<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง&quot;รมว.ศธ.คนใหม่&quot; ดูแลปัญหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน ต้องยกระดับแก้ปัญหาจริงจัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11มี.ค.64-ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - น.ส.อังคณา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล แกนนำมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว &amp;nbsp;และเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา กว่า 40 คน เดินทางมายื่นจดหมายถึงคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รักษาการ รมว.ศธ.) เรื่อง สถานศึกษาเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัยหลังพบปัญหาครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ซึ่งมีนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.ออกมารับเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยน.ส.อังคณา กล่าวว่า กรณีครูล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดนักเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรีมย์ ถูกครูคณิตศาสตร์ข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียน ส่วนอีกกรณีที่จังหวัดเดียวกันอดีตข้าราชการครู ซึ่งปัจจุบันทำอาชีพขับรถตู้รับส่งนักเรียนได้ทำอนาจารนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการถอดกางเกงโชว์พยายามให้เด็กจับอวัยวะเพศลูบคลำร่างกายเด็กจนทำให้เด็กหวาดกลัวและไม่อยากไปโรงเรียนอีก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนเกิดขึ้นในโรงเรียนสถานที่ที่ควรปลอดภัย และยังสะท้อนให้เห็นถึงกลไกและมาตรการของสถานศึกษาที่อ่อนแอ และผู้บริหารสถานศึกษายังช่วยกันปกปิดให้ความช่วยเหลือครูผู้กระทำผิดอีกด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อังคณา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เครือข่ายขอแสดงเจตนารมย์ให้ ศธ.พิจารณา ดังนี้ 1.ขอให้กำลังใจครู ทุกคนที่ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ด้วยความรักและเมตตาเป็นแบบอย่างที่ดี &amp;nbsp;แต่ขอประณามบุคคลที่เข้ามาอาศัยวิชาชีพครูทำร้ายลูกศิษย์จากการหาประโยชน์ทางเพศและประโยชน์อื่นจากนักเรียนในทุกรูปแบบ 2.ขอทราบความคืบหน้าผลการดำเนินการกับครูที่กระทำความผิด และมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยศธ.ต้องแถลงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ 3.ควรปรับปรุงกลไกระดับกระทรวงที่ตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหา 4.ควรให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารถึงหลักการเพื่อการคุ้มครองสิทธิเด็ก 5.กรณีเกิดเหตุความเสียหายต่อเด็กนักเรียนที่เป็นการละเมิดกฎหมาย ศธ.ต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ร่วมในการแจ้งความดำเนินคดี 6.กรณีสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่าครูมีการกระทำผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียนให้ศธ.ลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอนใบประกอบวิชาชีพครู และ7.ศธ.ต้องพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องทักษะชีวิตว่าด้วยความเสมอภาคระหว่างเพศ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามขอฝากไปถึง รมว.ศธ.คนใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่งได้ดูแลแก้ปัญหาเรื่องโรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยด้วย และขอให้รื้อใหญ่ทั้งระบบลงโทษครูที่กระผิดล่วงละเมิดนักเรียนอย่างจริงจังด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุภัทร กล่าวว่า ตนขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มองเห็นปัญหานี้ ซึ่ง ศธ.ย้ำมาตลอดว่าสถานศึกษาต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยให้แก่นักเรียน และเรารับไม่ได้ที่มีปัญหาการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นในโรงเรียน เพราะสิ่งเหล่านี้คืออาชญากรรมในโรงเรียนที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อมูลที่ทางมูลนิธิมีก็ตรงกับข้อมูลที่ศธ.มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราไม่อยากเห็นตัวเลขครูล่วงละเมิดทางเพศอีก ซึ่งตัวเลขของครูที่ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนจะต้องเป็นศูนย์ ทั้งนี้ศธ.จะรับเรื่องมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข รวมถึงจะสร้างระบบคัดเลือกคนที่เข้ามาเป็นครูอย่างเข้มข้น เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนิพนธ์ ก้องเวหา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบปัญหามาตลอด และเราไม่เคยนิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งนโยบายของสพฐ.วิถีใหม่คือโรงเรียนจะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยในทุกมิติ และทุกครั้งที่เกิดเหตุครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเราตรวจสอบพร้อมแก้ไขปัญหาทันที ซึ่งทุกคสที่เกิดขึ้นมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พร้อมกับมีคำสั่งให้ออกจาราชการไว้ก่อน โดยกรณีล่าสุดครูคณิตศาสตร์ในโรงเรียนที่.จ.บุรีรัมย์ สพฐ.ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เนื่องจากมีหลักฐานระบุความผิดชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95741</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., ครูล่วงละเมิดเด็ก, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, เครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049cf80c82dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งย้าย &quot;ครูชาย&quot;ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนแลกเกรด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.พ.64-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษาว่า เรื่องนี้ตนยอมรับว่าปัญหาการคุกคามนักเรียนยังเกิดขึ้นอยู่ในสถานศึกษา ซึ่งก็ใช่เพียงประเทศไทยประเทศเดียวที่เกิดปัญหานี้ขึ้น แต่เป็นปัญหาการคุกคามนักเรียนในทุกประเทศทั่วโลก โดยที่ผ่านมาตนวางแนวทางและมาตรการป้องกัน รวมถึงปราบปรามเรื่องคุกคามนักเรียนเหล่านี้ให้หมดไป &amp;nbsp;และเมื่อเร็วๆนี้ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งว่า มีนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ถูกครูผู้สอนที่เป็นชายล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อเป็นการแลกเกรด 4 โดยต้องร่วมหลับนอนด้วยกัน 2 ครั้ง ซึ่งตนตัดสินใจสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ย้ายครูชายคนดังกล่าวให้มาช่วยรายการในเขตพื้นที่ก่อน พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาการคุกคามทางเพศจะเกิดขึ้นในสถานศึกษาไม่ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผมได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการทันที และกำชับถึงการสอบสวนจะต้องทำอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตามไม่อยากให้นักเรียนทุกคนเหมารวมว่าสถานศึกษาเป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัย เพราะทุกองค์กรมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ดังนั้นเราต้องขจัดและหาทางป้องกันคนดีให้อยู่ในสังคมได้ และขจัดคนไม่ดีไม่ให้กลับเข้ามาในวงการศึกษาได้อีกต่อไป&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูล่วงละเมิดเด็ก, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6025312e5c2e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ  รับเรื่องร้องเรียนแล้ว 16คดี &quot;ครูตั้น&quot;ลั่นจะไม่ให้เรื่องทำนองนี้ถูกซุกใต้พรมอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.ค.