. เข้าข่ายการละเว้นปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และจับเอาคนกทม. เป็นตัวประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล คือ 1. ขอให้กทม. ชะลอการขึ้นค่าโดยสาร 104 บาท ในวันที่ 16 ก.พ.นี้ ออกไปก่อน 2. การคิดค่าโดยสารที่เหมาะสม ราคาเริ่มต้นและสุงสุดต้องอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะไม่มีใครอยากนั่งต้นสายไปยังปลายทาง เพราะค่าเฉลี่ยประชาชนจะนั่งเพียง 12 สถานีเท่านั้น และ 3.โครงการรถไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะ ไม่ใช่ลงทุนไปแล้วมาคิดเอากำไรกับประชาชนเพื่อให้ได้กำไรสุด และกทม.ต้องดูแลประชาชน และทำอย่างไรให้ประชาชนได้ค่าโดยสารที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามหลักฐานดังกล่าวนี้ วันที่ 26 ม.ค. ตนจะนำไปยื่นหนังสือต่อ นายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าฯกทม. เพื่อยับยั้งไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, ค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียว, ค่าโดยสาร, จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d08df112f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันชัยออกโรง! ดันผุด&#039;กาสิโน&#039; พท.เขย่าบช.น.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.คนดัง &amp;quot;วันชัย&amp;quot; จี้ใจดำสังคมไทย เลิกดัดจริต-โกหกตัวเองได้แล้ว หยุดพล่ามบ่อนพนันต้องหมดไป แนะนำร่องทดลองเปิดกาสิโนที่พัทยา-หาดใหญ่ &amp;nbsp;ฝ่ายค้านข้องใจ ผบช.น.ทำไมเก้าอี้เหนียว หลังกองปราบปรามจับบ่อนแถวแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาการลักลอบเปิดบ่อนการพนันที่เกิดมาตลอดอย่างยาวนาน แต่หลายคนเริ่มตระหนัก หลังช่วงนี้มีข่าวตำรวจกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ จากเหตุพบคนติดโควิด-19 จากบ่อนพนันจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรเชียงใหม่ สนธิกำลังฝ่ายปกครองอำเภอสันทราย บุกทลายบ่อนพนันเสือมังกรในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง บนถนนร่มโพธิ์ทอง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทันทีที่เห็นตำรวจกลุ่มนักพนันต่างวิ่งหนีกระเจิง หลายคนปีนขึ้นไปซ่อนบนหลังคา เจ้าหน้าที่ต้องเรียกให้ลงมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 34 คน ทั้งเจ้าของรีสอร์ต เจ้าของบ่อน ผู้จัดการบ่อน และผู้แจกไพ่ 7 คน นักพนัน 27 คน พร้อมยึดของกลางอุปกรณ์การเล่น อาทิ ไพ่ 36 สำรับ โต๊ะบาคารา 1 ตัว ตู้สลอต 29 ตู้ ก่อนนำตัวทั้งหมดส่ง สภ.แม่โจ้ ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังประสานแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลสันทรายมาเก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้บ่อนดังกล่าวเป็นบ่อนวิ่ง &amp;nbsp;เปิดได้เพียง 3 วัน เลือกใช้รีสอร์ตที่อยู่ไกลจากชุมชนเป็นที่เล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันที่จังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.อ.มานิตย์ สร้อยจิตร ผู้กำกับการ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีชาวบ้านลักลอบมั่วสุมเล่นการพนันภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อไปถึงบ้านปูนชั้นเดียวหลังหนึ่งตามที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมนักพนัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและผู้สูงอายุ ทั้งหมดพยายามจะวิ่งหลบหนี บางคนก็อ้างว่าไม่ได้เล่นแค่มาขอเข้าห้องน้ำเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวไปโรงพักพร้อมของกลางไพ่ 1 &amp;nbsp;สำรับ ผ้าปูสำหรับรองเล่น 1 ผืน ซึ่งทั้งหมดไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าแต่อย่างใด ทั้งไม่มีการเว้นระยะห่าง ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหานางจำนง (สงวนนามสกุล) &amp;nbsp;และ น.