<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูแขก&#039;ฟ้องกลับ&#039;ศรีวราห์&#039;ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หลังศาลยกฟ้องคดีครอบครองระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี น.ส.อัมพร ใจก้อน หรือครูแขก อายุ 59 ปี ชาวเชียงใหม่ ที่ใกล้ชิดผู้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง อดีตจำเลยคดีครอบครองระเบิด ซึ่งศาลอาญาและศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษายกฟ้องคดีครอบครองระเบิดที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่น บางบัวทอง และคดีระเบิดที่บริเวณลานดินกว้าง ติด ถ.ราษฎร์อุทิศ ระหว่าง ซ.ราษฎร์อุทิศ 25-27 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี ช่วงปี 2553-2557 เดินทางมาศาลพร้อมกับ น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความ เพื่อยื่นฟ้องกลุ่มตำรวจที่เคยดำเนินคดีดังกล่าว รวม 12 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และข้อหาอื่นเกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา 172, 173, 174, 181, 200 ซึ่งการยื่นฟ้องนี้ ฝ่ายโจทก์ได้นำสำเนาคำพิพากษาคดีที่ศาลยกฟ้องทั้ง 2 สำนวนมาประกอบคำฟ้องคดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลรับเอกสารคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อท.121/2561 เพื่อตรวจคำฟ้องว่าถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับสำนวนคำฟ้องไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่ ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง น.ส.อัมพร กล่าวว่า วันนี้พร้อมแล้วที่จะฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ 3 คน และคณะตำรวจอีกรวม 12 คน ซึ่งจริงๆ แล้วเราเป็นพี่น้องคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการตำรวจหรือทหาร แต่ที่ฟ้องนี้สิ่งที่ต้องการอย่างเดียวคือ ความเป็นธรรม ความยุติธรรม กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายก็จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีบัญญัติไว้ด้วย โดยที่ผ่านมาหลังจากตนถูกดำเนินคดีกระทั่งศาลตัดสินยกฟ้องนั้น ก็ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำก็สูญเสียครอบครัว ที่ผ่านมาก็มี น.ส.เบญจรัตน์ ทนายความที่ช่วยดูแลคดีให้ เพราะตนเองไม่มีเงินที่จ้างทนาย ซึ่งก่อนที่จะเข้ามาช่วยตน ทนายความก็ไปสืบเสาะรวบรวมหลักฐานทุกอย่างมาจนแน่ชัดแล้วว่าตนไม่น่าจะกระทำผิด จึงยื่นมือมาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การฟ้องนี้ก็มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ รอง ผบ.ตร. อย่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;น.ส.อัมพร ตอบว่า มีหมดค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อัมพร เล่าย้อนเหตุการณ์ที่นำมาสู่การฟ้องคดีว่า เมื่อตนถูกจับก็ถูกพาตัวไปแถลงข่าวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกว่าประโคมข่าวจนตนเสียหาย และระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำครอบครัวก็รับผลกระทบ รวมทั้งต้องสูญเสียทรัพย์เมื่อไม่มีใครดูแลบ้าน รู้สึกเสียใจมากต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะจะต้องเสาะหาความจริงให้มีหลักฐานให้ยึดมั่นมัดตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาชัดเจนก่อน ก่อนที่จะมาจับ แต่มาในวันนี้ตนเชื่อว่ากระบวนการศาลทั้งศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และศาลมีนบุรี ที่ได้เห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิด จึงยกฟ้องไปทั้ง 2 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตรงนี้ที่ฟ้องกลับก็เพื่อจะไม่ให้มีเยี่ยงอย่าง การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนคนไทยใดๆ อย่าให้มาเจอแบบครูแขก ซึ่งเหมือนถูกจับผิด จับแพะ ตรงนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับพี่น้องและลูกหลานคนไทยใดๆ เพราะเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องไปนอนเรือนจำฯ และตรงนี้ดิฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเจ้าหน้าที่ข้าราชการไม่ว่าจะทหาร หรือตำรวจ ถ้าลูกหลานคุณเจอแบบครูแขกบ้างแล้วคุณจะเข้าใจความเจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกินค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อัมพร ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาระหว่างถูกดำเนินคดีต้องอยู่ในเรือนจำนาน 1 ปี 7 วัน ซึ่งหลังจากที่ 2 ศาลตัดสินยกฟ้องคดี 2 สำนวน ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลย โดยในส่วนของหน่วยงานรัฐกระทรวงยุติธรรม ตนได้ยื่นหนังสือไปแล้วในการพิจารณาค่าชดเชยระหว่างถูกจองจำ 1 ปี 7 วัน ยังโชคดีที่ตนเป็นผู้หญิงที่แกร่งหน่อย ซึ่งคิดว่าไม่ผิดก็ขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะตำรวจที่ยื่นฟ้องนั้น มีการระบุถึง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล และนายตำรวจยศระดับ พล.ต.ต. อีก 3 นาย กับนายตำรวจสัญญาบัตรยศ พ.ต.อ. และ พ.ต.ท. ใน บช.น. , บก.น.3 , กองปราบปราม รวมทั้งนายตำรวจใน สน.ประเวศ และ สน.