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยนางกนกวรรณ วิชาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. เปิดศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) โดยนายณัฏฐพล กล่าวว่า โรงเรียนคือสถานที่ให้ความรู้นักเรียน และเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของนักเรียนที่มีทั้งความอบอุ่นและความปลอดภัย โดยศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบแบบรวดเร็ว รอบคอบ และเด็ดขาด รวมถึงเป็นช่องทางหนึ่งให้นักเรียนนักศึกษาผู้ถูกกระทำได้ร้องเรียนปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์แห่งนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว 16 คดีไม่ว่าจะเป็นคดีชู้สาว กระทำอนาจาร พฤติกรรมล่อลวง และล่วงละเมิดคุกคาม โดยมีการตั้งคณะกระกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และให้ออกจากราชการไว้ก่อน จำนวน 11 ราย ให้พักราชการไว้ก่อน จำนวน 2 ราย และคุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเรียบร้อยแล้ว จำนวน 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ศูนย์ ศคพ.จะมุ่งปฏิบัติการป้องกันภายใต้ 3 มาตรการใหญ่ คือ มาตรการด้านการป้องกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักเรียน มาตรการด้านการปราบปราม แก้ไขปัญหาสะสางปัญหาเก่า ยุติปัญหาใหม่ โดยหากสถานศึกษาหรือหน่วยงานทางการศึกษาพบเรื่องร้องเรียนเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ หรือมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะในวงกว้าง ผู้ที่มีอำนาจอย่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้องมีคำสั่งย้ายผู้ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทันที และหากพบมูลความผิดจริงให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยขั้นตอนทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้งศูนย์ศคพ.จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการทางวินัยควบคู่กับการดำเนินคดีอาญาด้วย และมาตรการด้านการคุ้มครองและช่วยเหลือ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยานักเรียนอย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะไม่ให้ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ถูกซุกไว้ใต้พรมอีกต่อไป และหากพบว่ามีครูกระทำผิดล่วงละเมิดแต่ไม่มีการกล่าวโทษจากเขตพื้นที่หรือโรงเรียน ทางศูนย์ศคพ.นี้จะทำหน้าที่กล่าวโทษและดำเนินคดีให้เอง ขณะเดียวกันการดำเนินการแก้ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาจะถือเป็นการกำหนดตัวชี้วัดของผู้บริหารโรงเรียนและผู้บริหารเขตพื้นที่ ว่า จริงจังกับการแก้ปัญหาดังกล่าวหรือไม่ เพราะผมไม่ต้องการให้ครูที่กระทำผิดล่วงละเมิดนักเรียนกลับเข้ามาในวงการครูได้อีก ซึ่งได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขกฎหมายต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อสกัดป้องกันไม่ให้ครูที่กระทำผิดได้กลับเข้ามาสอนนักเรียนได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นผู้ถูกกระทำหรือพบเห็นผู้ล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาร้องเรียนและร้องทุกข์ได้ที่สายด่วน ศคพ. 1579 หรือ โทร.0-2007-0001&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72008</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูล่วงละเมิดเด็ก, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ(ศพค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f155d37a1a8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;สั่งกวาดล้างครูละเมิดทางเพศนักเรียน  ตะลึง ! 3 ปีย้อนหลังมีถึง180 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25พ.ค.63-&amp;ldquo;ณัฏฐพล&amp;rdquo; สั่งรวมข้อมูล ครู-ผู้บริหาร โรงเรียนที่ถูกลงโทษทางวินัย &amp;nbsp;คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน พบย้อนหลัง 3 ปี มีจำนวน 180 ราย หวังกวาดล้างให้หมดไปจากในวงการศึกษา พร้อมสั่งตรวจสอบ สถานะปัจจุบัน ป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้กลับเข้ามาในวงการการศึกษาอีก