ส.สุนิสา (สงวนนามสกุล) ฐานร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไพ่ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และมั่วสุม โดยไม่มีสิ่งป้องกันตนเอง ไม่มีการเว้นระยะห่าง เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 มาตรา 18 ฐาน ร่วมกันชุมนุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเห็นเรื่องข้อเสนอการเปิดกาสิโนในประเทศไทยก็ยังคงมีตามมาต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวถึงเรื่องปัญหาบ่อนการพนันว่า นายกรัฐมนตรีควรต้องหาแนวทางใหม่จัดการปัญหา การตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่น่าจะใช่แนวทางช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ ขณะเดียวกันการจะแก้ปัญหาด้วยการเอาบ่อนผิดกฎหมายขึ้นมาบนดิน ก็อาจไม่ทำให้ปัญหาหมดไป และอาจจะนำไปสู่ปัญหาใหม่ &amp;nbsp;เรื่องนี้ต้องใช้ความรอบคอบและต้องมีการเตรียมการที่ดี ทางที่ดีนายกรัฐมนตรีควรตั้งศูนย์อำนวยการจัดการปัญหาพนัน &amp;nbsp;ขึ้นมาเป็นหน่วยงานหลักเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหานี้ และรับหน้าที่ในการศึกษาหาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;รวมถึงนำไปสู่การสังคายนา พ.ร.บ.การพนันซึ่งล้าหลังอย่างมากในลำดับถัดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากรกล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ว่ารัฐบาลอาจพิจารณาแนวทางการทำให้บ่อนถูกกฎหมายตามที่บางฝ่ายเสนอนั้น ผู้ที่เสนอความเห็นนี้อาจมีสองพวก หนึ่งคือพวกมีประโยชน์ร่วมกับการตั้งบ่อน กับสองพวกบาปบริสุทธิ์ที่หวังดีต่อการแก้ปัญหา แต่บุ่มบ่ามคิดว่าเอาบ่อนขึ้นมาบนดินแล้วจะควบคุมได้ แถมได้เม็ดเงินทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการมองที่โลกสวยเกินไป การจะทำเรื่องนี้ต้องคิดให้รอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการกำกับดูแล ซึ่งเป็นข้ออ่อนของสังคมไทยที่ประสบความล้มเหลวในการดูแลหลายกิจการ เพราะถ้าไม่เตรียมการกำกับดูแลให้ดี บ่อนบนดินจะกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ต้องมาตามแก้กันอีกในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า เรื่องบ่อนเถื่อนและแรงงานเถื่อน ทั้ง 2 เรื่องฝ่ายค้านจะเอาไปใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่เรื่องบ่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูท่าว่าจะแก้ไขได้ยาก เพราะนายกฯ บอกเองว่าปราบไม่ได้ &amp;nbsp;ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ปราบไม่ได้ แล้วใครจะปราบได้ เพราะถือเป็นผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ถ้าจะไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็บอกไม่รู้ ไม่ทราบ &amp;nbsp;ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ควรนับ พล.อ.ประวิตรเป็น 1 ใน 35 คณะรัฐมนตรี จ้างคนหนุ่มมาทำงานดีกว่า แล้วพลเอกประวิตรกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศให้ชัดว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างไร ไม่ใช่มีบ่อนที่จังหวัดไหนก็ย้าย ผบก.จังหวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นการย้ายไปพักร้อนเท่านั้น เพราะต่อไปก็กลับเข้ามาใหม่ และไม่ควรตั้งคณะกรรมการมาสอบ เพราะเป็นการหยุดกระแส ยื้อเวลา ทั้งที่ผู้มีอิทธิพลคือ พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์หรือ พล.อ.