<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อตํ่า2หมื่นแต่ดับยังสูง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อใหม่ 19,014 ราย เสียชีวิตอีก 233 ราย คร่าเด็ก 7 เดือน-หญิงตั้งครรภ์ กทม.ยังหนักป่วยเพิ่ม 4.3 พันราย สธ.ชง ศบค.ยกระดับมาตรการสกัดแพร่เชื้อในตลาด ตรวจเชิงรุกผู้ค้า-ลูกจ้าง-ชุมชนโดยรอบ สปสช.ปรับเกณฑ์ค่ารักษา HI-CI เริ่ม 1 ก.ย. นิด้าโพลชี้รอบนี้ระบาดหนักจาก ปชช.ประมาท-วัคซีนไม่พอ นครพนมวุ่นเจอคลัสเตอร์แม่ค้าขายผัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 19,014 ราย &amp;nbsp;เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,808 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,428 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,380 ราย มาจากเรือนจำ &amp;nbsp;196 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,049,295 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 20,672 &amp;nbsp;ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 839,639 ราย อยู่ระหว่างรักษา &amp;nbsp;200,339 ราย อาการหนัก 5,239 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,117 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 233 ราย เป็นชาย 140 ราย หญิง 93 ราย &amp;nbsp;อยู่ใน กทม.มากสุด 71 ราย มีผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุด 7 เดือน 1 ราย อยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้มีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 2 ราย อยู่ที่ &amp;nbsp;กทม. รวมถึงมีผู้เสียชีวิตที่บ้านและอยู่ระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล 4 &amp;nbsp;ราย อยู่ที่ กทม. 2 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย และชุมพร 1 ราย ทำให้ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 มีจำนวน 9,320 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีการติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 4,399 ราย &amp;nbsp;สมุทรสาคร 1,499 ราย ชลบุรี 1,092 ราย สมุทรปราการ 749 ราย &amp;nbsp;นนทบุรี 690 ราย นครปฐม 638 ราย ราชบุรี 560 ราย ฉะเชิงเทรา 488 &amp;nbsp;ราย นครราชสีมา 484 ราย สระบุรี 390 ราย อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลการตรวจแบบ ATK ของวันที่ 22 ส.ค. มีผลบวก 2,039 ราย โดยจำนวนนี้จะยังไม่นับรวมกับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันรายวัน เนื่องจากต้องตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR ก่อน หากผลยืนยันเป็นบวกจึงจะนำไปรวมกับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า จากที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ติดตามข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ พบว่าในส่วนของพื้นที่สีแดงเข้มโดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับตลาดสดและตลาดนัด โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-10 ส.ค.พบการติดเชื้อใน 23 จังหวัด ในตลาด 132 แห่ง ผู้ติดเชื้อรวม 14,678 คน สธ.จึงได้จัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในตลาด ซึ่งที่ประชุม ศบค.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธานการประชุมจะได้พิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตลาด ประกอบด้วยมาตรการ 3 ส่วน ได้แก่ มาตรการป้องกันคน, ป้องกันสถานที่ (ตลาด) และจัดการระบบเฝ้าระวังควบคุมโรค โดยจะมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK ในกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ค้า, ลูกจ้าง, &amp;nbsp;แรงงานที่เดินทางเข้าออก, ผู้อยู่อาศัยที่ประกอบธุรกิจอยู่โดยรอบ และมีการสุ่มตรวจผู้ซื้อที่เดินทางเข้าไปใช้บริการในตลาด ดำเนินการในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด โดยแบ่งดำเนินการเป็น 3 ระยะ &amp;nbsp;ระยะที่ 1 ดำเนินการใน 9 จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, &amp;nbsp;ปทุมธานี, สมุทรปราการ, ราชบุรี, ชลบุรี, นครราชสีมา, สงขลา และสระแก้ว เป้าหมายที่ตลาดค้าส่งและตลาดขนาดใหญ่ (500 แผงขึ้นไป) &amp;nbsp;ตลาดที่มีความเสี่ยงสูง มีชุมชนรอบตลาด รวม 27 แห่ง ระยะที่ 2 &amp;nbsp;ดำเนินการตรวจพื้นที่ตลาดทุกขนาดในจังหวัดสีแดงเข้ม 16 จังหวัด &amp;nbsp;ครอบคลุมตลาด 117 แห่ง และระยะที่ 3 ดำเนินการครอบคลุมตลาดทุกขนาดในพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด รวมตลาด 683 แห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า การประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการตรวจครอบคลุมเป้าหมาย 202,010 คน ตรวจทุกสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ &amp;nbsp;ใช้ชุดตรวจ ATK 808,040 ชุด มีการสำรองสำหรับกรณีตรวจเชิงรุกอีก &amp;nbsp;41,960 ชุด รวมใช้ชุดตรวจ ATK ตามมาตรการนี้รวม 850,000 ชุด