มีนบุรี ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10181</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น, ครอบครองระเบิด, ครูแขก, ศรีวราห์, อัมพร ใจก้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bcce0966be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายจ่อฟ้องกลับ&#039;สตช.&#039;หลังอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง&#039;ครูแขก&#039;ครอบครองระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งศาลจังหวัดมีนบุรียกฟ้อง น.ส.อัมพร ใจก้อน และได้รับการปล่อยตัวในเดือนกรกฎาคม 2560 ขอบคุณภาพ thairath&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61 - &amp;nbsp;เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.4237/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.อัมพร ใจก้อน หรือครูแขก อายุ 56 ปี ชาวเชียงใหม่ ผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานมีวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง และกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2590 มาตรา 4, 38 และ 74&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คำฟ้องอัยการโจทก์บรรยายพฤติการณ์สรุปได้ว่า ระหว่างต้นเดือน มิ.ย. 2553 &amp;ndash; 5 ต.ค. 2553 จำเลยกับพวกซึ่งเป็นแนวร่วม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง มีเจตนาร่วมกันมีวัตถุระเบิด ประกอบด้วยวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง จำนวน 5 ลูก (ถัง) ที่ประกอบเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องโดยใช้วงจรตั้งเวลา 1 สัปดาห์ ประกอบกับวัตถุระเบิดแรงต่ำ (Low Explosive) ชนิดดินเทาและยูเรีย น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดหลักบรรจุไว้ในถังดับเพลิง และถังน้ำยาแอร์ และมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครองครองได้ และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบด้วย ปืนเล็กกล (AK47) ขนาด 7.62 มม. RUSSIAN เลขประจำปืน 601098 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวอีกจำนวน 129 นัด เหตุเกิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ซึ่งระหว่างการพิจารณาได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยศาลตีราคาประกัน 2 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้แม้ศาลอาญาจะให้ประกันตัว แต่ น.ส.อัมพร เคยถูกจำคุกระหว่างการพิจารณาคดีครอบครองระเบิดอีกสำนวนหนึ่งที่ศาลจังหวัดมีนบุรี กรณีเมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 มี.ค. 2557 เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณลานดินกว้าง ซ.ราษฎร์อุทิศ 25-27 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2560 พิพากษายกฟ้อง น.ส.อัมพร จึงได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ที่ศาลอาญา ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2559 พิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าฝ่ายโจทก์มีนายตำรวจ 2 ราย เป็นพยานโจทก์เบิกความเกี่ยวกับข้อเท็จจริงว่า เมื่อช่วงปี 2553 ได้เกิดเหตุที่สมานเมตตาแมนชั่นและมีผู้เสียชีวิต โดยโจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายเบิกความถึงการสอบสวน ด้วยการไปสังเกตการณ์ในที่เกิดเหตุ ขณะที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจ แต่โจทก์ไม่มีพยานที่รู้เห็นขณะเกิดเหตุ และก่อนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้เห็นจำเลยได้ร่วมนำวัตถุระเบิดไปไว้ในห้องเกิดเหตุ ซึ่งข้อเท็จจริงที่ได้จากผู้ดูแลอพาร์ทเมนท์ก็ระบุเพียงว่าได้ดูแลอาคารโกมลอพาร์ทเม้นท์ที่ให้เช่าเท่านั้น แต่ไม่ได้ดูแลอาคารสมานเมตตาแมนชั่น พยานโจทก์ที่นำสืบมาจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ ประกอบกับจำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามโจทก์ฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ น.ส.อัมพร เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนยกฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น น.ส.อัมพร มีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเปิดเผยว่าจะไปทำบุญช่วงวันสงกรานต์ต่อไป และก่อนหน้านี้ในช่วงที่ถูกจำคุกนั้น หลังได้รับการปล่อยตัวกลับก็พบว่าทรัพย์สินในบ้านหลายชิ้นสูญหายไปด้วย ขณะที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความของ น.ส.อัมพร เปิดเผยด้วยว่า สำหรับคดีที่ศาลจังหวัดมีนบุรีนั้น อัยการโจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ส่วนคดีวันนี้ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเหมือนกัน จะเข้าข่ายคดีต้องห้ามฎีกา และเตรียมจะฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กับพวกทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งด้วย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และใช้พยานหลักฐานเท็จ ส่วนคดีแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหายระหว่างถูกจำคุก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6825</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น, ครูแขก, ฟ้องกลับ, ศาลยกฟ้อง, สตช., อัมพร ใจก้อน, อุทธรณ์ยืนยกฟ้องครูแขก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc4bc7f3250.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