ประวิตรจริงจังจะไม่มีใครกล้าเปิด เพราะประเทศนี้เข็มหล่นเล่มเดียวตำรวจก็รู้ จึงไม่มีทางที่จะมีบ่อนแล้วตำรวจไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตำรวจกองปราบปรามไปจับบ่อนแถวแจ้งวัฒนะ ทั้งยังมีโต๊ะบาคาราหล่นที่สีลม ซึ่งสืบทราบมาว่าเป็นของเปี๊ยก เมืองจันทร์ แล้วเหตุใดผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังหนังเหนียวอยู่ได้อีก เชื่อว่าตำรวจรู้หมดว่าบ่อนเปิดตรงไหนบ้าง กรณีอย่างนี้ปล่อยให้เล็ดหูเล็ดตาได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กของตนเองว่า &amp;quot;ถึงเวลาที่เราจะยอมรับความจริงกันได้แล้วหรือยัง ถ้าไม่กล้าเปิดหน้ากันตรงๆ ชัดๆ กลัวคนจะด่า ก็ลองให้สังคมพิสูจน์ โดยให้มีกาสิโนสัก 1 หรือ 2 แห่งในแหล่งท่องเที่ยว เช่นพัทยาหรือหาดใหญ่ กำหนดมาตรการต่างๆ ให้รอบคอบรัดกุมในทุกด้านตามที่เป็นข้อกล่าวหา ปิดประตูให้หมดแล้วทดลองทำดู ถ้าทำได้แล้วดีก็ทำกันต่อไป ถ้าทำแล้วไม่ดี มีปัญหาทางสังคมมากมายก็เลิก จะได้จบสิ้นกันเสียทีกับบ่อนเสรี ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็เป็นปัญหาคาใจ คาบ่อนกันอย่างนี้ตลอดไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครที่พูดว่าการเล่นการพนันต้องไม่มี บ่อนการพนันต้องหมดไป ฝันกลางวันไปหรือเปล่า แต่ถ้าผมจะพูดว่าทุกโรงพักทุกอำเภอมีการเล่นการพนัน มีบ่อนการพนันทั้งนั้น &amp;nbsp;มันมากไปหรือเปล่า คงไม่ใช่เป็นการกล่าวหาหรือใส่ร้ายกันเกินไป เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าทุกที่ทุกแห่งมีการเล่นการพนันกันทั้งนั้น ไม่บ่อนเล็กก็บ่อนใหญ่ ทั้งเล่นมวย เล่นบอล เล่นหวยใต้ดิน เล่นไพ่ ไฮโล สารพัดการพนัน มีทั้งนั้น ตำรวจและฝ่ายปกครองรู้ไหม ตอบว่ารู้ทั้งนั้น เพียงแต่จะจับหรือไม่จับเท่านั้น ชาวบ้านรู้ เจ้าหน้าที่จะไม่รู้ได้อย่างไร ถ้าจะต้องตั้งกรรมการสอบสวน ต้องย้าย ต้องปลดออก คงไม่มีข้าราชการเหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่แน่ รู้ทั้งรู้ว่าการพนันมันปราบไม่ได้ จับไม่หมด แล้วจะทำยังไง เป็นเรื่องเป็นราวกันทีก็เหมือนไฟไหม้ฟาง ทำเป็นวัวหายล้อมคอกกันไป แล้วบ่อนการพนันก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ตบหน้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเย้ยกฎหมายกันต่อไป เป็นเช่นนี้มาชั่วนาตาปี&amp;quot; นายวันชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยระบุอีกว่า &amp;quot;ยังไงการพนันก็ยังต้องมีอยู่คู่กับสังคมไทย เลิกดัดจริตกันได้แล้ว เลิกโกหกตัวเองกันเสียที &amp;nbsp;สังคมในประเทศนี้ต้องลุกขึ้นมาพูดคุยกัน อย่าโทษกันไปโทษกันมา และก็อย่าลวงอารมณ์ว่าเราเป็นคนดีมีศีลธรรม การพนันมันเป็นอบายมุข หันกลับมาดูรอบๆ บ้านเรา ประชิดติดชายแดน ลาว เขมร พม่า ฯลฯ เขามีบ่อนการพนันกันทั้งนั้น &amp;nbsp;ประเทศที่ว่าเจริญๆ เขาก็มีบ่อนการพนันเหมือนกัน ประชาชนเขาเป็นอย่างไร ประเทศเขาล่มจมกันหรือเปล่า &amp;nbsp;เห็นแต่คนของเราวิ่งไปเล่นการพนันที่บ้านเขาโครมๆ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90147</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, ธนากร คมกฤส, พ.ต.อ.มานิตย์ สร้อยจิตร, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, วันชัย สอนศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60043ec9b5722.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นึกว่า (จะ) จอดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วาระเรือดำน้ำ ตามที่กองทัพเรือลั่นต้องเอาให้ได้ 2 ลำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท กำลังร้อนแรง ในมุมการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายคัดค้าน ตลอดจนกองทัพเรือ ต่างก็มีเหตุผลในชุดความคิดของตัวเอง แต่ไม่ว่าอย่างไร ในฝ่ายที่ตั้งป้อมถล่ม ไม่เอาด้วยอย่างแน่นอน นำโดยพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย 2-3 วันที่ผ่านมา ปูพรมกันมาทั้งพรรค มาจาก โฆษกพรรคเพื่อไทย ส.