ซึ่งจะขอรับการสนับสนุนชุดตรวจจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต่อไป นอกจากดำเนินการตรวจเชิงรุกแล้ว ตามมาตรการนี้จะมีการให้วัคซีนแก่ผู้เกี่ยวข้องในตลาดตามลำดับความเสี่ยง รวมถึงดำเนินมาตรการอื่นควบคู่ เช่น การมีแผนเผชิญเหตุ การจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามหรือสถานที่แยกกัก เพื่อรองรับกรณีผู้ติดเชื้อหรือพบผู้มีผลตรวจ ATK เป็นบวก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ กล่าวด้วยว่า นายกฯ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการป้องกันการรวมกลุ่มจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ รวมกลุ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มั่วสุมในแหล่งอบายมุข ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่าเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจให้เกิดกิจกรรมมั่วสุมจะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.64 สปสช.ได้จัดประชุมชี้แจงระบบการจ่ายชดเชยบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน (Home &amp;nbsp;Isolation) และการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในระบบชุมชน (Community &amp;nbsp;Isolation) สำหรับผู้มีสิทธิหลักประกันหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเดิม สปสช.จ่ายค่าดูแลรักษา HI หรือ CI แบบเหมาจ่าย 1,000 บาท/วัน จึงมีการปรับหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชยค่าบริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น &amp;nbsp;โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นต้นไป หน่วยบริการเบิกค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยแบบไม่รวมค่าอาหาร จะเหมาจ่ายในอัตรา 600 บาท/วัน แต่หากหน่วยบริการไหนที่จัดบริการโดยจัดหาอาหารแก่ผู้ป่วยด้วย ให้เบิกในอัตราเดิมคือ 1,000 บาท/วัน นอกจากนี้แล้ว สปสช.ยังเพิ่มรายการจ่ายเพิ่มเติมคือค่าออกซิเจนในอัตรา 450 บาท/วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ทำไม COVID-19 &amp;nbsp; รอบนี้ระบาดหนัก&amp;rdquo; จากการสำรวจเมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างมาก พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.75 ระบุว่าประชาชนส่วนหนึ่งประมาทในการป้องกัน และประเทศมีวัคซีนไม่เพียงพอ ในสัดส่วนที่เท่ากัน รองลงมา ร้อยละ 36.00 การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างช้ามาก ร้อยละ 31.43 ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ให้ความร่วมมือในการป้องกัน ร้อยละ &amp;nbsp;25.80 รัฐบาลไม่ยอมล็อกดาวน์แบบเบ็ดเสร็จ ร้อยละ 21.31 สายพันธุ์เดลตาติดง่ายมาก และร้อยละ 17.73 ศบค.บริหารงานผิดพลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า ขณะนี้เกิดคลัสเตอร์แม่ค้าขายส่งผัก โดยแม่ค้าวัย 20 ปีดังกล่าวขายผักในตลาดสดทั้งในพื้นที่จังหวัดนครพนมและสกลนคร ซึ่งติดเชื้อจากหลานชายวัย 7 ขวบที่เดินทางมากับครอบครัวจากพื้นที่สีแดงเข้มเมื่อวันที่ 12 ส.ค. โดยแม่ของเด็กวัย 7 &amp;nbsp;ขวบได้เข้ารักษาที่ รพ.แล้ว แต่ผลตรวจโควิดเด็กครั้งแรกเป็นลบ แทนที่จะกักตัวในสถานกักกันโรคของท้องที่ ปรากฏว่ากลับให้นำเด็กไปดูแลที่บ้านในพื้นที่บ้านนามน หมู่ที่ 6 ต.บ้านผึ้ง และต่อมาตรวจอีกครั้งพบว่าเด็กติดโควิด จึงนำบุคคลในครอบครัว 9 รายมาตรวจ พบว่าน้าสาวซึ่งเป็นแม่ค้าผักติดโควิด จังหวัดจึงมีคำสั่งปิดตลาดถาวรตลาดโชคอำนวย &amp;nbsp;และตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม (บางส่วน) รวมทั้งตลาดสด อบต.บ้านผึ้ง และล็อกดาวน์บ้านนามน หมู่ที่ 6 ต.บ้านผึ้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตั้งแต่วันที่ 22-24 ส.ค. นอกจากนี้ได้ประกาศให้ผู้ค้าและลูกค้าที่ไปซื้อของระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค.มาตรวจหาเชื้อด่วน &amp;nbsp;ขณะที่คุณยายของเด็กซึ่งเป็นแม่ค้าขายผักที่ตลาดนาโพธิ์ หากผลตรวจวันที่ 23 ส.ค.มีผลเป็นบวกก็ต้องปิดตลาดดังกล่าวยาว 14 วันเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม แถลงว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 25 ราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนผู้ป่วยรายวันที่ต่ำสุดในรอบ &amp;nbsp;43 วัน แต่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงสูงวัยอายุ 66 ปี ส่วนคลัสเตอร์แม่ค้าขายผักนั้นได้สั่งการให้นายอำเภอเมืองนครพนมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ว่าเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เองหรือคนในครอบครัวของเด็กชายวัย 7 ขวบ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.ยังหนักป่วย, คร่าเด็ก 7 เดือน-หญิงตั้งครรภ์, ศบค.ยกระดับมาตรการสกัดแพร่เชื้อในตลาด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยติดเชื้อใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121a00851cec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