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับข้าราชการครูที่กระทำความผิดวินัย เช่น เรื่องทุจริต เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น จึงได้มอบหมายให้ ก.ค.ศ.สรุปข้อมูลข้าราชการครูที่กระทำผิดและโดนลงโทษทางวินัยย้อนหลัง 3 ปี เพื่อที่จะทราบจำนวนผู้ที่กระทำความผิดว่ามีจำนวนเท่าไรนั้น โดยจากข้อมูลของ ก.ค.ศ. ในลักษณะจำแนกเป็นกลุ่มคดี พบข้อมูลข้าราชการครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกลงโทษทางวินัย เช่น คดียาเสพติด ทุจริต และล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น ประมาณ 200 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีครูและผู้บริหารที่โดนลงโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชน 180 คน ซึ่ง รมว.ศธ. ต้องการทราบว่าบุคคลเหล่านี้ มีแรงจูงใจหรือสาเหตุใดที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว รวมถึงเมื่อได้รับโทษแล้วคนกลุ่มนี้จะไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร และได้มีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ ใบประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาแล้วหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้กลับเข้ามาในวงการการศึกษาอีก

เลขา ก.ค.ศ. กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; นอกจากนี้ รมว.ศธ. จะนำปัญหาครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนให้คณะกรรมการผลิตและพัฒนาครูพิจารณาด้วย เนื่องจาก จะต้องปรับกระบวนการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่สถาบันผลิตครู รวมไปถึง ตั้งแต่เด็กระดับมัธยมศึกษาปีที่&amp;nbsp;6 ที่อยากจะเป็นครูด้วย โดยจะต้องเข้มในเรื่องหลักสูตรคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาและนักเรียน เพราะ รมว.ศธ. ต้องการกวาดล้างให้บุคคลเหล่านี้หมดไปจากวงการศึกษา ซึ่งการเป็นครูเก่งมีทักษะรอบด้านจะต้องมาพร้อมกับคุณธรรมและจริยธรรมด้วย เนื่องจากโรงเรียนเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองและครูต้องทำหน้าที่เป็นพ่อแม่คนที่สองของเด็กให้เด็กได้รับความปลอดภัยไม่ใช่ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูล่วงละเมิดเด็ก, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32b069a4932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไมมี่ที่ยืน‘5ครูโฉด’ นายกฯลั่นละเมิดเด็ก-รับโทษเต็มรมว.ศธ.ชี้ส่อพ้นหน้าที่พ่อพิมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; ลั่นครูล่วงละเมิดเด็กต้องลงโทษเต็มอำนาจตาม กม. บอกเป็นบุคลากรสำคัญต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี รมว.ศึกษาฯ ยอมรับไม่ได้ ฟันไม่เลี้ยง 5 ครูล่วงละเมิดเด็ก ชาวบ้านยืนยันจะส่งลูกหลานเข้าโรงเรียนเช่นเดิม วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าดูแล องค์กรเด็กร้อง รมว.ยธ.คุ้มครอง 2 เด็กหญิงและพยานเข้าสู่กระบวนการเยียวยา คุ้มครองพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านไลฟ์สดเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โดยกล่าวถึงกรณีที่ครูหื่น 5 คนร่วมมือกับศิษย์เก่า 2 คนรุมข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 และ ม.4 พร้อมถ่ายคลิปข่มขู่ เหตุเกิดในโรงเรียนดงมอนวิทยาคม ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร แต่กลับมีผู้ใหญ่ในพื้นที่ออกมาพยายามปกป้องครู และโทษเป็นความผิดนักเรียนแทน ว่า เรื่องนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ต้องลงโทษเต็มอำนาจตามกฎหมาย ถ้ามีการกระทำความผิดและมีหลักฐานชัดเจน อย่างไรก็ตาม ครูถือเป็นบุคลากรสำคัญ ควรจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพุธที่ 13 พ.ค.63 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อติดตามคดีสำคัญที่เกิดขึ้นในเขตท้องที่ของ สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 โดยมี หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ โดย รมว.