<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้องขวัญ&#039;ลูกครูแก้วซิวนายกอบจ.นครพนม โค่นแชมป์เก่า5หมื่นกว่าคะแนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 63 - เมื่อเวลา 05.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม (นายก อบจ.) และ สมาชิกสภา อบจ.นครพนม (ส.อบจ.) ว่า ผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ หรือน้องขวัญ หัวหน้าทีมนครพนมร่วมใจ บุตรสาวของนายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง และส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย สามารถเอาชนะอดีตแชมป์เก่า 2 สมัย ดร.สมชอบ นิติพจน์ หัวหน้าทีมรวมพลังเพื่อไทย เพื่อนครพนม โดยทิ้งห่างถึง 51,337 แต้ม ได้เป็นนายก อบจ.นครพนมคนใหม่ พร้อมนำพาลูกทีม ส.อบจ.ฯ เข้าไปนั่งในสภา อบจ. ได้อีก 22 คน จาก 30 คน ใน 12 อำเภอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปผลคะแนนรวม นายก อบจ.นครพนม อย่างไม่เป็นทางการ มีดังนี้ เบอร์ 2 กลุ่มนครพนมร่วมใจ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ 161,933 คะแนน, เบอร์ 3 กลุ่มรวมพลังเพื่อไทย เพื่อนครพนม ดร.สมชอบ นิติพจน์ 110,596 คะแนน,เบอร์ 1 กลุ่มก้าวหน้านครพนม นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ 50,012 คะแนน, เบอร์ 4 ผู้สมัครอิสระ นายเฉลิมชัย ทิศแดง5,783 คะแนน และ เบอร์ 5 ผู้สมัครอิสระ นายจุมพล วงค์กาฬสินธิ์632 คะแนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 556,088 คน มาใช้สิทธิ 349,234 คน แยกเป็นชาย 165,145 คน หญิง 184,089 คน คิดเป็นร้อยละ 62.80 % มีบัตรดี 328,956 ใบ บัตรเสีย 12,521 ใบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ อบจ.นครพนม ต่างทำงานกันตั้งแต่เช้าของวันที่ 20 ธันวาคม จนกระทั่งปิดหีบเลือกตั้ง และต้องรอรับหีบเลือกตั้งที่จะส่งมาจากที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม ซึ่งตั้งเป็นจุดรวมหีบเลือกตั้ง บันทึกคะแนนลงในคอมพิวเตอร์ หลังตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนแล้ว ก็จะส่งมาให้ อบจ. เพื่อประกาศผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการต่อไป ทำให้เจ้าหน้าที่ อบจ.นครพนม มีความอ่อนล้าที่ต้องอดหลับอดนอนทั้งวันทั้งคืน จึงอาศัยช่วงจังหวะว่าง 5-10 นาที พักสายตาชั่วคราว เพราะรุ่งเช้าจะต้องทำงานตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติของ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ถือกำเนิดที่บ้านแค ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ปัจจุบันอายุ 36 ปี เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนใกล้บ้าน ต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย และจบการศึกษาปริญญาโท MBA จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการเป็นเลขานุการ ส.ส.นครพนม เขต 1 (นายศุภชัย โพธิ์สุ) ต่อมาเป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย(นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) และก่อนจะมาสมัครนายก อบจ.นครพนม เป็นที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี (มท.3) และนับเป็นนายก อบจ.นครพนม หญิงคนที่สองของจังหวัดนครพนม โดยก่อนหน้านี้มีนายก อบจ. หญิงคนแรก คือ นางมนพร เจริญศรี ปัจจุบันเป็น ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีตแชมป์ 2 สมัย ทำงานด้านการเมืองท้องถิ่นด้วยการชักนำของนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม 10 สมัย โดยได้รับเลือกตั้งเป็น สจ.เขตอำเภอปลาปาก ตั้งแต่ปี 2538-2547 ไต่เต้าขึ้นเป็นรองนายก อบจ.ฯ 3 สมัย และเป็นนายก อบจ.นครพนม เมื่อปี 2551-2563 ตลอดเวลาที่ทำงานการเมืองท้องถิ่น ไม่เคยสอบตกแม้แต่ครั้งเดียว จึงเป็นครั้งแรกที่พ่ายแพ้ต่อทายาทครูแก้ว ขณะที่นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ก็ยังสะกดคำว่าชนะไม่ได้ ทั้งที่ลงสมัครรับเลือกตั้งมาแล้วทั้งสนามใหญ่สนามเล็กก็พลาดหวังตลอด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูแก้ว, นครพนม, นายกอบจ., น้องขวัญ, ศุภพานี โพธิ์สุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fdff71234876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภท.สะดุ้ง &#039;ปิยบุตร&#039; แฉป้าย &#039;ครูแก้ว&#039; ส.ส.เจรจารัฐมนตรีเพื่อจัดโครงการมาลงพื้นที่ตนเองขัดรธน.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.63 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย โพสต์หัวข้อ &amp;quot;ส.ส. เจรจารัฐมนตรีเพื่อจัดโครงการมาลงพื้นที่ตนเอง ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่?