ส. และอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน หรือแม้แต่กรรมาธิการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ที่ดาหน้ากันออกมาถี่ยิบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่วันก่อน เสี่ยโจ้-ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ ที่ต่างเป็นคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ ในฐานะที่ร่วมซักไซ้อย่างหนักหน่วงต่อตัวแทนกองทัพเรือ ที่มาชี้แจง นำมาสู่การลงมติไม่เห็นด้วย แถลงหลังจากกองทัพเรือออกมาแถลงชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็น พร้อมกับกล่าวพาดพิงมาถึง ส.ส.และพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะ ครูมานิตย์ ที่นอกจากจะมาแถลงชี้แจงแล้ว ยังหยิกแกมหยอก ตามลีลาประสานักพูด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วันที่กองทัพเรือออกมาแถลง ผมนึกว่าทีวีจอจะดำอีกแล้ว ไม่คิดว่าทางกองทัพเรือจะลากกำลังพลออกมาเยอะกันขนาดนี้&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครูมานิตย์ พูดไปก็ยิ้มไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกับย้ำอย่างหนักแน่น เรื่องนี้จะถูกพรรคเพื่อไทยนำขึ้นสู่การอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในขุนพลซักฟอก คงหนีไม่พ้นครูมานิตย์ หลังได้อุ่นเครื่อง ซ้อมฝีปากมาหลายวัน จองกฐิน เล่นงานทั้งกองทัพเรือ พ่วงไปถึง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม กำกับดูแลเหล่าทัพ อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;ม้าไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, คันปากอยากเล่า, นึกว่า (จะ) จอดำ, ม้าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือเต้น!แจงมติซื้อเรือดำนํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือเปิดแถลงชนฝ่ายค้านจันทร์นี้ หลังโดนกระแสสังคมถล่มแหลก ประชาชนใกล้อดตายแต่ซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ 22,500 ล้านบาท กมธ.งบฯ เพื่อไทยอ้างจับเท็จ ทร. พบไม่ใช่สัญญาจีทูจี ชี้ต้องเป็นโมฆะ &amp;quot;สุพล&amp;quot; ฉุน อัดยุทธพงศ์ปั้นน้ำเป็นตัว รอวัดใจที่ประชุมใหญ่ กมธ.พุธนี้ให้เปิดชื่อรายบุคคลใครลงมติเอาด้วย-ค้าน ปชป.มาแล้ว โดดขวางสุดตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 64 สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบงบจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจากประเทศจีน ตามกรอบวงเงินงบประมาณจำนวน 2 ลำ มูลค่ารวมทั้งหมด 22,500 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าวต่อเนื่องโดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า จากเดิมที่อนุกรรมาธิการฯ มีมติเท่ากัน 4 ต่อ 4 แต่นายสุพล ฟองงาม ประธานอนุกรรมาธิการฯ กลับลงมติเห็นชอบ ทั้งที่ตำแหน่งประธานไม่ควรลงมติ เนื่องจากต้องวางตัวเป็นกลาง แต่นายสุพลกลับมาลงอีกเสียงหนึ่งเสียง ทำให้มติเป็น 5 ต่อ 4 ที่เห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ ต่อมาก็มีการตั้งคำถามว่า มีการล็อบบี้ในอนุ กมธ.หรือไม่ เพราะมี กมธ.คนหนึ่งที่ออกเสียงไม่ซื้อเรือดำน้ำถึงกับบอกในห้องประชุมว่า ลองให้ทหารถอดเครื่องแบบแล้วถามชาวบ้านในต่างจังหวัด ก็จะพบว่าชาวบ้านไม่ยอมให้ซื้อเรือดำน้ำแน่นอน แต่สุดท้ายการลงมติอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กมธ.