ศึกษาธิการย้ำชัดว่า สำหรับครูทั้ง 5 คนนั้นได้มีการลงโทษให้ออกราชการแล้ว และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หากสำนวนการสืบสวนปรากฏออกมาว่าผิดจริง ครูดังกล่าวจะไม่สามารถกลับมาประกอบอาชีพครูได้เลยเด็ดขาด และไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ เพราะทางกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษาเป็นอย่างมาก หากประพฤติตนไม่ดีและไม่สามารถเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียนได้ จะไม่มีที่ยืนให้กับคนผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรรชัยถามว่ามีกลุ่มคนอ้างตัวเป็นเพื่อนครูออกมาให้กำลังใจ โพสต์ตำหนิเด็กนักเรียนแล้วบอกว่าครูพวกนี้เป็นคนดี ทำไมทำแบบนี้ ครูต้องเป็นที่พึ่ง ท่านมองอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลตอบว่า ผมเสียใจที่คุณครูคิดแบบนั้น จริยธรรมความเป็นครูต้องเป็นครูที่ดีทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน พฤติกรรมครูทั้ง 5 ท่านไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง ได้ปฏิบัติตนนอกเวลาเรียน กระทรวงศึกษาธิการรับไม่ได้ ส่วนมาตรการป้องกันได้ตั้งศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ประสบปัญหาโดนล่วงละเมิดทางเพศ ในอดีตอาจเป็นศูนย์เล็กๆ แต่วันนี้เราแยกมาชัดเจน ทำให้เรามีข้อมูลต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมหวังว่าศูนย์นี้จะห้ามปรามให้ผู้ตั้งใจทำความผิดมีความเกรงกลัว เพราะเราใช้กลไกของศูนย์ขับเคลื่อนกล่าวโทษแทนผู้เสียหาย ครอบครัวผู้เสียหายได้ ในอดีตอาจมีการเกรงกลัวอิทธิพล มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารในเขตพื้นที่ แต่ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายชัดเจน เราจะยอมให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน ซึ่งเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง เป็นความมั่นใจให้ผู้ปกครอง ถ้ามาโรงเรียนแล้วความปลอดภัยไม่ได้ต่างจากบ้าน&amp;quot; รมว.ศึกษาธิการกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดมุกดาหาร ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตำบลดงมอน พบชาวบ้านดงมอน ตำบลดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร ยืนยันว่าแม้โรงเรียนจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็จะไม่ให้ลูกย้ายโรงเรียนไปไหน เพราะโรงเรียนแห่งนี้มีการเรียนการสอนที่ดี ที่ผ่านมาก็มีศิษย์เก่าสอบได้เป็นครู เป็นหมอ มีหน้าที่การงานที่ดีก็ที่โรงเรียนนี้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นมันก็แล้วแต่เรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านดงมอนเล่าว่า ในส่วนที่อยากให้เร่งแก้ไขคือ อยากให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องลงมาแก้ไขกันอย่างจริงจัง ไม่เห็นด้วยกับการนัดส่งงานหลังเลิกเรียน ทำงานต่อที่โรงเรียนตอนเย็นหรือหลังเลิกเรียน เพราะที่ผ่านมาเคยไปตามลูกสาวให้กลับบ้าน รู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมที่นัดนักเรียนไปส่งงานที่บ้านพักหลังเลิกเรียน อยากให้ออกข้อบังคับไปให้ชัดเจนเลยว่าเด็กต้องผมสั้น ห้ามแต่งหน้าจนเกินงาม เพราะอาจจะเป็นที่มาของคดีข่มขืนหรือเป็นที่ดึงดูดใจของครูก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงเรียนที่เกิดปัญหาขึ้นเป็นโรงเรียนระดับตำบล มีนักเรียนประมาณกว่า 300 คน ครู 25 คนที่ผ่านมามีการเรียนการสอนที่ดี ชาวบ้านอยากให้กำลังใจคุณครูที่ทำงานดีอยู่แล้วทำงานต่อไป สร้างเยาวชนของชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วขอให้เป็นขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก พร้อมด้วยนายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชน ลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม กว่า 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงนำผู้เสียหายและครอบครัวเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ควบคู่กับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ เสริมพลังเพื่อให้ผู้เสียหายมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และได้เข้าถึงการเยียวยาจากกองทุนยุติธรรม กรณีครูและรุ่นพี่รวม 7 คนข่มขืนนักเรียนหญิงที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า กรณีเด็กถูกครู 5 คนและศิษย์เก่าอีก 2 คน ข่มขืนต่อเนื่องตั้งแต่มีนาคม 2562-มีนาคม 2563 โดยพบว่ามีการถ่ายคลิปไว้เพื่อแบล็กเมล์ข่มขู่ กรณีนี้ผู้เสียหายเป็นนักเรียนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.