&amp;quot; ลงบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินทางมาอีสานตอนบนรอบนี้หลายจังหวัด ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้แวะที่ จ.นครพนม พบเห็นป้ายนี้แถวอำเภอบ้านแพง ก็เกิดเอะใจว่า ทำไมจึงมีป้ายแบบนี้ขึ้นได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายทำนองนี้หรือหลังคาศาลาที่เขียนข้อความทำนองนี้ค่อยๆ หายไป ที่คงเหลืออยู่ก็เป็นซากทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ชี้ให้เห็นว่า ในยุคก่อน มี &amp;ldquo;งบ ส.ส.&amp;rdquo; และ ส.ส. เอามาเขียนโฆษณาว่าเป็นผลงานของตัว แต่นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 มีข้อห้ามอย่างเคร่งครัด มิให้ ส.ส. เข้าไปมีส่วนในการแปรงบ หรือ กระทำการอื่นใดที่ทำให้ ส.ส. เข้าไปมีส่วนในการใช้งบประมาณรายจ่าย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญ 2560 ยิ่งห้ามเรื่อง &amp;ldquo;งบ ส.ส.&amp;rdquo; อย่างเคร่งครัดกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มโทษเข้าไป หาก ส.ส. กระทำการใดให้ตนมีส่วนใช้งบประมาณ ให้พ้นจาก ส.ส. ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และถูกเรียกเงินคืน ถ้าคณะรัฐมนตรีมีส่วนรู้เห็น ก็มีโทษเช่นเดียวกับ ส.ส. (ดูรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 144 วรรคสองถึงวรรคหก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ส.ส. ผลักดันโครงการไปในพื้นที่จะถือว่าเป็นกรณี ส.ส. กระทำการใดให้มีส่วนในการใช้งบหรือไม่ นับว่าเป็นเรื่องใหญ่และต้องถกเถียงกันให้ชัดว่าบรรทัดฐานอยู่ตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้ ส.ส. เข้ามายุ่งกับการใช้งบและการผลักดันโครงการลงพื้นที่ตนเอง เพราะมองว่า ส.ส. คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ มีอำนาจตัด และให้ความเห็นชอบงบรายจ่ายประจำปีเท่านั้น ส่วนการใช้งบ การคิดโครงการ คือ อำนาจของฝ่ายบริหาร และรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันระหว่าง ส.ส. กับคู่แข่งอื่นที่ไม่มีโอกาสทำแบบนี้ได้ ประกอบกับต้องการปิดโอกาสไม่ให้ ส.ส. &amp;ldquo;กินหัวคิว&amp;rdquo; หรือเอา &amp;ldquo;เงินทอน&amp;rdquo; จากโครงการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนในพื้นที้ต่างก็เรียกร้องโครงการเอากับ ส.ส. มีเรื่องเดือดร้อนก็มาร้องเรียน ส.ส. แต่ ส.ส. ก็ไม่มีอำนาจ ไม่มีงบ ส.ส. ก็ต้องใช้เทคนิควิธี กลเม็ดเด็ดพรายกัน หลบ เลี่ยง ลอด ตามแต่ศิลปวิทยาการ ประสบการณ์ และเครือข่ายอำนาจของแต่ละคน ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ส.ส. ซีกรัฐบาลจะได้เปรียบ ส.ส. ฝ่ายค้าน เพราะมีลูกพี่เป็นรัฐมนตรีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมพบเห็นป้ายนี้ที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม (พิกัด
https://goo.gl/maps/whinPLFn6z4fBoRq9) ก็เกิดความสงสัยว่า ตกลง ส.ส. หาโครงการมาลงในพื้นที่ตนเอง เขตเลือกตั้งของตนเองได้หรือ? ไม่ขัดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่? ขอบเขตอยู่ตรงไหน? ถ้า ส.ส. ซีกรัฐบาลทำ แล้ว ส.ส. ฝ่ายค้านล่ะ จะทำอย่างไร? ถ้า ส.ส. ปัจจุบันทำ และอวดอ้างว่าเป็นผลงาน แล้วคู่แข่งของ ส.ส. คนนั้นจะสู้กับเขาได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าพี่น้องประชาชนต้องการโครงการที่เป็นประโยชน์ แต่กฎกติกาที่เป็นอยู่ตอนนี้ ต้องทำให้กระจ่างชัดว่าจะเอาอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่อ ส.ส. ที่ปรากฏอยู่บนแผ่นป้าย คือ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็น ส.ส. อาวุโส หลายสมัย ย่อมทราบดีว่าแนวทางบรรทัดฐานอยู่ตรงไหน นอกจากนี้พรรคที่ท่านสังกัดยังบริหารกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงท่องเที่ยว ซึ่งมีงบประมาณมหาศาลและโครงการจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดว่าประเทศไทยต้องวางมาตรฐานให้ชัดว่า ตกลงแล้ว ส.ส. กระทำการใดให้ตนมีส่วนใช้งบ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมได้หรือไม่ ส.ส. ล็อบบี้ เจรจา รัฐมนตรีให้นำโครงการมาลงในพื้นที่ตนเองได้ใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าใช่ ต่อไป ส.ส. คนอื่นจะได้ทำบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่ใช่ ส.ส. ที่ทำแบบนี้ จะต้องรับผลเช่นไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#นครพนม #สส #งบประมาณ #ผลประโยชน์ #ครูแก้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูแก้ว, ปิยบุตร, ภูมิใจไทย, ศุภชัย โพธิ์สุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2c9d471cf8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