คนดังกล่าวนี้ก็โหวตให้ซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้นจึงเชื่อว่ามีการล็อบบี้จากผู้ใหญ่ในรัฐบาลอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ยังได้แสดงเอกสารบันทึกข้อตกลงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือต่อสื่อมวลชน ที่มีการระบุว่าเป็นสัญญาจีทูจีพร้อมกล่าวว่า เมื่อมาตรวจสอบกลับพบว่าไม่ใช่สัญญาจีทูจี แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงและสัญญาที่เซ็นไป ก็เป็นเพียงแค่การจัดซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำเท่านั้น ไม่มีลำที่ 2 หรือ 3 ไม่มีข้อผูกพันอะไร เอกสารที่ลงนามสัญญาฝั่งไทยคือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ในปี 2560 และฝั่งจีนที่ลงนามด้วยคือบริษัทเอกชน ไม่ใช่รัฐบาลจีน ซึ่งจุดนี้จะนำไปสู่หนังม้วนยาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมปกปิดเอกสารมาโดยตลอด หากเป็นสัญญาแบบจีทูจีจริง ผู้ลงนามฝั่งไทยก็ไม่มีอำนาจลงนามแทนรัฐบาลไทย เพราะผู้มีอำนาจคือนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกทั้งยังไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลไทยด้วย และตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือก็ไม่สามารถรับมอบอำนาจได้ คนที่รับมอบอำนาจได้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ดังนั้นสัญญาดังกล่าวจึงต้องเป็นโมฆะ เพราะกองทัพเรือไม่สามารถชี้แจงได้เลย อ้างแต่เรื่องความมั่นคงทางทะเล ทั้งที่ความอดอยากของประชาชน ทั้งภัยพิบัติน้ำท่วมในขณะนี้ &amp;nbsp;สำคัญกว่าเรือดำน้ำ&amp;quot; ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า แนวทางต่อไปที่จะต่อสู้คือ ในวันพุธที่ 26 สิงหาคม เวลา 13.00 น. คณะ กมธ.งบประมาณชุดใหญ่จะให้อนุ กมธ.ชี้แจงเรื่องเรือดำน้ำ จะเสนอให้ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดใหญ่ทบทวนเรื่องนี้ ขอให้กองทัพเรือนำหนังสือสัญญามาแสดง หากแสดงไม่ได้สัญญาจะต้องเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่มีความโปร่งใส มีความไม่ชอบมาพากล ทั้งนี้ หากคณะ กมธ.ดึงดันให้ผ่าน จะเสนอให้มีมติในคณะ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ โดยให้ กมธ.ลงชื่อเป็นรายบุคคลแบบเปิดเผยชื่อ เพื่อดูว่าใครเห็นความสำคัญของเรือดำน้ำมากกว่าความอดอยากของประชาชน แต่หากโหวตแล้วยังแพ้เสียงส่วนใหญ่ในซีกรัฐบาล ก็จะเดินหน้าต่อไปเพื่อฟ้องกับประชาชน เพราะเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างมาก ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศว่าเลือกเรือดำน้ำจีนเพราะได้คุณภาพดีในราคาประหยัด อีกทั้งยังซื้อ 2 แถม 1 นั้น แล้วทำไมวันนี้กลายเป็นว่าซื้อเรือดำน้ำทั้งหมด 3 ลำ แปลว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เหมือนเป็นใบสั่ง ตอนแรกทุกคนอภิปรายไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายก็โหวตเห็นด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไปนอนคิด 2 วัน ผมว่ารัฐบาลป่วยแล้วลืมประชาชน ลืมสิ่งที่พูดไว้ว่าพี่น้องประชาชนต้องรัดเข็มขัด ต้องประหยัด แต่ก็มาดันเรื่องนี้ รัฐบาลไม่ได้เป็นง่อย แต่ป่วย เรื่องนี้ยืนยันว่าวาระ 2 เชื่อว่าเพื่อนร่วมฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการจะมาร่วมแจมด้วย เพียงแต่วันนั้น 4 ท่านในอนุกรรมาธิการคือโทร.