ผึ่งแดด ทางศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหารได้ให้ครูทั้ง 5 คนออกจากราชการไว้ก่อน และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้เข้ามอบตัวและรับการประกันตัวออกไป ทำให้น่าเป็นห่วงว่าผู้เสียหายและครอบครัวจะถูกข่มขู่ คุกคามเอาชีวิต หรือเสียหายต่อรูปคดี เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ก่อเหตุจำนวนมาก กระทำกันเป็นกระบวนการมายาวนานนับปี และอาจมีอิทธิพล มีอำนาจแฝงเข้ามาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่น่าเศร้าใจอีกเรื่องคือ มุมมองความคิดของครูบางส่วนที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมุ่งไปทางกล่าวโทษให้ร้ายเด็ก ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายถูกกระทำ เป็นผู้เสียหาย และสื่อสารไปในทางปกป้องผู้ก่อเหตุ เสมือนหนึ่งว่าเรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ผิดพลาดกันได้ ซึ่งถือเป็นตรรกวิบัติที่ไม่ควรเกิดขึ้นในคนที่มีวิชาชีพครู การให้โอกาส ให้ความรัก ความเมตตาลูกศิษย์ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ มิใช่การใช้อำนาจที่เหนือกว่าทั้งกายภาพและหน้าที่การงานมาเป็นโอกาสในการข่มขืน คุกคามทางเพศเช่นนี้ และครั้งนี้ทีมงานตั้งใจเข้าไปช่วยเหลือเด็กและครอบครัวผู้เสียหายอย่างเต็มที่ ในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมจนสุดทาง&amp;rdquo; นายชูวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทิชากล่าวว่า จากประสบการณ์การเข้าไปมีส่วนร่วมทำงานในคดีเด็กและเยาวชน เช่น กรณีค้ามนุษย์ที่ผู้เสียหายเป็นเด็กในพื้นที่บ้านน้ำเพียงดิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมถึงกรณีเด็กหญิงถูกรุมโทรมจากผู้ชายหลายสิบคนนานนับปีในพื้นที่บ้านเกาะแรด จังหวัดพังงา เมื่อ 3 ปีก่อน ข้อค้นพบที่น่าจะเป็นประโยชน์และเป็นบทเรียนในการทำงาน จากความร่วมมือของหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่ายังมีช่องว่างบางประการที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในกระบวนการยุติธรรม และการคุ้มครองเด็กและเยาวชนผู้เสียหายและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทำนองเดียวกันอีกที่จังหวัดมุกดาหาร เครือข่ายจึงมีจุดยืนและข้อเสนอต่อกระทรวงยุติธรรมดังต่อไปนี้ 1.ขอสนับสนุนกระทรวงยุติธรรมให้เร่งรัดกระบวนการนำเด็กนักเรียนผู้เสียหายและครอบครัวเข้าสู่การคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเร็วที่สุด รวมถึงการเร่งรัดมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาจากกองทุนยุติธรรมเป็นการด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นอกเหนือจากมิติด้านความปลอดภัยในกระบวนการคุ้มครองพยานแล้ว ข้อที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ การฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหายและครอบครัว ยิ่งกรณีนี้มีการข่มขืนจากครูหลายคนมาอย่างยาวนาน นอกจากการมีและใช้อำนาจของครูในทางฉ้อฉลแล้ว ยังสะท้อนความหวาดกลัวและด้อยในการต่อรองของนักเรียนที่เป็นผู้เสียหายด้วย จำเป็นต้องมีการฟื้นฟู การเสริมพลังเพื่อให้ผู้เสียหายเห็นคุณค่าของตัวเองและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเป็นแม่งานในการระดมสมองเพื่อหาทางออกจากเขาวงกตที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ กับบุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรในส่วนราชการ โดยเชิญภาคประชาสังคมที่มีประสบการณ์ด้านนี้มาร่วมหาทางออกอย่างเป็นระบบ และ 4.ขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารโดยไม่ละเมิดสิทธิเด็กและครอบครัวผู้เสียหาย ระมัดระวัง ไม่ตอกย้ำหรือกดทับสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำเติมทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;rdquo; นางทิชากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กระบวนการเยียวยา, ครูล่วงละเมิดเด็ก, คุ้มครองพยาน, ตัวอย่างที่ดี, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba9d1136617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