มาประสานได้ง่าย เดี๋ยวได้พิสูจน์กันว่าคนเป็นผู้แทนในภาวะวิกฤติ หากยังแบกหามรัฐบาลอยู่ ก็เชิญตามสบาย หากเห็นว่าพร้อมยุบสภาไหม ผมพร้อม วันนี้คนไทยกำลังโดนต้ม 2 แถม 1 บ้าง ทำเอ็มโอยูบ้าง ทั้งที่จริงๆ ไม่มีอะไรเลย เรื่องนี้ไม่จบแน่ ผมเดินหน้าเตรียมฟ้องประชาชน&amp;rdquo; นายครูมานิตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวเสริมอีกว่า หากนายกรัฐมนตรียังดึงดันที่จะซื้อเรือดำน้ำ เชื่อว่าจะเป็นจุดจบของรัฐบาล และหากรัฐบาลเดินหน้าต่อ จะขอเชิญชวนประชาชนให้ออกไปร่วมการชุมนุมกับนิสิตนักศึกษาเพื่อขับไล่รัฐบาล ขอถามนายกรัฐมนตรีว่าหัวใจทำด้วยอะไร นายกฯ ไทยหัวใจเรือดำน้ำจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีบุคคลใกล้ชิดรัฐบาลเป็นนายหน้าใช่หรือไม่ นายยุทธพงศ์กล่าวว่า จะต้องเจาะลึกในรายละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทย ว่าไม่เคยรับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่ในรัฐบาลระดับนายพลที่มีชื่อว่าบิ๊ก ป. เพื่อให้ลงมติเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำตามที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ระบุ เพราะในขณะประชุมตนปิดโทรศัพท์ ตนเป็นประธานในที่ประชุม จะเปิดโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับใครได้อย่างไร มองว่าคนพูดเป็นคนไม่มีมารยาท ปั้นน้ำเป็นตัว เห็นแต่นายยุทธพงศ์โทรศัพท์ตลอด ไม่รู้โทรศัพท์หาใครในที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต้องลงมติเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำทั้งที่อยู่ในตำแหน่งประธานอนุกรรมาธิการฯ นั้น นายสุพลกล่าวว่า วางตัวเป็นกลางมาโดยตลอด แต่เมื่อข้อบังคับการประชุมกำหนดว่า หากคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานจะต้องเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่ของสภาชี้แจงเรื่องข้อบังคับการประชุมข้อนี้ นายยุทธพงศ์ก็นั่งอยู่ตอนนั้น ก็ต้องได้ยินเต็มสองหูว่าเมื่อคะแนนเท่ากันประธานจะต้องชี้ขาด แล้วจะชี้ขาดให้ฝ่ายค้านได้หรือ เพราะเป็นรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพลกล่าวว่า การชี้แจงของกองทัพเรือมีเหตุผล เพราะถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม จะทำให้เกิดความเสียหายระหว่างประเทศ การลงทุนและการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือให้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซียและเวียดนาม ก็มีเรือดำน้ำหลายลำ แม้กระทั่งกัมพูชาก็มีเรือดำน้ำ 2 ลำ ประเทศเมียนมาก็มีเรือดำน้ำ เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ทางทะเลของชาติ ทั้งการปิโตรเลียม การประมง การเดินเรือทางทะเลต่างๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ ดังนั้นกองทัพเรือต้องพัฒนาขีดความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพลกล่าวว่า ส่วนเรื่องความเสียหายที่จะไปกระทบต่อประชาชนนั้น กองทัพเรือได้ชี้แจงต่อกรรมาธิการว่าไม่กระทบ &amp;nbsp;เพราะเป็นงบประมาณในส่วนของกองทัพเรือ ไม่ได้ขอเพิ่มจากส่วนอื่น ไม่ได้กระทบกับส่วนที่ช่วยเหลือประชาชน ที่สำคัญคือแบ่งจ่ายเป็นงวด สั่งเรือดำน้ำวันนี้ อีก 7 ปีถึงจะได้ ไม่ได้จ่ายทีเดียวกว่า 20,000 ล้านบาท เมื่อเขามีเหตุผลก็เป็นการใช้ดุลพินิจและเป็นสิทธิ์ของกรรมาธิการแต่ละคนที่จะลงมติ หากใครไม่เชื่อไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงมันเท่ากันก็เป็นสิทธิ์ของประธานตามข้อบังคับที่จะต้องชี้ขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพลกล่าวว่า หากไม่เดินตามข้อตกลงเดิมก็จะเสียหายต่อประเทศ เป็นข้อตกลงเดิมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่า เป็นโครงการเก่า งบประมาณปี 2563 ทางกองทัพเรือนำเงินที่ได้จัดสรรงบประมาณเมื่อปี 2563 ไปให้รัฐบาลแก้ปัญหาโควิด-19 จึงได้ไปขอเจรจากับจีน และจีนก็เลื่อนให้ ว่าปี 2564 ค่อยจ่ายเงินในส่วนของปี 2563 และปี 2564 ก็ตั้งงบประมาณเพื่อไปใช้หนี้จ่ายงวดของปี 2563 ซึ่งหลังจากจบเรื่องนี้ในชั้นอนุกรรมาธิการแล้วก็สามารถไปขอทบทวนได้ในคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ ส่วนที่นายยุทธพงศ์ระบุว่า เอกสารสัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำอาจจะเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่ใช่สัญญาแบบจีทูจี และผู้ลงนามในขณะนั้นไม่มีอำนาจในนามรัฐบาล นายสุพลกล่าวว่า นายยุทธพงศ์จะเอาความเห็นของตัวเองไปตัดสินว่าไม่เป็นจีทูจีและเป็นโมฆะไม่ได้ ต้องให้ผู้ที่มีหน้าที่เป็นคนตัดสิน มองว่าวันนี้ยังเป็นจีทูจีอยู่ แล้วก็ยังมีผลอยู่ เพราะเป็นกฎหมายงบประมาณปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากฝ่ายกองทัพเรือนั้น ทางผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุษดิษฐ์ ได้มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องของกองทัพเรือ เปิดแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชนในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;24 ส.ค. เวลา 13.30 น. ที่ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา โดยประเด็นที่กองทัพเรือเตรียมชี้แจง ได้แก่ ความจำเป็นในเชิงยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณของกองทัพเรือที่เลื่อนโครงการจัดหาเรือผิวน้ำ-โครงการจัดหาอากาศยานแล้วนำงบดังกล่าวมาเป็นผูกพันงบประมาณในการจัดหาเรือดำน้ำ พร้อมทั้งเรื่องเอกสารข้อกฎหมายในการทำสัญญาโครงการดังกล่าว เพื่อตอบโต้ว่าข้อมูลของพรรคเพื่อไทยเป็นการบิดเบือนและตัดตอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงินจำนวนมากไปซื้อเรือดำน้ำในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเรื่องโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบกับเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราควรยอมรับความจริงว่า ขณะนี้เศรษฐกิจฝืดเคือง คนหาเช้ากินค่ำมีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก ชักหน้าไม่ถึงหลัง คนจำนวนมากวิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น ตราบใดที่สถานการณ์โควิด-19 ยังต้องอยู่กับเราไปอย่างไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะคลี่คลายเมื่อไหร่ ขณะที่ในประเทศไทยก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีวัคซีนใช้ได้เมื่อไหร่ รวมถึงอาจมีโควิด-19 ระบาดรอบสอง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนมากขึ้นไปอีก การใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ของภาครัฐ จึงควรใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดในการรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจ ถึงแม้กองทัพเรือจะอ้างว่าการมีเรือดำน้ำเป็นความจำเป็นทางด้านความมั่นคง แต่ในขณะที่บ้านเมืองยังมีปัญหาโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ สังคม ซ้ำเติมประเทศชาติและประชาชนอยู่แบบนี้ ควรนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนจะดีกว่า จนกว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติค่อยพิจารณากันใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจย้ำว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีความกังวลว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนนั้น ไม่น่าจะกังวลแต่อย่างใด เพราะจีนก็ทราบดีว่าไทยได้รับผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจจากโควิด-19 อย่างไร จีนน่าจะเข้าใจและเห็นใจประเทศไทยมากกว่า จึงขอเรียกร้องให้ทบทวนชะลอการซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาทออกไปก่อน เพื่อนำงบประมาณไปใช้จ่ายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนที่กำลังประสบปัญหาอย่างมากอยู่ขณะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, สุพล ฟองงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f4275c886025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
